- หน้าแรก
- วิชาประสานสุขพลิกชะตาเซียน
- บทที่ 17 คุณไม่ได้มีปัญหา คนที่มีปัญหาคือเธอต่างหาก
บทที่ 17 คุณไม่ได้มีปัญหา คนที่มีปัญหาคือเธอต่างหาก
บทที่ 17 คุณไม่ได้มีปัญหา คนที่มีปัญหาคือเธอต่างหาก
"คุณเสิ่นพูดถูกครับ ผมไม่ใช่หมอเทวดาอะไรจริงๆ แถมยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้วยซ้ำ"
ฉินเกอดูออกว่าเสิ่นถิงจือมีฐานะไม่ธรรมดา ถ้าเขาลงมือรักษาให้ คงทำเงินได้ก้อนโตแน่
แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่เชื่อใจเขา เขาก็ไม่มีทางไปร้องขอเพื่อรักษาอีกฝ่ายหรอก
ทำแบบนั้นจะทำให้ตัวเองดูไร้ค่าเกินไป แถมอาจจะไม่ได้ผลด้วยซ้ำ
ด้วยการสืบทอดของสำนักเหอฮวน เขาเชื่อว่าในอนาคตคนที่มาร้องขอให้เขารักษาจะมาต่อแถวกันยาวเหยียด ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องทำตัวต่ำต้อยขนาดนั้น
"คุณหนูเซี่ย ถ้าอย่างนั้นผมไม่รบกวนแล้วนะครับ"
ฉินเกอบอกลาเซี่ยเหยียนซี แล้วเดินตรงไปที่ประตูทันที
"ถือว่าแกยังรู้ตัว!"
"เห็นแก่หน้าเหยียนซี ครั้งนี้ฉันจะไม่เอาเรื่องแก แต่ถ้าคราวหน้าฉันเจอแกไปหลอกลวงต้มตุ๋นใครอีก ก็รอรับโทษตามกฎหมายได้เลย!"
เสิ่นถิงจือเอ่ยเตือนเสียงกร้าว เขามั่นใจว่าฉินเกอรีบร้อนจากไปเพราะร้อนตัวหลังจากถูกจับได้
เซี่ยเหยียนซีอ้าปากเตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่ากลับเห็นฉินเกอชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมา สายตาจ้องตรงไปยังเสิ่นถิงจือด้วยท่าทีสงบไม่หวั่นเกรง
"ร่างกายของคุณแข็งแรงดี นอกจากจะทำงานหนักเกินไปจนร่างกายอ่อนแอลงเล็กน้อยแล้ว ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย"
ฉินเกอพูดกับเสิ่นถิงจือจบก็หันไปมองซูหว่าน "เป็นคุณต่างหาก ที่อาจจะมีปัญหา"
"ถึงผมจะไม่ค่อยแน่ใจว่าทำไมสถานการณ์ถึงไม่เหมือนกับที่คุณหนูเซี่ยเล่าให้ฟัง แต่โดยพื้นฐานแล้วผมมั่นใจได้เลยว่า การที่พวกคุณไม่มีลูกมาตลอด เป็นเพราะปัญหาของคุณ"
ฉินเกอเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก คำพูดของเขายังคงดังก้องอยู่ในห้องทำงาน ราวกับสายฟ้าฟาดเข้าใส่เสิ่นถิงจืออย่างจัง
ร่างกายของเสิ่นถิงจือสั่นสะท้าน ยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่
เซี่ยเหยียนซีและซูหว่านมองมาที่เขาพร้อมกัน ในแววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
"คุณลุงเสิ่น นี่มันเรื่องอะไรกันคะ สิ่งที่ฉินเกอพูดเป็นความจริงหรือเปล่า ร่างกายของคุณลุงไม่ได้มีปัญหาเหรอคะ?"
เดิมทีเซี่ยเหยียนซีอยากจะวิ่งตามฉินเกอไป แต่พอคิดดูแล้วก็รู้สึกว่าควรจะคุยกับสามีภรรยาตระกูลเสิ่นให้รู้เรื่องก่อน
ไม่อย่างนั้นเสิ่นถิงจือมีอคติกับฉินเกอมากขนาดนี้ ขืนตามฉินเกอกลับมาก็ไม่มีความหมายอะไรอยู่ดี
เสิ่นถิงจือรวบรวมสติ "อย่าไปฟังไอ้เด็กนั่นพูดจาเหลวไหล อายุแค่นี้ริอ่านมาทำตัวเป็นหมอเทวดา!"
"คุณลุงเสิ่นคะ มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณลุงคิดนะคะ ฉินเกอเขาเก่งมากจริงๆ ค่ะ!" จากนั้นเซี่ยเหยียนซีก็เล่าเรื่องที่ฉินเกอรักษาคุณปู่และตัวเธอเองให้ฟังรอบหนึ่ง
เมื่อครู่นี้เธออยากจะพูดมาตลอด เพียงแต่เสิ่นถิงจือมีอคติกับฉินเกอ และมีปฏิกิริยาต่อต้านรุนแรงเกินไป เธอจึงไม่มีโอกาสได้เอ่ยปาก
"ถิงจือ นี่คุณมีเรื่องปิดบังฉันอยู่ใช่ไหมคะ?" ขอบตาของซูหว่านแดงระเรื่อ เธอพอจะเดาเรื่องราวคร่าวๆ ได้แล้ว เพียงแต่ต้องการคำยืนยันจากเสิ่นถิงจือเท่านั้น
"สิ่งที่พ่อหนุ่มคนนั้นพูดเป็นความจริงทั้งหมดใช่ไหมคะ จนถึงตอนนี้คุณก็ยังคิดจะปิดบังฉันอยู่อีกเหรอ?"
เซี่ยเหยียนซีที่เดิมทีมีคำพูดอัดอั้นอยู่เต็มอก พอเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ก็รีบปิดปากฉับ ถอยไปอยู่ด้านข้างและเฝ้ามองเงียบๆ ตั้งหน้าตั้งตารอชมเรื่องสนุก
เดิมทีเธอก็สงสัยอยู่แล้วว่าคำพูดของฉินเกอก่อนเดินจากไปนั้นหมายความว่าอย่างไร และยังแอบคิดว่าฉินเกออาจจะตรวจพลาดหรือเปล่า
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอได้ยินมาตลอดว่าเป็นเพราะร่างกายของเสิ่นถิงจือมีปัญหาถึงได้ไม่มีลูก คนในตระกูลเซี่ยแทบทุกคนต่างก็รู้เรื่องนี้ดี
แต่ฉินเกอกลับบอกว่าร่างกายของเสิ่นถิงจือไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่คนที่มีปัญหาอาจจะเป็นซูหว่านต่างหาก
ตอนนี้เมื่อดูจากปฏิกิริยาของสองสามีภรรยาตระกูลเสิ่นแล้ว ดูเหมือนว่าฉินเกอจะไม่ได้ตรวจพลาด เรื่องนี้ต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังแน่ๆ
ซูหว่านยังคงคาดคั้นต่อไป "ถ้าคุณไม่ยอมพูดความจริง ชาตินี้ก็ไม่ต้องมาคุยกับฉันอีกเลย!"
"เป็นผมเองที่ปิดบังคุณมาตลอด" เสิ่นถิงจือถอนหายใจยาว "ผมรู้เรื่องนี้ตั้งแต่ตอนที่เราไปตรวจร่างกายด้วยกันครั้งแรกแล้วล่ะ"
"ผมให้คนไปแก้รายงานผลการตรวจสุขภาพ ผมแค่กลัวว่าคุณจะโทษตัวเอง รู้สึกผิด และคิดมากเกินไป คุณอย่าโกรธเลยนะ"
ซูหว่านน้ำตาคลอเบ้า "ดังนั้นทุกครั้งที่เราไปหาหมอ คุณก็เตี๊ยมกับหมอไว้ล่วงหน้าหมดแล้วงั้นสิ?"
"เพราะงั้นคุณถึงพาฉันไปด้วยทุกครั้ง แล้วให้ฉันลองตรวจดูด้วย จริงๆ แล้วคนที่ต้องรักษาอาการป่วยก็คือฉันงั้นเหรอคะ?"
"ถ้าเกิดรักษาไม่หาย คุณก็จะปิดบังฉันต่อไปเรื่อยๆ ใช่ไหม?"
"เสิ่นถิงจือ! คุณนี่เก่งจริงๆ เลยนะ!"
เสิ่นถิงจือก้มหน้าลง ไม่รู้จะตอบกลับอย่างไรไปชั่วขณะ
เซี่ยเหยียนซีที่ยืนอยู่ด้านข้างมีสีหน้าหลากหลายอารมณ์ เธอรู้สึกนับถือความรักอันลึกซึ้งที่เสิ่นถิงจือมีต่อซูหว่าน และเข้าใจด้วยว่าทำไมเสิ่นถิงจือถึงต้องทำแบบนี้
ตระกูลเสิ่นมีกิจการใหญ่โต ทว่ากลับมีเสิ่นถิงจือเป็นทายาทชายเพียงคนเดียว ถ้าเขาไม่มีลูก นั่นก็หมายความว่าตระกูลเสิ่นจะต้องสิ้นสุดสายเลือดลง
ถ้าซูหว่านรู้ความจริง เธออาจจะทนรับแรงกดดันไม่ไหวจนต้องขอหย่ากับเสิ่นถิงจือแน่ๆ!
นายท่านผู้เฒ่าตระกูลเสิ่นก็คงจะสั่งให้เสิ่นถิงจือแต่งงานใหม่ด้วยเช่นกัน
ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของเสิ่นถิงจือแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะมีได้ ครอบครัวธรรมดายังให้ความสำคัญกับการสืบทอดสายเลือด นับประสาอะไรกับตระกูลใหญ่โตอย่างตระกูลเสิ่น?
สิ่งที่เซี่ยเหยียนซีคิดได้ ซูหว่านเองก็คิดได้เช่นกัน ภายนอกเธออาจจะกำลังต่อว่าเสิ่นถิงจือ แต่แท้จริงแล้วภายในใจกลับซาบซึ้งจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
เสิ่นถิงจือยอมให้ตระกูลเสิ่นไร้ผู้สืบสกุลเพื่อเธอ การได้แต่งงานกับผู้ชายแบบนี้ ชาตินี้ก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจอีกแล้ว
"พวกคุณลุงคุณป้าอย่าเพิ่งดราม่าโศกสลดกันขนาดนั้นเลยค่ะ" เซี่ยเหยียนซีมองดูสองสามีภรรยาตระกูลเสิ่นกุมมือกันน้ำตาคลอเบ้า รู้สึกว่าการมีตัวตนอยู่ของตัวเองออกจะน่าอึดอัดไปสักหน่อย
"ปัญหาของพวกคุณเมื่อก่อนอาจจะใหญ่มาก และก็คงพยายามหาวิธีสารพัดเพื่อแก้ไขแต่ก็ไม่สำเร็จ แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้วนะคะ"
"บางทีฉินเกออาจจะแก้ปัญหานี้ได้จริงๆ ก็ได้ ยังไงซะหนูก็มีความมั่นใจในตัวเขา ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่เขามองแวบเดียวก็รู้ถึงต้นตอของปัญหา แบบนี้ยังพิสูจน์ความสามารถของเขาไม่ได้อีกเหรอคะ?"
"พวกคุณลองไปให้เขารักษาดูก่อนก็ไม่เสียหายนะคะ ถ้าเกิดไม่ได้ผลจริงๆ ค่อยมาร้องไห้ก็ยังไม่สายหรอกค่ะ!"
ซูหว่านเปลี่ยนจากร้องไห้เป็นหัวเราะ "ยายเด็กบ้า มีอย่างที่ไหนมาล้อเลียนผู้ใหญ่แบบนี้?"
เธอเช็ดน้ำตาบนใบหน้าด้วยความเขินอาย "เหยียนซี หนูรู้ไหมว่าพ่อหนุ่มคนนั้นที่ชื่อฉินเกอ เขาเป็นใครมาจากไหนเหรอจ๊ะ?"
"หนูช่วยติดต่อเขาให้พวกเราหน่อยได้ไหม เมื่อกี้เป็นความผิดของพวกเราเอง ไม่ควรไปเสียมารยาทกับเขาแบบนั้นเลย ถ้าเขาสามารถรักษาฉันให้หายได้ พวกเราจะต้องตอบแทนเขาอย่างงามแน่นอน!"
เสิ่นถิงจือที่เดิมทีก็รู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่แล้ว พอมาตอนนี้ก็ยิ่งทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่ เมื่อครู่นี้เป็นเขาเองที่ดูถูกฉินเกอเสียจนไร้ค่า ซ้ำยังตำหนิฉินเกอไปตั้งชุดใหญ่ แต่ตอนนี้กลับต้องหันไปขอร้องให้ฉินเกอช่วยรักษา
กงกำกงเกวียนหมุนเวียนเปลี่ยนไป แต่นี่มันก็หมุนเร็วไปหน่อยไหมเนี่ย
ตอนที่ฉินเกอพูดประโยคนั้นก่อนจะเดินจากไป เสิ่นถิงจือก็เชื่อมั่นในความสามารถของเขาไปแล้ว
เสิ่นถิงจือสันนิษฐานว่า ฉินเกอน่าจะสัมผัสได้ว่าร่างกายของเขาไม่ได้มีปัญหาอะไรตั้งแต่ตอนที่จับมือกัน นี่ไม่ใช่สิ่งที่หมอธรรมดาทั่วไปจะทำได้เลย
เขาเคยพบเจอหมอชื่อดังผู้มากประสบการณ์มานับไม่ถ้วน แม้แต่หมอระดับประเทศอย่างซุนซื่อเจิ้งก็ยังต้องแมะชีพจรก่อนถึงจะยืนยันอาการป่วยได้ ทว่าฉินเกอกลับใช้เพียงแค่การจับมือก็กล้ายืนยันได้แล้วว่าร่างกายของเขาปกติดี
อีกทั้งฉินเกอยังสามารถคาดเดาได้ว่าร่างกายของซูหว่านมีปัญหา ทั้งๆ ที่ไม่ได้แตะต้องตัวเธอเลยแม้แต่น้อย ถ้าหากเขาพึ่งพาความสามารถจริงๆ ล่ะก็ วิชาแพทย์ของฉินเกอก็ช่างล้ำลึกจนยากจะหยั่งถึงเสียแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้นเสิ่นถิงจือก็ยังคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ฉินเกอจะแค่เดาสุ่ม เรื่องการมีบุตรยากแบบนี้คาดเดาได้ง่ายมาก ในเมื่อฝ่ายชายไม่มีปัญหา งั้นปัญหาต้องมาจากฝ่ายหญิงอย่างแน่นอน
"เดี๋ยวหนูลองติดต่อเขาดูก่อนนะคะ!" เซี่ยเหยียนซีรีบกดโทรศัพท์หาฉินเกอทันที
ครู่ต่อมา เธอก็เก็บโทรศัพท์มือถือลง แล้วพูดด้วยความจนใจว่า "หมอนี่อารมณ์ร้ายใช่ย่อยเลย ปิดเครื่องหนีไปซะแล้ว"
ซูหว่านครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามว่า "เหยียนซี หนูรู้ไหมว่าฉินเกอพักอยู่ที่ไหน?"
"พวกเราจะไปพบเขาถึงที่เลย"
เธอถลึงตาใส่เสิ่นถิงจือไปทีหนึ่ง "ความผิดของคุณทั้งหมดนั่นแหละ ถึงตอนนั้นก็อย่าลืมขอโทษขอโพยคุณหมอเทวดาน้อยให้ดีๆ ล่ะ!"