- หน้าแรก
- วิชาประสานสุขพลิกชะตาเซียน
- บทที่ 4 ทดสอบฝีมือเป็นครั้งแรก
บทที่ 4 ทดสอบฝีมือเป็นครั้งแรก
บทที่ 4 ทดสอบฝีมือเป็นครั้งแรก
"คุณผู้หญิงชีเหรอ? เธอเป็นคนติดต่อฉันมาเองนะ!"
"เธอบอกว่าอยากหานักศึกษามหาวิทยาลัยไปเป็นติวเตอร์ส่วนตัว ก็เลยให้ฉันช่วยแนะนำคนที่มีความประพฤติดีและเรียนเก่งให้หน่อย"
"แน่นอนว่าฉันต้องนึกถึงนายเป็นคนแรกอยู่แล้ว"
"ฉันเล่าเรื่องของนายให้เธอฟังคร่าวๆ เธอก็ให้ที่อยู่มาเลย แล้วบอกให้นายไปหา"
ในแววตาของหลินเหยาแฝงไปด้วยความสงสัย "มีอะไรหรือเปล่า?"
"ที่วันนี้นายไม่ได้ไปเข้าเรียน ก็เพราะเรื่องนี้งั้นเหรอ?"
"เปล่าครับ" ฉินเกอส่ายหน้าปฏิเสธ "ผมก็แค่ถามดูเฉยๆ"
ดูเหมือนว่าชีอิงจือจะไม่เพียงแค่สืบเรื่องของเขามาแล้ว แต่ยังรู้เรื่องของหลินเหยามาไม่น้อยเช่นกัน
ไม่อย่างนั้นเธอจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคนที่หลินเหยาแนะนำจะต้องเป็นเขาแน่นอน?
ทั้งสองคนกินไปคุยไป ในขณะที่กำลังเพลิดเพลินอยู่นั้น ประตูห้องส่วนตัวข้างๆ ก็เปิดออก พร้อมกับผู้ชายสี่คนที่เดินออกมา
คนที่เป็นหัวหน้าอายุราวๆ สามสิบปี หวีผมเรียบแปล้ไปด้านหลัง เดินก้าวอาดๆ ด้วยท่าทางกร่างไม่เห็นหัวใคร
ตอนที่ชายทั้งสี่เดินผ่านโต๊ะของฉินเกอ ชายที่เป็นหัวหน้าก็สังเกตเห็นหลินเหยา จึงหยุดเดินกะทันหัน
"จึ๊ๆ สวยหยาดเยิ้มเลยแฮะ!"
"มาทำความรู้จักกันหน่อยสิ ฉันชื่อจ้าวเต๋อ คนสวยชื่ออะไรจ๊ะ?"
ชายผมเสยเรียบแปล้นั่งลงตรงข้ามกับหลินเหยา จ้องมองเธอเขม็งอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด
ผู้ชายอีกสามคนที่อยู่ด้านหลังเขาก็มองมาด้วยความสนใจ พร้อมกับรอยยิ้มแฝงเลศนัย
สีหน้าของฉินเกอเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาไม่รู้จักจ้าวเต๋อ แต่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
จ้าวเต๋อเป็นพวกอันธพาลข้างถนนที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ในย่านมหาวิทยาลัย ว่ากันว่าเป็นพวกนักเลงหัวไม้ ในมือมีเงินอยู่บ้าง นักศึกษามหาวิทยาลัยตงไห่จำนวนไม่น้อยต่างก็รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของเขาดี
สาเหตุที่จ้าวเต๋อโด่งดัง ก็เพราะเขามีงานอดิเรกอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือว่างเมื่อไหร่เป็นต้องมาเดินเตร็ดเตร่ในย่านมหาวิทยาลัย
จุดประสงค์นั้นเรียบง่ายมาก นั่นก็คือลีลาของนักศึกษามหาวิทยาลัยมันเด็ด
จ้าวเต๋อมาเพื่อมองหานักศึกษาหญิง หากเขาถูกใจผู้หญิงคนไหน เขาก็จะหาทางเอามาครอบครองให้ได้
ทว่าจ้าวเต๋อก็ยังพอมีหลักการอยู่บ้าง เขาใช้เงินฟาดหัว ไม่ได้ใช้กำลังบังคับ ไม่อย่างนั้นเขาคงได้ใส่กุญแจมือไปตั้งนานแล้ว
คืนละหลายพัน ถ้าไม่ได้ก็จ่ายเป็นหมื่น มีข่าวลือว่าราคาสูงสุดคือดาวคณะคนหนึ่ง คืนเดียวปาไปสองแสน!
พวกนักศึกษายังอ่อนต่อโลก คนที่ฐานะทางบ้านไม่ดี ทั้งชีวิตยังไม่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้มาก่อน
บางคนก็ทนต่อความเย้ายวนได้ แต่บางคนก็ถูกจ้าวเต๋อใช้เงินฟาดจนยอมอ้าขาให้
ถึงขั้นมีนักศึกษาหญิงบางคนที่หลงใหลในความฟุ้งเฟ้อและชอบแข่งขันชิงดีชิงเด่น เป็นฝ่ายไปหาจ้าวเต๋อเพื่อเสนอราคาเองเลยด้วยซ้ำ
นานวันเข้า ชื่อเสียงของจ้าวเต๋อก็แพร่สะพัดไปทั่วย่านมหาวิทยาลัย ฉินเกอเองก็บังเอิญได้ยินคนอื่นพูดถึง จึงได้รู้จักชื่อของจ้าวเต๋อ
"ไสหัวไป!" หลินเหยาพ่นคำพูดออกมาอย่างเย็นชาด้วยสีหน้ารังเกียจ
เธอไม่รู้จักจ้าวเต๋อ แต่วิธีการเข้ามาจีบแบบนี้ของจ้าวเต๋อทำให้เธอรู้สึกอึดอัดมาก
"อย่าเพิ่งปฏิเสธกันอย่างไร้เยื่อใยขนาดนั้นสิ!" จ้าวเต๋อไม่มีท่าทีว่าจะจากไปเลยแม้แต่น้อย "คืนเดียว หนึ่งหมื่น ถ้าโอเคก็ไปกับฉัน!"
"สองหมื่น!"
"ห้าหมื่น!"
"ปัง—" หลินเหยาตบตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างแรง สีหน้ามืดครึ้มลง "ฉันบอกให้แกไสหัวไป ไม่ได้ยินหรือไง?"
"ห้าหมื่นยังน้อยไปอีกเหรอ?" จ้าวเต๋อไม่ได้โกรธ รอยยิ้มบนใบหน้าไม่ลดน้อยลงเลย "แสนนึง!"
"เธอแค่ลงไปนอนตรงนั้น พอผ่านไปคืนนึง เงินหนึ่งแสนก็ตกถึงมือแล้ว ไม่เพียงแต่ไม่เจ็บปวด แต่ยังมีความสุขสุดๆ อีกต่างหาก ทำไมจะไม่ทำล่ะ?"
"วัยสาวของคนเรามันสั้นนะ ถ้ามีเงินก้อนนี้ เธอจะซื้ออะไรที่อยากซื้อ จะเล่นอะไรที่อยากเล่น จะไปเที่ยวไหนที่อยากไป ก็จะได้มีช่วงเวลาวัยรุ่นที่ยอดเยี่ยมและไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจภายหลังไง!"
จ้าวเต๋อรวบรวมคำพูดหว่านล้อมชุดนี้มาจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งมักจะได้ผลเสมอ
"ฉันรู้แล้วล่ะ!" จ้าวเต๋อหันไปมองฉินเกอ รอยยิ้มบนใบหน้าก็หายวับไปทันที "ที่แท้เธอก็ทำใจยอมรับไม่ได้ เพราะอยู่ต่อหน้าแฟนเด็กของเธอสินะ?"
"ไอ้หนู ฉันมีธุระจะคุยกับคนสวยคนนี้ แกช่วยหลบไปก่อนไป!"
จากนั้นเขาก็ส่งสัญญาณมือให้ผู้ชายอีกสามคนที่อยู่ด้านหลัง
ทั้งสามคนเข้าใจทันที พวกเขาเดินเข้าไปล้อมฉินเกอเอาไว้
"พวกแกคิดจะทำอะไร?" หลินเหยาเหยียบเก้าอี้กระโดดขึ้นไป แล้วใช้เท้าแตะโต๊ะส่งแรงอีกครั้ง
"ปัง ปัง—"
ตอนที่เธอร่อนลงยืนข้างๆ ฉินเกอ ผู้ชายสองคนก็ถูกเตะปลิวออกไปแล้ว
หลินเหยายังไม่หยุดเคลื่อนไหว เธอหมุนตัวเตะก้านคออย่างเด็ดขาดและแม่นยำ ส่งผลให้ผู้ชายอีกคนที่เหลือและจ้าวเต๋อปลิวกระเด็นออกไปเช่นกัน
ทั้งสี่คนถูกโค่นล้มลงกองกับพื้น กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที เสียงจานชามตกแตกยังคงดังกังวาน
ฉินเกอถือขวดแก้วของเทียนตี้อีฮ่าวเอาไว้ในมือ ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่
ลูกค้าในร้านที่ได้ยินเสียงความวุ่นวายต่างพากันหันมามองทางนี้เป็นตาเดียว ตามมาด้วยเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจ
ตอนที่ลูกค้าเหล่านั้นหันมามอง ก็บังเอิญเห็นจ้าวเต๋อที่กำลังโกรธเกรี้ยวสุดขีดชักมีดสั้นที่สะท้อนแสงเย็นเยียบออกมา แล้วพุ่งแทงเข้าที่แผ่นหลังของหลินเหยา
แววตาของฉินเกอแข็งกร้าวขึ้น เขารีบโอบเอวของหลินเหยาเอาไว้ แล้วสลับตำแหน่งกับเธออย่างรวดเร็ว
"เพล้ง—"
ขวดแก้วฟาดเข้าที่หัวของจ้าวเต๋อ เศษแก้วแตกกระจายเต็มพื้น
ฉวยโอกาสตอนที่จ้าวเต๋อกำลังมึนงงเห็นดาวระยิบระยับ ฉินเกอก็พุ่งเข้าไปซัดหมัดเข้าที่ปลายคางของเขาอีกหมัด หมัดนี้ทั้งหนักหน่วงและรุนแรง
"ลูกพี่!"
ผู้ชายอีกสามคนที่เพิ่งคลานลุกขึ้นมาจากพื้นเห็นดังนั้นก็ประสานเสียงร้องลั่น จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่ฉินเกอทันที
ฉินเกอเห็นว่าหลบไม่พ้นแล้ว จึงทำได้เพียงพุ่งเข้าชนตรงๆ เขาพุ่งเข้าไปรัวหมัดมั่วซั่วเข้าใส่
ท่าทางอาจจะดูไม่สวยงามนัก แต่พลังทำลายล้างกลับรุนแรงกว่าหลินเหยามากนัก
ฉินเกอไม่ค่อยมีประสบการณ์เรื่องชกต่อย ร่างกายจึงโดนเตะต่อยไปไม่น้อย แต่เขาก็อัดทั้งสามคนจนหน้าบวมปูด ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีก
"นายบาดเจ็บนี่?!"
หลินเหยาเห็นเลือดซึมออกมาจากเอวของฉินเกอถึงเพิ่งได้สติ เธอรีบพุ่งเข้าไปเพื่อจะดูบาดแผล
ฉินเกอเพิ่งจะรู้สึกถึงความเจ็บแปลบที่เอว เขายื่นมือไปจับตามสัญชาตญาณ ก็สัมผัสได้ถึงของเหลวอุ่นๆ ที่เปียกชุ่ม
เขาก้มลงไปมอง ลอบโล่งใจอยู่เงียบๆ
โชคดีที่ตำแหน่งมันเบี่ยงออกไปนิดหน่อย ไม่อย่างนั้นไตของเขาคงโดนไอ้สารเลวจ้าวเต๋อแทงทะลุไปแล้ว!
......
"ผมก็บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร คุณดูสิ หมอยังบอกเลยว่าเป็นแค่แผลถลอกภายนอก"
"หอพักก็เลยเวลาเคอร์ฟิวปิดประตูแล้วเนี่ย จะให้ผมกลับยังไงล่ะ?"
หลังจากที่ฉินเกอทำแผลเสร็จ และไปให้ปากคำกับตำรวจพร้อมกับหลินเหยา ตอนที่ออกมาจากโรงพยาบาลก็ดึกมากแล้ว
"บาดเจ็บก็ต้องมาให้หมอทำแผลที่โรงพยาบาลสิ ไม่อย่างนั้นนายจะทำยังไง คว้าดินมาโปะๆ แล้วจบงั้นเหรอ?"
"อีกอย่าง นายเลือดออกตั้งเยอะขนาดนั้น......"
จู่ๆ หลินเหยาก็ชะงักไป เธอจ้องมองฉินเกอด้วยดวงตาคู่สวยที่เป็นประกาย "ดูไม่ออกเลยนะเนี่ย ตัวผอมแค่นี้ แต่กลับมีแรงเยอะขนาดนั้น!"
เธอมองออกว่าตอนที่ฉินเกอจัดการกับพวกจ้าวเต๋อ เขาไม่มีทักษะอะไรเลยสักนิด อาศัยแค่พละกำลังเข้าบดขยี้ล้วนๆ
"คุณต่างหากล่ะที่ทำให้ผมแปลกใจ ดูเป็นผู้หญิงบอบบางแท้ๆ แต่กลับสู้กับผู้ชายตั้งสี่คนได้เฉยเลย!"
ฉินเกอรู้ดีว่าพละกำลังของตัวเองมาจากพลังวิญญาณที่ได้จากการฝึกฝนคัมภีร์ลับเล่มนั้น แต่การที่หลินเหยาต่อสู้เก่งขนาดนี้ต่างหากที่ทำให้เขาประหลาดใจอย่างแท้จริง
หลินเหยาเชิดคางมนสวยขึ้นอย่างภาคภูมิใจ "เจ้คนนี้เป็นถึงเทควันโดสายดำเชียวนะ จัดการกับอันธพาลแค่ไม่กี่คนน่ะสบายมาก!"
ฉินเกอไม่เห็นด้วยนัก "วันหลังถ้าเจอเรื่องแบบนี้ คุณก็พยายามหลีกเลี่ยงหน่อยเถอะ เอาความปลอดภัยของตัวเองไว้ก่อน ถ้าทนไม่ไหวก็แจ้งตำรวจเอา"
ดูเหมือนว่าหลินเหยาจะอาศัยฝีมือที่เหนือความคาดหมายล้มพวกจ้าวเต๋อทั้งสี่คนลงได้ แต่ความจริงแล้วไม่ได้สร้างความเสียหายให้พวกเขามากนัก
หากต้องสู้กันแบบเอาเป็นเอาตาย หลินเหยาไม่มีทางเป็นคู่มือของผู้ชายร่างกำยำสี่คนได้เลย
พวกจ้าวเต๋อโดนหลินเหยาเตะต่อยไปหลายทียังมีแรงสู้ต่อ แต่ถ้าหลินเหยาโดนต่อยเข้าไปจังๆ สักหมัดล่ะก็ อาจจะหมดสภาพจนขยับตัวไม่ได้ในทันที
หลินเหยายิ้มบางๆ "เห็นแก่ที่นายยอมเจ็บตัวเพื่อช่วยฉัน แถมยังเป็นห่วงฉันขนาดนี้ ฉันจะเมตตายอมให้ค้างด้วยสักคืนก็แล้วกัน!"