- หน้าแรก
- ยอดบัณฑิตทะลุมิติ สู่มหาขุนนางสะท้านแผ่นดิน
- (✓) EP 327: คุณชายหวยสืบหาเบาะแสของเว่ยอวิ๋นโจว
(✓) EP 327: คุณชายหวยสืบหาเบาะแสของเว่ยอวิ๋นโจว
(✓) EP 327: คุณชายหวยสืบหาเบาะแสของเว่ยอวิ๋นโจว
(✓) EP 327: คุณชายหวยสืบหาเบาะแสของเว่ยอวิ๋นโจว
ณ เมืองกูซู ภายในร้านหนังสือแห่งหนึ่ง พนักงานในร้านกำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงตำรา
วันนี้เมืองกูซูถูกปกคลุมไปด้วยม่านฝนอีกครา
และเมื่อใดที่พิรุณโปรยปราย ร้านหนังสือแห่งนี้ก็มักจะเงียบเหงาไร้ซึ่งผู้มาเยือน
พนักงานในร้านฮัมเพลงผิงถานที่ได้ฟังเมื่อคืนอย่างอารมณ์ดี พลางจัดเก็บตำราที่วางระเกะระกะบนชั้นให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
ในจังหวะนั้นเอง น้ำเสียงอันคุ้นเคยก็ดังขึ้น “มีเรื่องอันใดให้น่าปีติยินดีนักหรือ ถึงได้อารมณ์ดีปานนี้”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงอันไพเราะเสนาะหู พนักงานก็รีบสาวเท้าออกมาต้อนรับด้วยความดีใจ ใบหน้าเปื้อนยิ้มกว้างเมื่อพบว่าผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูคือคุณชายหนุ่มรูปงาม ผู้กำลังสะบัดหยาดน้ำฝนออกจากร่ม
“คุณชายหวย ท่านมาได้อย่างไรขอรับ”
“ข้ามาซื้อตำราน่ะสิ” คุณชายหวยสะบัดร่มอีกสองสามครั้ง ก่อนจะวางมันลงในตะกร้าไม้ไผ่หน้าประตู
“ท่านรอสักประเดี๋ยวนะขอรับ ข้าจะไปรินน้ำชาร้อนๆ มาให้” พนักงานสังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าบริเวณหัวไหล่ แขน และขาของคุณชายหวยเปียกชื้นเล็กน้อย
“ไม่ต้องลำบากหรอก”
“ไม่ลำบากเลยแม้แต่น้อยขอรับ ท่านเดินดูตำราไปพลางๆ ก่อนนะขอรับ”
คุณชายหวยคลี่ยิ้มบางๆ อย่างอ่อนใจ ก่อนจะก้าวเข้าไปภายในร้าน ตรงไปยังชั้นหนังสือที่มักจะแวะเวียนไปเป็นประจำ เพื่อมองหาตำราเล่มใหม่
เพียงชั่วอึดใจ พนักงานก็ยกถ้วยชาร้อนๆ มาประคองส่งให้ “คุณชายหวย รีบจิบชาร้อนๆ เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นเถิดขอรับ”
“ขอบใจมาก” คุณชายหวยรับถ้วยชามาถือไว้ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ใกล้ๆ
“คุณชายหวย วันนี้ไฉนจึงมีเวลาว่างแวะมาที่ร้านหนังสือได้เล่าขอรับ” พนักงานหลงคิดว่าจะไม่ได้พบหน้าคุณชายหวยอีกหลายเดือน ทว่ากลับได้พบกันอีกในเวลาเพียงไม่กี่วัน “การกลับมาคราวนี้ ท่านไม่ยุ่งหรือขอรับ ข้ายังคิดอยู่เลยว่าจะได้พบท่านอีกทีก็คงอีกหลายเดือน”
“ก็ยุ่งอยู่บ้าง ทว่าวันนี้ฝนตกหนักนัก ถึงอยากจะทำธุระก็คงไม่สะดวก” คุณชายหวยชี้มือไปยังเก้าอี้ว่างข้างๆ “เจ้านั่งลงคุยกันเถิด ในร้านมีเพียงเราสองคน ไม่ต้องเกรงใจไป”
พนักงานทรุดตัวลงนั่งตามคำเชิญอย่างว่าง่าย “ในเมื่อท่านว่างเว้นจากงาน ไฉนจึงไม่พักผ่อนอยู่กับบ้านเล่าขอรับ เถ้าแก่เพิ่งจะออกไปสั่งซื้อตำราใหม่ยังไม่กลับเลย ในร้านตอนนี้จึงยังไม่มีตำราใหม่เข้ามา”
“อยู่บ้านก็เบื่อหน่าย ข้าจึงลองแวะมาที่ร้านเผื่อโชคดีจะได้พบตำราเล่มใหม่” คุณชายหวยวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ พลางหัวเราะเบาๆ “ทว่าวันนี้ข้าคงจะดวงไม่ดีเสียแล้ว”
“อีกไม่กี่วันเถ้าแก่ก็คงจะกลับมา ท่านค่อยแวะมาใหม่ก็ได้ขอรับ”
“หากเวลานั้นข้าว่าง ข้าจะแวะมาอย่างแน่นอน”
“ท่านวางใจเถิดขอรับ ข้าจะคอยเก็บตำราเล่มใหม่ไว้ให้ท่าน”
“มีเจ้าคอยเก็บไว้ให้ ข้าก็เบาใจ”
พนักงานชื่นชอบการสนทนากับคุณชายหวยเป็นอย่างยิ่ง น้ำเสียงของเขาทั้งไพเราะน่าฟังและแฝงไปด้วยความอ่อนโยน
คุณชายหวยแสร้งทำเป็นเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจ “จริงสิ คราวก่อนที่ข้ามาซื้อตำรา ตอนนั้นมีลูกค้าคนอื่นอยู่ในร้านด้วยใช่หรือไม่”
พนักงานผู้นี้มีความจำดีเลิศ แม้เวลาจะล่วงเลยไปหลายวัน เขาก็ยังจำเหตุการณ์ได้อย่างแม่นยำ
“ใช่แล้วขอรับ มีคุณชายหนุ่มอีกท่านหนึ่งอยู่ด้วย หลังจากท่านกลับไป เขาก็เข้ามาไถ่ถามเรื่องราวของท่าน ข้าจึงเล่าเรื่องราวคร่าวๆ ของท่านให้เขาฟังขอรับ”
“เขาไถ่ถามเรื่องของข้าด้วยเหตุใดกัน”
“เขาบอกว่าหน้าตาท่านดูคุ้นตายิ่งนัก ราวกับเคยพบกันที่ใดมาก่อน ทว่าข้าก็แย้งไปว่าเป็นไปไม่ได้ขอรับ” พนักงานแย้มยิ้ม “คุณชายท่านนั้นเดินทางมาจากเมืองเสียนจิง เพื่อมาเยี่ยมเยียนครอบครัวฝั่งมารดาที่นี่ และเพิ่งเคยแวะมาที่ร้านหนังสือของเราเป็นครั้งแรก ท่านกับเขาไม่มีทางเคยพบกันมาก่อนอย่างแน่นอน” เขากล่าวจบก็รีบเสริมขึ้นมาอีกประโยค “คุณชายหวย คุณชายท่านนั้นมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับท่านอยู่ไม่น้อยเลยนะขอรับ”
ประโยคนี้ของพนักงานทำเอาคุณชายหวยใจเต้นระทึก ทว่าเขายังคงเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ภายใต้ใบหน้าที่แสดงความประหลาดใจ
“หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับข้างั้นหรือ คล้ายกันตรงส่วนใดเล่า”
พนักงานมองหน้าคุณชายหวยอย่างพินิจพิเคราะห์ “ก็ตรงบริเวณหว่างคิ้วนี่แหละขอรับ คุณชายท่านนั้นมีใบหน้าที่หล่อเหลาเอาการเชียวล่ะ”
หัวใจของคุณชายหวยเต้นโครมคราม ทว่าใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ “มีคนหน้าตาคล้ายข้าด้วยหรือ ข้าชักอยากจะทำความรู้จักเสียแล้วสิ คุณชายท่านนั้นอายุประมาณเท่าใดหรือ”
“อายุยังน้อยนักขอรับ น่าจะราวๆ สิบสองสิบสามปี หน้าตาหล่อเหลา ผิวพรรณขาวผุดผ่อง ดวงตากลมโตสุกใส...” พนักงานชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ “ใช่แล้วขอรับ ดวงตาของเขาก็คล้ายคลึงกับดวงตาของท่านมากเช่นกัน”
มือที่คุณชายหวยจับถ้วยชาเผลอกำแน่น ทว่าใบหน้ายังคงสงบนิ่ง
“อย่างนั้นหรือ บริเวณหว่างคิ้วคล้ายข้า ดวงตาก็ยังคล้ายข้าอีก ดูท่าพวกเราคงจะมีวาสนาต่อกัน ทว่าน่าเสียดายที่คลาดกันเสียแล้ว”
“ข้าเล่าให้คุณชายท่านนั้นฟังว่าท่านชอบอ่านตำราประเภทใด เขาก็บอกว่าอยากจะรู้จักท่านเช่นกัน ทว่าน่าเสียดายที่ไม่ได้เข้าไปทักทาย”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าคุณชายท่านนั้นพักอยู่ที่ใด”
พนักงานส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่รู้ขอรับ ข้าไม่ได้ถามไว้ ข้าแนะนำให้เขาแวะมาหาท่านอีกครั้งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทว่าเขาบอกว่าใกล้จะเดินทางออกจากเมืองกูซูแล้ว ข้าคาดว่าเขาน่าจะเตรียมตัวกลับเมืองเสียนจิงแล้วล่ะขอรับ”
“เขาเป็นคนบอกเจ้าเองหรือว่าเขามาจากเมืองเสียนจิง”
“ไม่ได้บอกตรงๆ หรอกขอรับ ข้าสังเกตจากสำเนียงการพูดของเขา เขาพูดสำเนียงเมืองกูซูไม่ได้ แต่พูดภาษาราชการได้ชัดเจนและไพเราะมาก ในบรรดาลูกค้าที่ข้าเคยพบเจอ ผู้ที่พูดภาษาราชการได้ชัดเจนปานนี้ล้วนมาจากเมืองเสียนจิงทั้งสิ้น ข้าจึงลองถามดูว่าเขามาจากเมืองเสียนจิงใช่หรือไม่ เขาก็ตอบว่าใช่ขอรับ”
คุณชายหวยจดจำคำว่า 'เมืองเสียนจิง' ไว้ในใจ “เจ้าช่วยบรรยายรูปร่างหน้าตาของคุณชายท่านนั้นให้ข้าฟังอย่างละเอียดอีกครั้งได้หรือไม่ เผื่อว่าวันหน้าข้ามีวาสนาได้พบเขา”
พนักงานสาธยายรูปร่างหน้าตาของเว่ยอวิ๋นโจวในวันนั้นให้คุณชายหวยฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทั้งยังพรรณนาถึงเครื่องแต่งกาย ถุงหอม และป้ายหยกที่เขาพกติดตัวมาในวันนั้นด้วย
“คุณชายหวย คุณชายท่านนั้นมีบุคลิกที่สูงส่งสง่างามมากทีเดียว คงจะเป็นคุณชายจากตระกูลขุนนางหรือผู้ดีมีตระกูลในเมืองเสียนจิงเป็นแน่ขอรับ”
“ขอยืมพู่กันกับกระดาษสักหน่อยได้หรือไม่”
“ย่อมได้ขอรับ”
เพียงครู่เดียว พนักงานก็นำพู่กันและกระดาษมาให้คุณชายหวย
คุณชายหวยวาดภาพใบหน้าของคุณชายแปลกหน้าตามคำบอกเล่าของพนักงาน “เจ้าลองดูสิว่าใบหน้าของคุณชายท่านนั้นเป็นเช่นนี้หรือไม่”
พนักงานพิจารณาดูภาพวาด ก่อนจะชี้แนะว่า “ริมฝีปากน่าจะเล็กกว่านี้หน่อยนะขอรับ แล้วมุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อยด้วย”
คุณชายหวยแก้ไขภาพวาดตามคำแนะนำอย่างรวดเร็ว “แล้วแบบนี้ล่ะ”
“เหมือนมากขอรับ คล้ายคลึงอย่างยิ่ง คุณชายหวยช่างมีฝีมือล้ำเลิศจริงๆ ขอรับ” พนักงานไม่คาดคิดเลยว่าคุณชายหวยจะวาดภาพตานชิงได้เก่งกาจถึงเพียงนี้
หากเว่ยอวิ๋นโจวได้เห็นภาพวาดฝีมือคุณชายหวย เขาคงต้องตะลึงจนตาค้างเป็นแน่
คุณชายหวยร่างภาพเครื่องแต่งกายของเว่ยอวิ๋นโจวในวันนั้นอย่างคร่าวๆ เมื่อวาดเสร็จ พนักงานก็ถึงกับออกปากชมไม่ขาดปาก แม้ภาพวาดจะไม่เหมือนเว่ยอวิ๋นโจวตัวจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ทว่าก็มีความคล้ายคลึงถึงแปดในสิบส่วนเลยทีเดียว
“คุณชายหวย ท่านวาดได้เหมือนมากเลยขอรับ”
“ยามว่างข้ามักจะวาดรูปเล่นน่ะ ฝีมือยังไม่ถึงขั้นหรอก”
“คุณชายหวยถ่อมตัวเกินไปแล้วขอรับ”
คุณชายหวยม้วนภาพวาดเก็บไว้ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องสนทนา ไปไถ่ถามเรื่องราวต่างๆ ในเมืองกูซูแทน
หลังจากสนทนากันได้ครู่ใหญ่ เมื่อเห็นว่าฝนเริ่มซาลงแล้ว คุณชายหวยก็เลือกซื้อตำราอีกสองเล่ม ก่อนจะขอตัวลากลับ
“หากคุณชายท่านนั้นแวะมาหาเจ้าอีก เจ้าช่วยบอกเขาด้วยนะว่าข้ามีความสนใจในตัวเขาและอยากจะทำความรู้จัก หากเขาไม่รังเกียจ ก็สามารถเขียนจดหมายถึงข้าได้” คุณชายหวยยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งที่จดที่อยู่ให้พนักงาน “บอกให้เขาส่งจดหมายมาตามที่อยู่นี้ได้เลย”
“คุณชายหวยวางใจเถิดขอรับ หากคุณชายท่านนั้นแวะมา ข้าจะรีบบอกเขาให้แน่นอนขอรับ”
“จริงสิ เรื่องที่เขาไถ่ถามเกี่ยวกับข้า และเรื่องที่ข้าไถ่ถามเกี่ยวกับเขา ข้าหวังว่าเจ้าจะเก็บเป็นความลับไม่แพร่งพรายให้ผู้ใดรับรู้นะ” คุณชายหวยเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หากมีผู้ใดมาสอบถามว่าวันนี้ข้าแวะมาที่ร้านด้วยเหตุใด เจ้าก็ตอบไปเพียงว่าข้ามาซื้อตำราและแวะมาพูดคุยทักทายกับเจ้าเท่านั้นก็พอ”
แม้พนักงานจะไม่เข้าใจเหตุผลที่เบื้องหลังคำสั่งของคุณชายหวย ทว่าเขาก็มั่นใจว่าคุณชายหวยย่อมมีเหตุผลที่สมควรอย่างแน่นอน
“ท่านวางใจเถิดขอรับ ข้าจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้ผู้ใดล่วงรู้เป็นอันขาด” พนักงานผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องความเก็บความลับเก่ง
คุณชายหวยกล่าวขอบคุณพนักงาน ก่อนจะกางร่มเดินออกจากร้านไป
หลังจากที่คุณชายหวยจากไปได้ไม่นาน ชายหนุ่มในชุดสีเทาผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นในร้านหนังสือ เขาหยิบยื่นเงินหนึ่งตำลึงให้พนักงาน ก่อนจะซักไซ้ไล่เลียงว่าคุณชายหวยแวะมาที่ร้านด้วยเหตุใด และได้พูดคุยเรื่องอันใดกับเขาบ้าง
แม้ชายผู้นี้จะมีหน้าตาธรรมดาสามัญ ทว่าแววตาของเขากลับดูดุดันน่ากลัว พนักงานสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา และเริ่มเข้าใจเหตุผลที่คุณชายหวยกำชับให้เก็บความลับ
พนักงานจึงตอบไปตามที่คุณชายหวยสั่งไว้ว่า คุณชายหวยแวะมาซื้อตำราและพูดคุยเรื่องสัพเพเหระกับเขาเท่านั้น
ชายชุดเทารับฟังคำตอบ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากร้านไป
พนักงานมองตามแผ่นหลังของชายชุดเทาด้วยความกังวลใจเป็นห่วงความปลอดภัยของคุณชายหวย
คุณชายหวยกำลังถูกคนร้ายหมายหัวอยู่หรือเปล่านะ