เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(✓) EP 118: งานชุมนุมบัณฑิตชาวเจียงหนานจัดขึ้นที่หอสุรากูซู

(✓) EP 118: งานชุมนุมบัณฑิตชาวเจียงหนานจัดขึ้นที่หอสุรากูซู

(✓) EP 118: งานชุมนุมบัณฑิตชาวเจียงหนานจัดขึ้นที่หอสุรากูซู


() EP 118: งานชุมนุมบัณฑิตชาวเจียงหนานจัดขึ้นที่หอสุรากูซู

เมื่อเว่ยอวิ๋นโจวและหลี่เฉวียนมาถึงศึกษาเรือนหน้า ก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าภายในห้องคลาคล่ำไปด้วยผู้คน จากที่เคยมีเพียงเว่ยอี้เฟิงและหลี่เฉวียนร่วมชั้นเรียนกับเขาเพียงสามคนในช่วงหลายวันที่ผ่านมา จู่ๆ วันนี้ก็มีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาถึงเจ็ดคน บรรยากาศเงียบเหงาพลันแปรเปลี่ยนเป็นคึกคักจอแจ ทำเอาเขารู้สึกเหมือนเดินเข้าผิดห้องเสียอย่างนั้น

ปกติแล้วเว่ยอวิ๋นโจวและหลี่เฉวียนจะมาถึงในเวลานี้ ซึ่งก็ถือว่าเช้ามากแล้ว ทว่าวันนี้พวกเขากลับกลายเป็นผู้มาสายที่สุดเสียนี่ นี่พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรืออย่างไร เหตุใดแต่ละคนจึงมาเช้ากันถึงเพียงนี้

เว่ยอี้เฟิงสังเกตเห็นแววตาฉงนของเว่ยอวิ๋นโจว จึงเดินเข้าไปกระซิบข้างหู “ตอนที่ข้ามาถึง พวกพี่อี้อันก็มาถึงกันหมดแล้ว” เว่ยอี้เฟิงยังคงรั้งตำแหน่งผู้ที่มาถึงศึกษาเรือนหน้าเป็นคนแรกอยู่เช่นเดิม

“พวกพี่สามมาพร้อมกับพวกพี่อี้อันอย่างนั้นหรือ”

เว่ยอี้เฟิงพยักหน้าตอบรับ “ใช่แล้ว มาพร้อมกันเลย” เขาหรี่เสียงลงพลางกล่าวต่อ “ดูเหมือนว่าพวกพี่สามจะไปรวมตัวกันที่เรือนโยวหวงเพื่อรอพวกพี่อี้อันแต่เช้าตรู่ จากนั้นจึงเดินมาพร้อมกันน่ะ”

“มิน่าเล่า” เว่ยอวิ๋นโจวปรายตามองเว่ยอี้ซงและพรรคพวกที่กำลังรุมล้อมเว่ยอี้อันอยู่ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มแฝงความนัย “เห็นได้ชัดว่าพวกพี่สามชื่นชอบพวกพี่อี้อันมากทีเดียว”

“น้องแปด เราเข้าไปทักทายพวกพี่อี้อันกันสักหน่อยดีหรือไม่” เว่ยอี้เฟิงไม่กล้าเข้าไปเพียงลำพัง จึงเฝ้ารอให้เว่ยอวิ๋นโจวมาถึง เพื่อจะได้เข้าไปทักทายพร้อมกัน

“พี่สี่ ท่านเข้าไปเถิด ข้าขอตัว” เว่ยอวิ๋นโจวเอ่ยอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว “ข้าไม่อยากเข้าไปขัดจังหวะให้พวกเขาหมดสนุกหรอก”

เว่ยอี้เฟิงคาดไม่ถึงเลยว่าเว่ยอวิ๋นโจวจะเอ่ยออกมาตรงๆ เช่นนี้ เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าว “น้องแปด หากเจ้าไม่ไป ข้าก็จะไม่ไปเช่นกัน”

“พี่สี่ ท่านไม่ต้องสนใจข้าหรอก หากท่านอยากไปก็ไปเถิด” เว่ยอวิ๋นโจวเอ่ยยุยง “นี่มันศึกษาเรือนหน้านะ หากพี่สี่เข้าไปทักทาย พวกพี่อี้อันก็ต้องทักทายตอบอย่างแน่นอน เข้าไปเถิด”

เว่ยอี้เฟิงส่ายหน้าด้วยความหวาดหวั่น “ข้าขี้ขลาดเกินไป ไม่กล้าเข้าไปทักทายเพียงลำพังหรอก”

“พี่สี่ ท่านอย่าหวังว่าข้าจะไปเป็นเพื่อนท่านล่ะ ข้าไม่มีทางไปเด็ดขาด” เอ่ยจบ เว่ยอวิ๋นโจวก็หยิบตำรา ชุดพู่กัน หมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึกออกมาจากย่าม

เว่ยอี้เฟิง “...” จำเป็นต้องพูดตรงปานนี้เชียวหรือ

หลี่เฉวียนที่ลอบมองอยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นสีหน้าแข็งค้างของเว่ยอี้เฟิง ก็แทบจะกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่อยู่

เมื่อเห็นเว่ยอวิ๋นโจวเอาแต่จดจ่ออยู่กับตำรา ไม่ยอมสนใจตนอีก เว่ยอี้เฟิงจึงจำต้องเดินคอตกกลับไปนั่งที่ของตน

เว่ยอวิ๋นโจวตั้งใจอ่านตำราอย่างแน่วแน่ ไม่สนใจเสียงหัวเราะต่อกระซิกที่ลอยแว่วมาจากเบื้องหน้า ทว่าหลี่เฉวียนกลับจ้องมองกลุ่มคนเบื้องหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น คอยเงี่ยหูฟังว่าพวกเขากำลังสนทนาเรื่องอันใดกัน

พวกเว่ยอี้ซงกำลังพูดคุยกับพวกเว่ยอี้อันเรื่องงานชมบุปผา

แม้หลายปีที่ผ่านมา จวนเว่ยกั๋วกงจะเคยจัดงานชมบุปผาอยู่บ้าง ทว่าก็เป็นเพียงการเชิญญาติสนิทมิตรสหายมาร่วมชมความงามของหมู่มวลพฤกษาเท่านั้น หาได้เชิญบุคคลภายนอกไม่ ทว่างานชมบุปผาที่จะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้นั้น แตกต่างจากครั้งก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง เพราะจะมีผู้คนมากมายหลั่งไหลมาร่วมงานโดย ‘ไม่ได้นัดหมาย’

ตอนที่พวกเว่ยอี้อันยังพำนักอยู่ในต่างเมือง ชุยซื่อก็เคยจัดงานชมบุปผาอยู่บ่อยครั้ง ทว่าก็เทียบไม่ได้กับงานชมบุปผาที่จวนเว่ยกั๋วกงกำลังจะจัดขึ้นอย่างแน่นอน

งานชมบุปผาในช่วงปลายเดือนนี้นั้นแฝงความนัยอันลึกซึ้งไว้มากมาย เมื่อพวกเว่ยอี้ซงเอ่ยถึงงานนี้ แววตาของแต่ละคนจึงทอประกายตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด

“ญาติผู้น้อง ดูเหมือนว่าพวกเขาจะตั้งตารอคอยงานชมบุปผาในช่วงปลายเดือนนี้มากเลยนะ ราวกับอยากให้จัดขึ้นในวันพรุ่งนี้เสียเลย”

เว่ยอวิ๋นโจวสายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ตำรา พลางเอ่ยตอบหลี่เฉวียน “งานชมบุปผาในช่วงปลายเดือนนี้ จะช่วยกอบกู้ชื่อเสียงของจวนเว่ยกั๋วกงให้กลับมาผงาดอีกครั้ง และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ เป็นการประกาศให้บรรดาขุนนางและชนชั้นสูงในเมืองเสียนจิงได้รับรู้ว่า จวนเว่ยกั๋วกงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ท่านคิดว่าพวกเขาจะไม่ตื่นเต้น ไม่ตั้งตารอคอยได้อย่างไร”

“อ้อ ข้าเข้าใจแล้ว ก็เพื่อโอ้อวดบารมีนี่เอง”

“ถูกต้อง”

“ถ้าเช่นนั้น งานชมบุปผาวันนั้นคงจะมีเรื่องสนุกๆ ให้ดูไม่น้อยเลยสิ” วันงานชมบุปผาคงจะมีงิ้วฉากใหญ่ให้ชมมากมายเป็นแน่

“ญาติผู้พี่ พวกเราไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องวุ่นวายเหล่านี้หรอกนะ”

“ทำไมล่ะ” หลี่เฉวียนเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “ญาติผู้น้อง พวกเราจะไม่ไปร่วมงานอย่างนั้นหรือ”

“เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวาย ข้าตั้งใจว่าจะไม่ไปร่วมงาน”

“ก็ถูกของเจ้า วันนั้นคงมีเรื่องวุ่นวายมากมายจริงๆ”

หลี่เฉวียนไม่ได้เอ่ยสิ่งใดอีก และหันกลับไปสนใจตำราของตนเช่นกัน

ผ่านไปครู่ใหญ่ เมิ่งเซียนเซิงก็เดินทางมาถึง เมื่อเห็นพวกเว่ยอี้อันนั่งอยู่พร้อมหน้า เขาก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจแต่อย่างใด เพราะเมื่อวานเว่ยจิ่นจือได้มาพบเขาแล้ว และได้แจ้งให้ทราบว่าบุตรชายทั้งสองจะกลับมาศึกษาที่ศึกษาเรือนหน้า นอกจากเรื่องนี้แล้ว เว่ยจิ่นจือยังได้หารือเรื่องอื่นกับเขาอีกด้วย

เมื่อเว่ยอี้อันและเว่ยอี้ปังเห็นเมิ่งเซียนเซิง พวกเขาก็ลุกขึ้นทำความเคารพอย่างนอบน้อม

เมิ่งเซียนเซิงกล่าวต้อนรับพวกเขากลับมาศึกษาที่ศึกษาเรือนหน้า จากนั้นก็เอ่ยให้กำลังใจอีกสองสามประโยค ก่อนจะสอบถามถึงความคืบหน้าในการศึกษา

พวกเว่ยอี้อันเพิ่งเริ่มศึกษาคัมภีร์ซ่างซู เมิ่งเซียนเซิงจึงเริ่มสอนคัมภีร์ซ่างซูให้พวกเขาเป็นกลุ่มแรก หลังจากสอนพวกเขาเสร็จ จึงค่อยเปลี่ยนไปสอนพวกเว่ยอี้ซง

และท้ายที่สุด ก็ถึงคิวของเว่ยอวิ๋นโจว

เมิ่งเซียนเซิงสั่งให้เขาท่องคัมภีร์เมิ่งจื่อบทหลีโหลวที่เรียนไปเมื่อวานให้ฟังเสียก่อน

เมื่อพวกเว่ยอี้ป๋อได้ยินว่าเว่ยอวิ๋นโจวเรียนถึงคัมภีร์เมิ่งจื่อบทหลีโหลวแล้ว พวกเขาก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

พวกเขาขาดเรียนไปเพียงไม่กี่วัน เจ้าทึ่มเว่ยอวิ๋นโจวกลับเรียนไปถึงบทหลีโหลวแล้ว นี่มันจะก้าวหน้าเร็วเกินไปหน่อยหรือไม่

เว่ยอวิ๋นโจวหยัดกายลุกขึ้นยืน และเริ่มท่องจำอย่างคล่องแคล่ว “เมิ่งจื่อกล่าวว่า สายตาอันเฉียบแหลมของหลีโหลว...”

คัมภีร์เมิ่งจื่อบทหลีโหลวตอนต้นมีทั้งหมด 28 บทย่อย เว่ยอวิ๋นโจวท่องจำได้อย่างขึ้นใจไม่มีตกหล่นแม้แต่ตัวอักษรเดียว

ในตอนแรก พวกเว่ยอี้อันไม่ได้สนใจฟังเว่ยอวิ๋นโจวท่องตำรานัก ทว่าเมื่อฟังไปได้สักพัก สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไป ปรากฏแววตื่นตะลึงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อครู่ที่พวกเว่ยอี้ซงท่องตำรา พวกเขาท่องแบบตะกุกตะกัก หรือไม่ก็มีตรงที่ท่องผิดพลาด ไม่มีผู้ใดท่องได้คล่องแคล่วและแม่นยำเหมือนเว่ยอวิ๋นโจวเลย

เว่ยอี้อันและเว่ยอี้ปังหันกลับไปมองเจ้าหนูตัวอ้วนกลมเว่ยอวิ๋นโจวที่นั่งอยู่รั้งท้าย สมัยที่พวกเขาเรียนบทหลีโหลว พวกเขายังท่องได้ไม่คล่องแคล่วเท่าเว่ยอวิ๋นโจวเลยด้วยซ้ำ

หลังจากเว่ยอวิ๋นโจวท่องจบ เมิ่งเซียนเซิงก็เริ่มสุ่มถามความหมายของประโยคต่างๆ

“ทำสงครามแย่งชิงดินแดน เข่นฆ่าผู้คนล้มตายเกลื่อนกลาด...”

เว่ยอวิ๋นโจวตอบกลับทันที “การทำสงครามเพื่อแย่งชิงดินแดน...”

เมิ่งเซียนเซิงสุ่มถามอีกหลายประโยค เว่ยอวิ๋นโจวก็สามารถตอบได้ถูกต้องทั้งหมด

ยิ่งพวกเว่ยอี้อันได้ฟัง ความประหลาดใจในใจก็ยิ่งทวีคูณ

การสุ่มถามของเมิ่งเซียนเซิงเมื่อครู่นั้น เป็นการสุ่มแบบไม่มีรูปแบบตายตัว ทั้งยังไม่ได้เรียงตามลำดับเนื้อหา และที่สำคัญที่สุดคือ เมิ่งเซียนเซิงได้สุ่มถามเนื้อหาจากบทอื่น ที่ไม่ใช่บทหลีโหลวด้วย ทว่าเว่ยอวิ๋นโจวก็ยังสามารถตอบได้ถูกต้องทั้งหมด

เจ้าหนูอ้วนกลมเว่ยอวิ๋นโจวผู้นี้ ภายนอกดูซื่อบื้อ ไม่น่าจะเป็นคนฉลาดปราดเปรื่อง ทว่าเหตุใดจึงเรียนหนังสือเก่งกาจถึงเพียงนี้

เมิ่งเซียนเซิงอนุญาตให้เว่ยอวิ๋นโจวนั่งลง จากนั้นก็เริ่มสอนคัมภีร์เมิ่งจื่อบทหลีโหลวตอนปลายให้แก่เขา

ยามอู่ เมื่อหมดเวลาเรียน พวกเว่ยอี้อันก็เดินตามพวกเว่ยอี้ซงออกจากศึกษาเรือนหน้าไป

พวกเขาได้สอบถามเรื่องราวของเว่ยอวิ๋นโจวจากพวกเว่ยอี้ซง

พวกเว่ยอี้หยางใช้น้ำเสียงดูแคลนขณะเล่าเรื่องเว่ยอวิ๋นโจวให้พวกเว่ยอี้อันฟัง พวกเขาบอกว่าเว่ยอวิ๋นโจวเป็นเพียงบุตรของหลี่อี๋เหนียง ซึ่งมีพื้นเพมาจากครอบครัวพ่อค้า เขาเป็นแค่ไอ้ทึ่มที่รู้แต่เรื่องกิน ถึงจะท่องตำราเก่ง ก็ไม่ได้มีความหมายอันใด

เมื่อเว่ยอี้อันและน้องชายได้ฟังคำเหยียดหยามเหล่านั้น สีหน้าของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

พวกเว่ยอี้หยางรีบเปลี่ยนเรื่องสนทนา เลิกพูดถึงเว่ยอวิ๋นโจว และหันไปคุยเรื่องอื่นแทน

พวกเว่ยอี้อันก็ตามน้ำไป สนทนาเรื่องอื่นร่วมกับพวกเขา เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับเรือนของตน

เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่เรือนโยวหวง เว่ยอี้ปังก็อดรนทนไม่ไหว โพล่งออกมา “พี่ใหญ่ ท่านได้ยินที่พวกเขาพูดเมื่อครู่หรือไม่ พวกเขาพูดจริงจังหรือนี่”

“ข้าพอจะรู้ว่าบรรดาบุตรชายของท่านลุงใหญ่นั้นโง่เขลา ทว่าไม่นึกเลยว่าจะโง่เขลาถึงเพียงนี้”

“พวกเขาเองยังท่องตำราตะกุกตะกักอยู่เลย กล้าดีอย่างไรไปเหยียดหยามเว่ยอวิ๋นโจวว่ามีดีแค่ท่องตำรา” สิ่งที่ทำให้เว่ยอี้ปังระอาที่สุดคือ ท่าทางจองหองพองขนของพวกเขา และน้ำเสียงดูแคลนที่ใช้พูดถึงเว่ยอวิ๋นโจว “อีกอย่าง พวกเขาไม่ได้ตั้งใจฟังคำอธิบายความหมายของเว่ยอวิ๋นโจวเลยหรือไร”

“พวกคนโง่เขลา จะไปฟังออกได้อย่างไรว่าคำอธิบายของเว่ยอวิ๋นโจวนั้นลึกซึ้งเพียงใด”

“ช่างเป็นพวกโง่เขลาที่หลงตัวเองเสียจริง” เว่ยอี้ปังเอ่ยอย่างไม่ไว้หน้า “ตัวเองก็เป็นแค่บุตรอนุเหมือนกัน เอาความมั่นใจมาจากไหนไปดูแคลนเว่ยอวิ๋นโจว”

“ตอนนี้ก็ประจักษ์แล้วว่า บรรดาบุตรชายของท่านลุงใหญ่ไม่ได้โง่เขลาไปเสียทุกคน นอกจากพี่ใหญ่(อี้เหวิน)แล้ว เว่ยอวิ๋นโจวผู้นี้ก็เป็นผู้มีปัญญาเฉียบแหลมเช่นกัน”

“การต้องทนปั้นหน้าคุยกับพวกโง่เขลาที่หลงตัวเองพวกนี้ทุกวัน ช่างน่ารำคาญใจเสียจริง”

“จะทำอย่างไรได้ล่ะ ในเมื่อพวกเราเป็นเครือญาติกัน”

ในขณะเดียวกัน เว่ยอวิ๋นโจวก็ติดตามเมิ่งเซียนเซิงไปยังเรือนซงม่อ เพื่อนำกลอนคู่สองสามบทที่เขาแต่งไว้ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาให้เมิ่งเซียนเซิงตรวจดู

หลังจากเมิ่งเซียนเซิงตรวจดูแล้ว ก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก

“แต่งได้ดีมาก”

“ขอบคุณเซียนเซิงที่ชื่นชมขอรับ” เว่ยอวิ๋นโจวเอ่ยถาม “เซียนเซิง พวกเราจะไปร่วมงานชุมนุมบัณฑิตชาวเจียงหนานเมื่อใดหรือขอรับ”

“อีกห้าวันข้างหน้า จัดที่หอสุรากูซูน่ะ”

“หอสุรากูซูหรือ” เว่ยอวิ๋นโจวตกตะลึงไปชั่วขณะ นั่นมันหอสุราของอี๋เหนียงข้ามิใช่หรือ

“ปีนี้เวียนมาจัดที่หอสุรากูซูพอดี” ในเมืองเสียนจิงมีหอสุราที่เปิดโดยชาวเจียงหนานอยู่มากมาย งานเลี้ยงฉานกงซึ่งจัดขึ้นทุกๆ สามปี จะเวียนไปจัดตามหอสุราของชาวเจียงหนานเหล่านั้น

เว่ยอวิ๋นโจวรำพึงในใจ “'ช่างบังเอิญเสียจริง'”

จบบทที่ (✓) EP 118: งานชุมนุมบัณฑิตชาวเจียงหนานจัดขึ้นที่หอสุรากูซู

คัดลอกลิงก์แล้ว