- หน้าแรก
- ระบบจักรพรรดิ มังกรซ่อนเร้นจุดเริ่มต้นแห่งเป่ยเหลียง
- EP 1238: แคว้นไห่เจี่ยวผู้ล้าหลัง
EP 1238: แคว้นไห่เจี่ยวผู้ล้าหลัง
EP 1238: แคว้นไห่เจี่ยวผู้ล้าหลัง
EP 1238: แคว้นไห่เจี่ยวผู้ล้าหลัง
ด้วยการนำทางของจิงอวี๋ หลี่สวินและคณะจึงสามารถแล่นเรืออ้อมแนวหินโสโครกทางฝั่งตะวันออกของเกาะ มายังฝั่งใต้ของเกาะได้อย่างปลอดภัย และสามารถนำเรือเข้าเทียบท่าได้อย่างราบรื่น
จิงอวี๋ทั้งสองตัวว่ายวนเวียนไปมาอยู่บริเวณหน้าเรือมังกรอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเตรียมว่ายจากไป!
“ลาก่อนนะ เฉิงเฟิง พั่วลั่ง!” เมื่อเห็นจิงอวี๋กำลังจะจากไป โจวหมิ่นเอ๋อร์และคนอื่นๆ ก็พากันโบกมือลา ในยามนี้พวกนางยิ่งรู้สึกรักและผูกพันกับจิงอวี๋ทั้งสองตัวนี้มากขึ้นไปอีก
“ฝ่าบาท ฝ่าบาทเพคะ!”
โจวหมิ่นเอ๋อร์วิ่งเหยาะๆ เข้ามาหาหลี่สวิน “ฝ่าบาทเพคะ จิงอวี๋กินอะไรเป็นอาหารหรือเพคะ”
“กุ้งหอยปูปลาตัวเล็กๆ”
หลี่สวินหันมาตอบ “เจ้าอยากจะให้อาหารพวกมันกระนั้นหรือ”
“อืมๆ!”
โจวหมิ่นเอ๋อร์พยักหน้ารัวๆ “หม่อมฉันอยากจะให้อาหารพวกมันสักหน่อย จะได้สนิทสนมกันมากขึ้นไงเพคะ”
พูดจบ โจวหมิ่นเอ๋อร์ก็หัวเราะคิกคักออกมา
“หมิ่นเอ๋อร์ เจ้ากำลังคิดวางแผนอะไรอยู่อีกล่ะ” หลี่สวินจ้องมองโจวหมิ่นเอ๋อร์พลางตรัสถาม พระองค์ทรงรู้จักนิสัยใจคอของโจวหมิ่นเอ๋อร์ดี
เด็กสาวผู้นี้คงไม่ได้คิดแค่จะผูกมิตรกับจิงอวี๋เพียงอย่างเดียวแน่ๆ
โจวหมิ่นเอ๋อร์เม้มริมฝีปาก ก่อนจะตอบว่า “ไม่มีเรื่องใดเล็ดลอดสายตาฝ่าบาทไปได้เลยจริงๆ ฮิฮิ หม่อมฉันจะผูกมิตรกับเฉิงเฟิงและพั่วลั่งเอาไว้ ถึงเวลานั้นหม่อมฉันก็จะได้ไปนั่งตกปลาบนหลังของพวกมัน มันคงจะเจ๋งไปเลยใช่ไหมเพคะ”
อึก!
ความคิดของโจวหมิ่นเอ๋อร์ทำให้หลี่สวินถึงกับรู้สึกประหลาดใจ ในสมองของนางวันๆ เอาแต่คิดเรื่องอะไรกัน ถึงได้คิดอยากจะไปนั่งตกปลาบนหลังจิงอวี๋
ทว่าความคิดของโจวหมิ่นเอ๋อร์ก็พอจะมีทางเป็นไปได้อยู่บ้าง จิงอวี๋เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มิได้มีเหงือกเหมือนปลาทั่วไป
จิงอวี๋อาศัยปอดในการหายใจ ดังนั้นทุกๆ ระยะเวลาหนึ่ง พวกมันก็จะต้องลอยตัวขึ้นมาเหนือผิวน้ำ เพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด
“ต่อให้สนิทสนมกันแค่ไหน เจ้าก็ไปตกปลาบนหลังจิงอวี๋ไม่ได้หรอกนะ” หลี่สวินตรัส
“ทำไมล่ะเพคะ”
“มันอันตรายเกินไป เจิ้นไม่อยากเห็นเจ้าได้รับบาดเจ็บหรอกนะ” หลี่สวินเอื้อมมือไปบีบจมูกโจวหมิ่นเอ๋อร์เบาๆ
ในบริเวณนั้นยังมีผู้คนอีกมากมาย เมื่อจู่ๆ ถูกหลี่สวินบีบจมูก ใบหน้าของโจวหมิ่นเอ๋อร์ก็พลันแดงระเรื่อขึ้นมาในทันที นางพึมพำเบาๆ ว่า
'คนใจร้าย' ก่อนจะรีบหันหลังเดินหนีไป ทว่าภายในใจกลับรู้สึกเบิกบานใจยิ่งนัก
ณ บริเวณชายฝั่งของเกาะที่อยู่เบื้องหน้า ผู้คนจำนวนมากต่างก็มองเห็นขบวนเรือของจักรวรรดิต้าหมิงแล้ว พวกเขาพากันแห่มาที่ชายฝั่ง ภายในแววตาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและความอยากรู้อยากเห็น
แคว้นไห่เจี่ยวเองก็มีเรือเป็นของตนเอง ทว่าเรือของพวกเขาก็มีขนาดพอๆ กับเรือเร็วของต้าหมิงเท่านั้น ไม่อาจจะเทียบเคียงได้กับเรือรบหรือเรือคุ้มกันของจักรวรรดิต้าหมิงได้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรือมังกรขนาดมหึมา
ผู้คนแห่งแคว้นไห่เจี่ยวทอดสายตามองดูกองเรือขนาดมหึมาที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามายังเกาะของพวกเขา ด้วยความรู้สึกราวกับว่าเทพยดาจากสรวงสวรรค์กำลังเสด็จลงมาโปรด
หลายคนบนเกาะถึงกับคุกเข่ากราบไหว้ เผื่อว่าหากเป็นทวยเทพจริงๆ พวกเขาก็จะได้รับการคุ้มครอง
กองเรือของต้าหมิงจอดเทียบท่าที่ชายหาด บริเวณด้านหน้าเป็นเขตน้ำตื้น หากเรือขนาดใหญ่แล่นเข้าไปใกล้กว่านี้ก็อาจจะเกยตื้นได้ ดังนั้นหลังจากนี้พวกเขาจึงต้องเปลี่ยนไปใช้เรือลำเล็กเพื่อเดินทางขึ้นฝั่ง
เจิ้งเทียนเหอเดินเข้าไปหาหลี่สวิน ก่อนจะกราบทูลว่า “ทูลฝ่าบาท เฉินเหวินหลงและหูซื่อไห่ได้ล่วงหน้าขึ้นไปบนเกาะเพื่อไปเข้าเฝ้าจักรพรรดิแห่งแคว้นไห่เจี่ยวแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม แคว้นไห่เจี่ยวมีเพียงแค่เกาะแห่งนี้เกาะเดียวเท่านั้นหรือ” หลี่สวินเสด็จไปที่หัวเรือมังกร พลางทอดพระเนตรไปยังเกาะไห่เจี่ยวที่อยู่ไม่ไกลนัก
เจิ้งเทียนเหอกราบทูลว่า “ทูลฝ่าบาท แคว้นไห่เจี่ยวมีเพียงเกาะขนาดใหญ่แห่งนี้เพียงแห่งเดียว บนเกาะมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณแปดหมื่นคน และยังมีเกาะเล็กๆ โดยรอบอีกสองสามเกาะ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณสองหมื่นคน รวมแล้วมีประชากรทั้งหมดประมาณหนึ่งแสนคนพ่ะย่ะค่ะ”
ไทเฮาและคนอื่นๆ ก็เสด็จมาสมทบกับหลี่สวิน เมื่อได้ยินเจิ้งเทียนเหอกราบทูลว่าแคว้นไห่เจี่ยวมีเพียงแค่เกาะขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวและเกาะเล็กๆ
อีกสองสามเกาะ ภายในใจของพวกนางก็รู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย
การเดินทางมายังแคว้นไห่เจี่ยวในครานี้ พวกนางคิดว่าจะได้พบกับเกาะที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ อย่างน้อยก็ควรจะใหญ่เท่ากับอำเภอหนึ่งของจักรวรรดิต้าหมิง
ทว่าคาดไม่ถึงเลยว่ามันจะมีขนาดเล็กเพียงแค่นี้ เกรงว่าจะเล็กกว่าอำเภอหนึ่งของจักรวรรดิต้าหมิงเสียด้วยซ้ำ
“ทูลฝ่าบาท ถึงแม้แคว้นไห่เจี่ยวจะมีอาณาเขตไม่กว้างใหญ่นัก ทว่าทำเลที่ตั้งของพวกเขากลับมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง บรรดาพ่อค้าจากบริเวณใกล้เคียงมักจะเดินทางมาทำการค้า หรือแวะพักอาศัยที่นี่เป็นประจำพ่ะย่ะค่ะ”
เจิ้งเทียนเหอกราบทูลเพิ่มเติม
“และโดยทั่วไปแล้ว พ่อค้ามมักจะเข้ามายังเกาะทางฝั่งเหนือ ส่วนบริเวณอื่นไม่อนุญาตให้ผ่านเข้าออกพ่ะย่ะค่ะ”
หลี่สวินรับฟังอย่างตั้งใจ จากนั้นจึงนำพาทุกคนลงเรือลำเล็ก มุ่งหน้าเข้าสู่เกาะไห่เจี่ยว
บรรดาผู้คนบนชายฝั่งต่างก็พากันถอยกรูดไปเบื้องหลัง ภายในใจเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึง พวกเขาไม่รู้ว่าผู้ที่เดินทางมาคือเทพยดาจริงๆ หรือไม่
“เสื้อผ้าที่พวกเขาสวมใส่อยู่ ดูแปลกตาจากพวกเราไปมากเลยนะพ่ะย่ะค่ะ” หลี่จิ้นจงที่ยืนอยู่ข้างกายทอดสายตามองไปยังผู้คนบนเกาะด้วยความประหลาดใจ
ราษฎรบนเกาะไห่เจี่ยวสวมใส่เสื้อผ้าที่ทำมาจากหนังสัตว์หรือใบไม้
ชาวต้าหมิงคนอื่นๆ ต่างก็รู้สึกประหลาดใจเช่นเดียวกัน ผู้คนบนแคว้นไห่เจี่ยวสวมใส่เสื้อผ้าแปลกประหลาดเช่นนี้เชียวหรือ
“ในแคว้นไห่เจี่ยว มีเพียงแค่จักรพรรดิและผู้มีอันจะกินเท่านั้นที่สามารถหาซื้อเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มแบบปกติมาสวมใส่ได้ ส่วนราษฎรทั่วไปนั้นยากจนข้นแค้นนัก จึงต้องใช้ใบไม้มาทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม หรือหากสามารถล่าสัตว์มาได้ ก็จะนำหนังสัตว์มาทำเป็นเสื้อผ้าพ่ะย่ะค่ะ”
เจิ้งเทียนเหออธิบายให้ทุกคนฟัง แคว้นไห่เจี่ยวแม้จะมีทำเลที่ตั้งดีเยี่ยม ทว่าพวกเขากลับไม่รู้จักวิธีการบริหารจัดการบ้านเมือง สิ่งที่พวกเขาทำก็คือการขายผลไม้บางชนิด ราษฎรทั่วไปจึงยากจนข้นแค้นเป็นอย่างมาก
“ทว่าจักรพรรดิและบรรดาขุนนางของพวกเขากลับร่ำรวยมั่งคั่งเป็นอย่างมาก บรรดาพ่อค้าจากมณฑลชิงโจวที่เดินทางมาทำการค้าที่นี่ ก็มักจะมุ่งเน้นไปที่การค้าขายกับจักรพรรดิและขุนนางเหล่านี้เป็นหลักพ่ะย่ะค่ะ”
ผู้คนแห่งแคว้นไห่เจี่ยวต่างจ้องมองหลี่สวินและคนอื่นๆ ที่สวมใส่เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มอันหรูหรา และมีสง่าราศีที่โดดเด่นเหนือผู้คน ผนวกกับรูปร่างกำยำล่ำสันของทหารต้าหมิง ทำให้พวกเขาบังเกิดความรู้สึกยำเกรง
พวกเขารู้สึกราวกับว่าหลี่สวินและคนอื่นๆ คือเทพยดา ส่วนทหารต้าหมิงก็คือทหารสวรรค์
ทหารแห่งแคว้นไห่เจี่ยวนั้นมีรูปร่างผอมบางและไม่มีชุดเกราะสวมใส่ จึงไม่อาจเทียบเคียงกับทหารต้าหมิงได้เลยแม้แต่น้อย
ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยเห็นแต่พวกโจรสลัด ซึ่งพวกโจรสลัดเหล่านั้นมักจะมีรูปร่างผอมโซหน้าตาหน้าเกลียด ราวกับลิงค่าง ย่อมไม่อาจเทียบเคียงกับทหารสวรรค์ที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขาได้เลย
ในขณะที่หลี่สวินและคณะกำลังก้าวเดินไปข้างหน้า จู่ๆ ก็มีกลุ่มคนวิ่งกระหืดกระหอบตรงเข้ามา ผู้นำของกลุ่มเป็นบุรุษผิวสีดำแดงร่างสูงใหญ่
หูซื่อไห่และเฉินเหวินหลงก็เดินตามหลังมาติดๆ
“บุรุษผิวสีดำแดงผู้นี้น่าจะเป็นจักรพรรดิแห่งแคว้นไห่เจี่ยวกระมัง” โจวเหวินเทาจ้องมองบุรุษผิวสีดำแดงผู้นั้นพลางกล่าว
“หากเจ้าไม่บอกข้าก็คงไม่ทันสังเกต ผู้คนบนเกาะเล็กๆ แห่งนี้มีผิวสีดำคล้ำไปหมด เหตุใดสีผิวของพวกเขาจึงแตกต่างจากพวกเราเล่า” หลี่จิ้นจงมองไปยังราษฎรที่อยู่ไกลออกไป
ตั้งแต่ก่อนที่หลี่สวินจะเสด็จลงจากเรือ พระองค์ก็ทรงสังเกตเห็นแล้วว่าผู้คนในที่แห่งนี้มีผิวสีดำคล้ำ ทว่าพวกเขาก็มิใช่คนผิวดำแต่อย่างใด
ผู้คนแห่งแคว้นไห่เจี่ยวก็มีผิวสีเหลืองเฉกเช่นเดียวกับผู้คนในจักรวรรดิต้าหมิง ทว่าสาเหตุที่สีผิวของพวกเขาคล้ำดำลงไป ก็เป็นเพราะต้องตากแดดตากลมอยู่เป็นประจำ เมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนาน สีผิวจึงคล้ำลง
หากปล่อยให้พวกเขาไม่ต้องโดนแดดสักครึ่งปีหรือหนึ่งปี สีผิวของพวกเขาก็จะสามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้อย่างแน่นอน
จักรพรรดิแห่งแคว้นไห่เจี่ยววิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาจนถึงเบื้องหน้าของหลี่สวิน ในทันทีที่ได้สัมผัสกับกลิ่นอายแห่งความเป็นจักรพรรดิของหลี่สวิน
ภายในใจของเขาก็รู้สึกสั่นสะท้านด้วยความตื่นตะลึงและเลื่อมใสศรัทธา
ทว่าในจังหวะนั้นเอง จักรพรรดิแห่งแคว้นไห่เจี่ยวก็คุกเข่าลงกับพื้น พร้อมกับโขกศีรษะให้หลี่สวิน
บรรดาผู้ติดตามของจักรพรรดิ ซึ่งน่าจะเป็นขุนนางแห่งแคว้นไห่เจี่ยว ก็รีบคุกเข่าลงตามไปด้วย
บรรดาขุนนางแห่งแคว้นไห่เจี่ยวต่างก็มีทหารติดตามมาด้วย ทหารเหล่านี้สวมใส่เครื่องแต่งกายที่ดูคล้ายกับเกราะเถาวัลย์ ทว่าคุณภาพของมันกลับต่ำต้อยกว่าเกราะเถาวัลย์ที่แท้จริงมาก
อาวุธของทหารแห่งแคว้นไห่เจี่ยวก็ดูเก่าซอมซ่อ ไม่รู้ว่าใช้งานมานานแล้ว หรือว่าซื้อของมือสองมาใช้กันแน่ กล่าวโดยสรุปก็คือ ผู้คนแห่งแคว้นไห่เจี่ยวดูยากจนและล้าหลังเป็นอย่างมาก
ไทเฮาและฮองเฮาตลอดจนพระสนมคนอื่นๆ มองภาพเบื้องหน้าด้วยความประหลาดใจ มิน่าเล่า เจิ้งเทียนเหอจึงเรียกคนบนเกาะแห่งนี้ว่า “คนเถื่อน” เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับจักรวรรดิต้าหมิงแล้ว พวกเขาดูล้าหลังกว่ามากจริงๆ
จักรพรรดิแห่งแคว้นไห่เจี่ยวคุกเข่าอยู่บนพื้น พลางพร่ำพูดภาษาแปลกประหลาดออกมา ในที่แห่งนี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถฟังเข้าใจได้