- หน้าแรก
- ระบบจักรพรรดิ มังกรซ่อนเร้นจุดเริ่มต้นแห่งเป่ยเหลียง
- EP 1108: ขอขมาก็ต้องแสดงความจริงใจ
EP 1108: ขอขมาก็ต้องแสดงความจริงใจ
EP 1108: ขอขมาก็ต้องแสดงความจริงใจ
EP 1108: ขอขมาก็ต้องแสดงความจริงใจ
เมื่อกลับมาถึงหน่วยงานทางการทูต อีหว่าหลัวก็นั่งนิ่งงันอยู่ภายในห้องโดยไม่ปริปากเอ่ยสิ่งใด
เขาคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าจักรวรรดิต้าหมิงจะให้การสนับสนุนแคว้นเสวียนเยี่ยถึงเพียงนี้
แม้ว่าทหารต้าหมิงจะไม่ได้ยื่นมือเข้าช่วยแคว้นเสวียนเยี่ยทำศึกโดยตรง ทว่าในภายภาคหน้า หากแคว้นเสวียนเยี่ยมีอาวุธยุทโธปกรณ์ของต้าหมิงไว้ในครอบครอง แคว้นต้าหว่านก็คงเอาชนะได้ยากยิ่งนัก
นอกจากนี้ ยังมีกองทัพต้าหมิงไปตั้งค่ายประจำการอยู่ที่แคว้นเสวียนเยี่ยอีก หากแคว้นต้าหว่านคิดจะยกทัพไปตีแคว้นเสวียนเยี่ย ก็จำต้องได้รับความเห็นชอบจากจักรวรรดิต้าหมิงเสียก่อน มิฉะนั้นอาจต้องเผชิญกับการตอบโต้จากต้าหมิงได้
ทูตจากอีกเจ็ดแคว้นก็นั่งนิ่งงันอยู่ด้านข้างโดยไม่เอ่ยคำใดเช่นกัน
“เฮ้อ! จักรวรรดิต้าหมิงช่างรับมือยากเสียนี่กระไร”
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน อีหว่าหลัวก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
จักรวรรดิต้าหมิงที่ทรงอานุภาพได้ยื่นมือเข้ามาแทรกแซงกิจการในซีอวี้แล้ว ภายภาคหน้าหากแว่นแคว้นในซีอวี้คิดจะกระทำการใด ก็จำต้องคอยดูสีหน้าของต้าหมิงเสียก่อน
“ท่านอีหว่าหลัว พรุ่งนี้พวกเราควรทำเช่นไรดี” ทูตคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น
“จะทำสิ่งใดได้อีกล่ะ ก็ต้องรีบไปขอขมา หวังเพียงให้จักรวรรดิต้าหมิงยอมยกโทษให้ ดึกมากแล้ว รีบไปพักผ่อนกันเถิด”
อีหว่าหลัวคร้านจะอธิบายให้มากความ จึงบอกให้ทุกคนไปพักผ่อน
...
เช้าวันรุ่งขึ้น จางรั่วซวีเดินทางมาที่หน่วยงานทางการทูต เพื่อนำพาทุกคนเข้าเฝ้าฝ่าบาทในราชวัง เขาสังเกตเห็นว่าดวงตาของอีหว่าหลัวแดงก่ำ
อีหว่าหลัวนอนไม่หลับทั้งคืน มัวแต่ครุ่นคิดเรื่องที่จักรวรรดิต้าหมิงหนุนหลังแคว้นเสวียนเยี่ย เขาต้องรีบจัดการเรื่องนี้ให้จบสิ้นโดยเร็ว มิฉะนั้นแคว้นต้าหว่านอาจต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของแคว้นเสวียนเยี่ยได้
ทุกคนเดินตามจางรั่วซวีเข้าไปในตำหนักต้าหมิง
ทุกครั้งที่ใครก็ตามก้าวเข้ามาในตำหนักต้าหมิง ล้วนต้องสั่นสะท้านกับความโอ่อ่าอลังการของสถานที่แห่งนี้ ทูตซีอวี้ทั้งแปดก็เช่นกัน ภายในใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความกดดัน
หลังจากเดินอ้อมตำหนักไท่จี๋ จางรั่วซวีก็นำพาพวกเขาเข้าไปยังตำหนักเซวียนเจิ้ง
“ทุกท่านโปรดรอสักครู่ ประเดี๋ยวหากฝ่าบาทเสด็จมาถึง พวกท่านต้องคุกเข่าโขกศีรษะทำความเคารพนะ”
จางรั่วซวีเอ่ยเตือนทุกคน
“ไม่ว่าท่วงท่าในการคุกเข่าของพวกท่านจะงดงามหรือไม่ แต่พวกท่านต้องคุกเข่าโขกศีรษะลงไปให้ได้ อย่าได้กระทำการใดให้ฝ่าบาทกริ้วเป็นอันขาด”
เมื่อวานนี้จางรั่วซวีได้กำชับพวกเขาไปหลายรอบแล้ว แต่วันนี้ก็ยังอดไม่ได้ที่จะกำชับอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“ฝ่าบาทเสด็จ!”
สิ้นเสียงประกาศของหลี่เต๋อเฉวียน หลี่สวินก็ก้าวเข้ามาภายในตำหนักเซวียนเจิ้ง
อีหว่าหลัวและพรรคพวกเงยหน้าขึ้นมอง แต่จางรั่วซวีกระแอมไอขัดขึ้น พวกเขาก็พลันนึกขึ้นได้ จึงรีบคุกเข่าลงกับพื้นทันที
หากยังไม่ทันถวายบังคมก็เงยหน้าขึ้นมองฝ่าบาท ถือเป็นการลบหลู่เบื้องสูงอย่างร้ายแรง!
หลี่สวินทอดพระเนตรกวาดมองผู้คนที่อยู่เบื้องล่างอย่างเรียบเฉย ผู้นำของพวกเขาคืออีหว่าหลัว ผู้มีเส้นผมและหนวดเคราขาวโพลน
แม้ว่าผมและหนวดเคราของเขาจะขาวโพลนไปหมด แต่แท้จริงแล้วเขาอายุเพียงสี่สิบกว่าปีเท่านั้น รูปร่างก็ยังดูแข็งแรงบึกบึนอยู่
“ลุกขึ้นเถิด”
อีหว่าหลัวและพรรคพวกจึงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน จากนั้นก็ลอบมองหลี่สวินอย่างระแวดระวัง
เพียงแค่สบพระเนตร พวกเขาก็รีบก้มหน้าลงทันที พวกเขาถูกข่มขวัญด้วยกลิ่นอายมังกรอันยิ่งใหญ่ของฝ่าบาท
สมแล้วที่เป็นฮ่องเต้แห่งจักรวรรดิต้าหมิง กลิ่นอายช่างน่าเกรงขามกว่าจักรพรรดิในแคว้นซีอวี้ของพวกเขายิ่งนัก
“มาต้าหมิงครานี้ มีเรื่องอันใดงั้นหรือ” หลี่สวินทอดพระเนตรมองทูตที่อยู่เบื้องล่างด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“กราบทูลฝ่าบาท พวกเรามาเพื่อขอขมาจักรวรรดิต้าหมิงขอรับ” อีหว่าหลัวก้าวออกมาเบื้องหน้า พลางตอบกลับด้วยความนอบน้อม
“เหตุใดจึงต้องมาขอขมาต้าหมิงของเราเล่า” หลี่สวินเอ่ยถามอีกครั้ง
อีหว่าหลัวชะงักไปเล็กน้อย ฮ่องเต้ต้าหมิงทรงทราบดีอยู่แล้ว แต่กลับจงใจถาม เพื่อบีบให้พวกเขาสารภาพความผิดออกมาเอง
“องค์ชายของพวกเราทั้งแปดแคว้นได้ก่อกรรมทำเข็ญในจักรวรรดิต้าหมิง จนสร้างความขุ่นเคืองพระทัยให้แก่ฝ่าบาท แม้ว่าพวกเขาจะถูกประหารชีวิตไปแล้ว แต่แคว้นทั้งแปดของเราก็มีความผิดฐานละเลยการสั่งสอน จึงเดินทางมายังต้าหมิงเพื่อขอขมาฝ่าบาทขอรับ!”
อีหว่าหลัวตอบกลับด้วยความนอบน้อม
“ขอฝ่าบาททรงโปรดอภัยให้พวกเราด้วยเถิด!”
“ขอฝ่าบาททรงโปรดอภัยให้พวกเราด้วยเถิด!” ขุนนางจากอีกเจ็ดแคว้นก็ประสานเสียงร้องขอ
“อ้อ ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง”
น้ำเสียงของหลี่สวินเยือกเย็นจนจับขั้วหัวใจ ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ได้เลยแม้แต่น้อย
“หากมาขอขมา ก็ต้องแสดงความจริงใจให้เจิ้นเห็นเสียก่อน”
อีหว่าหลัวรีบกราบทูลรายการของกำนัลที่พวกเขานำมาถวาย
ทว่าหลี่สวินกลับขัดจังหวะอีหว่าหลัว “พวกเจ้าคิดว่าจักรวรรดิต้าหมิงของเรา จะเห็นเศษเงินเศษทองของพวกเจ้าอยู่ในสายตางั้นหรือ”
เอ๊ะ!
ทูตทั้งแปดถึงกับอ้าปากค้าง ของกำนัลที่พวกเขานำมาถวายก็มีมูลค่ามหาศาลแล้ว ต้าหมิงยังไม่พอใจอีกหรือ
“ทรัพย์สินที่พวกท่านนำมาถวายทั้งแปดแคว้น ยังเทียบไม่ได้กับทรัพย์สินที่เรายึดมาจากการกวาดล้างตระกูลขุนนางเพียงตระกูลเดียวเสียด้วยซ้ำ” จางรั่วซวีที่ยืนอยู่ด้านข้างแค่นเสียงเย็น
หา! ทูตทั้งแปดเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง กวาดล้างตระกูลขุนนางงั้นหรือ?
“ทรัพย์สินที่พวกท่านนำมาถวายรวมกันแล้ว ก็มีมูลค่าเพียงแค่สิบล้านตำลึงเท่านั้น แต่เมื่อปีกลายตอนที่เราสำรวจที่ดิน แค่กวาดล้างตระกูลขุนนางเพียงตระกูลเดียว เราก็ยึดทรัพย์สินมาได้ถึงสองสามสิบล้านตำลึงแล้ว”
จางรั่วซวีเอ่ยกับทูตทั้งแปดอย่างเหยียดหยาม
“เศษเงินเศษทองที่พวกท่านนำมาถวาย คิดว่าต้าหมิงของเราจะเห็นอยู่ในสายตางั้นหรือ”
ทูตทั้งแปดถึงกับใบ้กิน คาดไม่ถึงเลยว่าต้าหมิงจะมั่งคั่งถึงเพียงนี้
ในอดีต ราชสำนักของราชวงศ์ต่างๆ ในต้าหมิงอาจจะไม่ได้ร่ำรวยมากนัก แต่ตระกูลขุนนางใหญ่โตตามหัวเมืองต่างๆ กลับมั่งคั่งมหาศาล
พวกเขายึดครองที่ดินและทรัพยากรมากมาย กอบโกยผลประโยชน์อย่างบ้าคลั่ง สั่งสมความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น จนทรัพย์สินในตระกูลมีมากมายนับไม่ถ้วน
ทว่าเมื่อจักรวรรดิต้าหมิงรวบรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่น ก็ได้กวาดล้างตระกูลขุนนางไปมากมาย ยึดทรัพย์สินมาเป็นของหลวงได้มหาศาล
ยามนี้ท้องพระคลังของจักรวรรดิต้าหมิงจึงคลาคล่ำไปด้วยทองคำและอัญมณีมีค่า ยุ้งฉางก็เต็มไปด้วยเสบียงอาหาร
“แคว้นทั้งแปดของเราได้เริ่มก่อสร้างร้านแลกเงินแล้ว ภายภาคหน้าหากพวกเราทำการค้ากับต้าหมิง พวกเราก็จะใช้ตั๋วเงินทั้งหมดเลยขอรับ” เมื่อตั้งสติได้ อีหว่าหลัวก็รีบกราบทูล
หลี่สวินทอดพระเนตรมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา “ดูท่าพวกเจ้าทั้งแปดแคว้นคงไม่ได้มาขอขมาด้วยความจริงใจสินะ จางรั่วซวี ส่งพวกมันกลับต้าหมิงไปเสีย!”
อีหว่าหลัวถึงกับสะดุ้งโหยง รีบคุกเข่าลงกราบ “ฝ่าบาท! พวกเรายินดีให้จักรวรรดิต้าหมิงส่งกองทหารไปประจำการในแคว้นทั้งแปดของเรา และเราก็จะรับซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากต้าหมิงเป็นจำนวนมากด้วยขอรับ!”
อุตส่าห์ดั้นด้นมาไกลถึงจักรวรรดิต้าหมิงเพื่อขอขมา จะยอมล้มเหลวกลับไปง่ายๆ ได้อย่างไร มิฉะนั้นหากจักรวรรดิต้าหมิงหันไปสนับสนุนแคว้นอื่นๆ ในซีอวี้ให้มาต่อกรกับพวกเขา แคว้นทั้งแปดของพวกเขาคงต้องพินาศย่อยยับเป็นแน่
เมื่อวานนี้อีหว่าหลัวได้ฟังจางรั่วซวีเล่าถึงความร่วมมือระหว่างแคว้นเสวียนเยี่ยกับต้าหมิง เขาก็พอจะเดาได้ว่าจักรวรรดิต้าหมิงคงอยากให้แคว้นทั้งแปดของตนร่วมมือกับต้าหมิงเฉกเช่นแคว้นเสวียนเยี่ยเป็นแน่
อีกทั้งแคว้นเสวียนเยี่ยก็ได้รับซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากจักรวรรดิต้าหมิงไปแล้ว หากแคว้นต้าหว่านไม่ยอมรับซื้อบ้าง เกรงว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว จะทำให้พวกเขาไม่อาจเอาชนะแคว้นเสวียนเยี่ยได้อีก
“ท่านราชทูตทั้งหลาย จักรวรรดิต้าหมิงของเราไปเปิดร้านแลกเงินในแคว้นของพวกท่าน ย่อมต้องส่งคนไปคุ้มกันดูแล เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ใดมาปล้นสะดมหรือทำลายร้านแลกเงินของเรา”
เมื่อเห็นสายตาที่หลี่สวินส่งมาให้ จางรั่วซวีก้าวออกมาอธิบาย
“ต้าหมิงของเราเตรียมจะส่งกองทหารไปประจำการในแต่ละแคว้น แคว้นละหนึ่งหมื่นนาย”
หนึ่งหมื่นนาย!
อีหว่าหลัวและพรรคพวกถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึก จะส่งมาประจำการตั้งมากมายปานนี้เชียวหรือ
“ค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับกองทหารที่ไปประจำการ พวกท่านต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และกองทหารของเราจะรับหน้าที่คุ้มกันร้านแลกเงินเท่านั้น เรื่องอื่นเราจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว”
จางรั่วซวีเอ่ยต่อไป
“พวกท่านอยากจะทำศึกกับแคว้นใดก็สุดแท้แต่ ขอเพียงอย่าให้มากระทบกระเทือนร้านแลกเงินและกองทหารของเราก็พอ”
ที่จางรั่วซวีเอ่ยเช่นนี้ ก็เป็นเพียงคำกล่าวอ้างเท่านั้น หากแว่นแคว้นในซีอวี้คิดจะทำศึกสงครามจริงๆ ก็ย่อมต้องทูลขออนุญาตจากจักรวรรดิต้าหมิงเสียก่อน หากต้าหมิงไม่อนุญาต ผู้ใดจะกล้าลงมือทำศึกกันเล่า
“แน่นอน หากแคว้นของพวกท่านต้องการให้กองทหารของเราช่วยคุ้มกัน ก็เพียงแค่จ่ายค่าคุ้มครองเพิ่มอีกสักหน่อย กองทหารต้าหมิงที่ประจำการอยู่ก็พร้อมจะให้ความคุ้มครองพวกท่าน” จางรั่วซวีกล่าวเสริม