เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP 1088: เก้ากั๋วกงผู้ยิ่งใหญ่ บรรดาศักดิ์หมื่นครัวเรือน

EP 1088: เก้ากั๋วกงผู้ยิ่งใหญ่ บรรดาศักดิ์หมื่นครัวเรือน

EP 1088: เก้ากั๋วกงผู้ยิ่งใหญ่ บรรดาศักดิ์หมื่นครัวเรือน


EP 1088: เก้ากั๋วกงผู้ยิ่งใหญ่ บรรดาศักดิ์หมื่นครัวเรือน

เฉินอวี้ฮวาเดินทางออกจากวังหลวง และมุ่งหน้าไปยังกรมราชเลขาธิการ เพื่อปรึกษาหารือกับเซียวรั่วอู๋และเซี่ยงเทียนเกอเกี่ยวกับการคัดเลือกสิบตระกูลขุนนาง

สองวันนี้บรรยากาศการทำงานคึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พรุ่งนี้ฮ่องเต้จะทรงปูนบำเหน็จบรรดาศักดิ์แล้ว ภายในใจของทุกคนต่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง

วันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์ต้าหมิงก็ได้เผยแพร่กฎเกณฑ์การคัดเลือกสิบตระกูลใหญ่แห่งต้าหมิง พร้อมทั้งรายชื่อตระกูลที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสิบตระกูลใหญ่ไปแล้วบางส่วน

เนื่องในโอกาสพิธีขึ้นครองราชย์ของฮ่องเต้ ตัวแทนจากตระกูลขุนนางทั่วทุกสารทิศได้เดินทางมาแสดงความยินดีที่เมืองเป่ยเหลียง และยามนี้พวกเขายังคงรั้งอยู่ที่นี่ มิได้เดินทางกลับแต่อย่างใด

ทันทีที่หนังสือพิมพ์ต้าหมิงถูกตีพิมพ์ บรรดาตัวแทนตระกูลขุนนางต่างก็ได้อ่านเนื้อหาภายในนั้น ภายในใจต่างก็รู้สึกปีติยินดียิ่งนัก

“ราชสำนักเปลี่ยนกฎเกณฑ์การคัดเลือกสิบตระกูลใหญ่แล้ว ภายภาคหน้าตระกูลของพวกเราทุกคนก็มีสิทธิ์ลงแข่งขันได้!”

“ขอเพียงจงรักภักดีต่อฮ่องเต้ และสร้างคุณูปการให้แก่ราชสำนัก ก็มีโอกาสได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในสิบตระกูลใหญ่!”

“ดีเยี่ยมไปเลย ช่างยุติธรรมและโปร่งใสยิ่งนัก!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า! ตระกูลหลี่ของข้าตกต่ำมานานหลายปี ในที่สุดก็ถึงคราวสบโอกาสแล้ว! ชายหญิงทุกวัยในตระกูลหลี่ ล้วนต้องทุ่มเทกายใจรับใช้ราชสำนัก เพื่อก้าวขึ้นเป็นเสาหลักแห่งจักรวรรดิต้าหมิงให้จงได้!”

“ตระกูลจางกับตระกูลหลี่ไม่ถูกกันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว พวกเราจะยอมน้อยหน้าพวกมันไม่ได้เป็นอันขาด ต้องแซงหน้าพวกมัน และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสิบตระกูลใหญ่แห่งต้าหมิงให้จงได้!”

เมื่อกฎเกณฑ์การคัดเลือกสิบตระกูลใหญ่รูปแบบใหม่ถูกประกาศออกไป บรรดาตระกูลขุนนางต่างก็ตื่นเต้นดีใจ และเริ่มวางแผนเพื่อช่วงชิงตำแหน่งสิบตระกูลใหญ่ที่ยังว่างอยู่

...

วันนี้บรรดาขุนนางแห่งจักรวรรดิต้าหมิงได้เดินทางมาเข้าเฝ้าที่วังหลวงอีกครั้ง ฮ่องเต้กำลังจะทรงปูนบำเหน็จบรรดาศักดิ์ให้แก่ขุนนางผู้มีความดีความชอบ

นอกจากขุนนางในราชสำนักแล้ว ผู้ว่าการมณฑล ซือหม่า มหาผู้บัญชาการ และขุนนางท้องถิ่นอื่นๆ ก็เดินทางมาอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในการแต่งตั้งกั๋วกงและโหวแห่งจักรวรรดิต้าหมิง

ทุกคนมารวมตัวกันที่บริเวณหน้าตำหนักเซวียนเจิ้ง สนทนากันเสียงขรมเพื่อรอคอยเวลา

เฉินอวี้ฮวา เสนาบดีกรมขุนนาง กำลังสนทนาอยู่กับพวกเซียวรั่วอู๋ หลี่จิ้นจงก็เดินเข้ามาสมทบ พร้อมถ่ายทอดปฏิกิริยาของบรรดาตระกูลขุนนางให้ทุกคนฟัง

เฉินอวี้ฮวาและพรรคพวกต่างรู้สึกยินดีปรีดา “วิธีการของฝ่าบาทช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก สามารถปลุกปั่นจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของบรรดาตระกูลขุนนางได้อย่างชะงัด”

เซียวรั่วอู๋ยิ้มและพยักหน้าเห็นด้วย “ฝ่าบาททรงจุดประกายความหวังให้แก่บรรดาตระกูลขุนนาง ว่าพวกเขาก็มีสิทธิ์ก้าวขึ้นเป็นสิบตระกูลใหญ่ได้ พวกเขาจึงพร้อมใจกันมุ่งหน้าสู่เป้าหมายนั้นอย่างไม่ย่อท้อ”

“ฮ่าฮ่า! ฝ่าบาททรงพระปรีชาสามารถยิ่งนัก ก่อนหน้านี้ทรงใช้กำลังทหารข่มขวัญบรรดาตระกูลขุนนาง บัดนี้กลับทรงใช้กุศโลบายทางการปกครองมาควบคุมพวกเขาได้อย่างอยู่หมัด!” ฮูเหยียนขวงเฟิงร้องตะโกนด้วยความเบิกบานใจ

ขุนนางรอบข้างก็ร่วมสนทนาด้วยความชื่นชมปรีดา ความเคารพเลื่อมใสที่พวกเขามีต่อฮ่องเต้นั้นฉายชัดอยู่บนใบหน้า

“ขุนนางบุ๋นบู๊เข้าเฝ้า!” ขันทีผู้หนึ่งเดินออกมาหน้าตำหนักเซวียนเจิ้ง ก่อนจะประกาศเสียงดังก้อง

บรรดาขุนนางพลันสงบปากสงบคำลงทันที ภายใต้การนำของเซียวรั่วอู๋และเมิ่งตู พวกเขาต่างมุ่งหน้าเข้าสู่ตำหนักเซวียนเจิ้งอย่างพร้อมเพรียง

วันนี้กองทหารรักษาพระองค์ภายในตำหนักเซวียนเจิ้งก็ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของโจวเหวินเทาด้วยตนเอง

หลี่สวินเสด็จเข้าสู่ตำหนักเซวียนเจิ้ง ทอดพระเนตรขุนนางบุ๋นบู๊ที่คุกเข่าถวายบังคม

วันนี้ขุนนางที่อยู่ภายในตำหนักเซวียนเจิ้งล้วนเป็นขุนนางระดับสามขึ้นไป ถือเป็นยอดขุนนางแห่งจักรวรรดิต้าหมิง

“วันนี้คือวันปูนบำเหน็จบรรดาศักดิ์กงโหวแห่งจักรวรรดิต้าหมิง ทุกคนที่อยู่ที่นี่ในวันนี้ล้วนเป็นสักขีพยาน!”

หลี่สวินทอดพระเนตรทุกคนพลางเอ่ยขึ้น

“หลี่จิ้นจง!”

นามแรกที่หลี่สวินขานเรียกก็คือหลี่จิ้นจง

บรรดาขุนนางหาได้ประหลาดใจไม่ ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ฮ่องเต้ถูกขับไล่ออกจากนครฉางอัน ผู้ที่จงรักภักดีและอยู่เคียงข้างพระองค์มากที่สุดก็คือหลี่จิ้นจง

และหลี่จิ้นจงก็คือผู้ที่ฮ่องเต้ทรงไว้วางพระทัยมากที่สุดในยามนี้เช่นกัน

“นับตั้งแต่ที่เจิ้นสูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง จวบจนกระทั่งได้ครอบครองแผ่นดิน จิ้นจงก็คอยติดตามเจิ้นอย่างเงียบๆ มาโดยตลอด ปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต ไม่เคยปริปากบ่นแม้แต่น้อย!”

“วันนี้เจิ้นขอแต่งตั้งหลี่จิ้นจงเป็นจงกั๋วกง (กั๋วกงผู้ภักดี) รับศักดินาหมื่นครัวเรือน พระราชทานจวนกั๋วกงในตรอกหย่งซิงหนึ่งหลัง และทองคำอีกหนึ่งแสนตำลึง...”

ตรอกหย่งซิงคือโครงการบ้านพักอาศัยสุดหรูที่หลี่สวินสั่งให้กงชูฉางเฟิงสร้างขึ้นทางทิศตะวันตกของเมืองเป่ยเหลียง ภายในมีคฤหาสน์โอ่อ่าตระการตามากมาย สร้างขึ้นเพื่อพระราชทานเป็นรางวัลให้แก่ขุนนางผู้มีความดีความชอบแห่งจักรวรรดิโดยเฉพาะ

ทุกคนต่างรู้สึกอิจฉาตาร้อน หลี่จิ้นจงไม่เพียงแต่ได้รับบรรดาศักดิ์กั๋วกงเท่านั้น ทว่ายังได้รับพระราชทานจากฮ่องเต้โดยตรงอีกด้วย

โดยปกติแล้ว การปูนบำเหน็จบรรดาศักดิ์มักจะให้กรมราชเลขาธิการร่างราชโองการ แล้วให้ขันทีหรือขุนนางผู้อื่นเป็นผู้อ่านประกาศ

ผู้ที่ได้รับการปูนบำเหน็จจากพระโอษฐ์ของฮ่องเต้โดยตรง ย่อมต้องเป็นบุคคลที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานและไว้วางพระทัยมากที่สุด

“ขอบพระทัยฝ่าบาท!” หลี่จิ้นจงตื้นตันใจจนน้ำตาคลอเบ้า คุกเข่าโขกศีรษะขอบพระทัย

เมื่อครั้งที่ติดตามฮ่องเต้ออกจากนครฉางอัน เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าวันหนึ่งตนจะได้กลายเป็นกั๋วกงของแว่นแคว้นเช่นนี้

“ฮูเหยียนขวงเฟิง!” เมื่อปูนบำเหน็จให้หลี่จิ้นจงเสร็จสิ้น หลี่สวินก็หันไปหาฮูเหยียนขวงเฟิง

ฮูเหยียนขวงเฟิงก้าวออกจากแถวด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะคุกเข่าลงแทบขั้นบันไดหยก

“แม้ขวงเฟิงจะเป็นชนเผ่าต่างแคว้น ทว่าก็จงรักภักดีต่อจักรวรรดิต้าหมิงอย่างสุดหัวใจ! แต่งตั้งฮูเหยียนขวงเฟิงเป็นเว่ยกั๋วกง (กั๋วกงผู้พิทักษ์)! รับศักดินาหมื่นครัวเรือน พระราชทานจวนกั๋วกงในตรอกหย่งซิงหนึ่งหลัง...”

ฮูเหยียนขวงเฟิงประหลาดใจและยินดียิ่งนัก รีบโขกศีรษะขอบพระทัย นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะได้เป็นกั๋วกงกับเขาด้วย

“เว่ยกั๋วกง หวังว่าภายภาคหน้าเจ้าจะพิทักษ์ปกป้องผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาลของต้าหมิง สมดั่งบรรดาศักดิ์ที่ได้รับ!”

“รับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!” ฮูเหยียนขวงเฟิงตื้นตันใจยิ่งนัก เขาจะถวายชีวิตเพื่อพิทักษ์จักรวรรดิต้าหมิง และปกป้องฮ่องเต้อย่างสุดความสามารถ!

หลี่สวินเบนสายตาไปทางเซียวรั่วอู๋ แต่งตั้งเขาให้เป็นฮู่กั๋วกง (กั๋วกงผู้คุ้มครองประเทศ)

เซียวรั่วอู๋ปีติยินดียิ่งนัก ฮู่กั๋วกงก็มีความหมายเช่นเดียวกับเว่ยกั๋วกง นั่นคือการพิทักษ์ปกป้องจักรวรรดิต้าหมิง นี่คือความไว้วางพระทัยและความคาดหวังที่ฮ่องเต้ทรงมีต่อเขา

“เมิ่งตูคือแม่ทัพใหญ่หมายเลขหนึ่งแห่งจักรวรรดิต้าหมิง ผู้สร้างคุณูปการอันใหญ่หลวงในการสถาปนาจักรวรรดิต้าหมิง แต่งตั้งเมิ่งตูเป็นเจิ้นกั๋วกง (กั๋วกงผู้พิทักษ์แผ่นดิน)! รับศักดินาหมื่นครัวเรือน...” หลี่สวินทอดพระเนตรเมิ่งตูพร้อมรอยยิ้ม

เจิ้นกั๋วกง!

ทุกคนต่างตกตะลึง คำว่า 'เจิ้นกั๋วกง' มิใช่บรรดาศักดิ์ที่ใครๆ ก็คู่ควร

จากบรรดาศักดิ์นี้ ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงความโปรดปรานที่ฮ่องเต้ทรงมีต่อเมิ่งตู

ตัวเมิ่งตูเองก็สัมผัสได้เช่นกัน ภายในใจรู้สึกทั้งประหลาดใจและตื้นตันใจ หากมิใช่เพราะสายพระเนตรอันยาวไกลของฮ่องเต้ เขาคงต้องใช้ชีวิตอย่างเงียบเหงาไร้ชื่อเสียงไปชั่วชีวิต ไฉนเลยจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้

“ขอบพระทัยฝ่าบาท!” เสียงอันหนักแน่นของเมิ่งตูดังก้องไปทั่วทั้งตำหนัก

ฮ่องเต้ทรงไว้วางพระทัยในตัวเขาถึงเพียงนี้ ชาตินี้เขาจะไม่มีวันทรยศต่อฮ่องเต้ หรือทำร้ายจักรวรรดิต้าหมิงเป็นอันขาด!

สมดั่งบรรดาศักดิ์ที่ได้รับ เขาจะขอพิทักษ์จักรวรรดิต้าหมิง ผู้ใดกล้ารุกรานต้าหมิง เขาจะทำให้มันไม่ได้กลับไปเกิดใหม่เลย!

จากนั้นหลี่สวินก็แต่งตั้งให้เซี่ยงเทียนเกอเป็นฝู่กั๋วกง (กั๋วกงผู้ค้ำจุนประเทศ) เฉินอวี้ฮวาเป็นเป่ยกั๋วกง (กั๋วกงแห่งอุดรทิศ) สวีซู่เป็นหนานกั๋วกง (กั๋วกงแห่งทักษิณทิศ) หลี่ต๋าหย่งเป็นซิ่นกั๋วกง (กั๋วกงผู้ซื่อสัตย์) และจางหลินเฉินเป็นเหลียนกั๋วกง (กั๋วกงผู้ซื่อสัตย์สุจริต)

นับแต่นี้เป็นต้นไป เก้ากั๋วกงผู้ยิ่งใหญ่แห่งจักรวรรดิต้าหมิงก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ล้วนแต่ได้รับศักดินาหมื่นครัวเรือนทั้งสิ้น!

ขุนนางบุ๋นบู๊ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ยอมรับในพระราชวินิจฉัยของฮ่องเต้อย่างหมดใจ บุคคลเหล่านี้ล้วนเป็นแขนซ้ายขวาของฮ่องเต้ สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ให้แก่ฮ่องเต้และจักรวรรดิต้าหมิง!

ด้วยวัยวุฒิและผลงานของพวกเขา การได้รับบรรดาศักดิ์กั๋วกงย่อมเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

หลี่จิ้นจงและกั๋วกงทั้งเก้าก้าวออกมาคุกเข่าถวายบังคมฮ่องเต้อย่างพร้อมเพรียง เพื่อแสดงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ

จากนั้นก็ถึงคราวของการปูนบำเหน็จบรรดาศักดิ์โหว ซึ่งขั้นตอนนี้มิใช่การปูนบำเหน็จจากพระโอษฐ์ของฮ่องเต้โดยตรง ทว่าเป็นหน้าที่ของหลี่เต๋อเฉวียนในการอ่านราชโองการ

“แต่งตั้งมหาผู้บัญชาการแห่งฉางอัน จางจือเหวย เป็นฉางอันโหว!”

“แต่งตั้งเสนาบดีกรมกลาโหม โจวฟู่จง เป็นฮู่กั๋วโหว (โหวผู้คุ้มครองประเทศ)!”

“แต่งตั้งแม่ทัพใหญ่พิทักษ์กองทัพ เว่ยหว่าน เป็นเจิ้นเป่ยโหว (โหวผู้พิทักษ์อุดรทิศ)!”

“แต่งตั้งผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์เสื้อแพร อู่ฝ่า เป็นเทียนสุ่ยโหว!”

...

ขันทีอ่านราชโองการประกาศปูนบำเหน็จบรรดาศักดิ์

บุคคลอย่างอาหลี่หลาง จางฮุย จางขุย และเทียนอวิ้นจื่อ ล้วนได้รับบรรดาศักดิ์โหวถ้วนหน้า

ทุกคนต่างรู้สึกยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง นับแต่นี้ไปพวกเขาคือโหวแห่งจักรวรรดิต้าหมิงแล้ว

จางจือเหวยและโจวฟู่จงนอกจากจะยินดีแล้วยังรู้สึกประหลาดใจอีกด้วย

พวกเขาคิดว่าการได้ดำรงตำแหน่งมหาผู้บัญชาการแห่งฉางอันและเสนาบดีกรมกลาโหมก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว เพราะอย่างไรเสียพวกเขาก็เคยเป็นขุนนางของราชวงศ์ก่อน คิดไม่ถึงเลยว่าฮ่องเต้จะยังทรงปูนบำเหน็จบรรดาศักดิ์โหวให้พวกเขาอีก

บุคคลอย่างขงอีต๋าและตู้เจ๋อได้รับบรรดาศักดิ์ป๋อ (ขุนนางขั้นสาม) แม้บรรดาศักดิ์ป๋อจะต่ำกว่ากงโหวป๋อจื่อหนาน (ห้าบรรดาศักดิ์ขุนนาง) ทว่าทั้งสองก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่งแล้ว

จบบทที่ EP 1088: เก้ากั๋วกงผู้ยิ่งใหญ่ บรรดาศักดิ์หมื่นครัวเรือน

คัดลอกลิงก์แล้ว