- หน้าแรก
- ระบบแพทย์ หัตถ์เทวะอัจฉริยะกู้ชีพ
- EP 43: เธออยู่ก็ทรมานกว่าตาย ฉันไม่อยากเสียทั้งคนทั้งเงิน!
EP 43: เธออยู่ก็ทรมานกว่าตาย ฉันไม่อยากเสียทั้งคนทั้งเงิน!
EP 43: เธออยู่ก็ทรมานกว่าตาย ฉันไม่อยากเสียทั้งคนทั้งเงิน!
EP 43: เธออยู่ก็ทรมานกว่าตาย ฉันไม่อยากเสียทั้งคนทั้งเงิน!
“ชันสูตรพลิกศพ!” เฉิงเส้าชงแทบจะร้องเสียงหลงออกมา
“หลินอี้ แกเสียสติไปแล้วเหรอ ที่นี่คือแผนกฉุกเฉินนะ! แกอยากจะทำเรื่องให้มันบานปลายจนแก้ไขไม่ได้ใช่ไหม?”
เฉิงเส้าชงอยากจะฆ่าคนให้รู้แล้วรู้รอด นี่มันหมอปัญญาอ่อนชัดๆ!
การที่โรงพยาบาลประกาศการเสียชีวิตของคนไข้ มันเป็นไปตามขั้นตอนและกฎเกณฑ์ทุกอย่าง
โทรแจ้งตำรวจให้นิติเวชมาชันสูตรพลิกศพเนี่ยนะ มันเรื่องอะไรกัน?
คนที่ไม่รู้เรื่อง อาจจะคิดว่าเขา เฉิงเส้าชง เป็นฆาตกรไปแล้วก็ได้!
เขาไม่มีทางยอมให้เรื่องงี่เง่าแบบนี้ เกิดขึ้นในแผนกฉุกเฉินเด็ดขาด
แผนกฉุกเฉินเป็นคนประกาศการเสียชีวิต แล้วสุดท้ายก็ต้องให้นิติเวชมายืนยันอีกรอบ
ถ้าเรื่องนี้ไปเข้าหูหมอในเมืองล่ะก็
แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลศูนย์ คงได้ดังกระฉ่อนไปทั่วแน่...
“ฉันให้แกโอกาสลองแค่ครั้งเดียวนะ ลองเสร็จแล้วรีบไสหัวไปให้พ้นเลย!”
เฉิงเส้าชงระเบิดอารมณ์โกรธออกมา!
ยิ่งสายตาของหลินอี้ดูมุ่งมั่น เขาก็ยิ่งรู้สึกโมโห
เพื่อตัดรำคาญไอ้บ้านี่ เขาก็ต้องจำใจกัดฟันรับข้อเสนอ
ขืนไอ้บ้านี่โทรแจ้งตำรวจจริงๆ นั่นแหละคือหายนะของจริง
เฉิงเส้าชงตัดสินใจแล้วว่า เสร็จเรื่องเมื่อไหร่ เขาจะรีบไปหาหัวหน้าแผนกทันที
ไม่ว่าหลินอี้จะเป็นลูกศิษย์ของศาสตราจารย์ใหญ่โตมาจากไหน หรือทักษะการเย็บแผลจะเก่งกาจแค่ไหน
หมอที่บ้าบิ่นแบบนี้ จะเก็บไว้ในแผนกฉุกเฉินไม่ได้เด็ดขาด
ระเบิดเวลาลูกนี้ สักวันมันต้องระเบิดจนแผนกฉุกเฉินพังพินาศแน่...
“เตรียมเครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า!”
ทันทีที่ได้รับคำตอบตกลงจากเฉิงเส้าชง
หลินอี้ก็ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว เขารีบปรี่เข้าไปที่เตียงคนไข้ แล้วสั่งการอย่างรวดเร็ว
พยาบาลมองหน้าแพทย์เจ้าของไข้เพื่อขอความเห็น เมื่อเห็นเขาพยักหน้า จึงค่อยๆ ยื่นแผ่นกระตุกหัวใจให้กับหลินอี้อย่างกล้าๆ กลัวๆ
“หมอเฉิง นี่มันหมายความว่ายังไง!”
“คุณก็บอกเองว่า ภรรยาผมตายไปแล้ว ขอร้องล่ะ ปล่อยให้เธอไปสบายเถอะ ได้ไหม?”
เมื่อเห็นหมอที่โผล่มาใหม่ เตรียมจะทำการกู้ชีพอีกครั้ง
อู๋โยว ญาติของคนไข้ก็เริ่มหน้าเสีย...
ตอนนี้จางอวี่ซี ภรรยาของเขาถูกประกาศว่าเสียชีวิตแล้ว นี่คือตอนจบที่ทุกคนแฮปปี้
แต่ถ้าเกิดมีปาฏิหาริย์ หมอคนนี้ดันกู้ชีพกลับมาได้จริงๆ สามีภรรยาอย่างพวกเขาก็คงรับผลที่ตามมาไม่ไหว
เนื้องอกที่หัวใจของจางอวี่ซี มีแต่จะกำเริบหนักขึ้นเรื่อยๆ
การจ่ายค่ารักษาพยาบาลมหาศาล ก็เป็นเพียงแค่การยืดเวลาแห่งความทรมานออกไปเท่านั้น!
ส่วนตัวเขาน่ะเหรอ ยิ่งน่าสมเพชเข้าไปใหญ่ เงินเก็บก็หมดไปกับการรักษา แถมยังสร้างหนี้สินกองโต สุดท้ายก็เสียทั้งคนทั้งเงิน
อนาคตคงหมดสิทธิ์แต่งงานมีครอบครัวใหม่ ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติไม่ได้อีกแล้ว...
“ทุกคนช่วยมาเป็นพยานให้ผมหน่อย คำขอของผมมันเกินไปตรงไหน?”
“ในฐานะญาติของคนไข้ ผมจะอยากให้ภรรยาจากไปอย่างสงบไม่ได้เลยเหรอ...”
เมื่อเห็นว่าหมอและพยาบาลรอบเตียงยังคงนิ่งเฉย
อู๋โยวก็เริ่มหันไปบีบน้ำตา อ้อนวอนผู้คนและญาติคนไข้ที่มุงดูอยู่ หวังจะเรียกความสงสาร เพื่อหยุดการกู้ชีพของหมอ
เขาอยากจะได้ใบมรณบัตรใจจะขาด ยิ่งช้าใจก็ยิ่งสั่น
“นั่นสิหมอ เลิกทรมานร่างเธอเถอะ พวกคุณก็ทำเต็มที่แล้วนี่!”
“ยอมปล่อยมือตอนนี้ ไม่มีใครว่าอะไรหรอก”
“อย่างที่ญาติเขาบอกนั่นแหละ ปล่อยให้เด็กสาวคนนี้ไปสบายเถอะ”
“ไอ้หนุ่มนี่พูดจาหมาๆ หมอยังไม่ถอดใจ คนเป็นผัวจะมาถอดใจก่อนได้ไง! คนที่นอนอยู่บนเตียงนั่น เมียแกจริงๆ หรือเปล่าเนี่ย!”
ฝูงชนที่มุงดูต่างแสดงความคิดเห็นแตกต่างกันไป ทั้งเข้าข้างหมอและเข้าข้างชายหนุ่ม
มุมมองที่ต่างกัน ก็ทำให้การมองปัญหาต่างกันไปด้วย
“เงียบเดี๋ยวนี้!” เฉิงเส้าชงหน้าดำคร่ำเครียด ตะโกนลั่น
“หมอหลินก็แค่หวังดีกับคนไข้”
“ถือซะว่าให้โอกาสคนไข้เป็นครั้งสุดท้ายก็แล้วกัน!”
ไม่ว่าเขาจะเกลียดขี้หน้าหลินอี้แค่ไหน หรือรู้อยู่เต็มอกว่าสิ่งที่ทำลงไปมันสูญเปล่า
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคนนอก เขาก็ต้องปกป้องศักดิ์ศรีของแผนกฉุกเฉิน...
✦ คำแนะนำเร่งด่วน: ใช้ไฟฟ้ากระตุกหัวใจ 750 จูล จะมีโอกาสทำให้ผู้ป่วยฟื้นคืนสติได้มากที่สุด
“เตรียมชาร์จไฟ 750 จูล”
เมื่อคำแนะนำที่แม่นยำจากระบบ ปรากฏขึ้นในหัวอีกครั้ง
หลินอี้ก็ไม่รอช้า สั่งระดับพลังงานไฟฟ้าอย่างมั่นใจ
“750 จูล?” พยาบาลที่ทำหน้าที่ปรับกระแสไฟฟ้าชะงักไป ไม่เชื่อหูตัวเอง ว่าระดับพลังงานจะสูงลิ่วขนาดนี้
การกู้ชีพด้วยเครื่องกระตุกหัวใจ ปกติแล้วไม่ควรช็อกต่อเนื่องเกินสองครั้ง การช็อกแบบทิศทางเดียว ใช้พลังงานต่ำสุดที่ 200 จูล และสูงสุดที่ 360 จูล
750 จูล นี่มันอะไรกัน!
อย่าว่าแต่หมอเลย แม้แต่พยาบาลก็ไม่เคยได้ยินตัวเลขที่น่ากลัวขนาดนี้
“ไม่ได้ยินที่สั่งเหรอ?”
“750 จูล ปรับเดี๋ยวนี้!”
หลินอี้ถลึงตาใส่พยาบาลที่รับหน้าที่ปรับกระแสไฟฟ้า พร้อมตะคอกสั่ง
เวลาที่เหลืออยู่ ไม่ถึงหนึ่งนาทีแล้ว
ขืนชักช้า คนไข้ได้ตายจริงๆ แน่
ส่วนเรื่องที่คนอื่นจะมองว่าเขาเป็นตัวตลก หลินอี้ไม่สนใจหรอก
แต่ถ้าปล่อยให้คนตายไปต่อหน้าต่อตา เขาก็คงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต
แถมผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียง ก็ดูอายุรุ่นราวคราวเดียวกับน้องสาวของเขาเลย
มันยิ่งทำให้เขาทนดูไม่ได้เข้าไปใหญ่...
“หลินอี้ แกบ้าไปแล้วเหรอ รู้ตัวไหมว่าสั่งอะไรลงไป!”
เฉิงเส้าชงหน้าดำปานก้นหม้อ
หมอที่ไม่รู้แม้กระทั่งระดับพลังงานของเครื่องกระตุกหัวใจ กล้าดียังไงมาเสนอหน้าช่วยชีวิตคน
เขาเริ่มจะนึกเสียใจแล้ว ที่หลงเชื่อคำพูดของไอ้บ้านี่...
“ช่างเถอะ ทำตามที่หมอหลินสั่งไป”
สถานการณ์มันบานปลายมาถึงขนาดนี้แล้ว จะถอยก็ไม่ได้
เฉิงเส้าชงจำใจต้องสั่งพยาบาล ให้ทำตามที่หลินอี้ต้องการ
กู้ชีพมาเกินครึ่งชั่วโมงแล้ว คนไข้ก็ไม่มีการตอบสนองทางสมองหลงเหลืออยู่เลย
สภาพร่างกายก็คงไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดใดๆ แล้วล่ะ
“750 จูล ชาร์จไฟพร้อม”
พยาบาลปรับกระแสไฟฟ้าเสร็จ ก็ตะโกนรายงานตามขั้นตอน
“ทุกคนถอยออกห่างจากเตียง!”
เมื่อแน่ใจว่าทุกคนอยู่ในระยะปลอดภัยแล้ว หลินอี้ก็นำแผ่นอิเล็กโทรดทั้งสองแผ่น วางแนบลงบนหน้าอกซ้ายและขวาของคนไข้ แล้วกดปุ่มปล่อยกระแสไฟฟ้า
“ปัง!”
สิ้นเสียงระเบิดดังสนั่น
แผ่นหลังของคนไข้ก็โก่งตัวขึ้นราวกับกุ้งดีด กระตุกตัวลอยขึ้นจากเตียงอย่างแรง
“1... 2.... 5......”
ทั้งหมอและพยาบาล รวมไปถึงเฉิงเส้าชง
ต่างก็จ้องเขม็งไปที่หน้าจอแสดงสัญญาณชีพ พร้อมกับนับเลขห้าในใจ เพื่อรอคอยปาฏิหาริย์
ถึงทุกคนจะรู้อยู่เต็มอก ว่าสภาพของคนไข้ตอนนี้ ไม่มีทางเกิดปาฏิหาริย์ที่เหนือธรรมชาติขึ้นได้
แต่ในฐานะคนเป็นหมอ ลึกๆ แล้วก็ยังคงปรารถนาที่จะเห็นชีวิตรอดกลับมา!
“การกระตุกหัวใจล้มเหลว คนไข้ยังไม่กลับมาเต้นในจังหวะปกติ!”
ผลลัพธ์ปรากฏชัดเจน พยาบาลประกาศความล้มเหลวของการกู้ชีพครั้งนี้ตามขั้นตอน
“ไม่ฟื้นเหรอ?” เหงื่อกาฬผุดซึมเต็มหน้าผากของหลินอี้
ถ้าอุตส่าห์ทำขนาดนี้แล้วยังช่วยคนไว้ไม่ได้ เขาจะมีหน้าอยู่ในแผนกฉุกเฉินต่อไปได้ยังไง?
“ไม่จริงน่า!”
“คำแนะนำของระบบ ไม่เคยพลาดนี่นา!”
หลินอี้จ้องมองข้อมูลบนหน้าจออย่างตื่นตระหนก หวังว่ามันอาจจะเป็นเพราะเครื่องประมวลผลช้า
“เฮ้อ...” เฉิงเส้าชงถอนหายใจยาว
ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกที่ซับซ้อนในตอนนี้ยังไงดี
ในฐานะหมอ ความพยายามที่จะไม่ยอมแพ้จนถึงวินาทีสุดท้ายของหลินอี้ ทำให้เขารู้สึกนับถือจริงๆ!
แต่เพราะเป็นหมอนี่แหละ ถึงต้องรู้ว่า หลักการแพทย์ทางวิทยาศาสตร์ ไม่อาจยอมให้เกิดข้อสงสัยใดๆ
หมอที่ทำตามสัญชาตญาณ สุดท้ายก็จะทำร้ายทั้งตัวเองและคนไข้!
“ตอนนี้ผมขอประกาศอย่างเป็นทางการ”
“ผู้ป่วย จางอวี่ซี เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ ที่แผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลศูนย์ ในเวลา...”