เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP 29: ฆาตกรรมหรือรอความตาย คุณจะรับมืออย่างไร!

EP 29: ฆาตกรรมหรือรอความตาย คุณจะรับมืออย่างไร!

EP 29: ฆาตกรรมหรือรอความตาย คุณจะรับมืออย่างไร!


EP 29: ฆาตกรรมหรือรอความตาย คุณจะรับมืออย่างไร!

“อย่าเพิ่งขยับ!” หลินอี้ตวาดเสียงดังลั่น

เขารีบเข้าไปห้ามเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่กำลังจะอุ้มร่างของผู้บาดเจ็บลงจากเสาเหล็กเส้น

พวกเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่เพิ่งจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก ถึงกับสะดุ้งสุดตัว

แขนที่เพิ่งจะสอดเข้าไปใต้รักแร้ของผู้บาดเจ็บ ต้องชะงักกึก ไม่กล้าออกแรงแม้แต่น้อย

ทุกคนต่างก็หันมามองหลินอี้ด้วยความงุนงง เพื่อรอรับคำสั่งต่อไป

ในกระบวนการตัดเหล็กเส้นเมื่อสักครู่นี้ หลินอี้ที่สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ และมีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม ได้รับการยอมรับจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงอย่างหมดใจ

ในตอนนี้ เขาคือผู้บัญชาการสูงสุดในที่เกิดเหตุ

“เกิดอะไรขึ้นอีกเนี่ย?”

“รีบพาส่งโรงพยาบาลสิคุณหมอ!”

ฝูงชนที่มุงดูอยู่ ก็พากันงงเป็นไก่ตาแตกกับเสียงตวาดของหลินอี้

พวกเขามองคุณหมอหนุ่มด้วยความตึงเครียด

“เหล็กเส้นที่เสียบทะลุช่องท้องด้านซ้ายของผู้บาดเจ็บ บางส่วนได้แทงทะลุม้าม ทำให้เกิดรอยฉีกขาดใต้เยื่อหุ้มม้าม”

“ที่ยังไม่เกิดภาวะตกเลือดในช่องท้องอย่างรุนแรง ก็เป็นเพราะม้ามยังคงรัดเหล็กเส้นเอาไว้แน่นนั่นแหละครับ”

เมื่อเห็นว่าศัพท์ทางการแพทย์ อาจจะทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าใจยาก

หลินอี้จึงต้องอธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายที่สุด

“ท่าทางของผู้บาดเจ็บในตอนนี้ ห้ามมีการขยับเขยื้อนเด็ดขาด”

“ไม่อย่างนั้น ถ้าม้ามเกิดแตกขึ้นมาจริงๆ จนทำให้เลือดออกในช่องท้องอย่างรุนแรง ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ต่อให้เป็นเทวดาก็ช่วยไม่ได้หรอกครับ!”

พูดมาถึงตรงนี้ หลินอี้ก็ชี้ไปที่สภาพแวดล้อมรอบๆ ที่แสนจะวุ่นวาย

“ช่องทางที่จะพาผู้บาดเจ็บออกไปได้ กว้างพอให้คนเดินผ่านได้แค่สองคนเท่านั้นแหละครับ”

“ทุกคนลองคิดดูสิครับ ในสถานการณ์ที่ห้ามขยับตัวผู้บาดเจ็บเลย เราจะย้ายเขาขึ้นรถพยาบาลได้ยังไง”

หวังเถี่ยจู้เป็นคนที่มีรูปร่างกำยำมาก

แค่ให้คนสองคนช่วยกันพยุงเดิน ก็ยังทุลักทุเลเลย

ยิ่งไปกว่านั้น ในไซต์ก่อสร้างแห่งนี้ ทุกๆ ระยะหนึ่งเมตร จะมีเสาเหล็กเส้นโผล่ขึ้นมา

แถมยังมีนั่งร้าน และเศษวัสดุก่อสร้างวางเกะกะเต็มไปหมด

ถ้าไม่มีคนสี่คนช่วยกันออกแรงพร้อมๆ กัน ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะรับประกันได้ว่า ท่าทางของผู้บาดเจ็บจะไม่เปลี่ยนไปในระหว่างการเคลื่อนย้าย

สถานการณ์และสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนขนาดนี้ ทำให้พวกเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่เคยรับมือกับเหตุฉุกเฉินมานักต่อนัก ถึงกับคิดหาทางออกไม่เจอ

“เราพอจะผ่าตัดกันตรงนี้เลยได้ไหม?”

“อย่างน้อยก็ช่วยให้ผู้บาดเจ็บพ้นขีดอันตรายไปก่อน แล้วค่อยพาส่งโรงพยาบาล”

ลู่เฉินซีพึมพำกับตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปฏิเสธความคิดนี้ไปทันที

เธอคงจะร้อนใจจนขาดสติไปแล้วแน่ๆ

อย่าว่าแต่สถานที่เกิดเหตุ ไม่เอื้ออำนวยต่อการผ่าตัดเลย

ต่อให้จะพอทำได้ กว่าหมอจะเตรียมอุปกรณ์เสร็จ ผู้บาดเจ็บจะทนรอไหวหรือเปล่า ก็ยังไม่รู้เลย

“พี่น้องทุกคน เตรียมเครื่องมือตัดเหล็กให้พร้อม”

“เราจะใช้เวลาที่สั้นที่สุด เคลียร์เส้นทางชีวิตให้เถี่ยจู้กัน”

เพื่อนคนงานคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา

จากนั้นบรรดาคนงานที่มุงดูอยู่ ก็เริ่มลงมือปฏิบัติการทันที

ใครที่หาเครื่องมือได้ ก็หาเครื่องมือมาช่วย ใครที่ไม่มีเครื่องมือ ก็ช่วยกันใช้แรงดึงเหล็กเส้นบริเวณทางเดินให้โค้งงอ

ทุกคนทุ่มสุดตัว เพื่อเปิดทางให้เพื่อนคนงานของพวกเขา

แต่ใครจะไปคิดว่า เพื่อนของพวกเขา กลับต้องมาบาดเจ็บเพราะสิ่งกีดขวางที่พวกเขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง

ถ้าปล่อยให้เกิดเรื่องเศร้าขึ้น ทุกคนคงต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ๆ...

“คุณผู้ชมคะ อุบัติเหตุอาจจะโหดร้าย แต่น้ำใจคนไม่เคยเหือดหายค่ะ!”

“เพื่อช่วยชีวิตเพื่อนคนงาน พวกเขาต่างก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจ เตรียมเปิดเส้นทางกู้ภัยสีทองให้กับผู้บาดเจ็บแล้วค่ะ”

“ขอให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานระมัดระวังความปลอดภัยด้วยนะคะ และขอให้ผู้บาดเจ็บเข้มแข็งไว้นะคะ...”

จางเสี่ยวเหมิงมองดูภาพอันน่าประทับใจนี้ แล้วก็ต้องกลืนก้อนสะอื้นลงคอ

ผู้ชมทางบ้านที่อยู่หน้าจอโทรทัศน์ ต่างก็กำหมัดแน่น ส่งกำลังใจให้พวกเขาอยู่เงียบๆ

สถานการณ์การกู้ภัยดำเนินมาถึงจุดที่ตึงเครียดที่สุด ชี้เป็นชี้ตายเพียงเสี้ยววินาที

“ตื่นสิเถี่ยจู้ หลับไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ!”

“คิดถึงเมียแกสิ คิดถึงลูกแกสิ พวกเขารอให้แกกลับไปหาอยู่นะ!”

เมื่อเห็นว่าสติของผู้บาดเจ็บเริ่มเลือนราง และอาจจะเกิดภาวะช็อกได้ทุกเมื่อ

หลินอี้ก็รีบตะโกนกรอกหูเถี่ยจู้เสียงดังลั่น

เพื่อเตือนสติไม่ให้เขาเผลอหลับไป

แต่นี่ก็เป็นแค่วิธีแก้ขัดเท่านั้น ต่อให้ผู้บาดเจ็บจะมีความมุ่งมั่นแรงกล้าแค่ไหน มันก็ต้องมีขีดจำกัด

การจะหวังพึ่งคนงานให้เคลียร์เหล็กเส้นบริเวณทางเดินให้เสร็จภายในเวลาอันสั้น มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

“จะทำยังไงดี?”

“บัดซบเอ๊ย!”

ความรู้สึกไร้หนทาง ทำให้หลินอี้ถึงกับสบถด่าในใจ

เห็นผู้บาดเจ็บกำลังจะรอดอยู่แล้วแท้ๆ แต่กลับต้องมาถูกทางเดินสั้นๆ แค่ไม่กี่สิบเมตรนี้ขวางเอาไว้

ความรู้สึกหมดหนทางและไร้ที่พึ่งแบบนี้ มันทำให้หลินอี้นึกถึงตอนที่พ่อของเขาเกิดอาการโรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมกำเริบขึ้นมาเลย

ตอนนั้น เขาก็รู้สึกไร้หนทางและสิ้นหวังแบบนี้แหละ

ตั้งแต่นั้นมา หลินอี้ก็สาบานกับตัวเองไว้ว่า

ชาตินี้เขาจะต้องศึกษาค้นคว้าวิชาแพทย์ให้แตกฉาน จะไม่ยอมให้ความเจ็บปวดแบบนี้เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด

ใครจะไปคิดว่า เวลาผ่านไปไม่ทันไร

ความจริงอันโหดร้าย ก็กลับมาปรากฏตรงหน้าเขาอีกครั้ง...

“อาจารย์ลู่ครับ ทุกๆ ท่านครับ” หลินอี้คิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เขามองทุกคนรอบตัว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดว่า

“ถ้าภายใน 5 นาที เรายังเปิดทางเดินไม่ได้”

“ทุกคนต้องเตรียมใจไว้ให้พร้อมนะครับ ผมจำเป็นต้องเสี่ยงผ่าตัดห้ามเลือดที่ม้ามของผู้บาดเจ็บที่นี่เลย”

“ถ้า... ถ้าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ก็หวังว่าเถี่ยจู้จะทนไปจนถึงโรงพยาบาลได้นะครับ”

ถ้ามีทางเลือกที่ดีกว่านี้ หลินอี้ก็คงไม่ยอมเสี่ยงแบบนี้แน่

ตอนนี้เขาทำได้แค่ฝากความหวังไว้ที่ระบบ และทักษะทางการแพทย์ทุกแขนงที่เขามี ตั้งแต่การผ่าเปิดช่องท้อง การห้ามเลือดด้วยมือเปล่า ไปจนถึงการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

เขาต้องพยายามทำให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นภายในเวลาที่สั้นที่สุด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ถ้าทำได้ ผู้บาดเจ็บก็อาจจะยังมีโอกาสรอดชีวิต...

“ฉันไม่อนุญาต!”

“หลินอี้ เธออย่าทำอะไรบ้าๆ นะ!”

ลู่เฉินซีพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน ปฏิเสธแผนการของหลินอี้ทันที

“เธอรู้ตัวไหม ว่ากำลังทำอะไรอยู่!”

“ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ขาดทั้งยาและอุปกรณ์ฆ่าเชื้อ การผ่าตัดเปิดหน้าท้องให้ผู้บาดเจ็บ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการฆาตกรรมเลยนะ!”

เพื่อเน้นย้ำถึงความรุนแรงของสถานการณ์

ลู่เฉินซีถึงกับเลือกใช้คำพูดที่รุนแรงอย่างที่สุด

แต่เมื่อเห็นแววตาที่แน่วแน่ ไม่ยอมโอนอ่อนของหลินอี้ เธอก็ต้องพยายามอธิบายด้วยความอดทนต่อไป

“ฉันเองก็เป็นหมอ ฉันก็ไม่อยากเห็นคนไข้ตายต่อหน้าต่อตาเหมือนกัน”

“แต่เราก็เป็นแค่คนธรรมดา มีขีดจำกัดความสามารถ หลายครั้งที่เราต้องยอมรับความจริง”

“ถึงแม้...” ลู่เฉินซีกัดฟันแน่น

ถึงขั้นยอมพูดในสิ่งที่หมอไม่ควรพูดออกมา

“ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ เราก็ต้องยอมเสี่ยงเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ”

“ถึงแม้ว่าผู้บาดเจ็บจะเสียชีวิตระหว่างทาง แต่ในฐานะหมอ เธอถือว่าทำเต็มที่แล้ว”

“แต่ถ้าเธอเลือกที่จะเสี่ยงผ่าตัด ความเสี่ยงทั้งหมดจะต้องตกอยู่ที่เธอคนเดียวนะ”

“ยิ่งไปกว่านั้น! ในสภาพแบบนี้ ไม่มีหมอคนไหนสามารถผ่าตัดให้ผู้บาดเจ็บได้สำเร็จหรอก!”

ในฐานะหมอ ตราบใดที่ยังมีโอกาส ลู่เฉินซีก็จะพยายามช่วยชีวิตผู้ป่วยจนถึงวินาทีสุดท้าย

ในฐานะอาจารย์และเพื่อนร่วมงาน เธอไม่อยากเห็นหลินอี้ ต้องมาทิ้งอนาคตและชีวิตของตัวเอง เพื่อแลกกับการผ่าตัดที่ไม่มีทางเป็นไปได้

ตอนนี้ หลินอี้อาจจะไม่เข้าใจการกระทำของเธอ

แต่เมื่อหลินอี้ทำงานเป็นหมอไปนานๆ เขาจะต้องเข้าใจอย่างแน่นอน...

“อาจารย์ลู่ครับ ผมเข้าใจความหวังดีของอาจารย์นะครับ”

การเกิดใหม่สองชาติ และการเป็นหมอทั้งสองชาติ ทำให้หลินอี้เข้าใจความปรารถนาดีของลู่เฉินซีอย่างลึกซึ้ง

ถึงจะซาบซึ้งใจแค่ไหน แต่เขาก็ทนดูผู้ป่วยตายต่อหน้าต่อตาไม่ได้จริงๆ

“แต่ผมยังอยากจะ...”

ยังไม่ทันที่หลินอี้จะพูดจบ

ตุ้บ!

ร่างกำยำของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนายหนึ่ง

ก็คุกเข่าลงกับพื้นอย่างแรง...

จบบทที่ EP 29: ฆาตกรรมหรือรอความตาย คุณจะรับมืออย่างไร!

คัดลอกลิงก์แล้ว