- หน้าแรก
- ระบบแพทย์ หัตถ์เทวะอัจฉริยะกู้ชีพ
- EP 22: ความใจกล้าของคุณป้าวัยทอง รับมือยากจริงๆ!
EP 22: ความใจกล้าของคุณป้าวัยทอง รับมือยากจริงๆ!
EP 22: ความใจกล้าของคุณป้าวัยทอง รับมือยากจริงๆ!
EP 22: ความใจกล้าของคุณป้าวัยทอง รับมือยากจริงๆ!
“หมอหลิน หมอหลินมาแล้ว...”
“ทุกคนเข้าแถวให้เป็นระเบียบนะ อย่าเหยียบเท้าฉันสิ หมอหลินตรวจเร็วจะตาย...”
“ถึงหมอหลินจะอายุน้อย แต่เขาเป็นหมอที่มีจรรยาบรรณที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลยนะ เน้นช่วยคนไข้ประหยัดเงินสุดๆ...”
ทันทีที่หลินอี้เดินมาถึงจุดคัดกรองผู้ป่วยของแผนกฉุกเฉิน
กลุ่มคนไข้ที่ยืนกันอย่างสะเปะสะปะ ก็เหมือนได้พบกับที่พึ่งทางใจ
พวกเขาจัดการเข้าแถวกันอย่างเป็นระเบียบโดยไม่ต้องมีใครสั่ง สายตาทุกคู่จดจ้องไปที่หลินอี้อย่างมีความหวัง
“นี่มันอะไรกันเนี่ย?”
“หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรือเปล่าครับ!”
หลินอี้ลูบหน้าตัวเองด้วยความรู้สึกประหม่า แต่ก็ไม่เห็นจะมีอะไรผิดปกติ
สายตาอันร้อนแรงของเหล่าคนไข้ ทำให้เขารู้สึกอึดอัดไปหมดทั้งตัว
“ฉันกับหมอหลินจะช่วยกันซักประวัตินะคะ ส่วนพวกเธอสองคนรับหน้าที่จดบันทึกก็แล้วกัน”
ฟางเสี่ยวหรานมองดูแถวคนไข้ที่ยาวเหยียด แล้วตัดสินใจเปิดจุดซักประวัติพร้อมกันสองคน
คนไข้ที่มาวันนี้ดูจะเยอะกว่าปกติเป็นพิเศษ
ถ้าไม่เร่งมือล่ะก็ เที่ยงนี้ก็คงตรวจไม่หมดแน่ๆ
“คุณตาคะ รู้สึกไม่สบายตรงไหนเหรอคะ?”
หลังจากล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ฟางเสี่ยวหรานก็หยิบหูฟังแพทย์ขึ้นมา พร้อมกับเอ่ยถามคุณตาที่ยืนอยู่ตรงหน้า เพื่อเตรียมเริ่มต้นการตรวจ
“ฉันน่ะเหรอรู้สึกไม่สบาย? ฉันเห็นหน้าเธอนั่นแหละถึงได้รู้สึกไม่สบาย!”
“ไม่ใช่สิ... ฉันตั้งใจมาหาหมอหลินต่างหาก เธอเป็นแค่เด็กผู้หญิง จะมาเอาเครื่องมือนี่มาทาบตัวฉันทำไม?”
คุณตาขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงฟังดูไม่ค่อยพอใจนัก
เขาได้ยินมาจากคุณป้าคนหนึ่งที่หน้าประตูโรงพยาบาลแล้วว่า
แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลศูนย์ มีหมอชื่อหลินอี้ ตรวจโรคได้ทั้งรวดเร็วและราคาถูก
ถ้าไม่อยากโดนโรงพยาบาลขูดรีด ก็ให้แวะมาหาหมอหลินที่แผนกฉุกเฉินก่อน
ตอนนั้นคุณตาฟังมาอย่างชัดเจน ว่าหมอหลินเป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา
จะให้เด็กผู้หญิงอายุน้อยๆ แบบนี้มาตรวจ สู้ไปกดบัตรคิวหาหมอเฉพาะทางไม่ดีกว่าเหรอ หมอเด็กขนาดนี้จะพึ่งพาได้ยังไง!
“เอ่อ...” ฟางเสี่ยวหรานแอบส่งค้อนให้หลินอี้ที่นั่งอยู่ข้างๆ แทบจะกระอักเลือดตายอยู่แล้ว
หมอนี่เพิ่งมาทำงานวันแรก ไปเอาชื่อเสียงโด่งดังขนาดนี้มาจากไหนเนี่ย
ถึงหน้าตาจะพอดูได้ แต่มันก็ไม่ควรจะตกได้ทั้งผู้หญิงผู้ชายแบบนี้สิ!
“คุณตาไปต่อแถวฝั่งนู้นเลยค่ะ แถวนั้นหมอหลินเป็นคนตรวจค่ะ”
คนไข้มีสิทธิ์เลือกหมอรักษาได้เอง
ฟางเสี่ยวหรานยังคงรักษารอยยิ้มเอาไว้ พร้อมกับผายมือเชิญคุณตาให้ไปต่อแถวของหลินอี้
“ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกล่ะ ปล่อยให้ฉันยืนรอตั้งนาน”
“โรงพยาบาลตั้งใหญ่โต ทำป้ายชื่อหมอบอกไว้หน่อยไม่ได้หรือไง!”
ให้ตายเถอะ!
ทันทีที่ฟางเสี่ยวหรานพูดจบ คนไข้ในแถวของเธอ
ก็บ่นพึมพำกันเสียงขรม ก่อนจะสลายตัวและกรูกันไปต่อคิวใหม่ที่แถวของหลินอี้แทบจะทั้งหมด
เหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังคงยืนลังเล มองดูแถวที่ว่างเปล่าของเธอด้วยความไม่แน่ใจ
“ฉันว่าพวกคุณรีบไปต่อคิวแถวหมอหลินดีกว่านะ เดี๋ยวก็รู้เองแหละว่าความคุ้มค่ามันเป็นยังไง!”
“อย่ามองว่าหมอหลินอายุยังน้อยนะ เขาเป็นถึงหมอเทวดาชื่อดังของโรงพยาบาลศูนย์เลยนะ จัดยาปุ๊บหายปั๊บ!”
“ข้างนอกเขาลือกันให้แซ่ด ว่าหมอหลินเคยรักษาโรคมะเร็งหายมาแล้วด้วย...”
เสียงซุบซิบในหมู่คนไข้ เริ่มลุกลามไปในทิศทางที่เหนือจริงมากขึ้นเรื่อยๆ
คนไข้เพียงไม่กี่คนที่ยังเหลืออยู่ในแถวของฟางเสี่ยวหราน ทนแรงกดดันไม่ไหว ยอมเดินไปต่อท้ายแถวอันยาวเหยียดของหลินอี้อย่างว่าง่าย
“ฉันดูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย!”
รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าของฟางเสี่ยวหรานค่อยๆ เลือนหายไป
การที่คนไข้ไม่เชื่อใจเธอมากมายขนาดนี้ ใครเจอแบบนี้ก็คงยิ้มไม่ออกหรอก
“ผมโด่งดังขนาดนั้นเลยเหรอครับ!”
“หมอเทวดาชื่อดังแห่งโรงพยาบาลศูนย์ แถมยังเคยรักษามะเร็งหายด้วยเนี่ยนะ!”
“ทำไมผมถึงไม่รู้เรื่องเลยล่ะ?” หลินอี้เองก็ยืนงงเป็นไก่ตาแตก
ใครเป็นคนปล่อยข่าวลือพวกนี้เนี่ย นี่มันหาเรื่องให้คนอื่นหมั่นไส้ชัดๆ!
'แต่แบบนี้ก็ถูกใจผมเลย!'
'งั้นก็ปล่อยให้ข่าวลือมันโหมกระพือยิ่งกว่านี้เถอะ!'
มุมปากที่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ได้เปิดเผยความในใจของหลินอี้ออกมาจนหมดสิ้น
ตอนนี้เขากำลังต้องการคนไข้จำนวนมหาศาล เพื่อมาเป็นตัวช่วยในการเก็บค่าประสบการณ์ให้ระบบ
ส่วนเรื่องที่เพื่อนร่วมอาชีพจะอิจฉาริษยาหรือเกลียดชัง เขาก็ไม่สนหรอก ใครจะคิดยังไงก็ช่างหัวมันสิ...
“หมอหลินเคยทำงานที่ไหนมาก่อนเหรอคะ? ถึงได้โด่งดังขนาดนี้!”
พยาบาลหยางอวี้กับลวี่ตานที่รับหน้าที่จดบันทึก เบิกตากว้างมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ
พวกเธอพยายามเค้นความทรงจำอยู่นาน แต่ก็นึกไม่ออกเลยว่าในเมืองจินเฉิง มีหมอชื่อดังที่ชื่อหลินอี้อยู่ด้วย
อีกอย่าง ดูจากอายุและบุคลิกของหมอหลินแล้ว ยังไงก็ไม่น่าจะใช่หมอแผนจีนรุ่นเดอะในตำนานแน่ๆ!
“เดี๋ยวคุณตรวจคนไข้ไปนะ ฉันจะเป็นลูกมือให้เอง”
ฟางเสี่ยวหรานทำปากยื่น บ่นอุบอิบกับหลินอี้อย่างไม่เต็มใจนัก
แล้วเธอจะทำอะไรได้ล่ะ ในเมื่อเป็นถึงแพทย์ประจำบ้านของแผนกฉุกเฉิน แต่กลับโดนหมอใหม่ข้ามหน้าข้ามตา
ฝีมือสู้ไม่ได้ ชื่อเสียงก็สู้ไม่ได้ มีความคับแค้นใจแค่ไหนก็ต้องทนเก็บเอาไว้
“หมอหลินคะ ตั้งแต่ตื่นมาเมื่อเช้า ป้าก็ปวดตรงนี้แทบขาดใจเลยค่ะ”
“ตรงนี้เลย... หมอลองคลำดูสิคะ ป้าเป็นมะเร็งเต้านมหรือเปล่า เพื่อนๆ วัยเดียวกับป้าหลายคนก็เป็นโรคนี้กันทั้งนั้นเลย”
ในที่สุดก็เริ่มการซักประวัติ คนไข้คนแรกเป็นคุณป้าวัยทอง เธอไม่รอให้หลินอี้เอ่ยปากถาม
ก็รีบอธิบายอาการของตัวเองออกมาเป็นชุด แถมยังคว้ามือหลินอี้หมับ ตั้งท่าจะลากไปคลำที่หน้าอกของตัวเองอีก
“ช้าก่อนครับคุณป้า! ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกครับ”
“เดี๋ยวผมจับชีพจรให้ก่อนนะครับ”
หลินอี้ต้องออกแรงขืนไว้ ถึงจะดึงมือกลับมาจากกรงเล็บมรณะของคุณป้าได้
เขารีบกดแขนคุณป้าให้นาบลงบนโต๊ะ แล้ววางนิ้วสองนิ้วลงบนข้อมือของเธอ
จุดคัดกรองผู้ป่วยไม่ใช่ห้องตรวจที่ปิดมิดชิดนะ คุณป้าไม่อาย แต่เขาอายนะเว้ย!
✦ แจ้งเตือนระบบ: ข้อมูลผู้ป่วย
✦ อาการหลักที่พบ: ผู้ป่วยถูกของแข็งกดทับบริเวณหน้าอกเป็นเวลานาน ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อฟกช้ำระดับอ่อน
“คุณป้าครับ เมื่อคืนตอนนอน มีของแข็งๆ อะไรอยู่บนเตียงหรือเปล่าครับ?”
หลินอี้เริ่มตะล่อมถามคนไข้ตามคำใบ้จากระบบ
“คุณพระ! หมอหลินรู้ได้ยังไงคะเนี่ย!” คุณป้าร้องอุทานด้วยความตกใจ
“เมื่อคืนลูกชายป้าหาลูกบาศก์รูบิคอยู่นานก็หาไม่เจอ”
“พอตื่นมาเมื่อเช้า ป้าถึงได้เห็นว่ามันซุกอยู่ในผ้าห่มของป้าเอง”
พ่อหนุ่มคนนี้เก่งสมคำร่ำลือจริงๆ แค่นี้ก็ยังเดาออก
แถมหน้าตาก็หล่อเหลา มองแล้วเจริญหูเจริญตาจริงๆ!
“ลูกชายคุณป้าเหรอครับ?” หลินอี้เผลอหลุดปากถามออกไป
“ใช่จ้ะ! ลูกชายป้าเพิ่งจะหกขวบเอง น่ารักน่าชังมากๆ โตขึ้นต้องหล่อเหมือนหมอหลินแน่ๆ เลย”
พอเครื่องติด คุณป้าก็คุยจ้อไม่ยอมหยุด
“เอ่อ...” หลินอี้ถึงกับไปไม่เป็น ไม่รู้จะรับมุกยังไงดี
ประเด็นคือ คุณป้าอายุขนาดนี้แล้ว ยังมีลูกชายวัยหกขวบได้อีก ถือว่าแข็งแรงไม่เบาเลยนะ!
“คุณป้าครับ อาการของคุณป้าก็คือ โดนลูกบาศก์รูบิคกดทับหน้าอกตอนนอน ทำให้กล้ามเนื้อฟกช้ำนิดหน่อยครับ”
“เดี๋ยวไปซื้อน้ำมันดอกคำฝอย หรือยาอวิ๋นหนานไป๋เย่ามานวดบ่อยๆ วันสองวันก็หายแล้วครับ”
หลินอี้ตัดสินใจรีบจบการสนทนา เขาเขียนใบสั่งยาให้คุณป้าทันที
“แค่นี้เองเหรอคะ? ไม่ต้องไปเอกซเรย์อะไรเลยเหรอ?” คุณป้าชะงักไปนิดหนึ่ง
ได้ยินมาว่าหมอหลินตรวจเร็ว ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้!
“ไม่ต้องหรอกครับ แต่ถ้าคุณป้าไม่สบายใจ จะไปลงทะเบียนที่แผนกเต้านมเพื่อเอกซเรย์ดูอีกรอบก็ได้นะครับ”
คนไข้มีสิทธิ์ที่จะสงสัยคำวินิจฉัยของหมอ
หลินอี้ไม่ได้โกรธ แต่เสนอทางเลือกให้คนไข้ตัดสินใจเอง
“สบายใจสิคะ ทำไมจะไม่สบายใจล่ะ!” คุณป้ารีบแก้ตัว
“ป้าแค่คิดไม่ถึง ว่าหมอจะตรวจได้เร็วขนาดนี้!”
หมอหลินช่วยให้เธอไม่ต้องเสียเงินฟรีๆ คุณป้าจะไปมีเรื่องอะไรให้ไม่พอใจอีกล่ะ
“แล้วไอ้ที่บอกให้นวดเนี่ย มันต้องนวดยังไงคะ? หมอหลินช่วยสาธิตให้ดูหน่อยได้ไหมคะ?”
คุณป้าทำมือวนๆ อยู่ตรงหน้าอกตัวเอง
แล้วถามต่อด้วยความขัดเขินนิดๆ...