- หน้าแรก
- ขโมยวาสนาท้าลิขิตสวรรค์
- (✓) EP 348: 【อ่านฟรี!】 เสี้ยมสอน
(✓) EP 348: 【อ่านฟรี!】 เสี้ยมสอน
(✓) EP 348: 【อ่านฟรี!】 เสี้ยมสอน
(✓) EP 348: 【อ่านฟรี!】 เสี้ยมสอน
“ขึ้นอยู่กับฝีมือของแต่ละคน พูดได้สวยหรูนัก พวกเราจะไปเป็นคู่มือของวังเทพสมุทรพวกเจ้าได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ยังมีร่างแยกราชันย์อยู่ด้วย พวกเรายิ่งไม่ใช่คู่มือเข้าไปใหญ่”
เสียงลึกลับนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ดังมาจากทั่วทุกสารทิศ ทิศทางเปลี่ยนแปลงไปมาอย่างคาดเดาไม่ได้ ทำให้ยากที่จะจับทิศทางของผู้พูดได้
“ผู้ใดกัน?”
ผู้อาวุโสระดับบรรดาศักดิ์โหวแห่งวังเทพสมุทรสาดแสงสีฟ้าครามออกจากดวงตาทั้งสอง กวาดสายตามองฝูงชน หมายจะกระชากตัวผู้ที่ซุ่มซ่อนยุยงปลุกปั่นออกมา
“หึหึ ถูกข้าพูดแทงใจดำเข้า คนของวังเทพสมุทรก็เลยโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ คิดจะฆ่าคนปิดปากล่ะสิ”
เสียงลึกลับดังขึ้นอีกครั้ง พลางเอ่ย “สหายเต๋าทุกท่าน พวกเรารีบหนีกันเถอะ ที่นี่มีคนของวังเทพสมุทร ซ้ำยังมีร่างแยกราชันย์อยู่ด้วย พวกเราจะไปแย่งชิงสู้พวกเขาได้อย่างไร ไฉนจะต้องยอมเหนื่อยเปล่า ซ้ำยังไม่ได้อะไรติดมือกลับไป แถมยังอาจต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่อีก”
เสียงนี้เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ยั่วยวนและการปลุกปั่น ทำให้ความโกรธแค้นและความชิงชังในใจของผู้ฝึกตนบางคนลุกโชนขึ้นมาในชั่วพริบตา
“พูดถูก พวกเราจะไปเหนื่อยเป็นทาสรับใช้คนของวังเทพสมุทรทำไม สู้จากไปเสียดีกว่า”
ผู้ฝึกตนชราผู้นึงเอ่ยขึ้น
“ถูกต้อง พวกเราอุตส่าห์เหน็ดเหนื่อยทำลายค่ายกล ทว่ากลับแย่งชิงสมบัติล้ำค่าในตำหนักสู้คนของวังเทพสมุทรไม่ได้ อย่างนี้มันเอาเปรียบกันเกินไปแล้ว”
“...”
เสียงร้องตะโกนดังระงม ผู้ฝึกตนมากมายต่างพากันเดือดดาล
ผู้อาวุโสระดับบรรดาศักดิ์โหวแห่งวังเทพสมุทรสีหน้าเย็นชา กวาดสายตามองฝูงชน หวังจะควานหาตัวผู้ที่ยุยงปลุกปั่นออกมา
ไม่ไกลออกไป ร่างแยกของราชันย์มัจฉาทองคำยืนเอามือไพล่หลัง สายตาจดจ่ออยู่เพียงที่ซูเสวียนจวิน แฝงความหวาดหวั่นอยู่ลึกๆ ส่วนความโกรธแค้นของผู้ฝึกตนมากมายนั้น เขาไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย ฝูงมดปลวก จะกล้าส่งเสียงร้องท้าทายสวรรค์เชียวหรือ
“ครึกครื้นกันจังเลยนะ ดูท่าการกระทำของคนจากวังเทพสมุทร คงจะสร้างความไม่พอใจให้แก่ทุกคนเข้าแล้ว”
ในตอนนั้นเอง กลิ่นหอมกรุ่นก็พัดโชยมา ซูเสวียนจวินไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายมารลืมเลือนที่เดินทางมาถึง
“มีคนลอบยุยงปลุกปั่นอยู่น่ะ ลูกไม้ตื้นๆ” ซูเสวียนจวินตอบกลับ
ธิดาศักดิ์สิทธิ์สวมชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ มีผ้าคลุมหน้าสีขาวปิดบังใบหน้า ผิวพรรณขาวผุดผ่องดุจหิมะ รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น แผ่ซ่านกลิ่นอายบริสุทธิ์สูงส่ง ราวกับเทพธิดาจากสรวงสวรรค์
นางก้าวเดินอย่างชดช้อย มายืนเคียงข้างซูเสวียนจวิน พลางเอ่ย “วิธีการคุ้นเคยจังเลยนะ น่าจะเป็นคนของสำนักมาร”
“ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเคล็ดทวยเทพมารเก้าเนตร น่าจะเป็นคนของนิกายมารสวรรค์ที่ลอบใช้เคล็ดทวยเทพมารเก้าเนตร ดึงความรู้สึกด้านลบของผู้คนออกมา เพื่อยุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยก”
ตอนที่ซูเสวียนจวินอยู่ในดินแดนลับปรากฏการณ์สวรรค์ เขาได้สังหารหนานกงเวิ่นหมัว และช่วงชิงเคล็ดวิชาฝึกฝนนี้มาจากทะเลแห่งการหยั่งรู้ของอีกฝ่าย
แม้เขาจะไม่ได้ตั้งใจศึกษาอย่างจริงจัง ทว่าก็มีความรู้ความเข้าใจในเคล็ดวิชานี้อยู่บ้าง
ธิดาศักดิ์สิทธิ์เอ่ย “คนที่มาจากนิกายมารสวรรค์ ดูเหมือนจะคอยยุยงปลุกปั่น ทว่าแท้จริงแล้วเป็นเพราะคนของวังเทพสมุทรวางอำนาจบาตรใหญ่มาโดยตลอด ผู้ฝึกตนเหล่านี้โกรธแต่ไม่กล้าพูด หากมิใช่เพราะเหตุนี้ เคล็ดทวยเทพมารเก้าเนตรจะไปดึงความรู้สึกด้านลบของผู้คนเหล่านี้ออกมาได้อย่างง่ายดายได้อย่างไร”
“เป้าหมายสูงสุดของคนจากนิกายมารสวรรค์ น่าจะเป็นการชักนำให้ผู้ฝึกตนเหล่านี้รุมโจมตีคนของวังเทพสมุทร ร่างแยกราชันย์ หรือแม้กระทั่งพวกเรา ขับไล่พวกเราออกไปจากที่นี่ เพื่อที่มันจะได้ครอบครองวาสนาของที่นี่แต่เพียงผู้เดียว”
ซูเสวียนจวินสันนิษฐาน
ผู้ฝึกตนมากมาย ณ ที่นี้ ล้วนมีระดับการบำเพ็ญเพียรถึงขั้นจิตวิญญาณต้นกำเนิด บางคนถึงกับก้าวเท้าข้างหนึ่งเข้าสู่ขั้นบรรดาศักดิ์โหว หากสู้กันตัวต่อตัว อาจจะไม่ใช่ภัยคุกคาม ทว่าหากร่วมมือกัน ก็สามารถเป็นภัยคุกคามต่อคนของวังเทพสมุทร ร่างแยกราชันย์ได้
“แผนการของคนผู้นี้แม้จะฟังดูดี ทว่ามันประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไป คิดจริงๆ หรือว่าคนของวังเทพสมุทรและร่างแยกราชันย์จะไม่มีวิธีรับมือกับมัน” ธิดาศักดิ์สิทธิ์เอ่ยเสียงเรียบ
สิ้นคำพูดของนาง เสียงของผู้อาวุโสระดับบรรดาศักดิ์โหวแห่งวังเทพสมุทรก็ดังขึ้นลานกว้าง “ไอ้ตัวยุยงปลุกปั่นที่ซ่อนอยู่ในเงามืด ข้าจับตัวเจ้าได้แล้ว”
จู่ๆ ผู้อาวุโสระดับบรรดาศักดิ์โหวแห่งวังเทพสมุทรก็สาดแสงสว่างจ้าออกจากดวงตา ล็อกเป้าหมายไปที่ต้นกำเนิดของปราณจิต ยื่นมือใหญ่ออกไป คว้าตัวชายหนุ่มชุดดำผู้หนึ่ง
“ตาแก่คนนี้ ปราณจิตเฉียบคมนัก ข้าใช้ปราณจิตบ่อยเกินไป เลยถูกมันจับได้”
นัยน์ตาของชายหนุ่มชุดดำฉายแววหงุดหงิด ร่างของเขาวูบไหว หลบฝ่ามือสีฟ้าครามนั้น โคจรเคล็ดทวยเทพมารเก้าเนตร แผ่คลื่นพลังจิตออกไป พร้อมกับตะโกนลั่น “พวกคนของวังเทพสมุทรนี่ช่างวางอำนาจบาตรใหญ่เกินไปแล้ว สหายเต๋าทุกท่าน คนของวังเทพสมุทรข่มเหงรังแกกันเกินไปแล้ว พวกเราร่วมมือกันสยบพวกมันเถอะ”
ผู้ฝึกตนมากมาย ณ ที่นี้ ถูกเคล็ดทวยเทพมารเก้าเนตรดึงความรู้สึกด้านลบออกมาตั้งแต่แรกแล้ว เมื่อผู้อาวุโสระดับบรรดาศักดิ์โหวแห่งวังเทพสมุทรลงมือ บวกกับการที่ชายหนุ่มชุดดำทุ่มสุดตัวเพื่อโคจรเคล็ดทวยเทพมารเก้าเนตร ก็ยิ่งจุดชนวนความโกรธแค้นในใจของผู้ฝึกตนเหล่านี้ให้ปะทุขึ้นมาทันที พวกเขาต่างพากันลงมือ โจมตีใส่คนของวังเทพสมุทร
“ฆ่า ฆ่ามัน ฆ่าคนของวังเทพสมุทรให้หมด”
“ร่างแยกราชันย์ก็อย่าให้รอด วาสนาของที่นี่เป็นของพวกเรา”
“ชายหญิงคู่ก่อนหน้านี้ด้วย ชายคนนั้นแข็งแกร่งนัก ต้องสังหารมันทิ้งเสีย”
ผู้ฝึกตนมากมาย ณ ที่นี้เดือดดาล ความรู้สึกด้านลบประดังประเดเข้ามา โกรธแค้นจนหน้ามืดตามัว ลงมือโจมตีใส่คนของวังเทพสมุทร ร่างแยกราชันย์ และซูเสวียนจวิน
“แสงหิ่งห้อยหรือจะกล้าประชันแสงจันทร์!”
ราชันย์มัจฉาทองคำหน้าตึง ชี้ดรรชนี ตรึงศาสตราอาคมที่โจมตีเข้ามาไว้กลางอากาศ จากนั้นก็ตบฝ่ามือ ศาสตราอาคมเหล่านั้นก็แตกสลายกลายเป็นผุยผง
“พวกเจ้ารนหาที่ตายนัก!”
ผู้อาวุโสระดับบรรดาศักดิ์โหวแห่งวังเทพสมุทรก็เดือดดาลเช่นกัน หากอยู่ภายนอก ผู้ใดจะกล้าท้าทายวังเทพสมุทรของพวกเขา
นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่โลกรังเทพ เขาก็ถูกท้าทายครั้งแล้วครั้งเล่า ในใจก็รู้สึกอึดอัดมานานแล้ว บัดนี้จึงระเบิดโทสะออกมา เริ่มการฆ่าฟันอย่างบ้าคลั่ง
ธิดาศักดิ์สิทธิ์ลงมือ ผีเสื้อสีดำโบยบิน ก่อเกิดเป็นสนามพลัง กักขังผู้ฝึกตนจำนวนมากที่พุ่งเข้ามา
“เจ้าจะยุยงปลุกปั่นพวกเขาก็แล้วไปเถอะ ทว่าเจ้าไม่ควรดึงข้าเข้าไปเกี่ยวข้องกับความแค้นนี้ด้วย”
ซูเสวียนจวินก้าวเท้าแผ่วเบา ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าชายหนุ่มชุดดำ เอ่ยเสียงเรียบ “ใครให้ความกล้าแก่เจ้า ให้มาหาเรื่องข้า”
“ไปตายซะ!”
ชายหนุ่มชุดดำลงมืออย่างโหดเหี้ยม เบื้องหลังปรากฏเงาร่างทวยเทพมารเก้าเนตร สาดแสงมารออกไปเป็นสาย
ปัง!...
ซูเสวียนจวินผสานอินด้วยสองมือ สำแดงรอยประทับเพลิงลีฉั่ว รอบกายเปล่งประกายแสงเพลิงลีฉั่วเจิดจรัส ก่อรูปเป็นรอยประทับขนาดเท่าภูเขาขนาดย่อม ลุกโชนด้วยเพลิงลีฉั่ว ตบลงมา กระแทกชายหนุ่มชุดดำจนกระเด็นลอยไป
“นี่... เป็นไปได้อย่างไร?”
ชายหนุ่มชุดดำตกตะลึงสุดขีด แม้เขาจะรู้ตัวว่าพลังของตนห่างชั้นกับซูเสวียนจวิน จึงได้รวมซูเสวียนจวินเข้าไปในเป้าหมายตอนที่เขายุยงปลุกปั่นผู้อื่น ทว่าเขากลับนึกไม่ถึงเลยว่าช่องว่างระหว่างตนกับอีกฝ่ายจะห่างชั้นกันถึงเพียงนี้ ถึงกับรับมือไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว
“ชายผู้นี้แข็งแกร่งเกินไป ลำพังกำลังของข้าคนเดียว ไม่มีทางสู้เขาได้เลย”
ชายหนุ่มชุดดำเริ่มคิดจะถอย ร่างของเขาวูบไหว สำแดงเคล็ดหลบหนีมารสวรรค์ ร่างกายแตกตัวเป็นเงาร่างมารเจ็ดสิบสองสาย เลือนรางไร้รูปร่าง พุ่งกระจายหนีไปทุกทิศทาง
“ใครอนุญาตให้เจ้าหนี”
ซูเสวียนจวินยกมือขึ้น อวัยวะภายในทั้งห้าเปล่งประกาย แสงห้าธาตุพุ่งทะยาน ก่อรูปเป็นฉัตรขนาดยักษ์ สาดส่องแสงห้าธาตุลงมา ปกคลุมไปทั่วสารทิศ
เสียง วิ้ง! ดังขึ้น เงาร่างมารทั้งเจ็ดสิบสองสายพุ่งชนม่านแสงห้าธาตุที่ฉัตรปล่อยลงมา ถูกสะท้อนกลับไปทันที ก่อนจะประกอบร่างกลับเป็นชายหนุ่มชุดดำอีกครั้งกลางอากาศ
ชายหนุ่มชุดดำหน้าถอดสี เขารู้ดีว่าหนีไม่รอดแล้ว คงต้องสู้ตายสถานเดียว
ตูม!...
ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากที่ไกลๆ
จากนั้นก็มีคนตะโกนลั่น “ค่ายกลถูกทำลายแล้ว รีบเข้าไปแย่งชิงวาสนาเร็ว”