- หน้าแรก
- ขโมยวาสนาท้าลิขิตสวรรค์
- (✓) EP 328: 【อ่านฟรี!】 ตอบโต้
(✓) EP 328: 【อ่านฟรี!】 ตอบโต้
(✓) EP 328: 【อ่านฟรี!】 ตอบโต้
(✓) EP 328: 【อ่านฟรี!】 ตอบโต้
เปรี้ยง!...
ผู้ฝึกตนหลายคนที่ถูกเหวี่ยงเข้าไปในหุบเขา ร่างไปกระทบเข้ากับอักขระค่ายกล ทันใดนั้น สายฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงลงมาจากฟากฟ้า แสงอสนีบาตสว่างวาบ ปกคลุมร่างของพวกเขาทั้งหมด
สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ต่างพากันงัดศาสตราอาคมออกมาต้านทาน
ทว่าความพยายามทั้งหมดล้วนสูญเปล่า สายฟ้าฟาดนั้นทรงพลังไร้เทียมทาน บดขยี้ศาสตราอาคมจนแหลกสลาย ก่อนจะผ่าร่างของพวกเขาจนแหลกเหลว ไหม้เกรียมเป็นตอตะโกในพริบตา
ภาพเหตุการณ์อันน่าสยดสยองนี้ ทำให้ผู้ฝึกตนหลายคนสั่นสะท้านไปทั้งตัว
“หึ! ผู้ใดกล้าขัดคำสั่งพันธมิตรวารีแท้ นี่คือจุดจบของพวกมัน พวกเจ้า เดินหน้าเข้าไปสำรวจต่อซะ”
องครักษ์วารีแท้ผู้นั้นมีสีหน้าเย็นชา กวาดตามองทุกคน ก่อนจะชี้ตัวผู้ฝึกตนอีกหลายคน สั่งให้พวกเขามุ่งหน้าลึกเข้าไปในหุบเขา
หนึ่งในผู้ถูกเลือกก็มีซูเสวียนจวินและธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายมารลืมเลือนรวมอยู่ด้วย
ทั้งสองยังไม่รีบร้อนลงมือ แต่เลือกที่จะเดินเข้าไปในหุบเขาตามคำสั่ง
ซูเสวียนจวินมีความรู้เรื่องอักขระค่ายกลอยู่บ้าง แม้จะไม่เชี่ยวชาญเท่าธิดาศักดิ์สิทธิ์ ทว่าก็พอจะมองออกถึงกฎเกณฑ์การทำงานของอักขระบางส่วนในหุบเขานี้
ทั้งสองก้าวเดินอย่างเชื่องช้า เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดพักเพื่อคำนวณเส้นทาง
ผู้ฝึกตนคนอื่นๆ ก็ค่อยๆ เดินอย่างระมัดระวังเช่นกัน พวกเขาต้องคอยเร่งเร้าศาสตราอาคมคุ้มครองตัวไปพร้อมๆ กับการสังเกตอักขระค่ายกล
องครักษ์วารีแท้รู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของพวกเขา จึงชี้ตัวผู้ฝึกตนอีกหลายคน สั่งให้สำรวจเส้นทางอื่น
ไม่นาน ผู้ฝึกตนที่เข้ามาในหุบเขาก็ไม่ได้อยู่แค่บริเวณรอบนอกอีกต่อไป พวกเขาเริ่มกระจายตัวกันมุ่งหน้าสำรวจลึกเข้าไปด้านใน
ตูม!...
มีผู้ฝึกตนไปสัมผัสโดนอักขระค่ายกล สายฟ้าสั่นสะเทือนฟ้าดิน แสงสว่างเจิดจ้าปกคลุมร่างของเขา
ผู้ฝึกตนผู้นี้อยู่ในขั้นจิตวิญญาณต้นกำเนิดระดับกลาง พลังการบำเพ็ญเพียรไม่ธรรมดา เขาเร่งเร้าศาสตราอาคมขึ้นต้านทานสายฟ้าฟาด
ทว่าเขากลับต้านทานไว้ได้เพียงเจ็ดแปดลมหายใจเท่านั้น หม้อสัมฤทธิ์ใบเล็กที่เขาเร่งเร้าก็แตกสลายภายใต้สายฟ้าฟาด ร่างของเขาก็ถูกสายฟ้าผ่าทะลุทะลวง จิตวิญญาณต้นกำเนิดแหลกสลายไปในพริบตา แม้แต่จะถอดจิตหนีก็ยังทำไม่ได้
ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างสั่นสะท้านด้วยความกลัว
อักขระค่ายกลในที่นี้ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก แม้แต่ยอดฝีมือขั้นจิตวิญญาณต้นกำเนิดระดับกลางก็ยังต้านทานไว้ได้ไม่นาน
ภายนอกหุบเขา โหวเสวียนเสอยืนเอามือไพล่หลัง ใบหน้าชราภาพปรากฏแววตึงเครียด
ระดับอักขระค่ายกลของที่นี่สูงเกินไป จากการสำรวจและทดสอบระยะหนึ่ง เขามั่นใจว่าอักขระค่ายกลในหุบเขานี้มีระดับถึงขั้นบรรดาศักดิ์โหวอย่างแน่นอน เป็นค่ายกลสังหารที่สามารถปลิดชีพยอดฝีมือระดับบรรดาศักดิ์โหวได้เลยทีเดียว
นี่เป็นเพียงบริเวณรอบนอกของหุบเขาเท่านั้น สถานการณ์ลึกเข้าไปด้านในยังคงเป็นปริศนา พลังทำลายล้างอาจเข้าใกล้ระดับราชันย์เลยก็เป็นได้
หากเขาไม่ถูกสะกดพลังการบำเพ็ญเพียร และมีศาสตราอาคมติดตัว ก็คงไม่เกรงกลัวค่ายกลในที่นี้
ทว่าตอนนี้ระดับการบำเพ็ญเพียรของเขาถูกกดไว้ที่ขั้นจิตวิญญาณต้นกำเนิดระดับสูงสุด อย่างมากก็คือก้าวเท้าข้างหนึ่งเข้าสู่ขั้นบรรดาศักดิ์โหว ไม่มีทางต้านทานพลังของค่ายกลได้เลย
“ยังไม่พอ จำนวนคนน้อยเกินไป พวกเราเสียเวลาอยู่ที่นี่มาเป็นเดือนแล้ว จะล่าช้าไปกว่านี้ไม่ได้ พวกเจ้า ไปจับตัวผู้ฝึกตนมาเพิ่ม ให้พวกมันมาช่วยสำรวจกฎเกณฑ์การทำงานของอักขระค่ายกล”
โหวเสวียนเสอออกคำสั่ง
หัวหน้าองครักษ์วารีแท้หลายคนที่ยืนอยู่ข้างกายพยักหน้ารับ ก่อนจะกระจายกำลังออกไปทุกทิศทาง
รังเทพอีกาทองคำเปิดออกได้ระยะหนึ่งแล้ว ในช่วงเวลานี้ มีผู้ฝึกตนจากภายนอกหลั่งไหลฝ่าทะเลแห่งความสับสนมายังรังเทพอีกาทองคำอย่างต่อเนื่อง
ราชันย์จากขุมกำลังใหญ่ต่างๆ และผู้เลื่อมใสลึกลับก็ไม่ได้ขัดขวาง ปล่อยให้ผู้ฝึกตนจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเข้าสู่รังเทพ
พวกเขาหวังจะใช้ผู้ฝึกตนเหล่านี้เป็นแนวหน้าในการสำรวจรังเทพ
ดังนั้น ภายในรังเทพจึงเต็มไปด้วยผู้ฝึกตนมากมาย มีทั้งผู้ฝึกตนอิสระจากดินแดนโพ้นทะเล ผู้ฝึกตนจากสำนักทั่วไป และผู้ฝึกตนจากดินแดนอื่น
หัวหน้าองครักษ์วารีแท้จากไปไม่นาน ก็จับกุมผู้ฝึกตนกลับมาได้จำนวนมาก บังคับให้พวกเขาเข้าไปในหุบเขา
ผู้ฝึกตนเหล่านี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหัวหน้าองครักษ์วารีแท้ ก็โกรธแค้นแต่ไม่กล้าเอ่ยปาก ทำได้เพียงกล้ำกลืนฝืนทน ก้าวเข้าไปในหุบเขา
ภายในหุบเขา ซูเสวียนจวินและธิดาศักดิ์สิทธิ์เดินหน้าไปอย่างช้าๆ
เนื่องจากอักขระค่ายกลในหุบเขามีอยู่อย่างหนาแน่น พวกเขาจึงเดินเบียดเสียดกันจนแทบจะเนื้อแนบเนื้อ ซูเสวียนจวินถึงกับได้กลิ่นหอมกรุ่นจากเรือนร่างของนาง
ซูเสวียนจวินมีความรู้เรื่องอักขระค่ายกลอยู่บ้าง แม้จะไม่เชี่ยวชาญเท่าธิดาศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็พอจะมองออกถึงกฎเกณฑ์การทำงานของอักขระค่ายกลบางส่วน
ทั้งสองร่วมมือกันคำนวณเส้นทาง จึงรอดพ้นจากการเหยียบโดนอักขระค่ายกล
พวกเขาก้าวเดินอย่างสบายใจพลางคำนวณเส้นทางไปพลาง แวะเก็บสมุนไพรล้ำค่าข้างทางไปพลาง
ไม่นานนัก ซูเสวียนจวินก็เก็บเกี่ยวสมุนไพรล้ำค่าหายากได้หลายสิบต้น บรรจุลงในโถหยกเก็บไว้อย่างดี
“พวกเจ้าสองคน เดินให้มันเร็วกว่านี้หน่อยสิ!”
องครักษ์วารีแท้ผู้หนึ่งจ้องมองทั้งสองพลางตวาดลั่น
เขายืนอยู่ห่างจากทั้งสองไม่ไกลนัก เบื้องหน้ามีกระจกบานหนึ่งลอยอยู่ คอยบันทึกเส้นทางที่ทุกคนเดินผ่าน
ทว่าเมื่อลึกเข้าไปในหุบเขา อักขระค่ายกลก็ยิ่งหนาแน่น ความเร็วในการสำรวจของทุกคนจึงลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้องครักษ์ผู้นี้รู้สึกไม่พอใจ
เผียะ!...
องครักษ์วารีแท้ผู้นี้ชักแส้สีดำออกมาตวัดฟาด แส้สีดำนั้นมีอักขระสลักไว้แน่นขนัด ฟาดลงบนร่างของผู้ฝึกตนคนหนึ่ง
ผู้ฝึกตนคนนั้นตกใจสุดขีด ถูกแส้ฟาดเข้าอย่างจัง ปราณคุ้มกันแตกสลาย กระอักเลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง
“นี่เป็นเพียงการสั่งสอนเล็กๆ น้อยๆ หากพวกเจ้ายังมัวโอ้เอ้ไม่ยอมเดินหน้าต่อไป อย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
หัวหน้าองครักษ์วารีแท้ผู้นี้มีสีหน้าเย็นชา เอ่ยเสียงกร้าว
ผู้ฝึกตนที่ถูกแส้ฟาดก้มหน้าลง แววตาฉายความโกรธแค้นอย่างลึกซึ้ง ทว่าเขาก็ไม่กล้าแสดงออก
คนอื่นๆ เห็นดังนั้น ก็สั่นสะท้านด้วยความกลัว ทำได้เพียงกลั้นใจเดินหน้าสำรวจต่อไป
พรวด!...
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งคำนวณเส้นทางพลาด เหยียบลงบนอักขระค่ายกล ร่างกายแตกสลายกลายเป็นแอ่งเลือดในพริบตา
“ไอ้สวะเอ๊ย”
องครักษ์วารีแท้ผู้นี้ไม่พอใจอย่างยิ่ง แค่นเสียงหัวเราะเยาะ ก่อนจะเบนสายตามาจับจ้องที่ซูเสวียนจวินและธิดาศักดิ์สิทธิ์ พลางเอ่ย “พวกเจ้าสองคน เดินช้าเป็นเต่าคลานเลยนะ ผ่านมาตั้งนานเพิ่งจะเดินได้แค่หนึ่งจั้ง”
“ข้าว่าพวกเจ้าเอาตัวเข้าแลกเพื่อกรุยทางเลยดีกว่า!”
ว่าแล้ว หัวหน้าองครักษ์วารีแท้ผู้นี้ก็ตวัดแส้สีดำ หมายจะฟาดซูเสวียนจวินและธิดาศักดิ์สิทธิ์ให้กระเด็นออกไป
เพียะ!...
ในขณะที่องครักษ์วารีแท้ผู้นี้กำลังตวัดแส้สีดำ แส้ยังไม่ทันตกกระทบกายซูเสวียนจวิน เขากลับถูกฝ่ามือตบเข้าที่ใบหน้าเต็มแรง หน้าบวมเป่ง แก้มโย้ ฟันหักกระเด็นไปหลายซี่
“เจ้า...”
องครักษ์วารีแท้เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เขามองไม่เห็นเลยว่าอีกฝ่ายลงมืออย่างไร ตนก็โดนตบเข้าให้แล้ว
“วันนี้ข้าจะตบเจ้าให้ตาย”
ซูเสวียนจวินแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา ก่อนจะตวัดฝ่ามือตบหน้าองครักษ์วารีแท้ผู้นี้อีกหลายฉาด ไม่นานใบหน้าของเขาก็บวมเป่งราวกับหัวหมู พูดจาอู้อี้ฟังไม่รู้เรื่อง
ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างรู้สึกสะใจ แอบอมยิ้มที่มุมปาก
“เจ้า... ข้า... จะฆ่าเจ้า”
เมื่อถูกหยามเกียรติเช่นนี้ องครักษ์วารีแท้ผู้นี้ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป นัยน์ตาพ่นไฟโกรธแค้น
ในฐานะองครักษ์ของยอดฝีมือระดับบรรดาศักดิ์โหว ฐานะของเขาสูงส่งเพียงใด ในโลกภายนอก แม้แต่เจ้าสำนักต่างๆ เมื่อพบเห็นเขาก็ยังต้องแสดงความเคารพ วันนี้กลับถูกตบหน้าฉาดใหญ่
ความเจ็บปวดทางกายไม่เท่าไหร่ แต่ความอัปยศทางใจนั้นแสนสาหัส!
“รอยประทับฝ่ามือวารีแท้!”
หัวหน้าองครักษ์วารีแท้เร่งเร้าพลังปราณ ใบหน้าที่บวมเป่งดุจหัวหมูก็กลับคืนสู่สภาพเดิมในพริบตา รอบกายเขาปรากฏอักขระสีดำพุ่งทะยาน ก่อรูปเป็นฝ่ามือสีดำทะมึน คว้าจับมาทางซูเสวียนจวิน
“เจ้ายังไม่คู่ควรจะมาประมือกับข้าหรอก”
สายตาของซูเสวียนจวินฉายแววดูแคลน เขายื่นมือสีทองออกไป ปัง! ฝ่ามือสีดำทะมึนแตกสลายในพริบตา จากนั้นฝ่ามือสีทองก็คว้าจับองครักษ์วารีแท้เอาไว้
“เจ้า...”
องครักษ์วารีแท้ตื่นตระหนกสุดขีด เขาไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อต้านเลยแม้แต่น้อย
“เจ้าอะไรของเจ้า ไปตายซะ!”
ซูเสวียนจวินออกแรงบีบ ปราณคุ้มกันขององครักษ์วารีแท้แตกสลาย กร๊อบ! กระดูกทั่วร่างหักสะบั้น