เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 734: นั่นมันเป็นไปไม่ได้ !

บทที่ 734: นั่นมันเป็นไปไม่ได้ !

บทที่ 734: นั่นมันเป็นไปไม่ได้ !


บนไลน์ผลิตแม่พิมพ์  ชิ้นส่วนอะไหล่ชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกผลิตออกมา  และจะเห็นได้ว่าชิ้นส่วนในรอบนี้มีความโค้งมนและความซับซ้อนมากกว่าเมื่อก่อน

หลังจากผลิตชิ้นส่วนทั้งหมดแล้ว  ศาสตราจารย์หลินก็สั่งให้คนควบคุมเครื่องจักรทำการประกอบชิ้นส่วนเหล่านั้นทันที

เนื่องจากมีประสบการณ์ในการสร้างออปติมัสกับเมกาทรอนมาก่อนแล้ว  ดังนั้นในการสร้างราชาปิศาจกระทิงจึงทำได้อย่างชำนิชำนาญ  เรียกว่ารู้มือกันเป็นอย่างดี

เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ราชาปีศาจกระทิงก็ค่อย ๆ ปรากฏเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา  จนกระทั่งสร้างเสร็จสมบูรณ์  ลำตัวสีดำมะเมื่อม  เกราะโลหะ  และเขาขนาดมหึมาดูทรงพลัง

เมื่อได้เห็นฉากนี้  ศาสตราจารย์หลินและนักวิจัยต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ก่อนหน้านี้ราชาปีศาจกระทิงที่เห็นในภาพวาดมันดูดุดันน่าเกรงขามก็จริง  แต่ภาพวาดก็คือภาพวาด  ไม่อาจใช้เป็นตัวแทนของจริงได้

พวกเขายังกลัวเลยว่าราชาปีศาจกระทิงที่ตัวเองสร้างขึ้นจะออกมาไม่ดีเท่าออปติมัสกับเมกาทรอน

ทว่าพอมาดูร่างสมบูรณ์ของมันแล้วเห็นว่าออกมาดีก็โล่งอก  เพราะในแง่ของหน้าตาอย่างเดียวก็ดูดุดันทรงอำนาจกว่าออปติมัสกับเมกาทรอนแล้ว  ราวกับมหาเทพสยบฟ้า (ผิงเทียนต้าเซิ่ง) มาเอง

“เร็วเข้า  ป้อนโปรแกรมวรยุทธ์เร็ว” ศาสตราจารย์หลินสั่งทันที

ครั้งนี้ทรานส์ฟอร์มเมอร์สสไตล์บ้านเราไม่เหมือนกับออปติมัสกับเมกาทรอน  ตรงที่จะมีการเพิ่มระบบวิยุทธ์เข้าไป  เป็นจุดเปลี่ยนที่แสดงถึงความแตกต่างโดยสิ้นเชิง

ที่สำคัญคือระบบนี้ไม่จำเป็นต้องให้คนควบคุม  แต่กดปุ่มสตาร์ตปุ่มเดียว AI ก็จะควบคุมให้มันร่ายรำกระบวนท่าออกมาเองอย่างชาญฉลาด  ยิ่งกว่านั้นคือระดับความอัจฉริยะก็ยังถือว่าสูงมากด้วย

นี่คือนวัตกรรมเปลี่ยนผ่านยุคสมัยที่แท้ทรู  มันสามารถช่วยให้ราชาปิศาจกระทิงเข้าสู่โหมดพร้อมรบได้ราวกับมีชีวิตจิตใจจริง ๆ ในเวลาสั้น ๆ ได้

ไม่ต้องคิดเลย  ว่าหากมี AI ขั้นเทพมาติดตั้งบนตัวทรานส์ฟอร์มเมอร์สล่ะก็  มันจะเป็นทรานส์ฟอร์มเมอร์สที่มีชีวิตจริง ๆ แน่นอน

ดูท่าว่าการที่ก่อนหน้านี้กัวหยวนชื่อจากสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติมาร่วมแจมด้วยจะยังประโยชน์มากมายจริง ๆ

น่าจะเพราะคำแนะนำของกัวหยวนชื่อนี่แหละ  ประธานฉินถึงได้ทำการอัปเกรดระบบของทรานส์ฟอร์มเมอร์สตัวนี้

หลังจากนั้นไม่นานก็มีนักวิจัยคนหนึ่งวิ่งมารายงาน

“ศาสตราจารย์หลินครับ  ป้อนข้อมูลเสร็จแล้วครับ” นักวิจัยบอก

ศาสตราจารย์หลินพยักหน้า “เปิดเครื่องเลย  ลองรันระบบดูกัน”

“รับทราบครับ” นักวิจัยพยักหน้าแล้วหยิบวิทยุสื่อสารออกมาสั่งการทันที

ครู่ต่อมาก็มีเสียงสัญญาณของการสตาร์ตระบบดังขึ้น

เมื่อเปิดระบบแล้ว  ร่างของราชาปีศาจกระทิงก็เริ่มเคลื่อนไหว  โดยที่ข้าง ๆ มีเจ้าหน้าที่สวมเครื่องเซ็นเซอร์คอยบังคับตัวหุ่นอยู่

ในแง่ของเครื่องเซ็นเซอร์  การบังคับตัวหุ่นไม่ได้มีความแตกต่างจากตอนออปติมัสกับเมกาทรอน  ดังนั้นการทำงานจึงไหลลื่นรู้มือกันดี

หลังจากนั้นราชาปีศาจกระทิงก็ย่อตัวลงอย่างเร็ว  และส่วนต่าง ๆ บนร่างกายก็เริ่มเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง  แล้วร่างก็พับประกบกันและจัดเรียงโครงสร้างใหม่  พริบตาเดียวก็แปลงร่างกลายเป็นรถซีดานสีดำสนิทคันหนึ่ง

ตัวรถยนต์ก็ดูดุดันและโคตรเท่  ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบจากบริษัทกัวเฟิงไซไฟ

ก่อนหน้านี้ต่อให้บริษัทกัวเฟิงไซไฟจะออกแบบรถมาได้เจ๋งระเบิดระเบ้อแค่ไหนก็ตาม  พวกผู้ผลิตรถยนต์ก็ไม่มีปัญญาผลิตออกมาได้หรอก  แต่ตอนนี้รับรองเลยว่าผลิตได้ชัวร์

เพราะในมือของประธานฉินมีพิมพ์เขียวของแบบชิ้นส่วนรถยนต์ฉบับสมบูรณ์ 100% ดังนั้นต่อให้ไม่เอาไปผลิตเป็นหุ่นยนต์แปลงร่าง  แล้วเอาแค่ชิ้นส่วนตามขนาดพวกนี้ไปประกอบแบบเดิม ๆ ก็สามารถสร้างรถซีดานสุดหรูออกมาได้สบายบรื๋อ

ดูท่าห้องแล็บของนี้กำลังจะให้กำเนิดบริษัทรถยนต์ไฮเทคระดับโลกขึ้นมาซะแล้วสิเนี่ย

เพราะรถที่ฉินหลินออกแบบมันต้องได้รับความนิยมสูงสุดไปทั่วทั้งโลกแน่นอน  ไม่ใช่แค่เพราะสมรรถนะโคตรเทพอย่างเดียว  แต่ถ้าโปรเจกต์ราชาปีศาจกระทิงนี้ดังเป็นพลุแตกขึ้นมา  รถคันนี้ก็จะได้รับอานิสงส์และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล !

เมื่อคิดได้ดังนั้น  ศาสตราจารย์หลินก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรหาเฉิ่นลี่

“ฮัลโหลครับอาจารย์หลิน” เสียงของเฉิ่นลี่ดังมาจากปลายสาย “มีเรื่องด่วนอะไรเหรอครับ”

ศาสตราจารย์หลินรีบอธิบายทันที “คืองี้ครับคุณเฉิ่น...  ผมมีข่าวดีจะบอก  ดูท่าห้องแล็บเราจะต้องเปิดบริษัทรถยนต์ไฮเทคซะแล้วล่ะครับ !”

น้ำเสียงสับสนของเฉิ่นลี่ดังขึ้น “ตกลงมันเกิดไรขึ้นเหรอครับศาสตราจารย์หลิน”

ศาสตราจารย์หลินตอบทันที “คุณก็รู้อยู่แล้วนี่นาว่าท่านประธานได้ออกแบบทรานส์ฟอร์มเมอร์สตัวใหม่เป็นสไตล์บ้านเรา  คือว่ามันมีพิมพ์เขียวร่างรถยนต์ด้วยน่ะสิครับ  ซึ่งเราสามารถเอามันมาสร้างรถยนต์ได้ด้วย”

“อะไรนะ ? จริงเหรอครับ ?” เสียงของเฉิ่นลี่ดังลั่นขึ้นมาทันที  เรียกได้ว่าโดดผึงจากเก้าอี้

แน่นอนว่าเขาเคยเห็นคลิปของหุ่นทรานส์ฟอร์มเมอร์สสไตล์กัวเฟิงตัวนั้นมาก่อน  และรู้ซึ้งถึงความดุดันน่าเกรงขามของมัน  แถมเวอร์ชันรถยนต์ของมันก็เห็นแล้วด้วย  มันโคตรล้ำยุคโคตรเสริมบารมี

ศาสตราจารย์หลินรีบสัมทับ “จริงแท้แน่นอนสิครับ  เรื่องสมรรถนะนี่เรียกได้ว่าเลิศเลอเพอร์เฟกต์  ไม่มีทางด้อยไปกว่าพวกรถซูเปอร์คาร์หรู ๆ เลยล่ะครับ”

“คุณรอนั่นก่อน  ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” เฉิ่นลี่วางสายแล้วรีบไปที่ห้องแล็บในอึดใจเดียว  และทันทีที่เจอหน้าศาสตราจารย์หลิน  สายตาก็ปะทะเข้ากับหุ่นราชาปีศาจกระทิง

ในเวลานี้ทรานส์ฟอร์มเมอร์สราชาปีศาจกระทิงกำลังต่อสู้กับออปติมัสอยู่  ซึ่งการปะทะกันเป็นไปอย่างดุเดือด

เมื่อเข้ามาก็เห็นออปติมัสโดนกดโดนตีอยู่

ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ควบคุมราชาปีศาจกระทิงกดปุ่มพิเศษปุ่มหนึ่ง

มันคือปุ่มเปิด ‘ระบบต่อสู้อัจฉริยะ’ ทันทีที่สิ้นเสียงปุ่มกด  ราชาปีศาจกระทิงก็เร่งความเร็วการลงมืออย่างบ้าคลั่ง  จากนั้นมันก็ทำการร่ายรำ ‘วิชาขวานพายุคลั่ง’ ออกมาเป็นกระบวนท่า ๆ ขวานยักษ์ฟาดฟันสับลงบนร่างของออปติมัสทีละแผล ๆ อย่างหนักหน่วง  ดุดัน  และแม่นยำ !

นอกจากนี้ด้านความเร็วและพละกำลังยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย  ฝั่งออปติมัสต้องถอยร่นอย่างต่อเนื่อง  ชิ้นส่วนอะไหล่และเกราะโลหะหลุดกระจายเหลื่อนพื้นเต็มลานทดสอบ

เวรของกรรม...  ฉากนี้โคตรจะน่ากลัวเกินไป

ช่องว่าเรื่องความต่างของพลังมันกว้างจนเหลือจะเชื่อ

ถ้าถ่ายคลิปวิดีโอแล้วปล่อยออกไปให้ชาวโลกได้รู้ว่าราชาปีศาจกระทิงทุบตีออปติมัสอย่างไรล่ะก็  พวกบริษัทสร้างหนังฝั่งตะวันตกคงไม่มีปัญญาเถียงแน่ ๆ เพราะพวกนั้นไม่มีปัญญาสร้างหุ่นของจริงมาสู้ได้เหมือนกับที่นี่หรอก

ศาสตราจารย์หลินรีบบอก “คุณเฉิ่น  พลังทำลายล้างของราชาปีศาจกระทิงสูงกว่าของออปติมัส  สมรรถนะโดยรวมของมันทิ้งห่างไปแบบไม่เห็นฝุ่นเลยครับ”

เฉิ่นลี่พยักหน้าตอบ “ครับ  ของที่ประธานฉินสร้างน่ะ  อะไรก็ตามที่สร้างเป็นครั้งที่สองมันจะต้องมีการอัปเกรดนวัตกรรมเปลี่ยนผ่านยุคสมัยเสมอเลย  ไม่มีทางย่ำอยู่กับที่อยู่แล้ว”

ศาสตราจารย์หลินได้ยินก็พยักหน้าจริงจัง  เพราะเขาเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน

ความสามารถของเถ้าแก่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลโลกอยู่แล้ว

“ศาสตราจารย์หลิน  เอาพิมพ์เขียวรถมาให้ผมดูหน่อย !” เฉิ่นลี่พูดด้วยน้ำเสียงอยากรู้อยากเห็น

ศาสตราจารย์หลินไปหยิบพิมพ์เขียวของรถคันนั้นด้วยตัวเอง  เนื่องจากนี่เป็นส่วนหนึ่งของทรานส์ฟอร์มเมอร์สราชาปีศาจกระทิง  ดังนั้นมันจึงเป็นความลับสุดยอดเช่นกัน  มีเพียงเขาซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าถึง

เฉิ่นลี่รีบรับพิมพ์เขียวมาเปิดดูทันที  ตัวเขาเป็นคนดูแลงานวิจัย  หลักการพื้นฐานทางกลศาสตร์เครื่องกลก็พอจะเข้าใจอยู่บ้าง  จึงถามต่อ “ศาสตราจารย์หลิน  ถ้าเราจะผลิตรถนี่ออกมาจริง ๆ มันก็น่าจะต้องมีพิมพ์เขียวการดีไซน์ระบบภายในแยกออกมารึเปล่า  ทางคุณพอจะดัดแปลงให้ได้มั้ยครับ”

ศาสตราจารย์หลินพยักหน้า “ไม่มีปัญหาครับ  แค่ไปหาดึงตัวผู้เชี่ยวชาญด้วนวิศวกรรมยานยนต์มาเป็นลูกมือให้ผมหน่อย  เรื่องนี้ก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากแล้ว”

“เรื่องนั้นสบายมาก  ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเอง  เดี๋ยวผมจะรีบไปยื่นเรื่องอนุมัติวิจัยโปรเจกต์นี้กับประธานฉินเดี๋ยวนี้เลย” เฉิ่นลี่รีบออกจากห้องทดลองทันทีและมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ชิงหลิน

จะบ้าเหรอ  แค่ผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์น่ะเหรอ  หาโคตรง่ายเลยขอบอก

แค่ปล่อยข่าวลือออกไปว่า ‘ห้องทดลองชิงหลินกำลังจะลงมาเล่นในตลาดรถยนต์’ ล่ะก็  บรรดาผู้เชี่ยวชาญตัวท็อปตัวตึงของประเทศคงพากันวิ่งโร่มา ‘มอบ’ ถึงหน้าประตูบ้านแบบจุก ๆ จนหัวกะไดบ้านไม่แห้งชัวร์

............................................................................................

ในอีกด้านหนึ่ง  มีรถมาจอดที่ลานจอดรถของสถานที่ท่องเที่ยวชิงหลิน

กู่เล่อ (บทที่ 713) ก้าวลงจากรถพร้อมกับผู้ช่วยคู่ใจ

แล้วก็รีบต่อสายหา ‘คุณหลิน’ ผู้บริหารของสถานที่ท่องเที่ยวชิงหลินทันที

ช่วงนี้บริษัทกัวเฟิงไซไฟของพวกเขาโชคดีราวกับถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง  โดนห้องทดลองชิงหลินกับสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติเลือกให้มาร่วมงาน  ยอดฟอลโลว์ของพวกเขาก็พุ่งกระฉูดอย่างบ้าคลั่ง  ยิ่งงานดีไซน์สเปเชียลเอฟเฟกต์สไตล์ไซอิ๋วยิ่งกลายมาเป็นที่คลั่งไคล้ของแฟน ๆ ทั่วโลก  และยังสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้กับพวกเขาอย่างมาหาศาล

และผลประโยชน์ที่เป็นชิ้นปลามันเลื่อมที่สุดก็คือ ‘โปรเจกต์ภาพยนตร์’ เป็นธรรมดา

นับตั้งแต่สถาบันฯ ประกาศเรื่องความร่วมมือออกไป  ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีค่ายหนังยักษ์ใหญ่กี่ค่ายที่พยายามมาดึงตัวพวกเขาและร่วมลงทุนสร้างภาพยนตร์ทรานส์ฟอร์มเมอร์สภาคใหม่นี้  เพียงแต่ไอ้พวกค่ายหนังเวรตะลัยพวกนั้นมันจ้องแต่จะมาหลอกฟันเงินแฟนคลับเอาท่าเดียว  ไม่มีความจริงใจเลยสักนิด

พวกมันกะจะเอาบทหนังขยะห่วย ๆ มาสร้างเป็นหนังเพื่อหวังโกยเงินเข้ากระเป๋า  แล้วทำลายชื่อเสียงผลงานที่พวกเขาอุตส่าห์อาบเหงื่อต่างน้ำสร้างมันขึ้นมา  แบบนี้มีหรือจะยอม  ฝันไปเถอะควายเอ๊ย

แต่ว่า  โปรเจกต์ภาพยนตร์ก็นับว่าเป็นไอเดียที่ดีจริง ๆ อยู่แหละ

ดังนั้น  ช่วงนี้พวกเขากัวเฟิงไซไฟจึงได้เขียนบทหนังกัน  โดยได้ไปอัญเชิญนักเขียนบทชื่อดังหลายสิบคน  รวมไปถึงนักเขียนเทพ ๆ จากเว็บนิยายมาร่วมระดมสมอง

เพราะพวกเขารู้ดีว่าหนังในยุคนี้บทหนังมีความสำคัญมาก  เรียกได้ว่าเป็นหัวใจหลักเลยก็ว่าได้

แต่เพราะนักเขียนบททั่ว ๆ ไปมักจะใส่พล็อตเลือดหมา (น้ำเน่า) น่ารำคาญลงไปในบทโดยไร้เหตุผล  พวกเขาจึงต้องดึงตัวนักเขียนตัวเทพจากเว็บนิยายเข้ามาช่วย

พวกคนพวกนี้มีสกิลในการหลบหลีกพล็อตเลือดหมาปัญญาอ่อนเหล่านั้นได้ชะงัดนักแล

ส่วนเรื่องเงินทุนก็ไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด  ก็มีเสี่ยวฉินหยวนชื่อ, ห้องทดลองชิงหลิน, สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ  และแบรนด์ทรานส์ฟอร์มเมอร์สเป็นแบ็กให้  พวกเศรษฐีเงินถุงเงินถังต่างก็หอบเงินเป็นฟ่อน ๆ มาเคาะประตูบ้านขอร่วมลงทุนด้วยแล้ว  ขนาดที่ว่าเปย์หนักให้พวกเขาเอาเงินไปใช้สอยได้ตามใจชอบเลยทีเดียว

ดังนั้นตอนนี้เรื่องเงินจึงไม่ใช่ปัญหาเลย  เรียกได้ว่าขึ้นอยู่กับพวกเขาเองว่าอยากใช้เงินของใครด้วยซ้ำ

ตอนนี้สิ่งที่พวกเขากังวลที่สุดคือเรื่องความร่วมมือกับทางบริษัทชิงหลิน  เพราะถ้าหากบทหนังไม่ผ่าน  ทำให้บริษัทชิงหลินพอใจได้  หนังเรื่องนี้ก็ไม่มีวันได้คลอดออกมาฉาย

และตัวเขาเองก็เตรียมใจไว้แล้ว  ขอแค่ทางบริษัทชิงหลินยอมเซ็นสัญญาความร่วมมือนี้  เขาก็ยอมยกผลประโยชน์ส่วนแบ่งกำไรก้อนโตให้กับฝั่งชิงหลินไปเลยทีเดียว

แต่มันก็ยังมีอีกจุดหนึ่ง  นั่นก็คือไม่รู้ว่าทางห้องทดลองชิงหลินจะสามารถผลิตทรานส์ฟอร์มเมอร์สสไตล์ประจำชาติออกมาได้เมื่อไหร่

คงจะดีไม่น้อยหากอีกฝ่ายสามารถผลิตทรานส์ฟอร์มเมอร์สสไตล์ประจำชาติออกมาได้ก่อนหนังฉาย  เพราะมันจะกลายเป็นแรงส่งเสริมผลักดันให้ผลงานเรื่องนี้ยิ่งดังแบบปังปุริเย่เข้าไปใหญ่

พอถึงตอนนั้นทรานส์ฟอร์มเมอร์สสไตล์ประจำชาติจะต้องฮิตระเบิด  และดึงหนังเรื่องนี้ให้ดังเป็นพลุแตกไปด้วย  ถึงตอนนั้นแฟน ๆ ทุกคนก็จะกลายมาเป็นกระบอกเสียงชั้นดี  พากันแห่ไปซื้อตั๋วหนังปั่นยอดรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศจนถล่มทลายให้เอง

เพียงแต่...  ที่ว่ามาทั้งหมดนั้นตอนนี้ยังเป็นเพียงแค่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ เท่านั้น

กู่เล่อรู้ดีแก่ใจว่าระยะเวลาในการถ่ายหนังอย่างมากที่สุดก็แค่ปีกว่า ๆ เท่านั้น  แต่การต้องออกแบบและผลิตทรานส์ฟอร์มเมอร์สสไตล์ประจำชาติใหม่หมด  เวลาสั้น ๆ แค่ปีกว่า ๆ มันจะไปพอได้อย่างไร

ขนาดตอนที่สร้างออปติมัสกับเมกาทรอนก่อนหน้านี้  ไม่รู้ว่าเสี่ยวฉินหยวนชื่อต้องใช้เวลาในการสร้างตั้งเท่าไหร่

ถ้าภายในระยะเวลาสั้น ๆ แค่ปีกว่า ๆ เสี่ยวฉินหยวนชื่อสามารถเนรมิตทรานส์ฟอร์มเมอร์สสไตล์ประจำชาติทั้งหมดออกมาได้จริงล่ะก็  นั่นแม่งโคตรจะเหนือมนุษย์เกินไปแล้วล่ะ

และในจังหวะนั้นเอง  กู่เล่อเหลือบไปเห็นสาวสวยหุ่นเซ็กซี่สะดุดตาคนหนึ่งเดินออกมา  เขาก็รีบเข้าไปทักทายทันที  เพราะคนนี้ก็คือ ‘คุณหลิน’ ผู้บริหารระดับเบื้องบนและผู้มีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาดที่สุดของสถานที่ท่องเที่ยวชิงหลินนั่นเอง

ขอแค่คราวนี้เขาสามารถเจรจาโน้มน้าวใจคุณหลินคนนี้ได้สำเร็จ  โปรเจกต์ภาพยนตร์ทรานส์ฟอร์มเมอร์สสไตล์ประจำชาติก็น่าจะประสบความสำเร็จไปกว่าครึ่งแล้วล่ะ !

“สวัสดีครับคุณหลิน ! ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว  ยินดีที่ได้พบนะครับ !” กู่เล่อริเริ่มที่จะจับมือและชมหลินหลานจื่อทันทีที่เขาเห็นเขา

จบบทที่ บทที่ 734: นั่นมันเป็นไปไม่ได้ !

คัดลอกลิงก์แล้ว