- หน้าแรก
- ปลูกผักเล่น ๆ ในเกมแต่กลับเอามาขายจนรวยในความเป็นจริง
- บทที่ 734: นั่นมันเป็นไปไม่ได้ !
บทที่ 734: นั่นมันเป็นไปไม่ได้ !
บทที่ 734: นั่นมันเป็นไปไม่ได้ !
บนไลน์ผลิตแม่พิมพ์ ชิ้นส่วนอะไหล่ชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกผลิตออกมา และจะเห็นได้ว่าชิ้นส่วนในรอบนี้มีความโค้งมนและความซับซ้อนมากกว่าเมื่อก่อน
หลังจากผลิตชิ้นส่วนทั้งหมดแล้ว ศาสตราจารย์หลินก็สั่งให้คนควบคุมเครื่องจักรทำการประกอบชิ้นส่วนเหล่านั้นทันที
เนื่องจากมีประสบการณ์ในการสร้างออปติมัสกับเมกาทรอนมาก่อนแล้ว ดังนั้นในการสร้างราชาปิศาจกระทิงจึงทำได้อย่างชำนิชำนาญ เรียกว่ารู้มือกันเป็นอย่างดี
เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ราชาปีศาจกระทิงก็ค่อย ๆ ปรากฏเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา จนกระทั่งสร้างเสร็จสมบูรณ์ ลำตัวสีดำมะเมื่อม เกราะโลหะ และเขาขนาดมหึมาดูทรงพลัง
เมื่อได้เห็นฉากนี้ ศาสตราจารย์หลินและนักวิจัยต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ก่อนหน้านี้ราชาปีศาจกระทิงที่เห็นในภาพวาดมันดูดุดันน่าเกรงขามก็จริง แต่ภาพวาดก็คือภาพวาด ไม่อาจใช้เป็นตัวแทนของจริงได้
พวกเขายังกลัวเลยว่าราชาปีศาจกระทิงที่ตัวเองสร้างขึ้นจะออกมาไม่ดีเท่าออปติมัสกับเมกาทรอน
ทว่าพอมาดูร่างสมบูรณ์ของมันแล้วเห็นว่าออกมาดีก็โล่งอก เพราะในแง่ของหน้าตาอย่างเดียวก็ดูดุดันทรงอำนาจกว่าออปติมัสกับเมกาทรอนแล้ว ราวกับมหาเทพสยบฟ้า (ผิงเทียนต้าเซิ่ง) มาเอง
“เร็วเข้า ป้อนโปรแกรมวรยุทธ์เร็ว” ศาสตราจารย์หลินสั่งทันที
ครั้งนี้ทรานส์ฟอร์มเมอร์สสไตล์บ้านเราไม่เหมือนกับออปติมัสกับเมกาทรอน ตรงที่จะมีการเพิ่มระบบวิยุทธ์เข้าไป เป็นจุดเปลี่ยนที่แสดงถึงความแตกต่างโดยสิ้นเชิง
ที่สำคัญคือระบบนี้ไม่จำเป็นต้องให้คนควบคุม แต่กดปุ่มสตาร์ตปุ่มเดียว AI ก็จะควบคุมให้มันร่ายรำกระบวนท่าออกมาเองอย่างชาญฉลาด ยิ่งกว่านั้นคือระดับความอัจฉริยะก็ยังถือว่าสูงมากด้วย
นี่คือนวัตกรรมเปลี่ยนผ่านยุคสมัยที่แท้ทรู มันสามารถช่วยให้ราชาปิศาจกระทิงเข้าสู่โหมดพร้อมรบได้ราวกับมีชีวิตจิตใจจริง ๆ ในเวลาสั้น ๆ ได้
ไม่ต้องคิดเลย ว่าหากมี AI ขั้นเทพมาติดตั้งบนตัวทรานส์ฟอร์มเมอร์สล่ะก็ มันจะเป็นทรานส์ฟอร์มเมอร์สที่มีชีวิตจริง ๆ แน่นอน
ดูท่าว่าการที่ก่อนหน้านี้กัวหยวนชื่อจากสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติมาร่วมแจมด้วยจะยังประโยชน์มากมายจริง ๆ
น่าจะเพราะคำแนะนำของกัวหยวนชื่อนี่แหละ ประธานฉินถึงได้ทำการอัปเกรดระบบของทรานส์ฟอร์มเมอร์สตัวนี้
หลังจากนั้นไม่นานก็มีนักวิจัยคนหนึ่งวิ่งมารายงาน
“ศาสตราจารย์หลินครับ ป้อนข้อมูลเสร็จแล้วครับ” นักวิจัยบอก
ศาสตราจารย์หลินพยักหน้า “เปิดเครื่องเลย ลองรันระบบดูกัน”
“รับทราบครับ” นักวิจัยพยักหน้าแล้วหยิบวิทยุสื่อสารออกมาสั่งการทันที
ครู่ต่อมาก็มีเสียงสัญญาณของการสตาร์ตระบบดังขึ้น
เมื่อเปิดระบบแล้ว ร่างของราชาปีศาจกระทิงก็เริ่มเคลื่อนไหว โดยที่ข้าง ๆ มีเจ้าหน้าที่สวมเครื่องเซ็นเซอร์คอยบังคับตัวหุ่นอยู่
ในแง่ของเครื่องเซ็นเซอร์ การบังคับตัวหุ่นไม่ได้มีความแตกต่างจากตอนออปติมัสกับเมกาทรอน ดังนั้นการทำงานจึงไหลลื่นรู้มือกันดี
หลังจากนั้นราชาปีศาจกระทิงก็ย่อตัวลงอย่างเร็ว และส่วนต่าง ๆ บนร่างกายก็เริ่มเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง แล้วร่างก็พับประกบกันและจัดเรียงโครงสร้างใหม่ พริบตาเดียวก็แปลงร่างกลายเป็นรถซีดานสีดำสนิทคันหนึ่ง
ตัวรถยนต์ก็ดูดุดันและโคตรเท่ ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบจากบริษัทกัวเฟิงไซไฟ
ก่อนหน้านี้ต่อให้บริษัทกัวเฟิงไซไฟจะออกแบบรถมาได้เจ๋งระเบิดระเบ้อแค่ไหนก็ตาม พวกผู้ผลิตรถยนต์ก็ไม่มีปัญญาผลิตออกมาได้หรอก แต่ตอนนี้รับรองเลยว่าผลิตได้ชัวร์
เพราะในมือของประธานฉินมีพิมพ์เขียวของแบบชิ้นส่วนรถยนต์ฉบับสมบูรณ์ 100% ดังนั้นต่อให้ไม่เอาไปผลิตเป็นหุ่นยนต์แปลงร่าง แล้วเอาแค่ชิ้นส่วนตามขนาดพวกนี้ไปประกอบแบบเดิม ๆ ก็สามารถสร้างรถซีดานสุดหรูออกมาได้สบายบรื๋อ
ดูท่าห้องแล็บของนี้กำลังจะให้กำเนิดบริษัทรถยนต์ไฮเทคระดับโลกขึ้นมาซะแล้วสิเนี่ย
เพราะรถที่ฉินหลินออกแบบมันต้องได้รับความนิยมสูงสุดไปทั่วทั้งโลกแน่นอน ไม่ใช่แค่เพราะสมรรถนะโคตรเทพอย่างเดียว แต่ถ้าโปรเจกต์ราชาปีศาจกระทิงนี้ดังเป็นพลุแตกขึ้นมา รถคันนี้ก็จะได้รับอานิสงส์และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล !
เมื่อคิดได้ดังนั้น ศาสตราจารย์หลินก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรหาเฉิ่นลี่
“ฮัลโหลครับอาจารย์หลิน” เสียงของเฉิ่นลี่ดังมาจากปลายสาย “มีเรื่องด่วนอะไรเหรอครับ”
ศาสตราจารย์หลินรีบอธิบายทันที “คืองี้ครับคุณเฉิ่น... ผมมีข่าวดีจะบอก ดูท่าห้องแล็บเราจะต้องเปิดบริษัทรถยนต์ไฮเทคซะแล้วล่ะครับ !”
น้ำเสียงสับสนของเฉิ่นลี่ดังขึ้น “ตกลงมันเกิดไรขึ้นเหรอครับศาสตราจารย์หลิน”
ศาสตราจารย์หลินตอบทันที “คุณก็รู้อยู่แล้วนี่นาว่าท่านประธานได้ออกแบบทรานส์ฟอร์มเมอร์สตัวใหม่เป็นสไตล์บ้านเรา คือว่ามันมีพิมพ์เขียวร่างรถยนต์ด้วยน่ะสิครับ ซึ่งเราสามารถเอามันมาสร้างรถยนต์ได้ด้วย”
“อะไรนะ ? จริงเหรอครับ ?” เสียงของเฉิ่นลี่ดังลั่นขึ้นมาทันที เรียกได้ว่าโดดผึงจากเก้าอี้
แน่นอนว่าเขาเคยเห็นคลิปของหุ่นทรานส์ฟอร์มเมอร์สสไตล์กัวเฟิงตัวนั้นมาก่อน และรู้ซึ้งถึงความดุดันน่าเกรงขามของมัน แถมเวอร์ชันรถยนต์ของมันก็เห็นแล้วด้วย มันโคตรล้ำยุคโคตรเสริมบารมี
ศาสตราจารย์หลินรีบสัมทับ “จริงแท้แน่นอนสิครับ เรื่องสมรรถนะนี่เรียกได้ว่าเลิศเลอเพอร์เฟกต์ ไม่มีทางด้อยไปกว่าพวกรถซูเปอร์คาร์หรู ๆ เลยล่ะครับ”
“คุณรอนั่นก่อน ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” เฉิ่นลี่วางสายแล้วรีบไปที่ห้องแล็บในอึดใจเดียว และทันทีที่เจอหน้าศาสตราจารย์หลิน สายตาก็ปะทะเข้ากับหุ่นราชาปีศาจกระทิง
ในเวลานี้ทรานส์ฟอร์มเมอร์สราชาปีศาจกระทิงกำลังต่อสู้กับออปติมัสอยู่ ซึ่งการปะทะกันเป็นไปอย่างดุเดือด
เมื่อเข้ามาก็เห็นออปติมัสโดนกดโดนตีอยู่
ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ควบคุมราชาปีศาจกระทิงกดปุ่มพิเศษปุ่มหนึ่ง
มันคือปุ่มเปิด ‘ระบบต่อสู้อัจฉริยะ’ ทันทีที่สิ้นเสียงปุ่มกด ราชาปีศาจกระทิงก็เร่งความเร็วการลงมืออย่างบ้าคลั่ง จากนั้นมันก็ทำการร่ายรำ ‘วิชาขวานพายุคลั่ง’ ออกมาเป็นกระบวนท่า ๆ ขวานยักษ์ฟาดฟันสับลงบนร่างของออปติมัสทีละแผล ๆ อย่างหนักหน่วง ดุดัน และแม่นยำ !
นอกจากนี้ด้านความเร็วและพละกำลังยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย ฝั่งออปติมัสต้องถอยร่นอย่างต่อเนื่อง ชิ้นส่วนอะไหล่และเกราะโลหะหลุดกระจายเหลื่อนพื้นเต็มลานทดสอบ
เวรของกรรม... ฉากนี้โคตรจะน่ากลัวเกินไป
ช่องว่าเรื่องความต่างของพลังมันกว้างจนเหลือจะเชื่อ
ถ้าถ่ายคลิปวิดีโอแล้วปล่อยออกไปให้ชาวโลกได้รู้ว่าราชาปีศาจกระทิงทุบตีออปติมัสอย่างไรล่ะก็ พวกบริษัทสร้างหนังฝั่งตะวันตกคงไม่มีปัญญาเถียงแน่ ๆ เพราะพวกนั้นไม่มีปัญญาสร้างหุ่นของจริงมาสู้ได้เหมือนกับที่นี่หรอก
ศาสตราจารย์หลินรีบบอก “คุณเฉิ่น พลังทำลายล้างของราชาปีศาจกระทิงสูงกว่าของออปติมัส สมรรถนะโดยรวมของมันทิ้งห่างไปแบบไม่เห็นฝุ่นเลยครับ”
เฉิ่นลี่พยักหน้าตอบ “ครับ ของที่ประธานฉินสร้างน่ะ อะไรก็ตามที่สร้างเป็นครั้งที่สองมันจะต้องมีการอัปเกรดนวัตกรรมเปลี่ยนผ่านยุคสมัยเสมอเลย ไม่มีทางย่ำอยู่กับที่อยู่แล้ว”
ศาสตราจารย์หลินได้ยินก็พยักหน้าจริงจัง เพราะเขาเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน
ความสามารถของเถ้าแก่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลโลกอยู่แล้ว
“ศาสตราจารย์หลิน เอาพิมพ์เขียวรถมาให้ผมดูหน่อย !” เฉิ่นลี่พูดด้วยน้ำเสียงอยากรู้อยากเห็น
ศาสตราจารย์หลินไปหยิบพิมพ์เขียวของรถคันนั้นด้วยตัวเอง เนื่องจากนี่เป็นส่วนหนึ่งของทรานส์ฟอร์มเมอร์สราชาปีศาจกระทิง ดังนั้นมันจึงเป็นความลับสุดยอดเช่นกัน มีเพียงเขาซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าถึง
เฉิ่นลี่รีบรับพิมพ์เขียวมาเปิดดูทันที ตัวเขาเป็นคนดูแลงานวิจัย หลักการพื้นฐานทางกลศาสตร์เครื่องกลก็พอจะเข้าใจอยู่บ้าง จึงถามต่อ “ศาสตราจารย์หลิน ถ้าเราจะผลิตรถนี่ออกมาจริง ๆ มันก็น่าจะต้องมีพิมพ์เขียวการดีไซน์ระบบภายในแยกออกมารึเปล่า ทางคุณพอจะดัดแปลงให้ได้มั้ยครับ”
ศาสตราจารย์หลินพยักหน้า “ไม่มีปัญหาครับ แค่ไปหาดึงตัวผู้เชี่ยวชาญด้วนวิศวกรรมยานยนต์มาเป็นลูกมือให้ผมหน่อย เรื่องนี้ก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากแล้ว”
“เรื่องนั้นสบายมาก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเอง เดี๋ยวผมจะรีบไปยื่นเรื่องอนุมัติวิจัยโปรเจกต์นี้กับประธานฉินเดี๋ยวนี้เลย” เฉิ่นลี่รีบออกจากห้องทดลองทันทีและมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ชิงหลิน
จะบ้าเหรอ แค่ผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์น่ะเหรอ หาโคตรง่ายเลยขอบอก
แค่ปล่อยข่าวลือออกไปว่า ‘ห้องทดลองชิงหลินกำลังจะลงมาเล่นในตลาดรถยนต์’ ล่ะก็ บรรดาผู้เชี่ยวชาญตัวท็อปตัวตึงของประเทศคงพากันวิ่งโร่มา ‘มอบ’ ถึงหน้าประตูบ้านแบบจุก ๆ จนหัวกะไดบ้านไม่แห้งชัวร์
............................................................................................
ในอีกด้านหนึ่ง มีรถมาจอดที่ลานจอดรถของสถานที่ท่องเที่ยวชิงหลิน
กู่เล่อ (บทที่ 713) ก้าวลงจากรถพร้อมกับผู้ช่วยคู่ใจ
แล้วก็รีบต่อสายหา ‘คุณหลิน’ ผู้บริหารของสถานที่ท่องเที่ยวชิงหลินทันที
ช่วงนี้บริษัทกัวเฟิงไซไฟของพวกเขาโชคดีราวกับถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง โดนห้องทดลองชิงหลินกับสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติเลือกให้มาร่วมงาน ยอดฟอลโลว์ของพวกเขาก็พุ่งกระฉูดอย่างบ้าคลั่ง ยิ่งงานดีไซน์สเปเชียลเอฟเฟกต์สไตล์ไซอิ๋วยิ่งกลายมาเป็นที่คลั่งไคล้ของแฟน ๆ ทั่วโลก และยังสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้กับพวกเขาอย่างมาหาศาล
และผลประโยชน์ที่เป็นชิ้นปลามันเลื่อมที่สุดก็คือ ‘โปรเจกต์ภาพยนตร์’ เป็นธรรมดา
นับตั้งแต่สถาบันฯ ประกาศเรื่องความร่วมมือออกไป ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีค่ายหนังยักษ์ใหญ่กี่ค่ายที่พยายามมาดึงตัวพวกเขาและร่วมลงทุนสร้างภาพยนตร์ทรานส์ฟอร์มเมอร์สภาคใหม่นี้ เพียงแต่ไอ้พวกค่ายหนังเวรตะลัยพวกนั้นมันจ้องแต่จะมาหลอกฟันเงินแฟนคลับเอาท่าเดียว ไม่มีความจริงใจเลยสักนิด
พวกมันกะจะเอาบทหนังขยะห่วย ๆ มาสร้างเป็นหนังเพื่อหวังโกยเงินเข้ากระเป๋า แล้วทำลายชื่อเสียงผลงานที่พวกเขาอุตส่าห์อาบเหงื่อต่างน้ำสร้างมันขึ้นมา แบบนี้มีหรือจะยอม ฝันไปเถอะควายเอ๊ย
แต่ว่า โปรเจกต์ภาพยนตร์ก็นับว่าเป็นไอเดียที่ดีจริง ๆ อยู่แหละ
ดังนั้น ช่วงนี้พวกเขากัวเฟิงไซไฟจึงได้เขียนบทหนังกัน โดยได้ไปอัญเชิญนักเขียนบทชื่อดังหลายสิบคน รวมไปถึงนักเขียนเทพ ๆ จากเว็บนิยายมาร่วมระดมสมอง
เพราะพวกเขารู้ดีว่าหนังในยุคนี้บทหนังมีความสำคัญมาก เรียกได้ว่าเป็นหัวใจหลักเลยก็ว่าได้
แต่เพราะนักเขียนบททั่ว ๆ ไปมักจะใส่พล็อตเลือดหมา (น้ำเน่า) น่ารำคาญลงไปในบทโดยไร้เหตุผล พวกเขาจึงต้องดึงตัวนักเขียนตัวเทพจากเว็บนิยายเข้ามาช่วย
พวกคนพวกนี้มีสกิลในการหลบหลีกพล็อตเลือดหมาปัญญาอ่อนเหล่านั้นได้ชะงัดนักแล
ส่วนเรื่องเงินทุนก็ไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด ก็มีเสี่ยวฉินหยวนชื่อ, ห้องทดลองชิงหลิน, สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ และแบรนด์ทรานส์ฟอร์มเมอร์สเป็นแบ็กให้ พวกเศรษฐีเงินถุงเงินถังต่างก็หอบเงินเป็นฟ่อน ๆ มาเคาะประตูบ้านขอร่วมลงทุนด้วยแล้ว ขนาดที่ว่าเปย์หนักให้พวกเขาเอาเงินไปใช้สอยได้ตามใจชอบเลยทีเดียว
ดังนั้นตอนนี้เรื่องเงินจึงไม่ใช่ปัญหาเลย เรียกได้ว่าขึ้นอยู่กับพวกเขาเองว่าอยากใช้เงินของใครด้วยซ้ำ
ตอนนี้สิ่งที่พวกเขากังวลที่สุดคือเรื่องความร่วมมือกับทางบริษัทชิงหลิน เพราะถ้าหากบทหนังไม่ผ่าน ทำให้บริษัทชิงหลินพอใจได้ หนังเรื่องนี้ก็ไม่มีวันได้คลอดออกมาฉาย
และตัวเขาเองก็เตรียมใจไว้แล้ว ขอแค่ทางบริษัทชิงหลินยอมเซ็นสัญญาความร่วมมือนี้ เขาก็ยอมยกผลประโยชน์ส่วนแบ่งกำไรก้อนโตให้กับฝั่งชิงหลินไปเลยทีเดียว
แต่มันก็ยังมีอีกจุดหนึ่ง นั่นก็คือไม่รู้ว่าทางห้องทดลองชิงหลินจะสามารถผลิตทรานส์ฟอร์มเมอร์สสไตล์ประจำชาติออกมาได้เมื่อไหร่
คงจะดีไม่น้อยหากอีกฝ่ายสามารถผลิตทรานส์ฟอร์มเมอร์สสไตล์ประจำชาติออกมาได้ก่อนหนังฉาย เพราะมันจะกลายเป็นแรงส่งเสริมผลักดันให้ผลงานเรื่องนี้ยิ่งดังแบบปังปุริเย่เข้าไปใหญ่
พอถึงตอนนั้นทรานส์ฟอร์มเมอร์สสไตล์ประจำชาติจะต้องฮิตระเบิด และดึงหนังเรื่องนี้ให้ดังเป็นพลุแตกไปด้วย ถึงตอนนั้นแฟน ๆ ทุกคนก็จะกลายมาเป็นกระบอกเสียงชั้นดี พากันแห่ไปซื้อตั๋วหนังปั่นยอดรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศจนถล่มทลายให้เอง
เพียงแต่... ที่ว่ามาทั้งหมดนั้นตอนนี้ยังเป็นเพียงแค่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ เท่านั้น
กู่เล่อรู้ดีแก่ใจว่าระยะเวลาในการถ่ายหนังอย่างมากที่สุดก็แค่ปีกว่า ๆ เท่านั้น แต่การต้องออกแบบและผลิตทรานส์ฟอร์มเมอร์สสไตล์ประจำชาติใหม่หมด เวลาสั้น ๆ แค่ปีกว่า ๆ มันจะไปพอได้อย่างไร
ขนาดตอนที่สร้างออปติมัสกับเมกาทรอนก่อนหน้านี้ ไม่รู้ว่าเสี่ยวฉินหยวนชื่อต้องใช้เวลาในการสร้างตั้งเท่าไหร่
ถ้าภายในระยะเวลาสั้น ๆ แค่ปีกว่า ๆ เสี่ยวฉินหยวนชื่อสามารถเนรมิตทรานส์ฟอร์มเมอร์สสไตล์ประจำชาติทั้งหมดออกมาได้จริงล่ะก็ นั่นแม่งโคตรจะเหนือมนุษย์เกินไปแล้วล่ะ
และในจังหวะนั้นเอง กู่เล่อเหลือบไปเห็นสาวสวยหุ่นเซ็กซี่สะดุดตาคนหนึ่งเดินออกมา เขาก็รีบเข้าไปทักทายทันที เพราะคนนี้ก็คือ ‘คุณหลิน’ ผู้บริหารระดับเบื้องบนและผู้มีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาดที่สุดของสถานที่ท่องเที่ยวชิงหลินนั่นเอง
ขอแค่คราวนี้เขาสามารถเจรจาโน้มน้าวใจคุณหลินคนนี้ได้สำเร็จ โปรเจกต์ภาพยนตร์ทรานส์ฟอร์มเมอร์สสไตล์ประจำชาติก็น่าจะประสบความสำเร็จไปกว่าครึ่งแล้วล่ะ !
“สวัสดีครับคุณหลิน ! ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว ยินดีที่ได้พบนะครับ !” กู่เล่อริเริ่มที่จะจับมือและชมหลินหลานจื่อทันทีที่เขาเห็นเขา