- หน้าแรก
- ปลูกผักเล่น ๆ ในเกมแต่กลับเอามาขายจนรวยในความเป็นจริง
- บทที่ 730: ยกหินทุ่มใส่ตีนตัวเอง !
บทที่ 730: ยกหินทุ่มใส่ตีนตัวเอง !
บทที่ 730: ยกหินทุ่มใส่ตีนตัวเอง !
ทุกวันนี้พวกเขาต่างให้ความสนใจกับเบย์แม็กซ์อย่างมาก เพราะยังไงซะนั่นก็เป็นผลงานที่ฉินหลินสร้างขึ้นมา ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะไม่สนใจ
แต่เบย์แม็กซ์ที่เห็นในข่าวมันไม่ได้ฉลาดขนาดนี้เลยนี่หว่า ออกจะทื่อ ๆ บื้อ ๆ เสียด้วยซ้ำ
ส่วนเบย์แม็กซ์ที่เห็นอยู่ตอนนี้ แน่ใจนะว่าเป็นหุ่นยนต์ไม่ใช่คนจริง ๆ น่ะ
ก็พฤติกรรมของมันเนี่ย เหมือนถอดแบบออกมาจากในเกมแบบเป๊ะ ๆ เลยไหมล่ะนั่น แทบจะไม่ต่างจากคนจริง ๆ เลย
เบย์แม็กซ์ยื่นน้ำผลโคล่าให้กับฉินเฟิงน้อย
หลังจากที่ฉินเฟิงน้อยรับน้ำผลโคล่ามาแล้วก็เอาหลอดเข้าปากแล้วดูดจ๊วบ ๆ ทันที แล้วก็โผเข้ากอดเบย์แม็กซ์อย่างมีความสุขกว่าเดิมพร้อมเอาหน้าถู ๆ กับผิวอันอ่อนนุ่มของมัน
ฉินเฟิงน้อยยังถามอีกว่า “แม่คับ วันหลังผมพาเบย์แม็กซ์ไปโรงเรียน (อนุบาล) ด้วยได้มั้ยคับ”
จริง ๆ แล้วสถานที่เช่นโรงเรียนอนุบาลนั้นด้วยอายุของฉินเฟิงน้อยถือว่ายังเร็วไป
ทว่าเพราะมีการจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาให้มาสอนฉินเฟิงน้อย ดังนั้นจึ้งต้องฟังที่ผู้เชี่ยวชาญบอก ที่ว่าฉินเฟิงน้อยสามารถเข้าโรงเรียนอนุบาลได้ล่วงหน้าเพื่อสัมผัสการเข้าสังคมได้ก่อนวัย หลังจากนั้นต่อให้จะเรียนข้ามชั้นก็ยังได้ เพราะการเรียนรู้ของเด็กคนนี้ไม่อาจเอามาตรฐานของคนธรรมดามาวัดได้
เรื่องเรียนข้ามชั้นเนี่ย สมัยนี้ครอบครัวธรรมดาอยากให้ลูกเรียนข้ามชั้นมันยากมาก เพราะระบบการศึกษาในปัจจุบันมันเข้มงวดสุด ๆ
แต่สำหรับพวกฉินหลินแล้วก็แค่เรื่องเล็กน้อย
ในที่สุดจ้าวโม่ชิงก็อดถามไม่ได้ “เธอ เบย์แม็กซ์ตัวนี้ไม่เหมือนกับตัวที่เห็นในข่าวใช่มั้ย”
ฉินหลินพยักหน้า “อืม ต่างกันเยอะเลยด้วย ตัวนี้มันฉลาดมากแล้วมีแค่ตัวเดียวในโลกด้วย”
จ้าวโม่ชิงขานรับพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ เธอคิดไว้แล้วไม่มีผิด
ดูจากพฤติกรรมที่เบย์แม็กซ์แสดงออกก็รู้แล้ว
หลายวันต่อมา
ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้เบย์แม็กซ์ที่มี AI ที่แท้จริง (AI ของโนม) ได้แสดงฟังก์ชันการทำงานออกมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
ถึงขนาดที่ว่าตอนที่ฉินเฟิงน้อยล้ม มันก็จะอุ้มเขาขึ้นมาและช่วยเป่าตรงแผลถลอกอย่างแผ่วเบาให้ทันที หรือถ้าฉินเฟิงน้อยอยากกินเมล็ดแตงโม มันก็ยังหาวิธีพิเศษแกะเปลือกให้นายน้อยได้อย่างเร็ว
นี่สิถึงจะเรียกว่าฟังก์ชันการเป็นเพื่อนของแท้ !
จ้าวโม่ชิงเห็นแล้วก็อยากได้ไว้ใช้เองสักตัวเหมือนกัน
แต่แน่นอนว่าฉินหลินไม่ได้โง่ เรื่องอะไรเขาต้องทำให้จ้าวโม่ชิงด้วยล่ะ การมีตนอยู่ข้าง ๆ มันไม่พอหรือยังไง
โลกภายนอกไม่รู้ว่าครอบครัวของฉินหลินได้สร้างเบย์แม็กซ์ของแท้ขึ้นมาแล้ว ความสนใจยังคงมุ่งไปที่เบย์แม็กซ์เวอร์ชันที่สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติให้การสนับสนุน
และหลังจากมีข่าวออกไปไม่นาน โรงพยาบาลชุดแรกก็ได้รับการแจกจ่ายเบย์แม็กซ์
เดิมทีคิดว่ามันจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และช่วยเร่งความเร็วในการตรวจโรคคนไข้ได้
แต่เมื่อรัฐมนตรีหลู่ได้รับข้อมูลที่รายงานกลับมา สีหน้าของเขาก็ดูไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
............................................................................................
สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
ในห้องทำงานของรัฐมนตรีหลู่
เลขากำลังรายงานสถานการณ์ต่อรัฐมนตรีหลู่ “ท่านครับ การทดลองใช้เบย์แม็กซ์ภาคสนามชุดแรกผลไม่ค่อยดีนัก โรงพยาบาลสามแห่งในเมืองหลวงฟีดแบ็กเป็นเสียงเดียวกันว่าเบย์แม็กซ์ไม่ยืดหยุ่นพอ มีการตรวจลำดับคิวคนไข้ผิดอยู่บ่อยครั้งครับ”
“โรงพยาบาลหลายแห่งทางตะวันตกเฉียงใต้ก็มีรายงานว่าเบย์แม็กซ์มันแข็งทื่อเกินไป ไม่มีจิตสำนึกในการให้บริการคนไข้ บ้างก็บอกไม่ยืดหยุ่นพอ มีโรงพยาบาลแห่งหนึ่งถึงกับบอกว่าเบย์แม็กซ์รักษาไปได้ครึ่งทางก็ไฟดับซะงั้นด้วยครับ”
“โรงพยาบาลหลายแห่งในภาคใต้รายงานว่าเบย์แม็กซ์มีปัญหาร้ายแรง แถมการทดลองล้มเหลวที่ว่านี้ตอนนี้ก็ได้แพร่กระจายไปทั่วโลกออนไลน์แล้วครับ”
“ตอนนี้ทุกคนเลยดูจะค่อนข้างผิดหวังกับเบย์แม็กซ์ ไม่มีความมั่นใจและความกระตือรือร้นเหมือนตอนแรกอีกต่อไป เพราะสุดท้ายแล้วมีโรงพยาบาลหลายแห่งออกมายืนยันว่าเบย์แม็กซ์ใช้งานจริงไม่ได้ครับ”
รายงานดังกล่าวทำให้รัฐมนตรีหลู่ขมวดคิ้วมุ่น เรื่องนี้มันผิดจากที่คาดการณ์ไว้ ไม่สิ ไม่ถูกต้อง แม่งโคตรไม่ถูกต้องเลย
เขาคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าพอเอาเบย์แม็กซ์ไปใช้งานจริงแล้วมันจะเกิดปัญหาใหญ่โตเบอร์นี้
แต่ในเมื่อมีปัญหาก็ต้องรีบแก้ไข ไม่อย่างนั้นคงโดนไอ้พวกฝรั่งมันหัวเราะเยาะเอาแหงม ๆ ยิ่งพึ่งจะทพตัวเด่นดังไปหมาด ๆ ถ้าเกิดมันดันมาเจ๊งเอาตอนนี้ล่ะก็ความตลกมันจะทวีคูณเป็นเท่าตัวเอาน่ะสิ
ดังนั้นรัฐมนตรีหลู่จึงรีบโทรหาฉินหลินทันที
............................................................................................
คฤหาสน์ชิงหลิน
โซนด้านใน
ฉินหลินเองก็กำลังนั่งดูข่าวเบย์แม็กซ์ด้วยเช่นกัน
ถัดจากเขาคือจ้าวโม่ชิง, หลินเฟิน, ฉินเฟิงน้อย และทั้งครอบครัว
ฉินเฟิงน้อยกำลังนั่งดูทีวีอยู่เช่นกัน โดยร่างเล็ก ๆ พิงอยู่กับขานุ่ม ๆ ของเบย์แม็กซ์ ใบหน้าน้อย ๆ นั่นแสดงให้เห็นถึงความฟินไปกับความอ่อนนุ่มนั้น
ไม่ไกลออกไป เจ้าจระเข้เสี่ยวหยางกำลังจ้องมองเบย์แม็กซ์ตาเขม็งด้วยความเป็นศัตรู
เพราะหลังจากมีไอ้ขาวตัวโตนี่แล้ว นายน้อยก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจมัน
สัตว์เองก็สามารถอิจฉาหรือหึงหวงได้เช่นกัน
มันค่อย ๆ คลานไปหาเบย์แม็กซ์อย่างระมัดระวัง
ความกล้าหาญของมันยังน้อยนิดเหมือนเดิม แต่เพื่อนายน้อยของมัน มันสามารถรวบรวมความกล้าได้เสมอ
เมื่อมาอยู่ใกล้ ๆ กับเบย์แม็กซ์แล้ว มันก็อ้าปากกัดขาเบย์แม็กซ์อย่างแรงไปคำหนึ่ง ซึ่งแรงกัดอันมหาศาลนั้นทำให้เบย์แม็กซ์สังเกตเห็น
กระนั้นฟันของมันกลับไม่สามารถทำความเสียหายให้เรซินอะซิเตทได้
เบย์แม็กซ์ปรายตามามองเสี่ยวหยางแบบงง ๆ และใช้ลำแสงสแกนร่างมัน “คุณจระเข้ มีอะไรให้เบย์แม็กซ์รับใช้รึเปล่า”
แต่ใครจะนึกล่ะว่า ลำแสงสแกนนั่นกลับทำให้เจ้าเสี่ยวหยางมันวิ่งหนีหางจุกตูดไปซุกมุมห้อง เรื่องนิสัยขี้กลัวของมันยังคงไม่เปลี่ยนแปลงเลย
บนทีวี เบย์แม็กซ์กำลังถูกตั้งคำถาม มีแม้กระทั่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลออกมาเล่าเรื่องด้วยตัวเอง บอกว่าเบย์แม็กซ์อาจมีภัยซ่อนเร้นอยู่
เมื่อเบย์แม็กซ์ซึ่งตอนนี้อุ้มฉินเฟิงน้อยขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนเห็นข่าวนี้ก็ได้พึมพำออกมา “ตัวผมไม่มีปัญหาซักหน่อย ถึงเบย์แม็กซ์พวกนั้นจะบื้อ แบบว่าบื้อโคตร ๆ เลยก็เถอะ แต่พวกมันก็ไม่มีปัญหาแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์”
เมื่อฉินหลินได้ยินก็เก็บมาครุ่นคิด
เพราะแท้จริงแล้วเบย์แม็กซ์เป็นของที่ผลิตจากเกม ด้วยมีระบบสูตรโกงอยู่หนุนหลังอยู่จึงไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน แล้วตกลงว่าปัญหามันอยู่ตรงไหนกันล่ะ
และในขณะนั้นเองจู่ ๆ ก็มีสายเข้า ปรากฏว่าเป็นรัฐมนตรีหลู่โทรมา
ทันทีที่รับสาย เสียงของรัฐมนตรีหลู่ก็ดังมาจากปลายสาย “เถ้าแก่ฉิน ผมต้องขอความช่วยเหลือจากคุณอีกแล้วล่ะครับ การทดลองเบย์แม็กซ์เกิดปัญหาขึ้นนิดหน่อย”
เมื่อฉินหลินได้ยินดังนั้นเขาก็ถามว่า “ใช่ปัญหาในโรงบาลรึเปล่าครับ”
รัฐมนตรีหลู่ตอบทันที “ครับ ปัญหาการทดลองในโรงพยาบาลนั่นแหละ แต่โรงพยาบาลเป็นที่ที่รักษาโรคและช่วยชีวิตคน ไม่มีที่ให้พลาด ถ้าเบย์แม็กซ์มีปัญหาเราก็ต้องรีบปรับปรุงแก้ไข”
ฉินหลินได้ยินคำถามนี้ก็ยิ้มตอบ “ท่านรัฐมนตรีครับ ก่อนอื่นเลยคือท่านต้องดูก่อนว่ามันผิดที่ตัวเบย์แม็กซ์จริง ๆ รึเปล่า”
รัฐมนตรีหลู่ได้ยินคำถามก็อึ้ง “หมายความว่าไงครับ”
ฉินหลินถามกลับแทน “ท่านเคยไปตรวจโรคที่โรงบาลข้างนอกพวกนั้นเองมั้ยล่ะครับ แบบว่าไปดูหน้างานไง”
รัฐมนตรีหลู่ตอบ “เออ... เรามีโรงบาลตรวจโรคเฉพาะของตัวเองอยู่น่ะครับ คนระดับพวกผมกับครอบครัวจะได้รับสวัสดิการพิเศษจากโรงบาลทหาร”
ฉินหลินหัวเราะและตอบว่า “นั่นไงครับ ท่านรัฐมนตรี ผมขอแนะนำให้คุณลองไปหาหมอที่โรงบาลข้างนอกนั่นดูซักครั้ง ทำตามขั้นตอนตรวจโรคดูซักหน่อย แล้วไปฟังเสียงสะท้อนของคนไข้หน้างานจริง ๆ ด้วยตัวเอง”
ฉินหลินไม่ได้พูดอะไรมาก แต่โรงพยาบาลบอกว่าเบย์แม็กซ์มีอะไรผิดปกติ งั้นก็ควรจะสั่งสอนพวกมันให้รู้สำนึกสักหน่อย
เขากดเบอร์โทรหาเฉิ่นลี่ ทันทีที่ปลายสายรับเขาก็สั่งการทันที “คุณเฉิ่น ออกประกาศให้สาธารณชนทราบ บอกว่าห้องแล็บชิงหลินเราจะเริ่มดำเนินโครงการ ‘เบย์แม็กซ์แชร์ริ่ง’ โดยเบย์แม็กซ์จะเข้าร่วมระบบการแพทย์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ในตอนนั้นทุกคนสามารถสแกนจ่ายได้ทันทีในราคาหนึ่งหยวน”
“ส่วนเรื่องที่ว่าเบย์แม็กซ์จะวินิจฉัยโรคแม่นไม่แม่นนั้น ให้คนไข้ตรวจสอบด้วยตัวเองเอาเลย เพราะคนไข้ที่เคยไปหาหมอที่โรงบาลต้องมีใบรับรองแพทย์อยู่แล้ว เมื่อเอาผลนั้นมาเปรียบเทียบกับผลสแกนของเบย์แม็กซ์ดูก็รู้เรื่อง ถึงตอนนั้นโรงบาลพวกนั้นจะไม่เหลือข้ออ้างอะไรให้ใช้แถอีก”
เฉิ่นลี่ได้ยินก็พอจะเดาสาเหตุได้ เพราะเขาเองก็เห็นกระแสสังคมในโลกออนไลน์แล้วเหมือนกัน บังอาจมาตั้งข้อสงสัยกับของที่ท่านประธานฉินสร้าง ถ้ามันมีปัญหาจริง ๆ ก็แล้วไป แต่ถ้าไม่มีล่ะก็ท่านประธานฉินย่อมไม่มีทางปล่อยให้พวกมันลอยนวลสบายแฮแน่ ๆ
“รับทราบครับท่านประธาน”เฉิ่นลี่ตอบรับแล้ววางสายทันที ก่อนจะจัดแจงสั่งการให้คนไปทำงานตามสั่ง
............................................................................................
เวลาผ่านไป
หลังจากที่รัฐมนตรีหลู่ทำตามคำแนะนำของฉินหลินเขาก็ออกจากโรงพยาบาลอย่างเหนื่อยล้า
นี่เป็นโรงพยาบาลแห่งที่สามแล้วที่เขามาเหยียบ แต่ประสบการณ์ที่ได้กลับทำให้เขาต้องช็อกตาแตก
โดยปกติแล้วพวกเขารวมไปถึงผู้นำเบื้องบนแทบจะไม่ค่อยใส่ใจกับปัญหาของโรงพยาบาลทั่วไปเลย เนื่องจากมีโรงพยาบาลเฉพาะสำหรับตรวจรักษาคนของสถาบันฯ ไม่จำเป็นต้องรับบัตรคิวอะไรทั้งสิ้น
แต่ครั้งนี้พอได้มาโรงพยาบาลทั่วไปด้วยตัวเองแล้ว เขาก็ตระหนักว่าแค่โรคพื้น ๆ กลับต้องผ่านขั้นตอนการตรวจบ้าบอคอแตกอะไรไม่รู้ตั้งสิบกว่าอย่าง เขาจำได้ว่าไอ้โรคแบบนี้ตอนอยู่โรงพยาบาลเฉพาะสามารถตรวจและจัดการรักษาได้ง่ายดายมาก ๆ
ประเด็นสำคัญคือหลังจากตรวจมา 10 กว่าอย่าง ไอ้โรคกระจอก ๆ นี่ดันฟันค่ารักษาล่อไปตั้ง 4,000 - 5,000 หยวน แต่สุดท้ายกลับสรุปว่าเป็นแค่โรคธรรมดา ๆ เขาจึงถามหมอไปคำหนึ่งว่า ตรวจตั้งเยอะตั้งแยะขนาดนี้สรุปคือเป็นแค่โรคธรรมดา ๆ แค่นี้เองเหรอ ?
ส่วนหมอก็ตอบหน้าตาเฉยว่า ก็เพราะต้องตรวจเยอะขนาดนี้แหละถึงมั่นใจได้ว่าเป็นโรคนี้จริง ไม่งั้นก็มั่นใจไม่ได้หรอก แถมยังบอกอีกว่าเสียเงินแค่สี่ซ้าห้าพันเพื่อให้มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงอะไรมันก็คุ้มไม่ใช่เหรอ ควรจะดีใจสิถึงจะถูก
ระดับรัฐมนตรีหลู่มาได้ยินแบบนี้เข้าก็แทบจะกระอักเลือด หมอที่เรียนมาจนจบสอบได้ใบประกอบโรคศิลป์ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะตรวจไม่พบโรคกระจอก ๆ นี่ได้ง่าย ๆ จนต้องอาศัยการตรวจละเอียดตั้งหลายอย่างอีก
หมอที่ตรวจให้เขาก็อายุยังน้อยแท้ ๆ แต่โรคกระจอก ๆ แค่นี้ทำไมยังมองไม่ออกอีกวะ
แน่นอนว่าเขาไม่ลืมถามคนไข้อีกหลาย ๆ คนถึงสถานการณ์คร่าว ๆ ของโรงพยาบาล
นี่ล้วนเป็นโครงการสร้างรายได้ให้กับโรงพยาบาลชัด ๆ ก็ดูสิ หมอแต่ละคนต้องรับคนไข้วันหนึ่งตั้งไม่รู้กี่ราย แล้วจะไม่รู้ได้ง่าย ๆ ได้อย่างไรว่าคนไข้เป็นโรคอะไรกันบ้าง
รัฐมนตรีหลู่ทำได้เพียงคร่ำครวญว่าเบย์แม็กซ์ต้องไปขัดขวางผลประโยชน์ของพวกมันแน่ ๆ
เพราะมีเบย์แม็กซ์อยู่ โรงพยาบาลจะต้องตรวจคนไข้น้อยลงกี่เท่า และคนไข้จะใช้เงินที่ไม่จำเป็นหรือก็คือ ‘ค่าโง่’ น้อยลงเท่าไหร่
นี่คือสิ่งที่พวกโรงพยาบาลไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด และด้วยเหตุนี้เองไอ้โรงพยาบาลพวกนี้ถึงได้สามัคคีกันออกมาต่อต้านเบย์แม็กซ์โดยพร้อมเพรียงกันถึงขนาดนี้
รัฐมนตรีหลู่เบิกเนตรเรียบร้อย แต่ไอ้พวกโรงพยาบาลพวกนี้คงจะดูถูกดูแคลนบทบาทของเบย์แม็กซ์และความก้าวหน้าของสังคมเกินไปหรือไม่ การก้าวเดินของประวัติศาสตร์น่ะ ไม่ใช่อะไรที่คนอย่างพวกมึงจะขวางได้หรอกนะโว่ย !
ดังนั้น พอเขากลับมาที่ห้องทำงานก็นั่งเขียนรายงานคำร้องทันที... เขาทำการเจาะลึกถึงประสบการณ์การกลั่นแกล้งในการทดลองเบย์แม็กซ์ แฉสภาพความเป็นจริงของโรงพยาบาลเหล่านั้นในปัจจุบัน และในท้ายที่สุดก็ยื่นขออนุมัติงบประมาณทางการแพทย์ในช่วงปีใหม่ โดยเพิ่มงบประมาณฝั่ง ‘แผนโบราณ’ ขึ้นอย่างมหาศาล และหั่นงบประมาณฝั่ง ‘แผนปัจจุบัน’ ลงแบบฮวบฮาบ
เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางเบื้องบนผลักดันแพทย์แผนโบราณ ทำให้ฝั่งแผนปัจจุบันต้องยอมลดราวาศอกลงไปหลาย ๆ ด้าน แต่เห็นได้ชัดว่าขนาดนี้แล้วก็ยังไม่พอ ต้องจัดให้หนักขึ้นไปอีก ทุกวงการจะมีการผูกขาดไม่ได้เด็ดขาด จะต้องมีคู่แข่งคอยคานอำนาจกัน ทั้งสองฝ่ายถึงจะยอมลดตัวลงมาให้บริการประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ทำตัวอยู่เหนือหัวคนอื่นอยู่แบบนี้​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​
ขณะที่โรงพยาบาลเหล่านั้นกำลังกระโดดโลดเต้นต่อต้านเบย์แม็กซ์เพื่อผลประโยชน์ส่วนตนกันอยู่นั้นเอง จู่ ๆ ก็ได้รับข่าวร้ายขั้นสุดยอดอย่างกะทันหัน
นั่นคือตอนที่ห้องทดลองชิงหลินออกประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะดำเนินโครงการ ‘เบย์แม็กซ์แชร์ริ่ง’ ที่ขอแค่จ่ายค่าบริการเพียง 1 หยวนก็สามารถใช้บริการสแกนตรวจโรคของเบย์แม็กซ์ได้
พร้อมทั้งให้ประชาชนได้ร่วมพิสูจน์ประสิทธิภาพความแม่นยำในการวิจนิจฉัยโรคของเบย์แม็กซ์ไปในตัว
ทันทีที่ข่าวนี้หลุดออกมา โรงพยาบาลเหล่านั้นก็สติแตกกันทันที เพราะพวกมันมัวแต่คว่ำบาตรเบย์แม็กซ์จนลืมไปว่าเบื้องหลังคือห้องทดลองชิงหลิน !
และคนของห้องทดลองชิงหลินก็ไม่ใช่ที่ใครจะไปล่วงเกินได้ง่าย ๆ และตอนนี้ก็เห็นได้ชัดเลยว่าฝั่งนั้นกำลังเล็งเล่นงานมาที่ตนแล้ว
เมื่อโครงการเบย์แม็กซ์แชร์ริ่งนี่คลอดออกมา ไม่รู้ว่าโรงพยาบาลเหล่านั้นจะสูญเสียรายได้มากมายขนาดไหน และกลยุทธ์ตลบหลังนี่ก็ไม่มีปัญญาแก้เกมได้อีก เพราะนี่คือการให้ประชาชนทั้งประเทศมาร่วมกันพิสูจน์ พวกมันจะแกล้งตรวจผิดเพื่อไปบลัฟกับเบย์แม็กซ์ก็ไม่ได้ ขืนทำแบบนั้นล่ะก็ได้เรื่องใหญ่แน่ ถ้าหากว่าผลพิสูจน์ออกมาว่าผลตรวจของเบย์แม็กซ์ไม่มีปัญหา สุดท้ายแล้วโรงพยาบาลนั่นแหละที่จะมีปัญหาแทน การเป็นการยอมรับสภาพด้วยตัวเองโดยปริยายไม่ใช่หรือไง
เรื่องนี้มันจัดการได้ยากมาก
รู้งี้ไม่น่าใช้วิธีนี้เลย หรือไม่ก็ควรจะแอบส่งซิกบอกห้องทดลองชิงหลินไว้ล่วงหน้าก่อนอะไรแบบนั้น
แต่ในไม่ช้า โรงพยาบาลเหล่านั้นก็พบว่านี่ไม่ใช่ปัญหาที่ร้ายแรงที่สุด เพราะต่อมาไม่นานทางเบื้องบนก็ออกประกาศอนุมัติเงินทุนทางการแพทย์ โดยจะจะเพิ่มงบฝั่งแผนโบราณ และลดงบฝั่งแผนปัจจุบัน
แบบนี้มันจงใจเล่นงานกันชัด ๆ
ฝั่งหมอแผนปัจจุบันก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะโง่หมด แน่นอนว่าเพียงไม่นานก็พบสาเหตุว่าเบย์แม็กซ์คือเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำข้ามยุคสมัยของโลกใบนี้ ในขณะที่คนทั้งโลกกำลังทั้งตะลึงทั้งอิจฉาอยู่นั้น กลับมีคนในประเทศลุกขึ้นมาขัดแข้งขัดขากันเองซะงั้น ดังนั้นไอ้พวกที่ไม่รู้สี่รู้แปดย่อมต้องโดนลงโทษอย่างหนักเป็นธรรมดา
และประเด็นสำคัญก็คือ ปัญหาของเบย์แม็กซ์ที่พูด ๆ มานั้นไม่เป็นความจริง แต่เป็นการใส่ร้าย
หลายคนได้เริ่มตระหนักถึงความหายนะร้ายแรงของเรื่องนี้แล้ว
แต่เรื่องยังไม่จบแค่นี้ เพราะต่อมาอีกไม่นานมีโรงพยาบาลสองแห่งได้รับหนังสือคำสั่งปฏิรูปและจัดระเบียบแก้ไขจากเบื้องบนในทันที
เพียงพริบตาเดียว ทั่วทั้งวงการการแพทย์แผนปัจจุบันต่างก็ตกอยู่ในความตื่นตระหนกและไปไม่เป็นไปตาม ๆ กัน
แน่นอนว่าเรื่องทั้งหมดนี้หลุดไปถึงหูประชาชนอย่างไว
บนโลกออนไลน์มีเซียนคีย์บอร์ดขั้นเทพอยู่ไม่น้อยที่ออกมาวิเคราะห์เจาะลึกต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้จนหมดเปลือก พูดได้แค่ว่าพวกโรงพยาบาลแผนปัจจุบันเหล่านี้มัน ‘ยกหินทุ่มตีนตัวเอง’ ชัด ๆ
ไม่รู้ว่ามีประชาชนเท่าไหร่ที่ปรบมือดีใจกับเรื่องนี้
ทว่าในขณะที่โลกภายนอกโกลาหลวุ่นวาย ภายในคฤหาสน์ชิงหลินกลับยังคงเงียบสงบ หยวนชื่อสามท่าน ได้แก่ ฉู่หยวนชื่อ, เฟยหยวนชื่อ และจูหยวนชื่อไปเดินเล่นที่ศาลาริมน้ำตามปกติ
เนื่องจากที่ศาลาแห่งนี้ทั้งสามได้เกิดสภาวะ ‘รู้แจ้ง’ ในด้านการวิจัยจรวด เพียงแต่ว่าแม้ครั้งนี้จะอยู่มานานแล้ว และจิตใจก็สงบจนเกิดความเข้าใจใหม่ ๆ อยู่บ้างก็ตาม แต่ยังห่างไกลจากคำว่ารู้แจ้งมากมายนัก
อย่างไรก็ตาม พวกเขาทั้งสามหารู้ไม่ว่าตัวเองจะเกิดสภาวะรู้แจ้งหรือไม่และเมื่อไหร่นั้น ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการอนุญาตของฉินหลิน
ถ้าหากฉินหลินไม่เอาน้ำจากบ่อน้ำเทพธิดาออกมาล่ะก็ พวกเขาก็ไม่สามารถเข้าสู่สภาวะนั้นได้หรอก
กระนั้น หลังจากที่เวลาผ่านไปนานพอสมควรแล้ว ฉินหลินก็กะว่าจะเอาน้ำจากบ่อน้ำเทพธิดาออกมาเพื่อช่วยให้หยวนชื่อเฒ่าทั้งสามได้บรรลุความก้าวหน้าสักรอบ
ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เวลาก็ผ่านไปขนาดนี้แล้ว ถึงเวลาที่ทรานส์ฟอร์มเมอร์สสไตล์ประจำชาติต้องเปิดตัวเสียที เพราะมันคือสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของประเทศเราอย่างแท้จริง
การเอาพวกมันออกมามันย่อมทำให้เกิดความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง
และนี่ก็คงเป็นเพราะพลังแห่งความเชื่อมั่นในวัฒนธรรมของชนชาติเราล่ะมั้ง !