- หน้าแรก
- วิกฤตวันสิ้นโลก ยอดนักสู้พันล้านสกิลผู้กอบกู้โลก
- บทที่ 670 ยันต์ของจีนแท้จริงแล้วคืออักขระงั้นหรือ? ซูฮั่นจารึกอุปกรณ์สำเร็จ
บทที่ 670 ยันต์ของจีนแท้จริงแล้วคืออักขระงั้นหรือ? ซูฮั่นจารึกอุปกรณ์สำเร็จ
บทที่ 670 ยันต์ของจีนแท้จริงแล้วคืออักขระงั้นหรือ? ซูฮั่นจารึกอุปกรณ์สำเร็จ
เวลาเที่ยงตรง
มี่มี่บินมาจากแดนไกล
"เจ้านาย ได้เวลากลับบ้านไปทานมื้อเที่ยงแล้วค่ะ..."
"ตกลง กำลังไป!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ซูฮั่นก็หยุดการบ่มเพาะ
หลังจากกลับมาที่หุบเขา
เขาก็เล่าให้ทุกคนฟังเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างวิถีแห่งธาตุและวิชาการต่อสู้
ที่โต๊ะอาหาร
ต้าหนิวผีซู้ดบะหมี่เข้าปากคำโตแล้วถามขึ้นว่า "ท่านเทพมังกร วิชาการต่อสู้และเคล็ดวิชาทางจิตใจทั้งหมดสามารถสอดประสานกับพลังธาตุได้งั้นหรือครับ?"
ซูฮั่นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบตอบว่า "มันก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่นะ! เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เดี๋ยวช่วงบ่ายเทพองค์นี้จะรวบรวมเคล็ดวิชาการบ่มเพาะกำลังภายในมาให้ แล้วพวกนายก็เอาไปฝึนฝนตามนั้นก็แล้วกัน..."
"รับทราบครับ ท่านเทพมังกร"
ต้าหนิวผีพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย
หลังมื้อเที่ยง
ซูฮั่นเข้าไปในห้องหนังสือและแจ้งความต้องการของเขาให้ทางเจ้าหน้าที่ทราบ
หลังจากรอประมาณสิบนาที
ช่องทางการติดต่อของระบบการเอาชีวิตรอดแห่งโชคชะตาของชาติก็เปิดขึ้น
เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมเคล็ดวิชาการบ่มเพาะทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศมามอบให้
ซูฮั่นกวาดสายตามองคร่าวๆ และพบว่าเคล็ดวิชาเหล่านี้ครอบคลุมมากทีเดียว
ในจำนวนนั้น มีเคล็ดวิชาจากสำนักเต๋าเพียงอย่างเดียวถึงเจ็ดเคล็ดวิชา
วิชายันต์ วิชาสายฟ้า วิชาแสงทอง
แม้คนยุคใหม่จะไม่สามารถบ่มเพาะพวกมันได้ แต่วิชาเหล่านี้ล้วนเป็นมรดกตกทอดจากยุคโบราณ
เคล็ดวิชาบางอย่างสงวนไว้ให้เพียงเจ้าสำนักรุ่นต่อรุ่นบ่มเพาะเท่านั้น
แต่ตอนนี้ เพื่อประโยชน์ของซูฮั่น ทางการได้นำพวกมันออกมาจนหมดสิ้น
นอกจากนี้ ยังมีคัมภีร์ล้ำค่าจากสำนักอื่นๆ อีกมากมาย
ตัวอย่างเช่น เคล็ดวิชาจันทรากระจ่างของนักบวชหญิงแห่งสำนักจันทรากระจ่าง
ตัวอย่างเช่น เคล็ดวิชาควบคุมอัคคีของสำนักคุณธรรมอัคคี
ตัวอย่างเช่น เคล็ดวิชาค่ายกลฉีเหมิน
สรุปแล้ว เคล็ดวิชาทั้งหมดนี้มีรวมกันประมาณสี่สิบถึงห้าสิบเคล็ดวิชา!
หลังจากบันทึกเคล็ดวิชาทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว
ซูฮั่นก็เกิดความสนใจในวิชายันต์ขึ้นมาอย่างมหาศาล
กระดาษสีเหลืองเพียงแผ่นเดียวก็สามารถเรียกสายฟ้าและร่ายคาถาอันน่าอัศจรรย์ได้
หากนำมาปรับใช้ในดินแดนเถื่อน นี่มันก็คืออักขระธาตุไม่ใช่หรือไง?
เพื่อพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของเขา
ซูฮั่นหยิบกระดาษขาวออกมาหนึ่งแผ่น และบดชาดจนเป็นผง
จากนั้น เขาใช้พู่กันแตะชาดเล็กน้อย และใช้ธาตุลมจางๆ เพื่อเตรียมเขียนยันต์ก้าวพริบตาเทวะ
ฟึ่บ
ฟึ่บ
พู่กันตวัดไปบนแผ่นกระดาษ
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเขียนยันต์เสร็จ กระดาษทั้งแผ่นก็ฉีกขาดกระจุย
ซูฮั่นขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาหยิบเศษกระดาษขาวขึ้นมาตรวจสอบ
ไม่นานเขาก็พบต้นตอของปัญหา
กระดาษขาวไม่สามารถทนรับพลังของธาตุลมได้
แต่พลังธาตุเพียงน้อยนิดเมื่อครู่นี้ก็ถือว่าอ่อนกำลังมากแล้วนะ
หรือว่าจะต้องลดระดับพลังลงไปอีก?
ซูฮั่นหยิบกระดาษขาวแผ่นที่สองออกมาและทำการทดลองต่อ
ผลปรากฏว่า ทันทีที่ตวัดพู่กันเป็นครั้งที่สี่
กระดาษขาวก็ฉีกขาดกระจุยไปอีกแผ่น
ครั้งนี้เขาได้บีบอัดพลังลงไปถึงสิบเท่าแล้วนะ
"ดูเหมือนว่ากระดาษขาวจะไม่สามารถทนรับพลังธาตุบริสุทธิ์ได้แฮะ..."
"แล้วถ้าฉันเปลี่ยนจากการเขียนยันต์มาเป็นวิธีจารึกอักขระล่ะ ฉันจะสร้างอุปกรณ์ธาตุขึ้นมาได้ไหม?"
แม้การเขียนยันต์จะล้มเหลว
แต่ซูฮั่นก็ไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องแย่
กระดาษขาวไม่สามารถทนรับพลังธาตุได้
แต่วัสดุพิเศษน่าจะไม่มีปัญหา
หากยันต์สามารถแสดงผลลัพธ์บนอุปกรณ์ได้
ในอนาคต เขาก็จะมีอุปกรณ์ธาตุใช้มากมายนับไม่ถ้วน!
นี่มันดีกว่าการมัวแต่มานั่งเขียนยันต์ตั้งเยอะ!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ซูฮั่นก็รีบหยิบเกราะเกล็ดมังกรออกมา
เมื่อพูดถึงการรองรับพลังธาตุ
เขาคิดว่าไม่มีอะไรคู่ควรแก่การทดลองไปกว่าเกล็ดมังกรอีกแล้ว
เขาวางสนับแข้งลงบนโต๊ะ
หลับตาลง
ซูฮั่นเริ่มรวบรวมสมาธิเพื่อควบแน่นพลังธาตุลม
จากนั้น เขาก็เปลี่ยนจิตสำนึกของตนให้กลายเป็นมีดแกะสลัก
การจารึกอักขระเริ่มต้นขึ้น
ทว่าครั้งนี้เขาจะจารึกลวดลายของยันต์ก้าวพริบตาเทวะลงไป
แต่ในขณะที่ซูฮั่นกำลังจารึกลวดลาย
เขากลับค้นพบเรื่องน่าตื่นตะลึง
สิ่งที่เรียกว่ายันต์เหล่านี้ หลังจากถูกขยายขนาดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน แท้จริงแล้วพวกมันก็คืออักขระธาตุนั่นเอง
เพียงแต่ลวดลายของยันต์นั้นดูซับซ้อนกว่าเมื่อเทียบกับอักขระบริสุทธิ์!
แต่หน้าที่การทำงานนั้นเหมือนกันทุกประการ
"พระเจ้า บรรพบุรุษของจีนค้นพบวิธีควบคุมพลังธาตุได้อย่างไรกัน..."
"พวกเขาคือกลุ่มคนอัจฉริยะชัดๆ..."
ซูฮั่นมีสีหน้าตกตะลึง
แต่การจารึกอักขระก็ไม่ได้หยุดชะงักลงแม้แต่วินาทีเดียว
ควบคู่ไปกับความชำนาญทักษะที่เพิ่มสูงขึ้น
ซูฮั่นก็ยิ่งเชี่ยวชาญเทคนิคการจารึกอักขระมากยิ่งขึ้น
เขายังได้ตัดทอนองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นบางส่วนออกจากยันต์ก้าวพริบตาเทวะอีกด้วย
สิบห้านาทีต่อมา
การจารึกยันต์ก้าวพริบตาเทวะที่ได้รับการดัดแปลงก็เสร็จสมบูรณ์
ซูฮั่นลืมตาขึ้น
เขามองเห็นแสงสีเขียวจางๆ ปรากฏขึ้นบนสนับแข้งเกล็ดมังกร
"สำเร็จแล้ว!"
"ยันต์... ก็คือการจารึกอักขระแบบหยาบๆ จริงๆ ด้วย!"
"พวกมันสามารถนำมาเสริมพลังให้กับอุปกรณ์ได้ด้วย!"
ซูฮั่นสวมสนับแข้ง
จากนั้น เขาก็ออกไปทดลองใช้งานข้างนอก
เมื่อกระตุ้นการทำงานของยันต์ก้าวพริบตาเทวะ
สายลมก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากใต้ฝ่าเท้าของเขา
"ไป..."
ซูฮั่นพุ่งตัวทะยานไปตามถนนอย่างเต็มกำลัง
ร่างของเขากลายเป็นเพียงภาพติดตาในพริบตา
ครู่ต่อมา
ซูฮั่นก็มาหยุดอยู่ริมถนน
จากการประเมิน
ยันต์ก้าวพริบตาเทวะสามารถเพิ่มความเร็วของเขาได้ประมาณยี่สิบเปอร์เซ็นต์
และระยะเวลาในการแสดงผลอยู่ที่ประมาณสิบห้านาที
หากสามารถเพิ่มอักขระสำหรับดูดซับธาตุลมลงไปในสนับแข้งได้
ระยะเวลาการแสดงผลก็จะสามารถเพิ่มขึ้นได้เกินกว่าสามสิบนาที
"เชี่ยเอ๊ย นี่มันโกงเกินไปแล้ว"
ซูฮั่นมีสีหน้าตกตะลึง
การเสริมพลังที่คงอยู่ได้นานถึงครึ่งชั่วโมง
หากนำไปใช้ในการทำสงคราม มันจะต้องยอดเยี่ยมมากอย่างแน่นอน
ที่สำคัญ นี่เป็นเพียงยันต์ประเภทสนับสนุนเท่านั้น
แล้วถ้ามันเป็นประเภทโจมตีล่ะ?
จากนั้น ซูฮั่นก็เรียกฮัวหยวนมาพบ
"ขอยืมธนูของเธอหน่อยสิ!"
"ได้ค่ะ ท่านเทพมังกร!"
ด้วยประสบการณ์จากการทดลองเมื่อครู่นี้
คราวนี้ซูฮั่นจึงยิ่งมีความมั่นใจมากขึ้น
อาวุธเขี้ยวมังกรนั้นแฝงไว้ด้วยพลังธาตุลมอยู่แต่เดิมแล้ว
ดังนั้น การจารึกจึงเป็นไปอย่างราบรื่น
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ซูฮั่นก็คืนธนูเขี้ยวมังกรให้ฮัวหยวน และพูดกับเธอพร้อมรอยยิ้ม "ฉันปรับแต่งธนูคันนี้ไปนิดหน่อย เธอเห็นอักขระบนตัวธนูไหม?"
ฮัวหยวนก้มมองธนูในมือ แล้วก็พบว่ามีลวดลายอันงดงามเพิ่มขึ้นมาอีกสามลายจริงๆ ด้วย
เธอถามด้วยความสงสัย "นี่คืออะไรคะ? ท่านเทพมังกร..."
ซูฮั่นยิ้มและเริ่มอธิบาย
"นี่คือของขวัญที่ฉันเตรียมไว้ให้เธอ! แต่ละสัญลักษณ์จะเป็นตัวแทนของความสามารถแต่ละอย่าง..."
"สัญลักษณ์แรกคือ: ศรเจาะเกราะ มันสามารถรวบรวมสายลมอันเกรี้ยวกราดเพื่อก่อตัวเป็นลูกศรอันทรงพลัง! พลังทำลายล้างของมันสูงมาก แต่หลังจากใช้งานแล้ว เธอจะไม่สามารถใช้พลังลมได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง..."
"สัญลักษณ์ที่สองคือ: ศรหมอกพรางตา มันสามารถยิงหมอกหนาทึบปกคลุมพื้นที่รัศมียี่สิบเมตร ซึ่งจะทำให้ศัตรูสูญเสียการมองเห็นไปชั่วขณะ แน่นอนว่าเธอเองก็จะมองไม่เห็นศัตรูเช่นกัน..."
"สัญลักษณ์ที่สามคือ: การเสริมพลังเพลิง มันสามารถมอบพลังแห่งไฟให้กับธนูและลูกศรได้ชั่วระยะเวลาสามสิบวินาที..."
"ความสามารถทั้งสามอย่างนี้มีระยะเวลาคูลดาวน์ค่อนข้างนานหลังจากใช้งาน..."
ฮัวหยวนถึงกับอึ้งไปเลย
อาวุธของเธอกลายเป็นของวิเศษทรงพลังขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
"สวรรค์ ท่านเทพมังกร นี่... นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!"
"หึหึ... อย่าเพิ่งดีใจไป ไปลองใช้ดูก่อนสิ! ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ก็ไปเรียกคนอื่นๆ มาพบฉัน วันนี้ฉันจะอัปเกรดอาวุธขององครักษ์ส่วนตัวทุกคนเลย!"
"ค่ะ"
ทั้งสองคนเดินออกมาที่ลานฝึกซ้อมด้านนอก
ฮัวหยวนเล็งไปที่เป้าหมายซึ่งอยู่ห่างออกไป และกระตุ้นการทำงานของอักขระตัวแรก
ฟุ่บ
สายลมรอบตัวถูกรวบรวมเข้ามาที่ลูกศรอย่างรวดเร็วราวกับถูกพายุหมุนดูดกลืน
เพียงชั่วพริบตา ลูกศรที่ถูกห่อหุ้มด้วยพายุหมุนอันน่าสะพรึงกลัวก็ถือกำเนิดขึ้น
ฟุ่บ
ลูกศรพุ่งทะยานออกไป
เสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นกลางอากาศ
เป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งร้อยห้าสิบเมตรถูกฉีกขาดเป็นชิ้นๆ แทบจะในทันที
ไม่ใช่การยิงทะลุ
ไม่ใช่การทุบทำลาย
แต่เป็นการฉีกกระชากจนแหลกละเอียด!
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ฮัวหยวนก็อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึก
พลังทำลายล้างของอาวุธชิ้นนี้ถูกยกระดับขึ้นไปมากกว่าสิบเท่า
ท่านเทพมังกรแข็งแกร่งเกินไปแล้วจริงๆ!
และในห้องถ่ายทอดสด
ผู้ชมก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน
"เชี่ยเอ๊ย... เคล็ดวิชาที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้ไม่ได้มีไว้แค่โชว์จริงๆ ด้วย! โคตรแข็งแกร่ง..."
"ฉันจำได้ว่านี่คือยันต์ขี่วายุฝ่าเกลียวคลื่น พลังมันร้ายกาจขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย..."
"สิ่งที่แข็งแกร่งไม่ใช่ยันต์หรอก แต่เป็นเทพซูต่างหาก... เขาเข้าใจเรื่องอักขระอย่างถ่องแท้แล้ว และตอนนี้เขาก็สามารถเสริมพลังให้อาวุธได้เพียงแค่พลิกฝ่ามือ..."
"จู่ๆ ฉันก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ถ้าเราเอาอักขระไปเสริมพลังให้ที่สูบลม เราก็ไม่ต้องพึ่งพาพลังน้ำแล้วไม่ใช่เหรอ?"
"พี่ชายข้างบน หัวช้าไปหรือเปล่า? พลังธาตุพอใช้หมดแล้วก็ต้องเติมนะ! ต่อให้นายจารึกอักขระธาตุลงบนที่สูบลม แล้วนายจะเอาพลังงานมาจากไหนล่ะ..."
"แล้วถ้าเราใช้วัสดุอะไรสักอย่างไปดูดซับลมบนยอดเขาล่ะ..."
"นั่นมันต้องใช้วัสดุธาตุลมนะเว้ย แล้วตอนนี้เราก็ยังไม่มีอะไรเลย จะพูดไปทำไม..."