- หน้าแรก
- วันแรกในเรือนจำ ผมก็ถูกผูกมัดกับระบบพัฒนาตนเอง
- บทที่ 4 เคล็ดวิชามีชีวิตขึ้นมาแล้ว!
บทที่ 4 เคล็ดวิชามีชีวิตขึ้นมาแล้ว!
บทที่ 4 เคล็ดวิชามีชีวิตขึ้นมาแล้ว!
บทที่ 4 เคล็ดวิชามีชีวิตขึ้นมาแล้ว!
ฮู่เหลียนเฟิงเห็นเย่หวู่เต๋าเหลือบมองมาที่ตน จึงเอ่ยปากถามว่า "มีอะไรหรือ เกิดปัญหาตรงไหนอย่างนั้นรึ"
เย่หวู่เต๋าส่ายหน้าปฏิเสธ "เปล่าครับ เพียงแต่เนื้อหาบางส่วนค่อนข้างลึกซึ้งและเข้าใจได้ยากมากครับ"
ฮู่เหลียนเฟิงยิ้มพลันเอ่ยว่า "เคล็ดวิชาที่ฉันถ่ายทอดให้เจ้านี้คือเคล็ดวิชาระดับสูงสุด ขอเพียงเจ้าฝึกฝนมันจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบ เจ้าจะสามารถก้าวข้ามธรณีประตูสู่ขอบเขตปรมาจารย์ได้เลยทีเดียว"
"เคล็ดวิชาระดับนี้ ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะทำความเข้าใจสำหรับคนที่ไม่เคยสัมผัสกับศิลปะการต่อสู้มาก่อนอย่างเจ้า"
"แต่ก็ไม่เป็นไร ขอเพียงเจ้าจดจำเคล็ดวิชาให้ขึ้นใจแล้วค่อย ๆ ฝึกฝนมันไป ในที่สุดเจ้าจะสามารถเข้าใจความหมายอันลึกซึ้งของเคล็ดวิชานี้ได้เองโดยธรรมชาติ"
เย่หวู่เต๋าพยักหน้ารับ "ขอบคุณอาจารย์ที่ช่วยชี้แนะครับ"
ฮู่เหลียนเฟิงมองดูเย่หวู่เต๋าพลางพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ จากนั้นจึงเริ่มท่องถ่ายทอดเคล็ดวิชาต่อไป
ในที่สุด หลังจากที่เขาเล่าซ้ำไปซ้ำมาถึงแปดรอบจนปากแห้งผาก เขาก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มหมดความอดทนเล็กน้อย "เจ้าจำได้มากน้อยแค่ไหนแล้ว"
เย่หวู่เต๋ามองดูฮู่เหลียนเฟิงที่เริ่มแสดงท่าทางร้อนรนจึงพยักหน้าตอบว่า "ผมจำได้เป็นส่วนใหญ่แล้วครับ มีบางส่วนที่ยังจำได้ไม่แม่นยำ ไว้ภายหลังผมค่อยขอคำชี้แนะจากอาจารย์อีกครั้งครับ"
ฮู่เหลียนเฟิงพยักหน้าเล็กน้อย ลุกขึ้นจากเตียงหมายเลข 7 แล้วเอ่ยว่า "ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ตั้งใจฝึกฝนให้ดี อาจารย์รู้สึกเหนื่อยล้าเล็กน้อย ขอตัวไปพักผ่อนก่อน"
"หากมีสิ่งใดที่ไม่เข้าใจ สามารถมาสอบถามฉันได้ตลอดเวลา"
สิ้นคำพูดของเขา ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนเตียงหมายเลข 2 ก็เอ่ยปากขึ้นมาทันที "ไอ้แก่ฮู่ แกนี่ช่างกล้าทุ่มทุนสร้างจริง ๆ นะ!"
"ถึงขั้นยอมท่องเคล็ดวิชาทั้งหมดออกมาเสียงดังขนาดนี้ แกไม่กลัวว่าฉันจะแอบขโมยวิชาไปรึอย่างไร"
ฮู่เหลียนเฟิงเหลือบมองเขาแวบหนึ่งพลันแค่นเสียงหยัน "ในเมื่อฉันรับเขาเป็นศิษย์แล้ว ฉันย่อมต้องสั่งสอนเขาอย่างเต็มความสามารถและจะไม่ปิดบังสิ่งใดไว้เด็ดขาด"
"ถ้าแกอยากจะเรียนรู้ด้วย ก็จงเรียกฉันว่าอาจารย์สิ แล้วฉันจะสั่งสอนแกให้!"
ชายวัยกลางคนแค่นเสียงเย็นชา "เหอะ! อย่างแกเนี่ยนะจะมาเป็นอาจารย์ของฉัน แกมันก็แค่อาจารย์ที่คอยสั่งสอนศิษย์ให้หลงทางไปในทางที่ผิดเท่านั้นแหละ!"
ขณะที่ฮู่เหลียนเฟิงกำลังจะอ้าปากโต้เถียง ชายชราที่นอนอยู่บนเตียงหมายเลข 1 ก็ขยับตัวเล็กน้อย ทำให้เขาต้องรีบหุบปากลงทันควัน
ชายวัยกลางคนก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของชายชราบนเตียงหมายเลข 1 เช่นกัน จึงเลิกสนใจฮู่เหลียนเฟิง
ภายในห้องขังหมายเลขหนึ่งกลับคืนสู่บรรยากาศอันเงียบสงบอย่างยิ่งอีกครั้ง
เย่หวู่เต๋านั่งอยู่บนเตียงของตนเอง โดยไม่ได้ใส่ใจการปะทะคารมระหว่างฮู่เหลียนเฟิงและชายวัยกลางคนเลยแม้แต่น้อย
ในเวลานี้ เขาพอจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดอย่างถ่องแท้แล้ว
คำพูดของฮู่เหลียนเฟิงที่บอกว่าจะให้เขาฝึกฝนจนถึงขั้นหลังเบิกฟ้าขั้นความสำเร็จขั้นต้นแล้วออกไปฆ่าคนนั้น น่าจะเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ
จุดประสงค์ที่แท้จริงของอีกฝ่าย คงต้องการที่จะดูดซับพลังภายในของเขาไปต่างหาก
หากระบบไม่ได้มอบความหมายอันลึกซึ้งของวิชาเทพเวทเป่ยหมิงให้แก่เขา เขาคงไม่มีทางเข้าใจเคล็ดวิชาอันลึกซึ้งและยากเย็นนี้ได้เลยจริง ๆ
ทว่าในเมื่อฮู่เหลียนเฟิงเองก็ฝึกฝนวิชาเทพเวทเป่ยหมิงเช่นกัน นั่นหมายความว่าตัวเขาเองก็สามารถดูดซับพลังภายในของฮู่เหลียนเฟิงได้เช่นเดียวกัน
แน่นอนว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อฮู่เหลียนเฟิงมีเจตนาร้ายกับเขาก่อนเท่านั้น
อย่างไรเสีย ฮู่เหลียนเฟิงก็เป็นคนถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้และถือเป็นอาจารย์ของเขา
หากฮู่เหลียนเฟิงไม่ได้คิดจะใช้เขาเป็นเตาหลอมมนุษย์ การที่เขาจะหันไปดูดซับพลังภายในของฮู่เหลียนเฟิงย่อมถือเป็นการทรยศหักหลังอาจารย์และทำลายล้างบรรพบุรุษ
ส่วนเรื่องที่ว่าเขาจะสามารถโต้กลับได้หรือไม่หากฮู่เหลียนเฟิงต้องการจะดูดซับพลังภายในของเขาจริง ๆ นั้น คงต้องพึ่งพาความน่าเชื่อถือของระบบแล้ว
ในเวลานี้ เขาเริ่มสำรวจแผงควบคุมของระบบในหัวของตนเอง
โฮสต์: เย่หวู่เต๋า
ขอบเขต: คนธรรมดา (0 / 1000)
เคล็ดวิชา: วิชาเทพเวทเป่ยหมิง (ยังไม่เริ่มฝึก) (0 / 1000)
แผงควบคุมของระบบนั้นเรียบง่ายมาก มีเพียงสามแถวเท่านั้น
ทว่าเขาเฝ้าศึกษาดูอยู่ตั้งหลายนาทีก็ยังไม่เข้าใจว่าระบบนี้มีไว้เพื่อทำอะไรกันแน่
แผงควบคุมของระบบมีลักษณะเป็นหน้าจอแสงสีฟ้ากึ่งโปร่งใสที่ดูล้ำสมัยมาก แต่กลับไม่มีปุ่มใด ๆ และเขาไม่พบตำแหน่งที่จะสั่งการได้เลย
"นี่แกกำลังล้อฉันเล่นใช่ไหม"
"ระบบนี้มันไร้ประโยชน์สิ้นดีเลยหรือ"
"ถ้าอย่างนั้นจะมีประโยชน์อะไรที่ฉันต้องมานั่งฝึกฝนวิชาเทพเวทเป่ยหมิงนี้ด้วยตัวเองกันล่ะ"
เย่หวู่เต๋าบ่นพึมพำกับตัวเองในใจ
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในสมอง เสียงแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นบนแผงควบคุมของระบบทันที
เคล็ดวิชาของคุณ วิชาเทพเวทเป่ยหมิง รู้สึกเหมือนถูกดูดถูกเหยียดหยาม มันกำลังพยายามพัฒนาตนเองและเริ่มฝึกฝนด้วยตนเองแล้ว ความชำนาญเคล็ดวิชา + 10, ประสบการณ์ขอบเขต + 1!
เคล็ดวิชาของคุณ วิชาเทพเวทเป่ยหมิง สัมผัสได้ว่าคุณมีอายุมากและมีพรสวรรค์ในระดับปานกลาง มันรู้ดีว่าสามารถพึ่งพาได้เพียงตนเองเท่านั้น จึงมุ่งมั่นที่จะสร้างผลงานและเริ่มฝึกฝนด้วยตนเองแล้ว ความชำนาญเคล็ดวิชา + 20, ประสบการณ์ขอบเขต + 2!
เคล็ดวิชาของคุณ วิชาเทพเวทเป่ยหมิง ไม่ต้องการถูกคุณฉุดรั้งให้ตกต่ำลง มันตั้งใจแน่วแน่ที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่และเริ่มฝึกฝนด้วยตนเองแล้ว ความชำนาญเคล็ดวิชา + 30, ประสบการณ์ขอบเขต + 3!
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันบนแผงควบคุม ทำเอาเย่หวู่เต๋าตื่นตะลึงไปทันที
ที่แท้ สิ่งนี้ก็คือระบบฝึกฝนความแข็งแกร่งด้วยตนเองแห่งวิถียุทธ์!
เคล็ดวิชาการต่อสู้ที่เขาฝึกฝนอยู่กลับมีความคิดเป็นของตัวเองและเริ่มฝึกฝนได้ด้วยตนเอง
การฝึกฝนวิถียุทธ์เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเขาที่เป็นโฮสต์เลยแม้แต่น้อย ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าเคล็ดวิชาที่ฝึกฝนอยู่นั้นมีความหยิ่งทรนงในตนเองมากแค่ไหน!
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ขอเพียงเขาคอยกระตุ้นเคล็ดวิชาภายในร่างกายอยู่เสมอ เคล็ดวิชาก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ และส่งผลสะท้อนกลับมาช่วยเพิ่มพลังให้แก่ตัวเขาที่เป็นโฮสต์ใช่หรือไม่
"แค่นี้เองรึ"
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงบ่นพึมพำเสียงเบากับแผงควบคุมของระบบอีกครั้ง
เคล็ดวิชาของคุณ วิชาเทพเวทเป่ยหมิง รู้สึกอับอายต่อคำเยาะเย้ยของคุณ มันกำลังพยายามพัฒนาตนเองและเริ่มฝึกฝนด้วยตนเองแล้ว ความชำนาญเคล็ดวิชา + 10, ประสบการณ์ขอบเขต + 1!
เมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนบนแผงควบคุมของระบบ เขาก็กำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น
สิ่งที่เขาคาดเดานั้นถูกต้องจริง ๆ เคล็ดวิชาเหล่านี้ในร่างกายของเขาเพียงแค่ต้องการให้เขาคอยกระตุ้นเท่านั้น
ทว่าเขายังคงรู้สึกว่าตนเองยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากหน้าที่ของระบบอย่างเต็มที่
การที่ต้องคอยกระตุ้นเคล็ดวิชาให้ฝึกฝนอยู่ตลอดเวลานั้น ช่างขัดกับความหมายของคำว่าฝึกฝนความแข็งแกร่งด้วยตนเองอย่างสิ้นเชิง
สิ่งที่มีชื่อเรียกว่าความแข็งแกร่งด้วยตนเอง ย่อมหมายถึงการมุ่งมั่นพัฒนาตนเองโดยไม่หยุดยั้งไม่ใช่หรือ
ตามหลักเหตุและผล เคล็ดวิชาควรจะสามารถฝึกฝนได้ด้วยตนเองโดยไม่จำเป็นต้องรอให้เขาคอยกระตุ้น
ทันใดนั้น ประกายความคิดหนึ่งก็แล่นผ่านเข้ามาในสมอง เขาจึงพึมพำกับตนเองว่า "พวกแกฝึกฝนด้วยตัวเองไม่ได้หรืออย่างไร ต้องคอยให้ฉันกระตุ้นอยู่เรื่อย พวกแกต้องหัดสร้างความแข็งแกร่งด้วยตัวเองนะ!"
สิ้นคำพูดของเขา ข้อความแจ้งเตือนอีกสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในระบบทันที
เคล็ดวิชาของคุณ วิชาเทพเวทเป่ยหมิง ได้รับการกระตุ้นจากคำพูดของคุณและได้ตื่นรู้ถึงเจตจำนงในการมุ่งมั่นพัฒนาตนเองแล้ว มันได้เริ่มทำการฝึกฝนโดยอัตโนมัติ ความชำนาญเคล็ดวิชา + 10 ต่อนาที, ประสบการณ์ขอบเขต + 1 ต่อนาที
เมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนนี้จากระบบ ร่างกายของเย่หวู่เต๋าก็สั่นสะท้อนด้วยความตื่นเต้นยินดีอย่างถึงที่สุด
ระบบฝึกฝนอัตโนมัติถูกเปิดใช้งานแล้วจริง ๆ!
ความชำนาญเคล็ดวิชาสิบแต้มและประสบการณ์ขอบเขตหนึ่งแต้มต่อนาที นี่มันคือการฝึกฝนแบบปล่อยวางอย่างสิ้นเชิง!
ทันใดนั้น ประกายความคิดอีกสายหนึ่งก็แล่นผ่านเข้ามาในสมอง เขาจึงคิดในใจว่า "พวกแกยังแข็งแกร่งไม่พอ พวกแกต้องแข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้อีก!"
เคล็ดวิชาของคุณ วิชาเทพเวทเป่ยหมิง สัมผัสได้ถึงกำลังใจของคุณและต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้น ทว่ามันกลับขาดแคลนพละกำลังในการดำเนินการ มันจึงเข้าสู่สภาวะธาตุไฟเข้าแทรกและระงับการฝึกฝนชั่วคราว! (เวลาถอยหลัง: 23:59:59)
เมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนนี้จากระบบ เย่หวู่เต๋าก็ตะลึงงันไปทันที
หลังจากผ่านไปไม่กี่วินาที ในที่สุดเขาก็ดึงสติกลับคืนมาได้
ดูเหมือนว่าเคล็ดวิชานี้จะไม่สามารถถูกกระตุ้นได้อย่างไร้ขีดจำกัด เขาต้องควบคุมระดับความเหมาะสมให้ดี
"ไม่เป็นไร! ค่อยเป็นค่อยไปแล้วกัน!"
"พวกแกไม่จำเป็นต้องรีบร้อนหรอก พวกเรามาแข็งแกร่งขึ้นไปด้วยกันเถอะ!"
เขาบ่นพึมพำเสียงเบาในใจ
เคล็ดวิชาของคุณ วิชาเทพเวทเป่ยหมิง สัมผัสได้ถึงกำลังใจของคุณและเกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ สภาวะธาตุไฟเข้าแทรกถูกขจัดไปแล้ว และมันได้เริ่มทำการฝึกฝนโดยอัตโนมัติ ความชำนาญเคล็ดวิชา + 20 ต่อนาที, ประสบการณ์ขอบเขต + 2 ต่อนาที
"ที่แท้เรื่องราวก็เป็นแบบนี้นี่เอง จะคอยกระตุ้นอย่างเดียวไม่ได้ ในเวลาที่เหมาะสมก็ต้องคอยให้กำลังใจด้วย!"
เมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนใหม่จากระบบ เย่หวู่เต๋าก็เข้าใจวิธีการใช้งานระบบนี้แล้ว
การจะใช้ระบบนี้ให้ได้ดี ต้องเรียนรู้ศิลปะแห่งการควบคุมจิตใจคน
ขอเพียงเขาควบคุมระดับความเหมาะสมนี้ได้ดี เขาก็จะสามารถเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนของเคล็ดวิชาได้
หลังจากทำความเข้าใจเรียบร้อยแล้ว เขก็นั่งอยู่บนเตียงและเริ่มทำทีเป็นตั้งใจฝึกฝน
ด้วยความชำนาญเคล็ดวิชา 20 แต้มต่อนาที ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เคล็ดวิชาของเขาก็จะก้าวเข้าสู่ขั้นเริ่มต้น
ส่วนขอบเขตอาจจะช้ากว่าเล็กน้อย แต่เวลาสิบชั่วโมงก็เพียงพอที่จะทำให้เขาก้าวขึ้นสู่ขอบเขตขัดเกลากายาได้แล้ว
ฮู่เหลียนเฟิงซึ่งนั่งอยู่บนเตียงหมายเลข 3 ข้าง ๆ เฝ้ามองดูเย่หวู่เต๋าที่กำลังฝึกฝนอยู่ พลันปรากฏรอยยิ้มเย็นชาผุดขึ้นที่มุมปาก ของเขา