เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1715 เจ็ดสิบสองแปลงกาย

ตอนที่ 1715 เจ็ดสิบสองแปลงกาย

ตอนที่ 1715 เจ็ดสิบสองแปลงกาย


มู่เหลียงหยุดชะงัก เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันทรงพลังที่แผ่ซ่านอยู่รอบๆ นั่นคือเป้าหมายแรกที่เขาเล็งเอาไว้

"ซ่อนตัวอยู่สินะ"

เขายกยิ้มมุมปากเบาๆ กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวกระจายออกไป ปกคลุมผืนป่ารอบทิศ

ซ่า

โดยมีมู่เหลียงเป็นศูนย์กลาง ในรัศมีสองกิโลเมตร นอกเหนือจากต้นไม้ยักษ์ที่สูงตระหง่านแล้ว พืชพรรณสีเขียวอื่นๆ ล้วนโน้มลำต้นลง ราวกับว่ามู่เหลียงคือเทพเจ้าของพวกมัน

หลังจากทำเช่นนั้น ทัศนวิสัยก็เปิดกว้างขึ้นในทันตา

ลี่เยว่เอ่ยถามเสียงเบา

"เจอหรือยัง?"

"ยังเลย"

มู่เหลียงมีประกายตาวาบวับ ดวงตาสีดำขลับกวาดมองไปรอบๆ

ลาย่าและอวิ๋นอวิ๋นก็เริ่มระแวดระวังตัวเช่นกัน พวกเธอจ้องมองสภาพแวดล้อมรอบข้างเขม็ง

"เจอแล้ว"

มู่เหลียงดวงตาเป็นประกาย ร่างกายพุ่งทะยานออกไป เป้าหมายคือต้นไม้ใหญ่ที่สามคนโอบไม่มิด

วินาทีที่มือของเขากำลังจะฟาดลงบนต้นไม้ใหญ่นั้น เสียงร้องแหลมปรี๊ดก็ดังออกมาจากลำต้น

วินาทีต่อมา ต้นไม้ใหญ่ก็กลายร่างเป็นสัตว์ที่มีลำตัวสีขาวโพลน

รูปร่างหน้าตาของมันดูประหลาดมาก มีลำตัวยาวเหมือนงู หัวเป็นรูปสามเหลี่ยม ดูคล้ายกับกิ้งก่าผสมกับนกกระเรียนขาว

ตรงช่วงรอยต่อระหว่างหัวกับลำตัว ยังมีปีกหนึ่งคู่ที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีขาว ปลายปีกคือคู่กรงเล็บอันแหลมคม

ตอนนี้มันกำลังเบิกตากึ่งโปร่งใส จ้องเขม็งมาที่มู่เหลียง เกล็ดบนปีกของมันตั้งชันขึ้นทั้งหมด

ก๊าซซซ

เสียงร้องของมันแปลกประหลาดมาก ราวกับเป็นเสียงของสัตว์หลายชนิดผสมปนเปกัน

มู่เหลียงดวงตาทอประกาย

"สัตว์วิญญาณที่สามารถแปลงร่างเป็นต้นไม้ได้ น่าสนใจดีนี่"

สัตว์วิญญาณสีขาวยกหัวขึ้น ลำตัวของมันเกาะเกี่ยวอยู่บนต้นไม้ใหญ่อีกต้นหนึ่ง จ้องมองมู่เหลียงด้วยแววตาดุร้าย

"อยู่นิ่งๆ"

มู่เหลียงยกมือขึ้น ใช้ออกด้วยความสามารถใยแมงมุมเงาเพื่อควบคุมสัตว์วิญญาณสีขาวเอาไว้ ขณะที่ร่างกายของเขาลอยละลิ่วไปข้างหน้า

ก๊าซซซ

สัตว์วิญญาณสีขาวพยายามดิ้นรน แต่กลับพบว่าร่างกายขยับไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ทำได้เพียงปลดปล่อยกลิ่นอายออกมาเพื่อพยายามบีบให้มู่เหลียงถอยไป

มู่เหลียงยกมุมปากขึ้น เมินเฉยต่อกลิ่นอายที่สัตว์วิญญาณปล่อยออกมา

"ระดับแปดเลยหรอ ประหยัดแต้มวิวัฒนาการไปได้ก้อนหนึ่งเลย"

ภายใต้สายตาอันโกรธเกรี้ยวของสัตว์วิญญาณ เขาวางมือลงบนหัวของมัน

-ติ๊ง! ตรวจพบสิ่งมีชีวิตที่สามารถฝึกฝนได้ ต้องการฝึกฝนหรือไม่?-

เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นตามคาด

"ฝึกฝน"

มู่เหลียงเอ่ยตอบในใจ

-ติ๊ง! กำลังฝึกฝนอสูรวิญญาณขาวระดับ 8…-

-ติ๊ง! ใช้แต้มฝึกฝน 10 แต้ม การฝึกฝนอสูรวิญญาณขาวเสร็จสมบูรณ์-

-ติ๊ง! ต้องการสืบทอดความสามารถของอสูรวิญญาณขาว  จำแลงกายา หรือไม่?-

มู่เหลียงตอบรับอย่างไร้เสียงอยู่ภายในใจ

"รับ"

-ติ๊ง! กำลังถ่ายทอดความสามารถสู่ร่างเจ้านาย…ปรับปรุง…สำเร็จ"

เมื่อเสียงแจ้งเตือนของระบบเงียบลง การฝึกฝนก็เป็นอันสำเร็จ

อสูรวิญญาณขาวที่กำลังดิ้นรนสงบลง มันกะพริบตากึ่งโปร่งใสคู่สวยมองมาที่มู่เหลียง เผยให้เห็นถึงความสนิทสนมใกล้ชิด

มู่เหลียงขยับความคิด เส้นใยแมงมุมที่พันธนาการอสูรวิญญาณขาวเอาไว้ก็อันตรธานหายไป

ทันทีที่อสูรวิญญาณขาวได้รับอิสระ มันก็ยื่นหัวเข้ามาคลอเคลียมู่เหลียง หัวที่ใหญ่โตของมันนั้นใหญ่กว่าร่างกายของมู่เหลียงเสียอีก

"เด็กดี"

มู่เหลียงยกมือขึ้นลูบหัวอสูรวิญญาณขาวเบาๆ พร้อมกับป้อนแต้มวิวัฒนาการให้มันหนึ่งหมื่นแต้ม

อสูรวิญญาณขาวหรี่ตาลง ซึมซับประโยชน์ที่ได้จากแต้มวิวัฒนาการอย่างเพลิดเพลิน ทำให้มันรู้สึกผูกพันกับมู่เหลียงมากยิ่งขึ้น

มู่เหลียงปลอบประโลมอสูรวิญญาณขาวเสร็จ ก็เริ่มทดลองพลังที่เพิ่งได้รับมาใหม่

เขาปรายตามองอสูรวิญญาณขาว ร่างกายของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลง มันกลายสภาพคล้ายของเหลว และท้ายที่สุดก็ก่อร่างขึ้นใหม่เป็นรูปลักษณ์ของอสูรวิญญาณขาว กระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งวินาทีเท่านั้น

ก๊าซซซ

อสูรวิญญาณขาวจ้องมองมู่เหลียงที่กลายร่างเป็นเหมือนตัวเอง มันยื่นหัวเข้ามาคลอเคลียอย่างสนิทสนมมากยิ่งขึ้น

มู่เหลียงหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ เขารีบดันตัวอสูรวิญญาณขาวออกไปให้ห่างหน่อย ร่างกายแปรเปลี่ยนอีกครั้ง คราวนี้เขากลายร่างเป็นต้นไม้ใหญ่ กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับต้นไม้รอบข้าง

"ความสามารถนี้ไม่เลวเลย"

เขาพูดอย่างพึงพอใจ

มู่เหลียงคืนร่างกลับเป็นมนุษย์อีกครั้ง เพียงแต่รูปลักษณ์นั้นคือเท่อซีเต๋อ ทั้งส่วนสูง เสื้อผ้า และหน้าตา ล้วนเหมือนกับเท่อซีเต๋อตัวจริงทุกประการ

เขากลับคืนสู่ร่างเดิม ความสามารถใหม่นี้คล้ายกับเจ็ดสิบสองแปลงกายของซุนหงอคง สามารถจำแลงเป็นสัตว์ พืช และสิ่งไม่มีชีวิตต่างๆ ได้สารพัด

ลี่เยว่ตะโกนมาจากที่ไกลๆ

"มู่เหลียง ไม่เป็นไรใช่ไหม?"

"ฉันไม่เป็นไร"

มู่เหลียงรีบขานตอบ

เขากระโดดลอยตัวขึ้นไปยืนอยู่บนหัวของอสูรวิญญาณขาว ก่อนจะออกคำสั่งให้มันเคลื่อนตัวเข้าไปหาพวกลี่เยว่

อสูรวิญญาณขาวบิดลำตัว เลื้อยผ่านดงพุ่มไม้ไป

การเคลื่อนไหวของมันเหมือนกับงู ทว่าร่างกายกลับลอยอยู่กลางอากาศ ไม่ได้สัมผัสกับพื้นดินหรือพุ่มไม้เลย

เมื่อลาย่าและคนอื่นๆ เห็นมัน พวกเธอต่างก็สะดุ้งตกใจ

"เกิดอะไรขึ้นน่ะ?"

สีหน้าของอวิ๋นอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที ทว่าเมื่อเห็นมู่เหลียงยืนอยู่บนหัวของอสูรวิญญาณขาว เธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

ลี่เยว่กะพริบตาสีเงินวาววับ สายตาแฝงความสงสัย

"นี่สัตว์เลี้ยงตัวใหม่เหรอ?"

"อืม ชื่อไป๋หลิงน่ะ"

มู่เหลียงขานรับ ก่อนจะกระโดดลงมาจากหัวของอสูรวิญญาณขาว

ไป๋หลิงคือชื่อที่เขาตั้งให้กับอสูรวิญญาณขาว ซึ่งเข้ากับสภาพของมันมาก

อวิ๋นอวิ๋นร้องด้วยความประหลาดใจ

"ท่านสยบมันได้แล้วเหรอ?"

"อืม"

มู่เหลียงพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม

ลี่เยว่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธออยากรู้มากว่ามู่เหลียงได้รับความสามารถใหม่อะไรมา แต่เพราะยังมีคนนอกอยู่ด้วย จึงพยายามอดกลั้นไม่ถามออกไป

"สวยจังเลย"

ลาย่าพิจารณาอสูรวิญญาณขาว จ้องมองเกล็ดทั่วร่างที่ขาวนวลราวกับหยกขาว มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ธรรมดา

เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวานใส

"ท่านมู่เหลียง จะพามันกลับไปที่เมืองเต่าทมิฬด้วยไหมคะ?"

"แน่นอนสิ"

มู่เหลียงตอบกลับ

อวิ๋นอวิ๋นเงยหน้าขึ้นมองเมฆหมอกเหนือศีรษะ แล้วเอ่ยเสียงเบา

"ก็เย็นมากแล้ว พวกเราควรกลับกันได้แล้วนะ"

"ตกลง"

มู่เหลียงเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ สี่โมงเย็นกว่าๆ แล้ว สมควรแก่เวลาที่จะกลับไปที่เมืองศักดิ์สิทธิ์

อวิ๋นอวิ๋นกะพริบตาคู่สวย มองอสูรวิญญาณขาวแล้วถามว่า

"แล้วไป๋หลิงล่ะ จะทำยังไง จะพาเข้าไปในเมืองศักดิ์สิทธิ์เลยเหรอ?"

"ไม่ได้เหรอ?"

มู่เหลียงถามกลับ

อวิ๋นอวิ๋นรีบอธิบาย

"ได้สิ ได้แน่นอนอยู่แล้ว แต่คนอื่นๆ คงจะจ้องเล่นงานมันแน่ๆ อย่างที่รู้กันว่าเลือดของสัตว์วิญญาณก็เอาไปทำยาได้เหมือนกัน"

"ถ้าพวกรนหาที่ตายอยากลองดีล่ะก็นะ"

มู่เหลียงหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ

อวิ๋นอวิ๋นตกใจ รีบเอ่ยเตือน

"ในเมืองศักดิ์สิทธิ์ห้ามต่อสู้กันนะ"

มู่เหลียงยิ้มบาง

"วางใจเถอะ ฉันจะลากคอพวกมันออกไปฆ่าข้างนอกเมือง เหมือนที่ทำเมื่อวานนั่นแหละ"

อวิ๋นอวิ๋นชะงักงัน ถามด้วยความตกตะลึง

"เมื่อวาน...นายฆ่าใครไปเหรอ?"

"ถ้าจำไม่ผิด เหมือนจะชื่อหม่าเจวี๋ยกับซีปาตุนนะ"

ลาย่าตอบเสียงเบา

"ใช่แล้ว สองชื่อนี้แหละ"

มู่เหลียงพยักหน้า

"ปู่หม่าเจวี๋ยกับปู่ซีปาตุน!"

อวิ๋นอวิ๋นเบิกตากว้าง ตกใจจนแทบสิ้นสติ

เธอรู้จักหม่าเจวี๋ยและซีปาตุน ทั้งสองคนนี้ปากร้าย ชอบเอาเปรียบคนอื่น แล้วก็ยังชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่าด้วย

เธอถามเสียงแผ่ว

"ขอถามหน่อยได้ไหม ว่าทำไมถึงฆ่าพวกเขาเหรอ?"

มู่เหลียงยิ้มละมุน ย้อนถามกลับไปว่า

"พวกนั้นรังแกผู้หญิงของฉัน เธอคิดว่าสมควรตายไหมล่ะ?"

"...สมควร"

อวิ๋นอวิ๋นมือสั่นเทา หันไปมองลี่เยว่กับลาย่า แววตาทอประกายแห่งความกระจ่างแจ้ง

ลี่เยว่ใบหน้าแดงระเรื่อ ไม่ได้เอ่ยปากปฏิเสธ

"..."

ลาย่าอ้าปากค้าง รู้ดีว่าอวิ๋นอวิ๋นเข้าใจผิดไปแล้ว แต่จะอธิบายหรือไม่ก็ดูจะไม่ค่อยเหมาะทั้งนั้น

"ไปเถอะ กลับกันได้แล้ว"

มู่เหลียงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เพียงแค่เขาสะบัดมือ ร่างของลี่เยว่และอีกสองคนก็ลอยขึ้นจากพื้น ลงไปนั่งบนหลังของอสูรวิญญาณขาวอย่างนุ่มนวล ปล่อยให้มันเป็นพาหนะพาทุกคนมุ่งหน้าต่อไป

ลาย่าลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก มู่เหลียงไม่ใส่ใจนั่นแหละดีที่สุดแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 1715 เจ็ดสิบสองแปลงกาย

คัดลอกลิงก์แล้ว