- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1713 โปรยใบไม้กลายเป็นอสูร
ตอนที่ 1713 โปรยใบไม้กลายเป็นอสูร
ตอนที่ 1713 โปรยใบไม้กลายเป็นอสูร
ดวงตาของมู่เหลียงเป็นประกาย เขาพูดด้วยความประหลาดใจว่า
"ใบไม้สามารถกลายเป็นสัตว์อสูรประเภทนกเพื่อโจมตีได้ด้วย"
ลี่เยว่กะพริบตาสีเงินวาววับ พอได้ยินสิ่งที่มู่เหลียงพูด เธอก็รู้ทันทีว่าเขาสนใจมันเข้าแล้ว
อวิ๋นอวิ๋นรีบเอ่ยเตือน
"พวกเราไปกันเถอะ ถ้าเข้าไปใกล้เกินไปก็จะถูกมันโจมตีเอาได้"
มู่เหลียงพูดขึ้นมาทันทีว่า
"ลงไปดูกันเถอะ"
อวิ๋นอวิ๋นเบิกตากว้าง ร้องออกมาด้วยความตกตะลึง
"อะไรนะ?"
มู่เหลียงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
"ถ้าเธอกลัว จะรอพวกเราอยู่ไกลๆ ก็ได้นะ"
อวิ๋นอวิ๋นมุมปากกระตุก เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมทั้งที่รู้ว่ามีอันตราย แต่ยังอยากจะเข้าไปดูใกล้ๆ อีก?
"ไม่เป็นไรค่ะ ท่านบอกเองนี่ว่ามีท่านอยู่ทั้งคน ทุกอย่างก็ไม่เป็นไร"
อวิ๋นอวิ๋นสูดลมหายใจเข้าลึก
"งั้นก็ไปกันเถอะ"
มู่เหลียงยิ้มบาง พูดจบเขาก็พาลี่เยว่และพรรคพวกอีกสองคนร่อนลงไปยังลานกว้างรอบๆ ต้นเฟิ่ง
ฟู่ ฟู่ ฟู่
การร่อนลงพื้นเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่เกิดอันตรายใดๆ
ทั้งสี่ร่อนลงบนลานกว้างที่ห่างจากต้นเฟิ่งออกไปกว่าร้อยเมตร พื้นดินใต้ฝ่าเท้าไร้หญ้าแม้แต่ตารางนิ้วเดียว กลับกันมันถูกปูลาดไปด้วยเศษกระดูกสารพัดขนาดและรูปทรง
มู่เหลียงใช้ปลายเท้าเตะงัดขึ้นเบาๆ กระดูกท่อนหนึ่งที่หนาเท่าท่อนแขนก็ลอยละลิ่วมาตกอยู่ในฝ่ามือ เขาพิจารณามันอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า
"เป็นกระดูกของสัตว์อสูรระดับเจ็ด"
ลี่เยว่หยิบกะโหลกทรงกลมที่อยู่ด้านหลังขึ้นมา แล้วเอ่ยเสียงเบา
"นี่ก็เป็นกะโหลกของสัตว์อสูรระดับเจ็ดเหมือนกัน แข็งมากเลยนะ ยังเอาไปใช้สร้างยุทธภัณฑ์วิญญาณได้ด้วย"
ลาย่ากวาดตามองไปรอบๆ ลานกว้างที่เต็มไปด้วยกองกระดูก เธอร้องอุทานด้วยความทึ่ง
"วัตถุดิบสัตว์อสูรเยอะแยะไปหมดเลย"
มู่เหลียงยกยิ้มมุมปาก เขาสะบัดมือเบาๆ เรียกใช้ความสามารถ กลืนกินมิติ ของอสูรตะกละ
แกรก กราว
เศษกระดูกรอบทิศพากันลอยขึ้นสู่กลางอากาศ ก่อนจะถูกห้วงมิติที่มองไม่เห็นกลืนกินหายไป และไปปรากฏอยู่ภายในมิติติดตัวของมู่เหลียง
อวิ๋นอวิ๋นเบิกตากว้าง เพียงไม่กี่อึดใจ กองกระดูกสัตว์อสูรมหาศาลก็ถูกเก็บไปจนหมด เผยให้เห็นผืนดินสีแดงฉานด้านล่างสุดที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของสัตว์อสูร
เธอยกมือขึ้นปิดปากและจมูก พลางพูดเสียงอู้อี้
"กลิ่นคาวเลือดคลุ้งไปหมดเลย"
ลี่เยว่มีสีหน้าเคร่งขรึม เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
"ไม่รู้เลยว่ามีสัตว์อสูรตายที่นี่ไปมากแค่ไหนแล้ว"
อวิ๋นอวิ๋นอธิบาย
"ต้นเฟิ่งจะปล่อยกลิ่นหอมประหลาดออกมา กลิ่นนั้นมีแรงดึงดูดต่อสัตว์อสูรสูงมาก มีเพียงสัตว์อสูรระดับราชันขึ้นไปเท่านั้นถึงจะต้านทานมันได้"
ลาย่าพยักหน้าเข้าใจ
"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง"
ซ่า ซ่า ซ่า
กิ่งก้านและใบของต้นเฟิ่งสั่นไหวทั้งที่ไร้ลมพัด เปล่งประกายแสงสีชมพูเจิดจ้า
วินาทีต่อมา ใบไม้นับสิบใบก็ร่วงหล่นจากกิ่งก้าน แปรเปลี่ยนเป็นสัตว์อสูรบินได้ร่างยักษ์ทีละตัว บางตัวดูคล้ายแร้ง บางตัวดูคล้ายเหยี่ยว ทุกตัวล้วนมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันไป
ดวงตาสีดำของมู่เหลียงทอประกายวาบ เขาพึมพำเสียงต่ำ
"ไม่ใช่ร่างเนื้อ แต่ก็มีพลังระดับแปดกันทุกตัวเลย"
ลี่เยว่ลูบมือผ่านอุปกรณ์เวทเก็บของมิติที่หน้าอก หยิบคันธนูยาวคู่กายออกมา
มู่เหลียงยื่นมือไปกดทับมือเล็กๆ ของเด็กสาวผมเงินเอาไว้
"พวกเธอไม่ต้องออกโรงหรอก เดี๋ยวฉันจัดการเอง"
ลี่เยว่ยอมวางคันธนูลงอย่างว่าง่าย
"ตกลง"
อวิ๋นอวิ๋นชำเลืองมองคันธนูในมือของเด็กสาวผมเงิน สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากมัน ประกายความอิจฉาแล่นผ่านลึกๆ ในดวงตา นั่นคงจะเป็นยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับสูงที่ท่านอาจารย์เคยพูดถึงแน่ๆ
สัตว์อสูรที่จำแลงมาจากใบไม้ไม่ส่งเสียงร้อง ทว่าความเร็วในการโจมตีกลับไม่เชื่องช้าเลยแม้แต่น้อย กรงเล็บที่แหลมคมราวกับใบมีดพุ่งตะปบเข้าใส่มู่เหลียงและพรรคพวก
มู่เหลียงยกมือขึ้นกำหมัด เรียกใช้ความสามารถแรงโน้มถ่วงหลุมดำห้วงมิติเบื้องหน้าบิดเบี้ยวจนก่อตัวเป็นหลุมดำ บดขยี้และกลืนกินสัตว์อสูรที่บินเข้ามาจนหมดสิ้น
ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ การจัดการกับสัตว์อสูรระดับแปดใช้แค่เพียงขยับมือเบาๆ ก็พอ ไม่จำเป็นต้องขยับตัวเลยด้วยซ้ำ
อวิ๋นอวิ๋นอ้าปากค้าง จ้องมองแผ่นหลังของมู่เหลียงด้วยดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับ
"แข็งแกร่งมาก!"
มนุษย์ล้วนบูชาผู้แข็งแกร่ง
ซ่า ซ่า ซ่า
ต้นเฟิ่งสั่นไหวอีกครั้ง ใบไม้จำนวนมากยิ่งขึ้นหลุดร่วงจากกิ่งก้าน ปลิวว่อนไปตามสายลมก่อนจะจำแลงเป็นสัตว์อสูรฝูงใหม่
มู่เหลียงก้าวเดินไปข้างหน้า
"เปล่าประโยชน์น่า"
หลุมดำที่เกิดจากแรงโน้มถ่วงยังคงบดขยี้สัตว์อสูรที่พุ่งเข้ามาใกล้อย่างต่อเนื่อง
ดูเหมือนต้นเฟิ่งจะรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ ใบไม้จำนวนมหาศาลร่วงหล่นจากกิ่งก้าน จำแลงกายเป็นสัตว์อสูรนับร้อยตัวพุ่งเข้าโจมตีมู่เหลียง
มู่เหลียงหัวเราะเบาๆ พลางสลายหลุมดำทิ้งไป
"ไม่ได้ยืดเส้นยืดสายมาตั้งนาน ถือโอกาสนี้ขยับร่างกายหน่อยก็แล้วกัน"
เขาหมุนข้อมือไปมา ก่อนจะพุ่งตัวออกไป หมัดเดียวก็ซัดสัตว์อสูรตัวแรกจนคืนร่างเดิม ใบไม้สีชมพูแตกกระจายเป็นผุยผง
มู่เหลียงเหวี่ยงหมัดออกไปอีกครั้ง ไอเย็นยะเยือกห่อหุ้มกำปั้นของเขาเอาไว้ แช่แข็งสัตว์อสูรอีกตัวจนกลายเป็นรูปสลักน้ำแข็ง
เขาปลดปล่อยความสามารถออกมาทีละอย่าง เพียงชั่วอึดใจก็จัดการสัตว์อสูรไปได้นับสิบตัว
มู่เหลียงพลิกข้อมือ
"ตายซะ"
เส้นใยแมงมุมพันเงาพุ่งเข้ารัดตรึงสัตว์อสูรหลายตัว บังคับให้พวกมันหันไปโจมตีใส่กันเอง
อวิ๋นอวิ๋นได้แต่ยืนเบิกตาโพลงลิ้นจุกปาก ไม่สามารถหาคำคุณศัพท์ใดมาบรรยายภาพตรงหน้าได้เลย มันสร้างความสั่นสะเทือนใจให้เธออย่างมหาศาล
หนึ่งนาทีต่อมา สัตว์อสูรนับร้อยตัวก็ถูกกำจัดจนหมดสิ้น เศษซากใบไม้สีชมพูกระจัดกระจายอยู่เกลื่อนกลาด
ซ่า ซ่า ซ่า
ใบของต้นเฟิ่งสั่นไหวอีกครั้ง มีใบไม้ผลิบานออกมาระลอกใหม่ เห็นได้ชัดว่ามันเตรียมจะจำแลงสัตว์อสูรออกมาอีก
มู่เหลียงก้าวเท้าออกไป
"ไม่อยากเสียเวลากับแกแล้ว"
วินาทีต่อมาเขาก็ไปปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าต้นเฟิ่ง ยกมือขึ้นทาบลงบนลำต้นสีชมพูของมัน
อาการสั่นไหวของต้นเฟิ่งหยุดชะงักลง ใบไม้ที่เพิ่งงอกออกมาใหม่ก็ไม่ร่วงหล่น ดูเหมือนมันจะตกใจกลัวเข้าเสียแล้ว
-ติ๊ง! ตรวจพบสิ่งมีชีวิตที่สามารถฝึกฝนได้ ต้องการฝึกฝนหรือไม่?-
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นในหัวของมู่เหลียง
มู่เหลียงเอ่ยตอบในใจ
"ฝึกฝน"
-ติ๊ง! กำลังฝึกฝน ต้นเฟิ่ง ระดับ 9…-
-ติ๊ง! ใช้แต้มฝึกฝน 10 แต้ม การฝึกฝน ต้นเฟิ่ง เสร็จสมบูรณ์-
-ติ๊ง! ต้องการสืบทอดพรสวรรค์ของต้นเฟิ่ง โปรยใบไม้กลายเป็นอสูร หรือไม่?-
มู่เหลียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"ชื่อนี้ น่าสนใจดี"
เขาตอบรับอย่างไร้สียงอยู่ภายในใจ
"รับ"
-ติ๊ง! กำลังถ่ายทอดความสามารถสู่ร่างเจ้านาย…ปรับปรุง…สำเร็จ"
เมื่อเสียงของระบบเงียบลง การฝึกฝนก็เป็นอันสำเร็จ
สีหน้าของมู่เหลียงยังคงราบเรียบไม่เปลี่ยนแปลง ภายในร่างกายมีกระแสความอบอุ่นสายหนึ่งปรากฏขึ้น ร่างกายได้รับการเสริมความแข็งแกร่งขึ้นระดับหนึ่ง ถึงแม้จะเป็นในระดับที่มีเพียงเล็กน้อยย่อมดีกว่าไม่มีเลย ก็ตาม
ซู่ ซู่
ใบไม้ทั้งหมดบนต้นเฟิ่งพากันสั่นระริก ราวกับกำลังต้อนรับการมาเยือนของมู่เหลียง เพราะนี่คือราชาของพวกมัน
มู่เหลียงตบเบาๆ ลงบนลำต้นของต้นเฟิ่ง พลางส่งผ่านคำสั่ง
"ฉันจะต้องผนึกแกเก็บเอาไว้ก่อน รอจนกลับถึงเมืองเต่าทมิฬแล้วค่อยปลูกใหม่"
เขาต้องการจะนำต้นเฟิ่งไปปลูกที่เมืองการค้าซานไห่ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยที่นั่น และยังถือเป็น จุดขาย ของเมืองการค้าซานไห่อีกด้วย
ต้นเฟิ่งสั่นกิ่งก้านของมันอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่มีใบไม้ใบใหม่ร่วงหล่นลงมา
มู่เหลียงดวงตาเป็นประกาย
"ขึ้น"
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือน รากไม้ขนาดมหึมาแต่ละเส้นแทงทะลุพื้นดินขึ้นมา
อวิ๋นอวิ๋นร้องอุทานด้วยความตกใจ
"เกิดอะไรขึ้นน่ะ?"
เธอรีบขยับเข้าไปบังลาย่าและลี่เยว่ไว้ด้านหลังทันที สายตาจับจ้องไปที่ต้นเฟิ่งยักษ์อย่างระแวดระวัง
ลี่เยว่เผยแววตาประหลาดใจ เธอมองแผ่นหลังของอวิ๋นอวิ๋น... คนคนนี้กำลังปกป้องเธออยู่งั้นเหรอ?
เธอเอ่ยปลอบประโลมเสียงเรียบ
"ไม่เป็นไรหรอก น่าจะเป็นมู่เหลียงที่ฝึกฝนมันได้แล้วน่ะ"
อวิ๋นอวิ๋นชะงักไปอีกครั้ง สมองยังประมวลผลไม่ทัน
"เอ๊ะ?"
อีกด้านหนึ่ง มู่เหลียงได้เก็บต้นเฟิ่งเข้าไปไว้ในมิติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในมือของเขาคีบใบไม้ของต้นเฟิ่งเอาไว้สองใบ ก่อนจะเดินตรงไปหาลี่เยว่
เขาแกว่งใบไม้ในมือไปมา พลางเอ่ยถาม
"ลี่เยว่ เอาใบไม้พวกนี้ไปทำเป็นลูกธนูสิ เวลาที่ยิงออกไปมันจะได้จำแลงเป็นสัตว์อสูรโจมตีศัตรู แบบนี้เป็นไง?"
ลี่เยว่ลองจินตนาการตาม ดวงตาสีเงินพลันเปล่งประกายเจิดจ้า
"ต้องแข็งแกร่งมากแน่ๆ"
มู่เหลียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ในเมื่อเธอชอบ งั้นพอกลับไปแล้วฉันจะทำเตรียมไว้ให้เธอสักชุดก็แล้วกัน"
ลี่เยว่พยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้มที่เบ่งบานงดงามราวกับดอกไม้
"ตกลง"