- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1701 คนตายคืนชีพ
ตอนที่ 1701 คนตายคืนชีพ
ตอนที่ 1701 คนตายคืนชีพ
ไห่เฟินนีกัดฟันแน่น เธอทุ่มกำลังทั้งหมดที่มีฟาดกระบองกระดูกเข้าที่หัวของสัตว์อสูรระดับเจ็ด
เดิมทีเธอก็บาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว แม้ตอนนี้จะใช้แรงจนสุดกำลัง แต่มันก็เทียบได้เพียงครึ่งหนึ่งของพลังยามปกติเท่านั้น ความเสียหายที่ทำได้ต่อสัตว์อสูรระดับเจ็ดจึงมีจำกัดยิ่ง
ปัง ปัง
กระบองกระดูกฟาดลงบนหัวของสัตว์อสูรระดับเจ็ด ทำได้เพียงให้มันถอยหลังไปสองก้าว ก่อนที่มันจะคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด
โฮก โฮก โฮก
สัตว์อสูรระดับเจ็ดถูกยั่วโมโหจนถึงขีดสุด กรงเล็บของมันตวัดออกมาราวกับสายฟ้าแลบ ตบไห่เฟินนีจนปลิวละลิ่ว กระแทกเข้ากับต้นไม้ยักษ์ที่อยู่ห่างออกไปนับร้อยเมตรอย่างรุนแรง
หน้าท้องของเธอถูกกรีดเปิดออก เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกมาแบบไม่มีเสียดาย ใบหน้าของเธอซีดเผือดราวกับกระดาษในทันที
ไห่เฟินนีอ้าปาก ทว่ากลับมีเลือดสดๆ ทะลักออกจากปากมากขึ้น ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไม่หยุด
"พี่คะ!"
ไห่เซ่อเฟินหน้าถอดสี ความเศร้าโศกเอ่อล้นขึ้นมาในใจ เธอพุ่งเข้าหาสัตว์อสูรระดับเจ็ดด้วยความโกรธแค้น หมายมั่นจะแก้แค้นให้พี่สาว
โฮก โฮก โฮก
สัตว์อสูรระดับเจ็ดที่กำลังคลุ้มคลั่งคำรามลั่นดั่งอัสนีบาต มันกระโจนเข้าหาไห่เซ่อเฟินโดยตรง หวังจะฉีกร่างของเธอให้เป็นชิ้นๆ
ไห่เซ่อเฟินชะงักฝีเท้า เบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างอย่างฉิวเฉียด รอดพ้นจากการโจมตีของสัตว์อสูรไปได้อย่างหวุดหวิด
ทว่า ความคล่องตัวของสัตว์อสูรระดับเจ็ดนั้นเหนือกว่าเธอมาก ยังไม่ทันที่เด็กสาวจะลุกขึ้นมาตั้งหลัก สัตว์อสูรระดับเจ็ดก็ตวัดกรงเล็บตะปบเข้าใส่เธออีกครั้ง
ใบหน้าของไห่เซ่อเฟินซีดขาว ความคิดหนึ่งสว่างวาบขึ้นมาในหัว จบสิ้นแล้ว
เธอไม่ยินยอมเลย เธอไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าจะต้องมาตายด้วยวิธีเช่นนี้
ฟิ้ว
ทันใดนั้น ลูกศรแหลมคมพุ่งแหวกอากาศมาราวกับสายฟ้า ทะลวงเข้าที่กรงเล็บของสัตว์อสูรระดับเจ็ดที่กำลังง้างขึ้นอย่างจัง
โฮก โฮก โฮก
สัตว์อสูรระดับเจ็ดคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด กรงเล็บที่ชูขึ้นได้รับผลกระทบจากการโจมตี จึงฟาดลงข้างกายของไห่เซ่อเฟินไปอย่างเฉียดฉิว
ไห่เซ่อเฟินชะงักงัน เสียงลมพัดผ่านข้างหู สัตว์อสูรระดับเจ็ดยกขากลับไป แล้วใช้ฟันดึงลูกศรออก
เด็กสาวเห็นดังนั้นจึงฉวยโอกาสกลิ้งตัวหนีถอยห่างจากสัตว์อสูรระดับเจ็ด เมื่อลุกขึ้นยืน เธอก็มองไปยังลี่เยว่ที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน
"หลบไปหน่อย"
ลี่เยว่เอ่ยเตือน ขณะที่ลูกศรอีกดอกถูกพาดลงบนสายธนูแล้ว
ฟิ้ว
เธอเล็งไปที่หัวของสัตว์อสูรระดับเจ็ด ก่อนจะปล่อยนิ้วที่เกี่ยวหางลูกศรอย่างเด็ดขาดและแม่นยำ
สัตว์อสูรระดับเจ็ดส่งเสียงคำราม มันเบี่ยงตัวหลบลูกศรที่พุ่งเข้ามาได้อย่างคล่องแคล่ว
ไห่เซ่อเฟินได้สติกลับมา เธอไม่มีเวลามาดีใจที่รอดตายหวุดหวิด รีบวิ่งไปหาพี่สาวที่ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าตายหรือเป็น
สีหน้าของลี่เยว่เย็นชา ความคล่องตัวของสัตว์อสูรระดับเจ็ดนั้นสูงกว่าที่เธอคาดไว้มาก ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการสิ้นเปลืองลูกศร เธอจึงกระชับคันธนูยาวในมือแล้วพุ่งทะยานเข้าหาสัตว์อสูรระดับเจ็ด
โฮก โฮก โฮก
สัตว์อสูรระดับเจ็ดคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด มันพุ่งเข้าหาเด็กสาวผมเงินเช่นกัน หัวทั้งสองของมันอ้าปากกว้างเตรียมขย้ำเธอ
ประกายแสงเย็นเยียบพาดผ่านก้นบึ้งดวงตาของลี่เยว่ ร่างกายของเธอหายวับไปจากที่เดิม ทำให้สัตว์อสูรระดับเจ็ดถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
หูทั้งสี่และจมูกทั้งสองของมันขยับไปมา ราวกับได้ยินและได้กลิ่นอะไรบางอย่าง ร่างของมันจึงกระโจนเบี่ยงไปอีกด้าน
รอยเท้าสองสามรอยปรากฏขึ้นบนพื้น ลี่เยว่ที่อยู่ในสภาวะล่องหนถอยหลังไปสองก้าว จากนั้นจึงใช้ธนูยาวในมือต่างอาวุธฟาดออกไปสุดแรง กระแทกเข้าที่หัวของสัตว์อสูรอย่างจัง
ปัง
เสียงทึบหนักดังขึ้น หัวของสัตว์อสูรยุบตัวลง แรงสะท้อนกลับนั้นทำให้มือของลี่เยว่ถึงกับชาสะท้าน
สัตว์อสูรระดับเจ็ดสะบัดหัว สติของมันเริ่มพร่ามัว ทว่าความโกรธแค้นกลับพุ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณ
ลี่เยว่ถอยฉากออกมาระยะหนึ่ง โดยไม่ปล่อยให้สัตว์อสูรได้ทันตั้งตัว เธอเคลื่อนไหวอย่างว่องไว ดึงลูกศรออกมาสามดอกพาดลงบนธนูยาวเรียงกัน ก่อนจะง้างสายธนูจนโค้งตึงเป็นรูปจันทร์เพ็ญอย่างสุดกำลัง
"ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว
ลูกศรทั้งสามดอกพุ่งทะยานออกไป สองดอกทะลวงเข้าที่หัวทั้งสองของสัตว์อสูรอย่างแม่นยำ ส่วนดอกที่สามพุ่งทะลุผ่านช่องว่างระหว่างหัวทั้งสอง เจาะทะลุหัวใจของมันอย่างพอดิบพอดี ลูกศรทั้งสามดอกล้วนเข้าจุดตายทั้งหมด
ลี่เยว่มีสีหน้าราบเรียบ เธอตวัดข้อมือเก็บคันธนูยาวลง
"พี่คะ แข็งใจไว้นะ ฉันจะต้องช่วยพี่ให้ได้"
เสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างเจ็บปวดของไห่เซ่อเฟินดังมาจากจุดที่ไม่ไกลนัก
ลี่เยว่หันไปมองมู่เหลียงที่อยู่ไกลออกไป เห็นเขากำลังพาซิไป๋ฉีและลาย่าเหาะทะยานขึ้นไปในอากาศ ก่อนจะร่อนลงข้างกายของไห่เฟินนี
ไห่เซ่อเฟินเห็นคนแปลกหน้าโผล่มาเพิ่มอีกสามคนก็รู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาทันที เธอจ้องมองพวกของมู่เหลียงทั้งสามด้วยความระแวดระวัง
"มู่เหลียง จัดการเรียบร้อยแล้ว"
ลี่เยว่ก้าวเดินเข้ามา
ไห่เซ่อเฟินเห็นลี่เยว่เดินมา ริมฝีปากของเธอขยับเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขอบคุณด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันไว้"
"ไม่เป็นไร"
ลี่เยว่ตอบกลับอย่างเรียบง่าย
"แค่ก แค่ก"
ไห่เฟินนีไอออกมาอย่างอ่อนแรง เลือดจำนวนมากทะลักออกจากบาดแผลของเธอไม่หยุด
"พี่คะ!"
ไห่เซ่อเฟินลุกลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูก
สองมือของเธอสั่นเทา กดลงบนบาดแผลที่หน้าท้องของพี่สาวอย่างลนลาน ทว่าเลือดก็ยังคงทะลักออกมา ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่อาจห้ามเลือดได้เลย
ลาย่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
"ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เธอตายแน่"
"ไม่ พี่จะตายไม่ได้นะ"
ดวงตาของไห่เซ่อเฟินแดงก่ำ หยาดน้ำตาไหลรินออกมาไม่ขาดสาย
เธอมองไปยังพวกของมู่เหลียงด้วยความสิ้นหวัง ก่อนจะอ้อนวอนอย่างน่าเวทนาว่า
"ได้โปรดเถอะค่ะ ช่วยพี่สาวฉันด้วย ขอร้องล่ะค่ะ"
มู่เหลียงมีสีหน้าราบเรียบ เด็กสาวที่บาดเจ็บใกล้จะทนไม่ไหวแล้ว ลมหายใจออกนั้นมากกว่าลมหายใจเข้าเสียอีก
เขาย่อตัวลงพลางกล่าว
"หลบ"
"ขอบคุณค่ะ ขอบคุณนะคะ"
ไห่เซ่อเฟินรีบละล่ำละลักขอบคุณ
มู่เหลียงไม่ได้มองเธอ เขารวบรวมขันธ์แห่งชีวิตไว้ในฝ่ามือ แล้วตบลงไปที่หน้าท้องของไห่เฟินนีโดยตรง
เมื่อได้รับขันธ์แห่งชีวิต บาดแผลของไห่เฟินนีก็หยุดไหล ทว่าบาดแผลที่ฉีกขาดนั้นกลับยากที่จะสมานตัวให้หายดีได้ในพริบตา
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"บาดเจ็บหนักเกินไป"
"แล้วจะทำยังไงดีคะ?"
ไห่เซ่อเฟินเริ่มร้อนรนขึ้นมาอีกครั้ง
"เงียบ"
มู่เหลียงปรายตามองเธอ
"..."
ไห่เซ่อเฟินเบิกตากลมโต ปิดปากเงียบด้วยความรู้สึกน้อยใจและหวาดกลัว
มู่เหลียงหันกลับมาสนใจไห่เฟินนีอีกครั้ง หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็รวบรวมน้ำพุแห่งชีวิตที่ใสกระจ่างดุจคริสตัลหยดหนึ่งไว้ที่ปลายนิ้ว
ทันทีที่น้ำพุแห่งชีวิตปรากฏขึ้น กลิ่นอายแห่งชีวิตอันเข้มข้นที่แฝงอยู่ก็แผ่กระจายออกไป ต้นไม้ใบหญ้าโดยรอบเติบโตอย่างบ้าคลั่งด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองเห็นได้ เพียงไม่กี่ลมหายใจ พวกมันก็สูงขึ้นถึงหลายเมตร
ไห่เซ่อเฟินเบิกตากว้าง แม้เธอจะไม่รู้จักน้ำพุแห่งชีวิต แต่ตอนนี้เเธอก็เข้าใจได้ทันทีว่ามันจะต้องเป็นของวิเศษที่ล้ำค่าอย่างแน่นอน
ซิไป๋ฉีเบิกตาสีทองกว้างพลางร้องอุทานด้วยความตกตะลึง
"มู่เหลียง นายจะให้น้ำพุแห่งชีวิตกับเธอเหรอ?"
มู่เหลียงตอบกลับด้วยท่าทีสบายๆ
"อืม บาดเจ็บหนักเกินไป มีเพียงน้ำพุแห่งชีวิตเท่านั้นที่จะช่วยเธอได้"
ไห่เซ่อเฟินโพล่งถามออกไปโดยไม่รู้ตัว
"น้ำพุแห่งชีวิตคืออะไรคะ? มันล้ำค่ามากเลยเหรอ?"
ซิไป๋ฉีกล่าวด้วยน้ำเสียงน่ารักน่าเอ็นดู
"น้ำพุแห่งชีวิต เพียงแค่หยดเดียวก็สามารถชุบชีวิตคนที่ตายไปไม่เกินหนึ่งวันให้ฟื้นคืนชีพได้ เธอว่ามันล้ำค่าไหมล่ะ?"
"สามารถทำให้คนตายคืนชีพได้!"
ไห่เซ่อเฟินอุทานด้วยความตกใจ
มู่เหลียงไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาป้อนน้ำพุแห่งชีวิตให้ไห่เฟินนี กลิ่นอายแห่งชีวิตอันเข้มข้นปกคลุมร่างของเธอไว้จนมิด
ภายใต้สายตาของทุกคน บาดแผลที่น่าสยดสยองบนร่างกายของเธอสมานตัวกันในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ไม่หลงเหลือแม้แต่รอยแผลเป็น
ไม่เพียงเท่านั้น อวัยวะภายในที่เคลื่อนที่ของเด็กสาวก็กลับมาประสานกันใหม่ อาการบาดเจ็บที่ซ่อนเร้นอยู่ก่อนหน้านี้ก็ได้รับการรักษาจนหายดีเป็นปลิดทิ้ง
"ไม่เป็นไรแล้ว"
มู่เหลียงยืนขึ้น
ไห่เฟินนีค่อยๆ ลืมตาขึ้น สติสัมปชัญญะเริ่มกลับคืนมา เธอเห็นน้องสาวที่มีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้า ตลอดจนคนแปลกหน้าอย่างมู่เหลียงและพรรคพวก
"พี่คะ!"
ไห่เซ่อเฟินถามด้วยความตื่นเต้นดีใจ
"รู้สึกยังไงบ้าง?"
"ฉันยังไม่ตายเหรอ?"
แววตาของไห่เฟินนีสั่นไหว เมื่อสติกลับมาครบถ้วน
ไห่เซ่อเฟินชี้ไปที่มู่เหลียง ร้องไห้จนน้ำตานองหน้าดั่งดอกสาลี่ต้องฝนพร้อมเอ่ยว่า
"ยังไม่ตายพี่ พวกเขาเป็นคนช่วยพี่เอาไว้"