- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1687 แหล่งท่องเที่ยวสุดพิเศษ
ตอนที่ 1687 แหล่งท่องเที่ยวสุดพิเศษ
ตอนที่ 1687 แหล่งท่องเที่ยวสุดพิเศษ
ภายในห้องทำงานของตำหนัก
แอ๊ด
ลี่เยว่ผลักประตูห้องหนังสือเข้าไป มองไปที่มู่เหลียงซึ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน แล้วเอ่ยเสียงเบา
"มู่เหลียง ดินแดนเขียวขจีกลับมาแล้ว"
มือที่กำลังเขียนหนังสือของมู่เหลียงชะงักไป เขาช้อนตามองพร้อมกับถามขึ้น
"อยู่ที่ไหนล่ะ?"
ลี่เยว่ตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ยังอยู่ที่ป้อมพันหนาม กำลังลงทะเบียนข้อมูลอะไรพวกนั้นอยู่น่ะ"
มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"อืม ถ้าจัดการธุระเสร็จแล้ว ก็ให้เป่ยเหลียนกับคนอื่นๆ มาหาฉันนะ"
"เข้าใจแล้ว"
ลี่เยว่รับคำ เธอหมุนตัวเดินออกไปที่หน้าประตู และถ่ายทอดคำสั่งให้กับสาวใช้ที่เฝ้าอยู่ด้านนอกฟัง
เธอกลับเข้ามาในห้องหนังสือ และพูดถึงอีกเรื่องหนึ่ง
"จริงสิ ยังมีช่างยุทธภัณฑ์วิญญาณอีกสองสามคนที่ก่อเรื่อง พวกเขาถูกจ้างมาทำงานแท้ๆ... แต่ดูเหมือนจะมีปัญหาอะไรบางอย่าง ตอนนี้ถูกคุมตัวไปสอบสวนที่เรือนจำแล้วล่ะ"
"ช่างยุทธภัณฑ์วิญญาณที่รับสมัครมาจากเมืองแห่งอนาคตสินะ"
มู่เหลียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ลี่เยว่พยักหน้า
"เป่ยเหลียนบอกมาแบบนี้น่ะ"
"เข้าใจแล้ว"
มู่เหลียงหลุบตาลงอย่างครุ่นคิด
ลี่เยว่เดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะถามด้วยความสงสัย
"กำลังยุ่งทำอะไรอยู่เหรอ?"
มู่เหลียงตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"วาดแบบแปลนเมืองใต้บาดาลอยู่น่ะ"
ลี่เยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอุทานด้วยความแปลกใจ
"เมืองใต้บาดาล?"
มู่เหลียงพยักหน้าอธิบาย
"อืม ฉันตั้งใจว่าจะสร้างเมืองใต้บาดาลไว้ข้างๆ ป้อมเทียนเหมิน ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดพิเศษของป้อมปราการสามด่านน่ะ"
นัยน์ตาคู่สวยสีเงินยวบของลี่เยว่ทอประกาย เธอเอ่ยอย่างคาดหวัง
"เมืองที่สร้างอยู่ใต้ทะเล จะต้องดึงดูดผู้คนได้มากแน่ๆ เลย"
มู่เหลียงเอ่ยเสียงนุ่ม
"ใกล้จะวาดเสร็จแล้วล่ะ ถ้าเธอสนใจ บ่ายนี้ก็ไปสร้างเมืองใต้บาดาลด้วยกันสิ"
"ตกลง"
ลี่เยว่พยักหน้าเบาๆ
เธอมองดูภาพวาดตรงหน้ามู่เหลียง เมื่อดูจากแบบแปลนแล้ว เมืองใต้บาดาลจะถูกสร้างอยู่ทางด้านซ้ายล่างของป้อมเทียนเหมิน
แม้จะเรียกว่าเมืองใต้บาดาล แต่ความจริงแล้วมันถูกสร้างไว้ที่ด้านข้างลำตัวของเต่าทมิฬ ค่อนไปทางส่วนล่าง ซึ่งก็คือระดับความลึกหลายร้อยเมตรใต้ผิวน้ำทะเล
มู่เหลียงวาดรูปลงบนกระดาษต่อไป เขาวาดบ้านเรือนขึ้นมาทีละหลัง
เด็กสาวผมเงินยืนมองอย่างเงียบๆ ตรงไหนที่ไม่เข้าใจเธอก็จะเอ่ยปากถาม เวลาผ่านไปอย่างไม่รู้ไม่รู้สึก
อีกด้านหนึ่ง ณ ป้อมพันหนาม
คนงานที่ดินแดนเขียวขจีรับสมัครมาล้วนลงทะเบียนเข้าเมืองเสร็จสิ้น และได้รับหนังสือผ่านแดนของตัวเองแล้ว พวกเขากำลังรอรับการจัดสรรอยู่บริเวณด้านหน้าป้อมพันหนาม
เป่ยเหลียนกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานใส
"คนพวกนี้มาทำงานที่เมืองเต่าทมิฬทั้งหมดเลย พวกเธอช่วยจัดการทีนะ"
หยู่เฟ่ยหยานตอบด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา
"ที่นี่อยู่ค่อนข้างใกล้กับเมืองรองหมายเลขสิบเอ็ดและหมายเลขสิบ เดี๋ยวฉันจะให้พวกเขาส่งคนมารับตัวไปก็แล้วกัน"
ผู้อาวุโสรองถามด้วยความประหลาดใจ
"เมืองรองหมายเลขสิบเอ็ดกับหมายเลขสิบงั้นเหรอ? เพิ่งสร้างใหม่เหรอ?"
หยู่เฟ่ยหยานตอบกลับ
"ใช่ๆ เพิ่งสร้างเมืองรองเพิ่มขึ้นมาอีกตั้งเยอะแน่ะ"
ผู้อาวุโสสี่แห่งดินแดนเขียวขจีถามด้วยความสงสัย
"ทำไมจู่ๆ ถึงสร้างเมืองรองเยอะแยะขนาดนี้ล่ะ?"
หยู่เฟ่ยหยานตอบด้วยความน่ารัก
"ทั้งหมดนี้ก็เพื่อการพัฒนานั่นแหละ"
"เอาเถอะ"
ผู้อาวุโสสี่พึมพำ นี่เพิ่งจะออกจากเมืองเต่าทมิฬไปได้แค่ไม่กี่เดือน นึกไม่ถึงเลยว่าจำนวนของเมืองรองจะเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้
ซิไป๋ฉีได้รับข้อความที่ส่งมาจากป้อมพันหนาม เธอหันไปมองเหล่าผู้อาวุโสแห่งดินแดนเขียวขจี
"เอาล่ะ เดี๋ยวคนพวกนี้ก็มีคนมาคอยจัดการให้เอง พวกท่านตามฉันกลับไปที่เนินสูงเถอะ มู่เหลียงอยากเจอพวกท่านน่ะ"
"ตกลง"
เป่ยเหลียนพยักหน้ารับ
ซิไป๋ฉีจัดเตรียมผึ้งงานสองตัว ให้บรรทุกเหล่าผู้อาวุโสแห่งดินแดนเขียวขจีทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งหน้าไปยังทิศทางของเนินสูง
เด็กสาวแวมไพร์ติดตามกลับไปที่เนินสูงด้วย โดยปล่อยให้หยู่เฟ่ยหยานจัดการเรื่องที่ป้อมพันหนาม
ฟิ้ว ฟิ้ว
ความเร็วในการบินของผึ้งงานระดับเจ็ดนั้นรวดเร็วมาก เพียงชั่วอึดใจ ป้อมพันหนามในสายตาก็หดเล็กลงไปหลายเท่า
นัยน์ตาของผู้อาวุโสรองแห่งดินแดนเขียวขจีฉายแววสงสัย
"ทำไมรู้สึกว่าเมืองเต่าทมิฬไม่ค่อยเหมือนเมื่อก่อนเลยแฮะ..."
ผู้อาวุโสสี่แห่งดินแดนเขียวขจีพยักหน้า
"ผืนดินดูรกร้างขึ้นนะ"
ซิไป๋ฉีหันไปอธิบาย
"ไม่ได้รกร้างขึ้นหรอก แต่ที่ดินพวกนี้ยังไม่ทันได้บุกเบิกต่างหาก"
ผู้อาวุโสสี่สงสัย
"งั้นเหรอ ทำไมฉันไม่เห็นจำได้เลยว่าเมื่อก่อนมีที่รกร้างเยอะขนาดนี้"
ซิไป๋ฉีกล่าวด้วยความใสซื่อ
"ไม่เคยเห็นก็เป็นเรื่องปกตินั่นแหละ พวกนี้เป็นพื้นที่ที่เพิ่งขยายออกมาใหม่ หลังจากที่เต่าทมิฬน้อยวิวัฒนาการแล้วน่ะ"
ผู้อาวุโสทั้งสี่ชะงักงัน ก่อนจะประสานเสียงอุทานด้วยความตกตะลึง
"เต่าทมิฬน้อยวิวัฒนาการอีกแล้วเหรอ?"
ซิไป๋ฉียื่นมือออกมาทำท่าประกอบ
"ใช่แล้วล่ะ ตอนนี้เป็นระดับศักดิ์สิทธิ์แล้ว ขนาดตัวก็ใหญ่ขึ้นอีกตั้งสิบเท่านะ"
"ใหญ่ขึ้นอีกสิบเท่า!"
เป่ยเหลียนเบิกตากว้าง
จิตใจของผู้อาวุโสใหญ่แห่งดินแดนเขียวขจีสั่นสะท้าน เขาเอ่ยด้วยความหวาดหวั่น
"ระดับศักดิ์สิทธิ์ของทวีปใหม่ นั่นก็หมายถึงสัตว์อสูรขั้นสิบสอง..."
ผู้อาวุโสรองและผู้อาวุโสสี่สบตากัน ก่อนจะลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่ได้นัดหมาย พวกเขาตกใจมากจริงๆ
ซิไป๋ฉีอธิบาย
"เพราะเต่าทมิฬน้อยตัวใหญ่เกินไป ก็เลยต้องมาอยู่ที่ทะเลหมอกนี่แหละ"
"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง..."
หางตาของเป่ยเหลียนกระตุก สัตว์อสูรขั้นสิบสอง คงสามารถเดินกร่างไปทั่วทวีปเก่าได้อย่างสบายๆ เลยสินะ
เหล่าผู้อาวุโสมองดูกระดองเต่าที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาจนมองไม่เห็นขอบเขต
ผู้อาวุโสสี่อ้าปากค้าง ผึ้งงานระดับเจ็ดบินมาสิบกว่านาทีแล้ว แต่ก็ยังมองไม่เห็นต้นไม้แห่งชีวิตเลย นี่มันจะใหญ่โตเกินไปหน่อยแล้วมั้ง
ผู้อาวุโสรองแห่งดินแดนเขียวขจีหันไปถาม
"แล้วต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ล่ะ ทำไมยังมองไม่เห็นอีก?"
ซิไป๋ฉีตอบเสียงใส
"ยังไม่เห็นเร็วๆ นี้หรอก"
ได้ยินดังนั้น ผู้อาวุโสรองจึงหันไปมองด้านหลัง ตอนนี้มองไม่เห็นป้อมพันหนามอีกแล้ว มองเห็นเพียงสายหมอกที่ลอยละล่องอยู่จางๆ ในระยะไกล นั่นคือหมอกที่ถูกม่านพลังป้องกันสกัดกั้นเอาไว้ด้านนอก
พวกเขารู้สึกประหลาดใจ ทั้งที่อยู่ในทะเลหมอกแท้ๆ แต่ทำไมบนกระดองเต่าถึงไม่มีหมอกเลยล่ะ?
เวลาผ่านไปอีกสิบกว่านาที ในที่สุดพวกเขาก็มองเห็นเรือนยอดไม้ขนาดยักษ์อยู่เบื้องหน้า
ต้นไม้แห่งชีวิตนั้นใหญ่โตมาก เมื่อมองจากที่ไกลๆ เรือนยอดไม้ขนาดมหึมานั้นดูราวกับเป็นท้องฟ้าอีกชั้นหนึ่ง มันใหญ่โตเสียจนกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็ยังไม่เห็นขอบเขต
เป่ยเหลียนถามด้วยน้ำเสียงแห้งผาก
"ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ก็วิวัฒนาการด้วยหรือเปล่า?"
ซิไป๋ฉีพยักหน้า
"ใช่แล้วล่ะ ขึ้นสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์แล้วเหมือนกัน"
"..."
เหล่าผู้อาวุโสแห่งดินแดนเขียวขจีพากันเงียบกริบ ทั้งต้นไม้แห่งชีวิตและเต่าทมิฬล้วนกลายเป็นระดับศักดิ์สิทธิ์กันหมดแล้ว ถ้าอย่างนั้นมู่เหลียงล่ะ?
เมืองเต่าทมิฬในตอนนี้ หากต้องเผชิญหน้ากับคืนภูติจันทรุปราคาอีกครั้ง คงจะรับมือได้ง่ายๆ จนมืออีกข้างว่างเลยสินะ
เวลาผ่านไปอีกสิบกว่านาที ทุกคนก็เข้ามาใกล้บริเวณเนินสูง ผึ้งงานลดระดับความสูงลง ก่อนจะบินวนและร่อนลงจอดภายในกำแพงของเนินสูง
ผู้อาวุโสสี่อุทานด้วยความตกใจ
"เนินสูงก็ใหญ่ขึ้นด้วยแฮะ"
ซิไป๋ฉีกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เติบโตจนใหญ่เกินไป ก็เลยต้องขยายพื้นที่ของเนินสูงน่ะ แต่พวกโครงสร้างภายในเนินสูงก็ยังเหมือนเดิมแหละ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนักหรอก"
เธอลงมาจากหลังของผึ้งงาน แล้วพาทุกคนเดินตรงไปยังลิฟต์โดยสาร
เหล่าผู้อาวุโสพากันมองไปรอบๆ มีเพียงลิฟต์โดยสารเท่านั้นที่พวกเขายังรู้สึกคุ้นตา
"วืด..."
ลิฟต์โดยสารมาหยุดอยู่ที่ชั้นแปดของเนินสูง เด็กสาวแวมไพร์นำทางทุกคนเดินไปยังตำหนัก
ซิไป๋ฉีมองไปยังสาวใช้ที่กำลังเดินเข้ามาหา พลางเอ่ยถาม
"น้องหลัน ท่านมู่เหลียงอยู่ในห้องทำงานหรือเปล่า?"
เว่ยหยูหลันพยักหน้า
"อยู่ค่ะ ท่านมู่เหลียงกำลังรอพวกคุณอยู่เลย"
ซิไป๋ฉีเอ่ยอย่างน่ารัก
"งั้นก็ตรงไปที่ห้องทำงานเลยละกัน"
"อืม"
นัยน์ตาของเป่ยเหลียนทอประกาย เธอเดินตามเด็กสาวแวมไพร์ไปยังห้องหนังสือ
ซิไป๋ฉีเดินมาถึงหน้าห้องหนังสือ เธอเงื้อมือขึ้นเคาะประตู
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เธอร้องเรียกด้วยน้ำเสียงหวานใส
"มู่เหลียง ฉันพาพวกผู้อาวุโสแห่งดินแดนเขียวขจีมาแล้ว"
ภายในห้อง มีเสียงเรียบๆ ของมู่เหลียงดังตอบกลับมา
"เข้ามาสิ"
ซิไป๋ฉีจึงผลักประตูเดินเข้าไป เป่ยเหลียนและคนอื่นๆ ที่ภายในใจกำลังปั่นป่วนก็เดินตามเข้าไปติดๆ
ด้านหลังโต๊ะทำงาน มู่เหลียงช้อนนัยน์ตาสีดำขลับอันล้ำลึกขึ้น มองเหล่าผู้อาวุโสด้วยสายตาที่เรียบเฉย
"ยินดีต้อนรับกลับ"