- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 1051 เปิดกล่องสุ่มไหผักดอง
บทที่ 1051 เปิดกล่องสุ่มไหผักดอง
บทที่ 1051 เปิดกล่องสุ่มไหผักดอง
“พี่เหว่ย หั่นหูหมูนี่ให้หน่อยสิ” จางลี่ผิงยื่นหูหมูให้เขา แล้วมองตามไปทางถนน “ดูอะไรอยู่เหรอ?”
“ไม่มีอะไรหรอก” โจวหงเหว่ยดึงสายตากลับมา หยิบมีดอีโต้ขึ้นมาหั่นหูหมูต่อด้วยรอยยิ้ม
ช่วงเที่ยงมีลูกค้าสิบสองโต๊ะ วันนี้เสี่ยวเจิงหยุดงาน ไปแจกบัตรเชิญงานแต่งกับโจวเว่ยกั๋ว อาเหว่ยจึงอยู่เป็นลูกมือให้โจวเยี่ยน
สิบสองโต๊ะ ในนั้นมีห้าโต๊ะที่จองเหมา สำหรับร้านอาหารโจวเอ้อร์หวาแล้วก็ถือว่าเป็นแค่งานเล็ก ๆ เท่านั้น
กับข้าวสองอย่างสุดท้ายถูกยกขึ้นโต๊ะ
อาเหว่ยถอดผ้ากันเปื้อนไปพลาง เอ่ยกับโจวเยี่ยนไปพลาง “วันนี้ผลสอบวัดระดับวิชาชีพพ่อครัวระดับหนึ่งกับระดับสองประกาศแล้วนะ ไม่รู้ว่าอาจารย์อาเซี่ยวกับอาจารย์อาหลัวจะสอบผ่านหรือเปล่า”
“แล้วทำไมนายถึงไม่อยากรู้บ้างล่ะว่าศิษย์พี่เจิ้งสอบผ่านระดับสองหรือเปล่า?” โจวเยี่ยนเอ่ย
“ศิษย์พี่เจิ้งเป็นคนดีนะ แต่ถ้าเขาสอบผ่านระดับสองล่ะก็ ฉันจะยอมหกสูงกินอึเลย!” อาเหว่ยเบ้ปาก
“มาหลอกกินหลอกดื่มฟรีอีกแล้วเหรอ?” โจวเยี่ยนหัวเราะ
อาเหว่ยเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “นี่ฉันไม่ได้ใส่ร้ายนะ ศิษย์พี่เจิ้งเรียนทำอาหารอยู่ที่ภัตตาคารเฉิงตูมาสิบกว่าปีแล้ว แถมยังเรียนกับพ่อครัวใหญ่อย่างอาจารย์ลุงสวี่อีก พวกเราเคยชิมรสมือเขา เคยเห็นฝีมือทำอาหารของเขา ระดับฝีมือก็ถือว่าใช้ได้เลยนะ
แต่สอบระดับสามถึงห้ารอบกว่าจะผ่าน ก็แสดงว่าทักษะการสอบและโชคของเขามันห่วยแตกสุด ๆ ถ้านายจะบอกว่าเขาสอบระดับสองผ่านตั้งแต่ครั้งแรก ฉันไม่มีทางเชื่อหรอก”
“ที่นายวิเคราะห์มา มันก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกันนะ” โจวเยี่ยนพยักหน้าเห็นด้วย ถอดผ้ากันเปื้อน ล้างมือจนสะอาด เดินออกมาจากครัวหลังร้าน กระดกน้ำไปครึ่งแก้วเป็นอันดับแรก หยิบจานมาสามใบ แล้วเดินไปที่ไหผักดองสามไหที่วางอยู่หลังเคาน์เตอร์
วันนี้เป็นวันครบกำหนดภารกิจผักดอง หากนับตามเวลา ก้านกะหล่ำปลีที่เขาดองแก้ตัวไปก็ควรจะได้ที่แล้ว
ความสำเร็จหรือล้มเหลวก็ขึ้นอยู่กับครั้งนี้แล้ว จะได้《สารานุกรมผักดอง》มาครอบครอง หรือว่าจะขึ้นฝ้าล้มเหลวอีกครั้ง ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะเปิดกล่องสุ่มออกมาเป็นยังไงแล้ว
อาเหว่ยเดินเข้ามาใกล้ด้วยความอยากรู้ “จริงสิ อาจารย์โจว ผักดองที่นายดองไว้ก่อนหน้านี้เป็นยังไงบ้าง? อุตส่าห์ไปเรียนวิชามาจากปรมาจารย์ที่เหมยโจว คงไม่ขึ้นฝ้าหรอกนะ?”
“ไสหัวไปเลย!” โจวเยี่ยนกลอกตาใส่ อยากจะแจกมะเหงกให้สักที ไอ้ลูกเต่านี่ชอบพูดเรื่องไม่เป็นมงคลอยู่เรื่อย
ไหทั้งสามใบ ต้องเปิดออกมาแล้วดีทั้งหมด ภารกิจนี้ถึงจะสำเร็จ
ดังนั้นนอกจากการเปิดไหเพื่อตรวจดูสภาพน้ำเกลือของแก่นตะวันและหัวไชเท้าเมื่อคราวก่อน ผักดองพวกนี้จะดองออกมาเป็นยังไง เขาก็ไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย
“นายถอยออกไปไกล ๆ เลย รักษาระยะห่างสองเมตรด้วย อย่ามาทำให้อากาศปนเปื้อน” โจวเยี่ยนห้ามอาเหว่ยเอาไว้ ตัวเองเดินเข้าไปใกล้ วางจานไว้บนเคาน์เตอร์ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ค่อย ๆ เปิดฝาไหใบแรกอย่างระมัดระวัง กลิ่นหอมเปรี้ยวก็โชยเตะจมูกทันที
“ขึ้นฝ้าหรือเปล่า?” อาเหว่ยไม่ได้เดินเข้าไปใกล้ แต่ปากก็ไม่ยอมหยุดพูด
“ดอกไม้อะไรเหรอคะ?” โจวโม่โม่เดินตามเข้ามาใกล้
*((ในภาษาจีน คำว่า ‘ฮวา’ (花) นอกจากจะแปลว่า ‘ดอกไม้’ แล้ว ยังถูกใช้เป็นคำกริยาหรือคำขยายที่หมายถึง ‘การเกิดเชื้อรา’ หรือ ‘การขึ้นฝ้าขาว’ บนผิวหน้าของอาหารที่กำลังหมักหรือดองได้ด้วย))
โจวเยี่ยนส่องไฟฉายในมือลงไปในไห ดวงตาเป็นประกาย
น้ำเกลือในไหใสแจ๋ว ปากไหสะอาดสะอ้าน ไม่ขึ้นฝ้าเลยแม้แต่นิดเดียว!
ไหใบนี้ใส่ก้านกะหล่ำปลีเอาไว้ ก็คือไหที่ขึ้นฝ้าเมื่อคราวก่อน เป็นไหที่ทำให้โจวเยี่ยนรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนที่สุด
ตอนหลังเขาเปลี่ยนไหใบใหม่ เอาน้ำเกลือเก่าที่เหลือมาปรุงรสใหม่แล้วใส่ลงไปในไห
เป็นปัญหาที่ไหจริง ๆ ด้วย พอเปลี่ยนไห อาการขึ้นฝ้าก็ไม่ปรากฏให้เห็นอีกเลย
“ไม่ขึ้นฝ้า!*” โจวเยี่ยนหันกลับไปบอก
*((没花-เหมยฮวา))
“ดอกเหมยจะไปบานในไหได้ยังไงล่ะคะ?” โจวโม่โม่รู้สึกสงสัยเล็กน้อย
“เยี่ยมไปเลย! ดูท่าทางคราวนี้จะสำเร็จแฮะ!” อาเหว่ยได้ยินดังนั้นก็ดีใจอยู่บ้าง
โจวเยี่ยนหยิบตะเกียบที่สะอาดและแห้งมาหนึ่งคู่ เอาไปเขี่ยแผ่นไม้ไผ่ที่ขัดอยู่ตรงปากไหออกก่อน ที่ปากไหมีฟองอากาศเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาสองสามฟอง ก้านกะหล่ำปลีสองสามชิ้นก็ลอยตามขึ้นมาที่ปากไห โจวเยี่ยนหยิบจานมาหนึ่งใบ ใช้ตะเกียบคีบก้านกะหล่ำปลีสองสามก้านที่ลอยอยู่ด้านบนใส่ลงไปในจาน
แต่ละก้านมีสีขาวใสเป็นประกาย คีบขึ้นมาก็ยังรู้สึกว่าแข็งกรอบอยู่
[ก้านกะหล่ำปลีดองที่รสชาติดีเยี่ยมหนึ่งจาน (น้ำเชื้อดองผักนี่มันสุดยอดจริง ๆ ดองอะไรก็อร่อย!)]
โจวเยี่ยนเลิกคิ้วขึ้น ให้ตายสิ นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้รับคำประเมินว่ารสชาติดีเยี่ยมในทันที
น้ำเชื้อดองผักอันสมบูรณ์แบบของปู่สามก่วนนี่มันร้ายกาจจริง ๆ!
ขอเพียงแค่ขั้นตอนถูกต้อง ใส่ใจในรายละเอียด ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยอดเยี่ยมเกินคาดแบบนี้เลยเหรอเนี่ย!
รสชาติดีเยี่ยม นี่คือคำประเมินที่เข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบมากแล้วนะ
โจวเยี่ยนนึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าการดองก้านกะหล่ำปลีครั้งที่สองของตัวเองจะประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ หรือว่าเขาจะเป็นเจ้าชายผักดองที่สวรรค์ส่งมาเกิดกันนะ? แต่พอลองคิดดูให้ดี น่าจะเป็นเพราะการดองหัวไชเท้าเปรี้ยวที่ผ่านมา ช่วยสั่งสมประสบการณ์ให้เขาอย่างมากมาย ดังนั้นในกระบวนการดองผัก จึงสามารถควบคุมรายละเอียดต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ หัวไชเท้าเปรี้ยวนั้นเป็นผักดองข้ามคืน หั่นเป็นแผ่นแล้วดองแค่สามวันก็กินได้เลย ซึ่งแตกต่างจากผักดองที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้ในเรื่องของขั้นตอนค่อนข้างมาก
แต่น้ำเกลือดองผักดองข้ามคืนหลายไหนั้นของเขา ก็ถูกเลี้ยงมานานกว่าครึ่งปีแล้ว ถือว่าค่อนข้างคงที่ทีเดียว
“ก้านกะหล่ำปลีนี่ดูแล้วก็ใช้ได้เลยนะ ดองมาตั้งหลายวัน พอเอาออกมาก็ยังดูขาวสะอาดอยู่เลย” อาเหว่ยเอ่ยชื่นชม
“ฉันขอดูอีกสองไหหน่อย” โจวเยี่ยนถูมือไปมา หยิบตะเกียบและจานใบใหม่ออกมา แล้วค่อย ๆ เปิดฝาไหอย่างระมัดระวัง
ขอเพียงแค่ผักดองสองไหนี้ ได้รับคำประเมินระดับ [รสชาติดี] ขึ้นไป ภารกิจนี้ก็สำเร็จแน่นอน
ฝาไหถูกเปิดออก น้ำเกลือในไหนั้นใสแจ๋ว กลิ่นหอมของกระเทียมเข้มข้นแต่ก็สดชื่น ดมแล้วรู้สึกสบายจมูกเป็นพิเศษ
พอเห็นสีของน้ำเกลือ โจวเยี่ยนก็วางใจได้แล้ว ด้วยน้ำเกลือนี้พอดองจนได้ที่ ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมไม่มีทางออกมาแย่แน่นอน
เป็นไปตามคาด พอเขี่ยแผ่นไม้ไผ่ออก ก็คีบแก่นตะวันดองขึ้นมาสองสามชิ้นก่อน
แก่นตะวันที่ดองได้ที่แล้ว ผิวด้านนอกเรียบเนียนใส สีออกเหลืองอ่อน ๆ
[แก่นตะวันดองที่รสชาติดีเยี่ยมหนึ่งจาน]
จากนั้นก็คีบหัวไชเท้าดองขึ้นมาหนึ่งหัว หัวไชเท้าเปลือกแดงพอดองจนเข้าเนื้อ สีสันก็ดูสดใสเป็นประกาย
โจวเยี่ยนจ้องมองเขม็ง
[หัวไชเท้าดองที่รสชาติดีมากหนึ่งหัว (รสชาติซึมเข้าเนื้อไม่ค่อยสม่ำเสมอนัก)]
“คิกคิกคิก...”
โจวเยี่ยนทนไม่ไหวจนต้องหลุดหัวเราะออกมา
แย่ที่สุดก็ยังได้ระดับ [รสชาติดีมาก] ภารกิจสารานุกรมผักดองก็เสร็จสมบูรณ์แล้วไม่ใช่หรือไง!
แถมยังสำเร็จทะลุเป้าอีกต่างหาก!
“อาจารย์โจว นายเป็นอะไรไปน่ะ?”
“เกอเกอ เป็นอะไรไปคะ?”
อาเหว่ยและโจวโม่โม่มองเขาด้วยสีหน้าสงสัย
โจวเยี่ยนรีบหุบยิ้ม จัดการสีหน้าของตัวเองเสียใหม่ “ไม่มีอะไรหรอก... พอเห็นผักดองทั้งสามอย่างสำเร็จ ก็เลยอดตื่นเต้นไม่ได้น่ะ” ถือโอกาสปิดฝาไหกลับตามเดิม เติมน้ำหล่อปากไหให้เต็ม โจวเยี่ยนรู้สึกเบิกบานใจสุด ๆ ไปเลย
[ติ๊ง! ภารกิจราชาผักดองผู้บ้าคลั่ง สำเร็จแล้ว!]
[ได้รับรางวัล: 《สารานุกรมผักดอง》]
เสียงที่คุ้นเคยของระบบดังขึ้นที่ข้างหู
มุมปากของโจวเยี่ยนยกขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ยากยิ่งกว่าการกดปืน AK เสียอีก
“อาเหว่ย ยกไปสิ พวกเราหั่นมาลองชิมกันดู ว่าผักดองที่เพิ่งจะดองเสร็จใหม่ ๆ นี่รสชาติจะเป็นยังไงบ้าง” โจวเยี่ยนเอ่ยเรียกด้วยรอยยิ้ม
“ได้เลย” อาเหว่ยขานรับ ยกจานเดินตามโจวเยี่ยนเข้าไปในครัว
แก่นตะวันพอผ่าครึ่งก็เผยให้เห็นเนื้อในสีเหลืองอ่อนกึ่งโปร่งแสง ครึ่งหนึ่งนำไปหั่นเต๋า คลุกน้ำมันพริกและงาคั่ว ปรุงรสด้วยวิธีง่าย ๆ แก่นตะวันดองรสเผ็ดชาก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนำไปหั่นแผ่นเพื่อกินรสชาติดั้งเดิม
แก่นตะวันที่หั่นแผ่นแล้ว สีสันยิ่งดูน่ากินมากขึ้นไปอีก แผ่นหนาขนาดเหรียญทองแดง โปร่งแสงจาง ๆ ดูน่ากินสุด ๆ
โจวเยี่ยนหยิบชิ้นหนึ่งจากบนเขียงส่งเข้าปากโดยตรง
กร้วม!
แก่นตะวันนี้พอเข้าปากก็กรุบกรอบ กรอบนุ่มสดชื่น
หอมหวานสดชื่น กรอบนุ่ม น้ำเกลือเก่าของปู่สามก่วนนี่มันยอดเยี่ยมจริง ๆ แค่รสชาติดั้งเดิมก็ไร้เทียมทานแล้ว
“เกอเกอ อร่อยไหมคะ?” โจวโม่โม่เดินเข้ามาใกล้เขียง อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอ
“หนูลองชิมดูสิ” โจวเยี่ยนหยิบขึ้นมาหนึ่งชิ้นป้อนให้ถึงปากเธอ
โจวโม่โม่อ้าปากเล็ก ๆ กัดเข้าไปหนึ่งคำ
กร้วม!
“อื้ม~” เจ้าตัวเล็กดวงตาเป็นประกาย เคี้ยวแล้วก็กลืนลงคอ เอ่ยด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ “เกอเกอ! หวานด้วยค่า! ขิงนี่ไม่เผ็ดเลย! มันหวานค่า”
“นี่คือแก่นตะวันจ้ะ ไม่เหมือนขิงแก่กับขิงอ่อนที่พวกเรากินกันปกติหรอกนะ” โจวเยี่ยนยิ้มพลางยื่นอีกครึ่งชิ้นที่เหลือให้เธอ
“แก่นตะวันอร่อยจัง! วันหลังถ้าจะกินขิงหนูจะกินแต่แก่นตะวันค่า!” โจวโม่โม่รับแก่นตะวันแผ่นนั้นมา ค่อย ๆ กัดกิน ส่ายหัวน้อย ๆ ไปมา กินอย่างเอร็ดอร่อย
แก่นตะวันมีอินนูลินตามธรรมชาติ ในน้ำเกลือก็เติมน้ำตาลทรายแดงลงไปนิดหน่อย พอกินแล้วจึงมีรสหวานชื่นใจ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย และยังเป็นหนึ่งในผักดองที่โจวเยี่ยนชอบที่สุดอีกด้วย เอามากินเล่นเป็นขนมก็ยังได้
ก้านกะหล่ำปลีดองกับหัวไชเท้าดองก็หั่นแผ่น นำมาคลุกครึ่งหนึ่ง กินรสดั้งเดิมอีกครึ่งหนึ่งเช่นกัน แบบนี้ก็จะได้ผักดองถึงหกจาน
โจวเยี่ยนเอาถาดมาใส่ เตรียมจะยกออกไปให้ทุกคนลองชิมดู
เพิ่งจะเดินออกมาจากครัว ก็เห็นเซี่ยวเหล่ยกับหลัวเว่ยตงเดินคอตกเข้ามาในร้าน ด้านหลังมีเจิ้งเฉียงกับเสี่ยวหลัวเดินตามมาด้วยสีหน้าเบิกบาน
“อ้าว อาจารย์ วันนี้ประกาศผลสอบแล้วไม่ใช่เหรอครับ? ทำไมพวกอาจารย์ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?” โจวเยี่ยนรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
“ต้องเป็นเพราะอาจารย์อาหลัวกับอาจารย์อาเซี่ยวสอบผ่านแน่ ๆ ก็เลยมาฉลองกันไง” อาเหว่ยพูดแทรกขึ้นมา
สายตาสองคู่กลอกมองบนใส่พร้อมกัน รอยยิ้มของอาเหว่ยถึงกับค้างเติ่ง
“อาจารย์ สอบเป็นยังไงบ้างครับ?” โจวเยี่ยนเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
เซี่ยวเหล่ยถอนหายใจยาว “ภาคปฏิบัติได้ 58 คะแนน พลาดไปอย่างน่าเสียดาย”
“ขาดไปแค่สองคะแนนเองเหรอครับ!” โจวเยี่ยนตกใจมาก หันไปมองหลัวเว่ยตง “อาจารย์อาหลัว แล้วอาจารย์ล่ะครับ?”
“ภาคปฏิบัติได้ 59 คะแนน พลาดไปอย่างน่าเสียดายสุด ๆ” หลัวเว่ยตงถอนหายใจอย่างหดหู่
โจวเยี่ยนเม้มปาก นี่เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก แต่เขาพยายามนึกถึงเรื่องเศร้าทั้งหมดที่เกิดขึ้นช่วงนี้ดูรอบหนึ่งแล้ว พอเห็นคู่หูพี่น้องผู้ร่วมชะตากรรมคู่นี้ ลมหายใจก็ยังคงเริ่มหนักหน่วงขึ้น มุมปากกดเอาไว้ไม่อยู่เลย
“คึคึคึ...” อาเหว่ยที่อยู่ด้านข้างยิ่งแล้วใหญ่ เลิกเก็บอาการ ยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะดังเป็นรถแทรกเตอร์ไปแล้ว
แม้แต่เจิ้งเฉียงและเสี่ยวหลัวที่เดินตามเข้ามาด้านหลังก็ยังอดหัวเราะออกมาไม่ได้
แม่เจ้า เรื่องเหลือเชื่อแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไงเนี่ย?
โจวเยี่ยนคิดไม่ออกจริง ๆ
ขำจนแทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว
หลัวเว่ยตงและเซี่ยวเหล่ยเดิมทียังทำหน้าขรึมอยู่ แต่พอทั้งสองคนสบตากัน ในที่สุดก็กลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่เหมือนกัน
เป็นอย่างที่เขาว่าจริง ๆ คนเราเวลาพูดไม่ออกก็มักจะหัวเราะ
ผู้คนจากสำนักข่งหัวเราะกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
จ้าวเถี่ยอิงและโจวเหมี่ยวที่ยืนดูอยู่ด้านข้างถึงกับขมวดคิ้วมุ่น สอบตกน่าเศร้าขนาดนี้ พวกเขาหัวเราะออกมาได้ยังไงกัน?