- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 1027 สุดยอดแฮมรมควันแห่งภูเขาเอ๋อเหมยที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งเซน
บทที่ 1027 สุดยอดแฮมรมควันแห่งภูเขาเอ๋อเหมยที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งเซน
บทที่ 1027 สุดยอดแฮมรมควันแห่งภูเขาเอ๋อเหมยที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งเซน
“นี่แหละครับคือเรื่องราวที่ผมหมายถึง การนำเงื่อนไขที่หายากต่าง ๆ นานามาผูกเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ แล้วก็จะสามารถนำของสิ่งนี้ไปขายในราคาสูงลิ่วได้” โจวเยี่ยนยิ้มบาง ๆ พลางบอก “แน่นอนครับ ของสิ่งนี้อาจจะมีรสชาติที่ดีกว่าจริง ๆ เพราะเงื่อนไขที่หายากพวกนั้น แต่ถ้าไม่มีการนำเรื่องราวมาสร้างมูลค่าเพิ่มล่ะก็ แค่พึ่งพารสชาติอย่างเดียว คงไม่สามารถค้ำจุนราคาที่สูงลิ่วขนาดนี้ได้หรอกครับ”
ความจริงแล้วโจวเยี่ยนก็ไม่รู้ราคาของแฮมสเปนคุณภาพสูงในยุคนี้เหมือนกัน จึงอาศัยราคาในยุคที่เขาสามารถซื้อกินได้มาหารด้วยสิบ แล้วก็ให้ช่วงราคาแบบกว้าง ๆ ไป เพื่อสร้างจินตนาการให้คนฟัง ถึงยังไงก็ฟังดูน่าเกรงขามอยู่ไม่น้อย
ก็ใช้กลยุทธ์แบบพวกปรมาจารย์นักเขียนในนิตยสารอี้หลินนั่นแหละ พระจันทร์เมืองนอกในตอนนี้ก็ยังคงกลมกว่าอยู่ดี
“คุณตั้งใจจะนำเรื่องราวมาสร้างภาพลักษณ์ให้กับกุนเชียงและเนื้อรมควันเสฉวนงั้นเหรอ?” ต้วนเผิงเอ่ยถาม
โจวเยี่ยนพยักหน้าพลางตอบ “ใช่ครับ หัวหน้าแผนกต้วนคิดเหมือนผมเลย เรื่องราวคร่าว ๆ ผมคิดเอาไว้หมดแล้วครับ พวกเราเลือกใช้หมูพื้นเมืองเอ๋อเหมยจากหมู่บ้านเฮยสุ่ยแห่งภูเขาเอ๋อเหมย นำไปเลี้ยงแบบปล่อยตามธรรมชาติในไร่ชาบนภูเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเลหนึ่งพันสองร้อยเมตร ให้พวกมันได้ฟังเสียงระฆังจากยอดเขาทองคำ กลืนกินเมฆหมอกแห่งภูเขาเอ๋อเหมย พอถึงฤดูใบไม้ร่วงก็จะให้กินเมล็ดชาจำนวนมาก เนื้อหมูจึงไม่มีกลิ่นคาวและมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของชา หลังจากนำไปหมักด้วยเกลือเสฉวนและเครื่องเทศนานาชนิด ก็จะนำไปรมควันด้วยกิ่งต้นสนและใบชาบนภูเขาสูงตามธรรมชาติเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน จากนั้นก็นำไปแขวนไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกอีกครึ่งปี รอให้กาลเวลาค่อย ๆ ฟูมฟักจนได้ที่ สุดท้ายก็จะได้สุดยอดแฮมรมควันแห่งภูเขาเอ๋อเหมยที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งเซนออกมาหนึ่งขาครับ”
ภายในร้านอาหารตกอยู่ในความเงียบสงัด
ทุกคนอ้าปากค้างเล็กน้อย มองหน้ากันไปมา ล้วนตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
“ยัง... ยังแต่งเรื่องแบบนี้ได้อีกเหรอ?” เฉินหมิงเอ่ยขึ้น
โจวเยี่ยนส่ายหน้าพลางตอบ “ความจริงก็ไม่ได้แต่งเรื่องหรอกครับ หมูที่พวกเราใช้ทำเนื้อรมควันกับกุนเชียงในครั้งนี้ ซื้อมาจากทางภูเขาเอ๋อเหมยจริง ๆ ล้วนเป็นหมูพื้นเมืองที่ชาวบ้านเลี้ยงแบบปล่อยตามธรรมชาติ คัดสรรมาอย่างดีที่สุดเลยครับ
เพียงแต่ ผมเอาเรื่องนี้มาใส่สีตีไข่เพิ่มศิลปะเข้าไปนิดหน่อยน่ะครับ
แต่ทุกขั้นตอน ล้วนสามารถตรวจสอบได้แน่นอนครับ รับรองว่าจะไม่มีใครหาว่าพวกเราหลอกลวงได้อย่างแน่นอน
พวกคุณจะเข้าใจแบบนี้ก็ได้นะครับ เรื่องราวของแฮมไอบีเรีย ก็มีวิวัฒนาการมาจากแบบนี้แหละ ขอแค่แพร่กระจายไปในวงกว้างมากพอ มันก็จะกลายเป็นเรื่องราวของตราสินค้าไปเอง”
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง” ต้วนเผิงทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะปรบมือฉาดใหญ่ “เยี่ยม นี่เป็นเรื่องราวที่ดีมากเลย!”
ผู้บริหารปรบมือแล้ว คนอื่น ๆ ก็รีบปรบมือตามทันที
โจวเยี่ยนเอ่ยต่อ “ที่เล่าเรื่องราวนี้ ก็เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับขาหมูรมควัน เนื้อรมควัน และกุนเชียงน่ะครับ หรือที่เรียกว่าการสร้างภาพลักษณ์สินค้าให้ดูแพงนั่นเอง ในเมื่อทางหยางเฉิงส่งออกกุนเชียงรสกวางตุ้งออกไปขายเป็นจำนวนมากแล้ว ผมก็เลยคิดว่าถ้าพวกเราจะทำส่งออกบ้าง จะสามารถทำเป็นสินค้าระดับหรู สร้างเครื่องหมายการค้าให้แข็งแกร่ง โก่งราคาให้สูงขึ้น ในสถานการณ์ที่กำลังการผลิตของเรามีน้อย เพื่อกอบโกยเงินตราต่างประเทศและภาษีเข้าประเทศให้ได้มาก ๆ ไงล่ะครับ”
“เสี่ยวโจว ความคิดและวิสัยทัศน์ของคุณนี่ถือว่าดีมากเลยนะ!” ต้วนเผิงปรบมือด้วยความดีใจสุด ๆ “องค์กรในมณฑลของเราเนี่ย สิ่งที่ขาดก็คือความตระหนักรู้เรื่องเครื่องหมายการค้านี่แหละ ขอแค่มีกำไรนิดหน่อยก็ยอมเป็นโรงงานรับจ้างผลิตให้คนอื่นอย่างเอาเป็นเอาตาย ปล่อยให้คนอื่นกอบโกยผลประโยชน์ก้อนโตไปจนหมด
ดูอย่างทางเซี่ยงไฮ้สิ พวกเขาสร้างเครื่องหมายการค้าดัง ๆ ขึ้นมาตั้งหลายยี่ห้อแล้ว ของแบบเดียวกัน เขาก็สามารถขายได้ในราคาสูงลิ่ว”
โจวเยี่ยนยิ้มอย่างถ่อมตัว “หัวหน้าแผนกต้วนครับ ผมก็แค่มีความคิดแบบนี้แหละครับ จะสามารถนำไปปฏิบัติจริงและทำแบบนี้ได้หรือเปล่า ผมก็ต้องฟังคำสั่งจากทางหน่วยงานแหละครับ”
ต้วนเผิงทุบโต๊ะตัดสินใจ “ได้สิ! แน่นอนว่าต้องได้! คุณพูดถูก ล้วนเป็นเรื่องจริงทั้งนั้นนี่นา พวกเราก็แค่ใช้วิธีการทางวรรณกรรมมาบอกเล่าขั้นตอนการทำขาหมูรมควัน เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจได้ง่ายขึ้น ก็ดีออกนี่นา เรื่องนี้ผมเป็นคนรับผิดชอบและประสานงานเอง คุณทำตามความคิดของคุณไปเลยนะ เดี๋ยวผมให้เสี่ยวเจิ้งจดเบอร์โทรศัพท์ที่ห้องทำงานของผมให้คุณเบอร์นึง หลังจากนี้ถ้ามีปัญหาเรื่องการประสานงานตรงไหน คุณก็โทรหาผมได้โดยตรงเลย”
“ได้เลยครับ! มีคำพูดคำนี้ของผู้บริหาร ผมก็เบาใจกล้าลงมือทำอย่างเต็มที่แล้วล่ะครับ!” โจวเยี่ยนพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
เขามีกุนเชียงแค่สองพันกว่าจินกับขาหมูรมควันอีกหลายสิบขา คนสเปนยังสามารถแต่งเรื่องราวมาโก่งราคาแฮมให้สูงปรี๊ดได้ แล้วทำไมเขาจะอาศัยเรื่องราวที่มาดามเจนนี่ช่วยเขียนปูทางไว้ให้ นำกุนเชียงและขาหมูรมควันของตัวเองไปขายในราคาสูงบ้างไม่ได้ล่ะ?
ไม่ต้องพูดอะไรมากหรอก แค่จินละยี่สิบหยวน ทำภารกิจให้สำเร็จ แค่นี้เขาก็ทำเงินได้ตั้งหลายหมื่นหยวนแล้ว
ทำเอาเมืองหลวงตื่นตัวขนาดนี้ ความมักใหญ่ใฝ่สูงแค่นี้ โจวเยี่ยนย่อมต้องมีอยู่แล้ว
ถ้ารายการสั่งซื้อเดียวได้กำไรแค่พันกว่าหยวน หัวหน้าแผนกจากคณะกรรมการวางแผนและเศรษฐกิจมณฑลเขาจะยอมลดตัวลงมาล้อเล่นด้วยหรือไง?
ยิ่งเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ความหายากและรสชาติยิ่งสามารถนำไปขายในราคาสูงลิ่วได้
รอตอนที่เจรจากับมาร์โค โปโล โจวเยี่ยนยังอยากจะลองฟังความคิดเห็นของเขาดูบ้าง ไม่แน่ว่าราคาที่เขาให้มาอาจจะสูงกว่านี้อีกก็ได้
โจวเยี่ยนพากลุ่มของต้วนเผิงขึ้นไปชั้นบน เพื่อเยี่ยมชมเนื้อรมควันกับกุนเชียงของเขา รวมถึงขาหมูรมควันที่พวกเขายังไม่เคยลิ้มลอง
ถ้าพูดถึงรูปลักษณ์ภายนอก ของพวกนี้ของเขาถือว่ายอดเยี่ยมระดับแนวหน้าอย่างแน่นอน
“ขาหมูรมควันนี่ถ้าอยากจะขายให้ได้ราคาสูง มันไม่เล็กไปหน่อยเหรอ? แฮมเซวียนเวยนี่ขาใหญ่เบ้อเริ่มเลยนะ” ต้วนเผิงเอ่ยถาม
“ไม่ผิดครับ ถ้าทำออกมาขนาดนี้ก็คงยากที่จะขายได้ราคาสูง” โจวเยี่ยนพยักหน้า ก่อนจะยื่นมือออกไปทำท่าทางประกอบ “ดังนั้นขาหมูรมควันที่ผมทำในครั้งนี้ถึงได้ขาใหญ่ขนาดนี้ไงครับ ผมเทียบมาตรฐานกับแฮมเซวียนเวยเลยนะ แถมยังรักษารูปทรงของขาหมูเอาไว้ได้อย่างสวยงามด้วย”
“ดูเหมือนคุณตั้งใจจะผูกเรื่องนี้เตรียมไว้ตั้งแต่แรกแล้วจริง ๆ สินะ” ต้วนเผิงหัวเราะ
“เรื่องที่ทางหน่วยงานมอบหมายให้ ก็ต้องใส่ใจให้มากหน่อยสิครับ” โจวเยี่ยนฉีกยิ้มกว้าง
ต้วนเผิงพยักหน้าพลางบอก “ได้ ในเมื่อคุณทำเนื้อรมควันกับกุนเชียงพวกนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้พวกเราจะไปประสานงานกับนักธุรกิจต่างชาติ พอตกลงรายละเอียดต่าง ๆ กันเรียบร้อยแล้ว ค่อยมาแจ้งให้คุณทราบ เรื่องการกักกันโรคพวกนี้คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะ คณะกรรมการเศรษฐกิจเทศบาลจะช่วยประสานงานกับโรงฆ่าสัตว์ของเทศบาลให้เอง ถึงเวลาคุณก็ตั้งบริษัทขึ้นมาสักแห่ง แล้วไปขึ้นตรงกับโรงฆ่าสัตว์ แบบนี้พวกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกก็จะสามารถจัดการได้ทั้งหมดเลยล่ะ”
“ถูกต้องครับ เรื่องนี้ผมจะเป็นคนจัดการด้วยตัวเองเลย” เฉินหมิงกล่าว
“ได้เลยครับ! ถ้างั้นผมก็จะตั้งหน้าตั้งตาทำกุนเชียงกับขาหมูรมควันพวกนี้ให้ดีที่สุดก็แล้วกันครับ!” โจวเยี่ยนเอ่ย
“ใช่ คุณรับผิดชอบเรื่องคุณภาพให้ดี นี่แหละคือสิ่งที่สำคัญที่สุด! เรื่องราวต้องผูกให้ดี แต่คุณภาพก็ต้องไม่ขาดตกบกพร่องเหมือนกัน” ต้วนเผิงมองดูเนื้อรมควันและกุนเชียงที่แขวนเรียงรายอยู่บนชั้นวาง รอยยิ้มยิ่งเบ่งบานสดใสมากขึ้น “ไม่แน่ว่าในอีกไม่ช้า เนื้อรมควันและกุนเชียงเสฉวนของพวกเราอาจจะกลายเป็นอาหารอันโอชะที่พบเห็นได้ทั่วไปบนโต๊ะอาหารของชาวอังกฤษก็ได้นะ”
ทุกคนพากันหัวเราะออกมา ตอนนี้เริ่มจะรู้สึกว่าเรื่องพวกนี้ก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความฝันเสียแล้ว
ทุกคนเดินลงไปชั้นล่าง โจวเยี่ยนเดินรั้งท้ายอยู่สองสามก้าว ลงมาพร้อมกับอาเหว่ยที่หิ้วถุงใส่กุนเชียงและเนื้อรมควันมาเป็นสิบ ๆ ถุง เขาก้าวเข้าไปหาพร้อมกับเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ผู้บริหารทุกท่านครับ ทุกท่านเดินทางมาไกล เอาของดีประจำท้องถิ่นกลับไปฝากคนที่บ้านหน่อยสิครับ ผมเป็นคนทำเองกับมือทั้งหมดเลยนะครับ”
“อาจารย์เสี่ยวโจว แบบนี้ไม่ได้หรอกครับ มันผิดระเบียบ” ต้วนเผิงยกมือขึ้นห้ามด้วยสีหน้าจริงจัง “พวกเราลงมาลงพื้นที่ตรวจงาน ตามกฎระเบียบแล้วห้ามรับของขวัญหรือผลประโยชน์ใด ๆ เด็ดขาด ถ้ารับไปก็ถือว่าทำผิดวินัย ทำแบบนี้ไม่ได้หรอกครับ”
“นั่นสิครับ น้ำใจของคุณพวกเรารับไว้แล้วล่ะ” เฉินหมิงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
โจวเยี่ยนยิ้มซื่อ ๆ “อย่างนั้นเหรอครับ ผมเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เท่าไหร่ ก็แค่คิดว่าทุกท่านเดินทางมาไกล ก็เลยอยากจะให้เอาเนื้อรมควันกับกุนเชียงกลับไปกินที่บ้านสักหน่อย”
“รับฟรี ๆ น่ะไม่ได้ แต่ซื้อเอาน่ะได้อยู่นะ เนื้อรมควันกับกุนเชียงฝีมือคุณอร่อยมากจริง ๆ ที่อื่นหาซื้อไม่ได้หรอก คุณขายให้ผมถุงนึงในราคาที่ขายให้ลูกค้าทั่วไปก็แล้วกัน” ต้วนเผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “คนอื่นที่อยากจะซื้อ ก็จ่ายเงินเองนะ ถือซะว่าซื้อของดีประจำเจียโจวกลับไปฝากที่บ้านก็แล้วกัน”
“ได้เลยครับ” ทุกคนขานรับด้วยรอยยิ้ม แล้วก็พากันเดินเข้าไปอุดหนุนคนละนิดคนละหน่อยจริง ๆ
โจวเยี่ยนคิดราคาพวกเขาแค่จินละสองหยวน ถือว่าคิดแค่ราคาต้นทุน
ส่วนถุงของต้วนเผิงกับเฉินหมิง เขายังแอบยัดขาหมูรมควันเพิ่มเข้าไปให้อีกคนละขา มัดปากถุงจนแน่น แล้วเอาปากกาเมจิกให้พวกเขาเขียนชื่อกำกับไว้ ก่อนจะส่งให้เลขาของทั้งสองคนเอาไปเก็บไว้บนรถก่อน
เป็นถึงผู้บริหาร ถ้าสมควรจะให้ก็ต้องให้อยู่ดีแหละ
ถ้าให้ขาหมูทองคำเขาก็อาจเรียกว่าติดสินบน แต่ถ้าให้ขาหมูรมควันเขาเรียกว่ามีน้ำใจรู้จักเข้าสังคม
พวกต้วนเผิงเสร็จสิ้นการตรวจเยี่ยมแล้ว เตรียมตัวจะไปตรวจเยี่ยมที่โรงงานทอผ้าเป็นรอบที่สองของช่วงบ่ายนี้ ก่อนออกจากประตู เขาหันมาบอกกับโจวเยี่ยนว่า “จริงสิ เมื่อสองวันก่อนผมได้รับแจ้งมาว่า มาดามเจนนี่ยื่นขอวีซ่าอีกครั้งแล้ว ปีนี้น่าจะเดินทางมาประเทศจีนอีกครั้ง ไม่แน่ว่าอีกสักพักเธออาจจะมาที่เสฉวนอีกก็ได้นะ”
“จริงเหรอครับ? ยินดีต้อนรับเธอกลับมาที่ซูจีอีกครั้งเลยครับ” โจวเยี่ยนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ถ้าข่าวนี้เชื่อถือได้ล่ะก็ โจวโม่โม่คงต้องดีใจมากแน่ ๆ เวลาเล่นขายของกับพวกตุ๊กตาฝรั่ง เธอมักจะบ่นคิดถึงคุณน้าเจนนี่อยู่บ่อย ๆ ช่วงนี้ยิ่งพยายามไปเรียนภาษาอังกฤษกับจ้าวชิงเหออยู่ด้วย ก็เพื่อจะได้พูดคุยกับเจนนี่เป็นภาษาฝรั่งได้ในตอนที่เจอกันคราวหน้า
หวังหงเลี่ยงพาพวกผู้บริหารจากไปแล้ว โจวเยี่ยนถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก
อาเหว่ยชูนิ้วโป้งให้ “อาจารย์โจว นายนี่สุดยอดจริง ๆ เลยนะ คุยกับผู้บริหารระดับมณฑลได้เป็นฉาก ๆ แบบนี้ ถ้าเปลี่ยนเป็นอาจารย์ฉันล่ะก็ คงยืนขาสั่นพั่บ ๆ ไปแล้ว”
“ถ้างั้นนายก็ดูถูกอาจารย์นายเกินไปแล้วล่ะ” โจวเยี่ยนหัวเราะ หันหลังเดินกลับเข้าไปในร้าน จดเรื่องที่เพิ่งแต่งสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อกี้เอาไว้ก่อน ถือโอกาสขัดเกลาสำนวนภาษาไปด้วยเลย ถ้าเจนนี่จะมาจริง เขาก็ต้องหาทางให้เธอช่วยเขียนรับรองคุณภาพเนื้อรมควันของเขาให้ได้ เพื่อจะได้เปิดตลาดในลอนดอนได้สำเร็จ เจนนี่เองก็ได้พล็อตเรื่องดี ๆ ไปเขียนหนังสือ แถมยังได้โปรโมทสามีตัวเองด้วย ส่วนโจวเยี่ยนก็อาจจะได้เครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติมาครอง แบบนี้เขาเรียกว่าได้รับผลประโยชน์กันทุกฝ่าย
วิน วิน วิน!
โจวเยี่ยนขี่รถมอเตอร์ไซค์กลับไปที่หมู่บ้านโจวรอบหนึ่ง เพื่อตรวจดูสถานการณ์ของเนื้อรมควันและกุนเชียงล็อตชุดนี้
ขาหมูรมควันเพราะคราวนี้ทำขาใหญ่มาก โจวเยี่ยนเลยต้องยืดเวลาหมักให้นานขึ้น ตอนนี้ก็เลยยังหมักอยู่ในไหอยู่เลย
โชคดีที่ช่วงสองวันนี้อุณหภูมิยังไม่สูงขึ้น เนื้อรมควันกับขาหมูก็เลยยังสภาพดีอยู่
“โจวเยี่ยน หลานวางใจเถอะ ลุงคอยเฝ้าดูอยู่ตลอด ไม่เสียหรอก” ลุงใหญ่โจวชิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
โจวเยี่ยนหัวเราะพลางบอก “ลุงใหญ่ครับ หลังจากนี้ผมต้องแวะมาดูทุกวันเลยนะครับ เนื้อรมควันกับกุนเชียงพวกนี้อาจจะถูกส่งไปขายที่ต่างประเทศ ถึงตอนนั้นมันก็คือทองคำแท่งดี ๆ นี่เองแหละครับ”
“ส่งไปขายต่างประเทศเหรอ? คนต่างประเทศเขาก็กินเนื้อรมควันกับกุนเชียงกันด้วยเหรอ?” โจวชิงทำหน้าฉงน
พอเดินออกมาจากลานบ้านของลุงใหญ่ โจวเยี่ยนก็ถูกใครบางคนดึงตัวไปด้านข้าง
หม่าจินฮวากดเสียงต่ำเอ่ยถาม “โจวเยี่ยน เธอบอกความจริงกับป้ามานะ โจวหยางไปมีเรื่องอะไรปิดบังป้าอยู่หรือเปล่า? ช่วงสองสามวันมานี้ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ แถมยังชอบแอบยืนยิ้มอยู่คนเดียวบ่อย ๆ ทำตัวอย่างกับพวกเสียสติ แปลกประหลาดจริง ๆ เลยเชียว”