- หน้าแรก
- ฝ่าวิกฤตเกมอัปเกรดอาชีพ เริ่มจากหน่วยสวาท
- บทที่ 33 แผนการโจมตี
บทที่ 33 แผนการโจมตี
บทที่ 33 แผนการโจมตี
บทที่ 33 แผนการโจมตี
หวอออ หวอออ~~~...
แว่วเสียงไซเรนตำรวจดังมาจากชั้นล่าง
สงสัยเมื่อกี้เสียงปืนคงดังเกินไป เลยมีคนข้างนอกแจ้งตำรวจ
"โอ๊ะโอ๋ ตำรวจมาแล้วว่ะ"
ไม่รู้ทำไม คุณชายเฉียนถึงได้มีรอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า
เมื่อจางเสวียนสังเกตเห็นรอยยิ้มนั้น เขาก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นว่า "เขาติดหนี้พวกนายเท่าไหร่?"
คุณชายเฉียนส่งสายตาให้หญิงสาวสุดเซ็กซี่ข้างๆ เธอจึงพูดขึ้นทันที "รวมทั้งต้นทั้งดอก ทั้งหมด 40,000,000 บาทค่ะ"
"อะไรนะ!?" หม่าชวนถิงร้องเสียงหลง "ฉันกู้พวกแกมาแค่ 5,000,000 เองนะ..."
"รวมทั้งต้นทั้งดอก แกไม่เข้าใจคำว่ารวมทั้งต้นทั้งดอกหรือไง?" คุณชายเฉียนแค่นเสียงอย่างดูถูก
"ลุงเหอ?" จางเสวียนหันไปมองลุงเหอ
ลุงเหอคำนวณในใจแล้วตอบ "ถ้าคิดเป็นเงินดอลลาร์ ก็ตกประมาณ 1,150,000 กว่าดอลลาร์ครับ"
"ลูกพี่!"
จื้อเว่ยที่อยู่ข้างๆ รู้ทันทีว่าจางเสวียนคิดจะทำอะไร ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ "นี่มันไม่เกี่ยวกับพวกเราเลยนะครับ! พวกเราแค่เดินออกไปก็จบแล้ว!"
จางเสวียนส่ายหน้า ไม่ได้อธิบายข้อสันนิษฐานของตัวเองออกมาตรงๆ แต่พูดว่า "ยังไงเขาก็เป็นเพื่อนร่วมรบเก่าของลุงไห่ ช่วยได้ก็ต้องช่วย อีกอย่าง ฉันก็อยากให้หม่าชวนถิงช่วยจัดการเรื่องสถานะใหม่ให้ฉันด้วย"
คุณชายเฉียนหัวเราะชอบใจ "แหม นึกไม่ถึงเลยว่าฟลุ๊กเจอหนูตาบอดเดินมาชนตอ พวกแกมีเงินจริงๆ ซะด้วย รู้งี้ฉันน่าจะเรียกสักหน่อยนะเนี่ย"
จางเสวียนไม่สนใจคำพูดเยาะเย้ย หันไปพยักหน้าให้ลุงเหอ "ให้เขาไป"
ลุงเหอพยักหน้ารับ ล้วงมือเข้าไปในซองเอกสาร หยิบพันธบัตรปึกหนึ่งออกมาโยนลงบนโต๊ะด้วยสีหน้าเรียบเฉย "แค่นี้น่าจะพอนะ"
"เป็นพันธบัตรซะด้วย ของโจรล่ะสิ?" คุณชายเฉียนหยิบพันธบัตรขึ้นมาดูผ่านๆ แต่ก็ทำท่าไม่ยี่หระ "ช่างเถอะ ที่นี่มันคาสิโน รับเงินทุกรูปแบบอยู่แล้ว เงินสกปรกก็ไม่เกี่ยงหรอก"
จากนั้นก็โบกมือไล่อย่างอารมณ์ดี "เอาล่ะ พวกแกไปได้แล้ว หนี้ของหม่าชวนถิงถือว่าหายกัน อย่าลืมออกทางประตูหลังล่ะ ถ้าเกิดไปจ๊ะเอ๋กับตำรวจเข้า ฉันเกรงว่าพวกแกจะไม่ได้ออกไปน่ะสิ"
จางเสวียนพยักพเยิดให้จื้อเว่ยเข้าไปพยุงหม่าชวนถิง ก่อนจะเก็บระเบิดมือใส่กระเป๋า แล้วเดินนำออกไป
ถึงจื้อเว่ยจะหงุดหงิด แต่ก็ยอมเข้าไปหิ้วปีกหม่าชวนถิงขึ้นมา กระซิบเสียงเขียว "ผมไม่สนหรอกนะว่าลุงจะเป็นเพื่อนร่วมรบของลุงเขยผมจริงไหม แต่หนี้ก้อนนี้ ลุงต้องจำไว้ให้ดีล่ะ!"
หม่าชวนถิงยิ้มขื่นพลางพยักหน้ารับ
ทั้ง 4 คนรีบเดินออกทางประตูหลังของโรงแรมอย่างรวดเร็ว
"พี่จาง..."
ลุงเหอทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง
จางเสวียนยกมือห้าม ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาเค่อ
"หม่องเค่อ คืนนี้ว่างไหม? พวกเราอยู่กรุงเทพฯ มีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อย"
...
2 ชั่วโมงต่อมา
ณ ตลาดนัดกลางคืนแห่งหนึ่ง จางเสวียนและพวกนั่งรวมตัวกันอยู่ที่ร้านอาหารริมทาง
หลังจากแวะไปทำแผลที่โรงพยาบาลมาแล้ว ตอนนี้หม่าชวนถิงดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยก็เดินเหินเองได้ไม่ต้องให้ใครพยุงแล้ว
ถึงสภาพภายนอกจะดูสะบักสะบอมเอาเรื่อง แต่จริงๆ แล้วไม่ได้บาดเจ็บถึงกระดูกหรืออวัยวะภายใน ไอ้พวกที่ซ้อมมันกะน้ำหนักมือไว้พอสมควร
"ขอโทษด้วยนะ น้องจาง เงินก้อนนี้ฉันจะรีบหามาคืนให้เร็วที่สุดเลย"
หม่าชวนถิงก้มหน้างุดด้วยความรู้สึกผิด สีหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
"ไม่เป็นไรครับ"
จางเสวียนคีบอาหารเข้าปากพลางยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ "เงินผมไม่ได้กินเปล่าๆ ง่ายๆ หรอก ไอ้หมอนั่นมันเก็บไว้ไม่อุ่นหรอก"
"ห๊ะ?" หม่าชวนถิงเงยหน้าขึ้นมองอย่างงุนงง
จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของจางเสวียนก็ดังขึ้น
กริ๊งๆ กริ๊งๆ...
จางเสวียนรับสาย พลางกวาดสายตามองไปที่ฝูงชนด้านนอก
ฤดูกาลนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวกรุงเทพฯ เยอะมาก และส่วนใหญ่ก็เป็นคนประเทศมังกรทั้งนั้น
ท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่พูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน เค่อกำลังคุยโทรศัพท์พลางชะเง้อมองหาพวกเขาอยู่
"ทางนี้!" จางเสวียนโบกมือเรียก
เค่อยิ้มกว้าง รีบวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหาทันที
"คุณจาง!" เค่อวิ่งมาหยุดตรงหน้า โค้งคำนับอย่างนอบน้อม "พอได้ยินว่าคุณมีเรื่องให้ช่วย ผมก็รีบมาเลยครับ"
"อืม" จางเสวียนยิ้มรับ "นั่งสิ กินอะไรหน่อยไหม"
"ครับ"
เค่อลากเก้าอี้มานั่งลง เหลือบมองหม่าชวนถิงที่มีสภาพสะบักสะบอมกับจื้อเว่ยที่หน้ามุ่ย ก็พอจะเดาสถานการณ์ออก จึงถามขึ้นว่า "คุณจาง เรียกผมมาเพราะเรื่องของคุณผู้ชายคนนี้ใช่ไหมครับ?"
"ใช่" จางเสวียนพยักหน้า "พูดไปก็อายนะ ตอนแรกคิดว่าจะไม่ต้องรบกวนนายแล้วแท้ๆ นึกไม่ถึงเลยว่ายังไม่ทันข้ามวัน ก็ต้องบากหน้ามาขอให้นายช่วยซะแล้ว"
"พูดอะไรอย่างนั้นครับ ผมบอกแล้วไงครับว่าขอแค่คุณเอ่ยปาก ผมพร้อมจะช่วยเต็มที่เลยครับ"
หลังจากทักทายปราศรัยกันพอเป็นพิธี จางเสวียนก็เข้าเรื่องทันที "หม่องเค่อ นาย... กล้าฆ่าคนไหม?"
เค่อสีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม "ฆ่าใครครับ?"
"นายควรถามว่าฆ่ากี่คนมากกว่า"
จางเสวียนจิบเหล้าไปอึกหนึ่ง "ฉันกำลังจะเล่นงานใหญ่ แต่ขาดคน ตอนนี้คนที่ใช้ปืนเป็น รวมนายด้วยก็มีแค่ 3 คน ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด คงต้องฆ่าคนเยอะหน่อย แต่รับรองว่าได้เงินก้อนโตแน่ ถึงตอนนั้นฉันจะแบ่งให้นายส่วนหนึ่ง"
"เอ่อ..." ถึงเค่อจะชินชากับการฆ่าฟันในรัฐฉานมาบ้างแล้ว แต่การมานั่งคุยเรื่องฆ่าคน แถมยังจะฆ่าทีละเยอะๆ ไปพร้อมกับกินข้าวสบายใจเฉิบแบบจางเสวียนนี่ เขาไม่ค่อยเคยเจอเท่าไหร่
"ถ้านายลำบากใจ ก็ถือซะว่าฉันไม่ได้พูดก็แล้วกัน" จางเสวียนยิ้มบางๆ
"ไม่ครับ คุณจาง"
เค่อรีบตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ในเมื่อเป็นคำขอของคุณ ผมรับปากครับ ส่วนเรื่องเงิน... ถ้าเป็นไปได้ ผมขอ 200,000 ดอลลาร์ครับ แต่ถ้าได้เงินมาไม่เยอะ ผมไม่เอาก็ได้ครับ"
"ไม่มีปัญหา ต่อให้งานนี้ชวด ฉันก็มีจ่ายให้นายอยู่แล้ว" จางเสวียนตกปากรับคำทันที โดยไม่ถามด้วยซ้ำว่าเค่อจะเอาเงินไปทำอะไร
ส่วนหม่าชวนถิงที่นั่งฟังอยู่ถึงกับเหวอไปเลย ผู้กองไปรู้จักไอ้คนจริงพวกนี้มาจากไหนวะเนี่ย
ตอนบ่ายเพิ่งโดนขู่กรรโชกทรัพย์ไปหมาดๆ ตกกลางคืนก็วางแผนจะไปปล้นคืนซะแล้ว แถมฟังสภาพแล้ว กะจะฆ่าคนทิ้งด้วย!?
นี่มันโจรหนีคดีระดับไหนกันวะเนี่ย!?
"ลูกพี่ นี่มัน... จะไม่ด่วนตัดสินใจไปหน่อยเหรอครับ?" จื้อเว่ยอึ้งไปเลย
ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าจางเสวียนยอมถอยให้พวกมันจริงๆ ซะอีก ไม่นึกเลยว่าจะมีแผนซ้อนแผนแบบนี้
ทางด้านลุงเหอกลับถามตรงๆ ว่า "โรงแรมนั้นมีรปภ.เยอะอยู่นะ พี่จาง พี่แน่ใจนะว่าจะไม่เรียกเพื่อนพวกนั้นมาช่วยจริงๆ น่ะ?"
เพื่อนที่ลุงเหอหมายถึง ก็คือทีม D นั่นเอง
ก่อนหน้านี้ จางเสวียนได้อธิบายเรื่องตัวตนของทีม D ให้พวกเขาฟังแล้ว
เพื่อป้องกันการโดนตรวจสอบ จางเสวียนจึงไม่ได้บอกความจริงเกี่ยวกับทีม D ไปทั้งหมด เขาแต่งเรื่องว่าพวกนั้นเป็นแค่ทหารรับจ้าง ชุดที่ใส่อยู่ก็แค่ใส่มาขู่คนเท่านั้น
แม้ว่าเหตุผลนี้จะมีช่องโหว่อยู่บ้าง แต่จื้อเว่ยกับลุงเหอก็เลือกที่จะเชื่อ
"ช่วงนี้พวกนั้นไม่ว่างน่ะ" จางเสวียนส่ายหน้า "เดี๋ยวตอนลงมือ ฉัน คุณลุงหม่า แล้วก็หม่องเค่อจะเป็นคนลุยเอง ลุงเหอรับหน้าที่ขับรถเตรียมพาหนี ส่วนจื้อเว่ยคอยช่วยถ่วงเวลาให้พวกเราตอนนั้น"
"ห๊า? ฉันต้องไปด้วยเหรอ?" หม่าชวนถิงถึงกับช็อก ทำไมต้องมีเขาไปเอี่ยวด้วยวะ?
"คุณเคยเป็นทหารมาไม่ใช่เหรอ?" จางเสวียนมองหน้าหม่าชวนถิง "ลุงไห่บอกว่าคุณเป็นผู้บริหารบริษัทรักษาความปลอดภัยอยู่ที่นี่ เอาจริงๆ นะ ตอนนี้ผมชักจะสงสัยแล้วสิ คุณทำงานสายใช้กำลังแท้ๆ ทำไมรอบตัวถึงไม่มีลูกน้องเลยสักคน? โดนกักขังในคาสิโนเป็นวันๆ บริษัทคุณไม่คิดจะส่งคนมาตามหาคุณบ้างเลยหรือไง?"
"ฉันเคยเป็นทหารก็จริง แต่... เฮ้อ..."
หม่าชวนถิงถอนหายใจยาว "ผู้บริหารบริษัทรักษาความปลอดภัยอะไรกันล่ะ ก็แค่ตำแหน่งเอาไว้คุยโม้เท่านั้นแหละ ฉันทำงานในบริษัทรักษาความปลอดภัยก็จริง ตำแหน่งก็เป็นหัวหน้าอะไรสักอย่าง แต่จริงๆ แล้วบริษัทนี้กำลังจะเจ๊งอยู่รอมร่อ ทั้งบริษัทรวมฉันกับเถ้าแก่ก็มีแค่ 3 คน พนักงานระดับล่างคนเดียวที่มีก็เป็นน้องเขยเถ้าแก่ซะอีก"
"เวรเอ๊ย..." จื้อเว่ยสบถอย่างดูถูก "ลุงนี่นิสัยเหมือนลูกพี่ลูกน้องผมเปี๊ยบเลย แม่งชอบคุยโวโอ้อวดชะมัด"
จางเสวียนขมวดคิ้ว "แล้วเรื่องที่ลุงไห่บอกว่า คุณจะช่วยทำเรื่องสถานะใหม่ให้ผมล่ะ... ยังทำได้อยู่ไหม?"
"ทำได้สิ"
หม่าชวนถิงยืนยันเสียงหนักแน่น "เรื่องแค่นี้ในสยามไม่ใช่เรื่องยากหรอก"
จางเสวียนค่อยโล่งใจหน่อย "ถ้าทำได้ก็ดี ไม่งั้นผมคงมาเสียเที่ยวเปล่าๆ"