- หน้าแรก
- วิถีพรานป่ามหาเศรษฐี ล่าสัตว์ ปรุงยา เลี้ยงดูยอดรัก ในยุคสงคราม
- บทที่ 110 - ทหารหญิงนอกด่านสุดแกร่ง
บทที่ 110 - ทหารหญิงนอกด่านสุดแกร่ง
บทที่ 110 - ทหารหญิงนอกด่านสุดแกร่ง
ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
ผู้ลี้ภัยนับร้อยคนจู่ๆ ก็ลดจำนวนลงอย่างน่าประหลาดจนดูบางตา
ทหารนอกด่านหลายคนที่ปลอมตัวเป็นผู้ลี้ภัยนอนขดตัวอยู่ในมุมมืดของศาลเจ้าที่ปูด้วยเสื่อฟางผุพัง พวกมันห่มเสื้อคลุมขาดรุ่งริ่งมิดชิดโดยไม่ปริปากพูดอะไร
จนกระทั่งเจ้าหน้าที่จากที่ว่าการอำเภอที่มาแจกข้าวต้มเก็บกวาดหม้อและชามเสร็จแล้วจากไป ทั่วทั้งศาลเจ้าพ่อหลักเมืองก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด
เงียบเสียจนชวนให้ขนลุก
ในบรรดาทหารนอกด่านทั้งสี่คน ทหารนอกด่านรูปร่างสูงโปร่งใกล้เคียงกับเซวียหงอีผู้เป็นหัวหน้าก็เกิดความระแวดระวังขึ้นมาทันที
นางเดินไปที่ประตูศาลเจ้าอย่างเงียบเชียบ สายลมหนาวพัดโชยมาเลิกฮู้ดคลุมศีรษะของนางออก
เส้นผมหยักศกหนาดำขลับร่วงหล่นลงมา เผยให้เห็นดวงตาสีฟ้าครามราวกับอัญมณี
ที่แท้ก็เป็นทหารหญิงนอกด่าน
ซ้ำยังเป็นทหารหญิงที่งดงามราวกับตุ๊กตาเคลือบ
รูม่านตาของนางหดเกร็งอย่างรุนแรง เพิ่งจะตระหนักได้ว่าพวกตนถูกเปิดโปงเสียแล้ว
นางหันขวับกลับไปตะโกนสั่งเป็นภาษาทหารนอกด่านเสียงกร้าว "รีบถอย!"
ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ลูกศรดอกหนึ่งก็พุ่งแหวกความมืดมิดจากนอกศาลเจ้าพุ่งตรงเข้ามา!
"ฟิ้ว!"
ลูกศรพุ่งเฉียดใบหน้าด้านข้างอันงดงามของนางไปเพียงฉิวเฉียด ทิ้งรอยเลือดเอาไว้เป็นทาง
หลบพ้นไปได้อย่างหวุดหวิด
ทหารหญิงนอกด่านไม่เพียงแต่ไม่หวาดกลัว ทว่าเมื่อนางตวัดสายตากลับมา แววตากลับฉายรังสีอำมหิตพุ่งปรี๊ดราวกับแม่เสือดาวที่ถูกยั่วยุ
ท่ามกลางความมืดมิด รอยเท้าข้างหนึ่งเหยียบลงบนกองหิมะก้าวออกมาจากเงามืด
เป็นหนิงหยวนนั่นเอง
ชายหนุ่มถือคันธนูยาวในมือ สีหน้าเย็นชา จ้องเขม็งไปยังกลุ่มทหารนอกด่านภายในศาลเจ้า
"พวกแกนี่ก็เจ้าเล่ห์ไม่เบา ปลอมตัวเป็นผู้ลี้ภัยลอบเข้ามา" น้ำเสียงของหนิงหยวนไม่ดังนักทว่ากลับแฝงไปด้วยความเยือกเย็น "คิดว่าจะซ่อนตัวพ้นจริงๆ หรือ"
เขารู้ดีว่าในบรรดาทหารนอกด่านทั้งสี่คนนี้ต้องมีคนฟังภาษาต้าเฉียนรู้เรื่องแน่นอน
และก็เป็นอย่างที่คิด ทหารหญิงร่างสูงตาสีฟ้านอกด่านแค่นเสียงหัวเราะเย็น เห็นได้ชัดว่านางฟังรู้เรื่อง
ทหารนอกด่านหน้าดำคนหนึ่งแผดเสียงคำราม ชักดาบใหญ่ห่วงเหล็กอันหนักอึ้งที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าหยาบๆ ออกมาแล้วพุ่งตัวเข้าใส่หนิงหยวนอย่างบ้าคลั่ง!
"สับมารดามันเลย!" หูปาที่ทนรอไม่ไหวมานานแล้วชักกระบี่โค้งออกมาแล้วพุ่งเข้าปะทะอย่างห้าวหาญ!
"เคร้ง!"
คมดาบปะทะกันจนเกิดประกายไฟสว่างวาบ!
พละกำลังมหาศาลสองสายเข้าปะทะกันอย่างจังจนหิมะใต้ฝ่าเท้าแตกกระจายปลิวว่อน!
ท่ามกลางละอองหิมะที่ปลิวว่อน รังสีอำมหิตในดวงตาของหูปาปะทุขึ้น ชายฉกรรจ์ก้าวเท้าหนักๆ ไปข้างหน้าหนึ่งก้าว กล้ามเนื้อสองแขนปูดโปน ออกแรงฟันจนทหารนอกด่านที่สูงกว่าหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรต้องถอยร่นไปหลายก้าว!
ทั้งหนิงหยวนและทหารนอกด่านคนอื่นๆ ต่างก็คิดไม่ถึงว่าพละกำลังของหูปาจะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้
"ไอ้ชาติสุนัข! เมื่อก่อนกินไม่อิ่มใส่เสื้อผ้าไม่อุ่น ไม่มีแรงจะสู้กับพวกแก!"
หูปาสลัดแขนที่ชาดิกพลางตะโกนก้อง "แต่ตอนนี้บิดามีเรี่ยวแรงเต็มเปี่ยม พอดีเลยกำลังหาที่ระบายอยู่! เข้ามา!"
พูดจบเขาก็ลากกระบี่โค้งพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง
ทหารนอกด่านคนนั้นก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน มันแผดเสียงคำรามแล้วกวัดแกว่งดาบเข้าปะทะ
คมดาบของทั้งสองฝ่ายฟาดฟันกันไปมา ประกายไฟสาดกระเซ็น ชั่วขณะหนึ่งไม่อาจตัดสินผลแพ้ชนะได้
เมื่อทหารหญิงนอกด่านเห็นว่าหูปาห้าวหาญดุดันถึงเพียงนี้ ซ้ำหนิงหยวนและคนอื่นๆ ก็ไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางก็รู้ทันทีว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก
นางร้องสั่งเป็นภาษาทหารนอกด่านอย่างร้อนรน "สกัดพวกมันไว้!"
พูดจบนางก็จ้องหน้าหนิงหยวนเขม็ง ก่อนจะหันหลังวิ่งตะบึงขึ้นไปทางเนินเขาด้านหลังศาลเจ้าด้วยความรวดเร็วดุจเสือชีตาห์
เซวียหงอีกระชากผ้าดำที่ห่อหุ้มหอกเงินออกพลางเอ่ยเสียงเย็น "ทหารหญิงนอกด่านคนนั้น ข้าจัดการเอง"
"ไม่ได้นะ เจ้า ... " หนิงหยวนพยายามจะห้ามทว่าเซวียหงอีก็พุ่งทะยานตามไปเสียแล้ว
"หย่าปา เฮยว่า หลิวเม่า! ไปคุ้มกันแม่ทัพเซวีย!" หนิงหยวนรีบออกคำสั่งทันที
ทั้งสามรับคำสั่งแล้วรีบตามเซวียหงอีไปอย่างรวดเร็ว
"จบศึกให้ไว อย่าฝืนสู้ยืดเยื้อ! จัดการพวกมันเสร็จแล้วรีบตามไปสมทบกับแม่ทัพเซวีย!" หนิงหยวนถือคันธนูยาวพลางออกคำสั่งเสียงเข้ม
พี่น้องทหารตระกูลเซวียที่เหลือขานรับพร้อมกัน ชักกระบี่โค้งพุ่งเข้าใส่ทหารนอกด่านสองคนที่เหลือ
ทหารนอกด่านเชี่ยวชาญการรบบนหลังม้า เมื่อต้องลงมาต่อสู้บนพื้นดิน รูปร่างที่ใหญ่โตกลับไม่เป็นผลดีเมื่อถูกรุมล้อม ยิ่งไม่มีชุดเกราะป้องกันและยังอ่อนแรงจากความหิวโหยด้วยแล้ว
ผ่านไปเพียงไม่กี่กระบวนท่า ทหารนอกด่านทั้งสองก็หอบเหนื่อยและเริ่มเสียเปรียบ
แววตาของทหารนอกด่านคนหนึ่งฉายแววตื่นตระหนก มันแสร้งทำเป็นเงื้อดาบฟันก่อนจะหันหลังวิ่งหนี
หนิงหยวนเห็นดังนั้นก็แค่นเสียงหัวเราะเย็น "คิดจะหนีหรือ ข้าก็นึกว่าพวกทหารนอกด่านอย่างพวกแกจะไม่กลัวตายเสียอีก"
ทหารนอกด่านคนนั้นเพิ่งจะวิ่งออกไปได้เพียงสามก้าว เสียงแหวกอากาศอันแหลมคมก็ดังมาจากด้านหลัง!
มันหันกลับไปมองตามสัญชาตญาณ
"ฉึก!"
ประกายเย็นยะเยียบเสียบทะลุหลังคอของมันอย่างแม่นยำ!
ทหารนอกด่านคนนั้นทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด ชักกระตุกอยู่สองสามครั้งก็สิ้นใจ
ทหารนอกด่านคนสุดท้ายยิ่งตื่นตระหนกหนักกว่าเดิม เพลงดาบของมันสับสนวุ่นวายไร้ทิศทาง เอาแต่ฟาดฟันมั่วซั่ว ซึ่งไม่เพียงแต่จะสิ้นเปลืองพละกำลัง ทว่ายังไม่อาจแตะต้องแม้แต่ชายเสื้อของหูปาและคนอื่นๆ ได้เลย
"ไปตายซะไป๊!"
หูปาแผดเสียงคำรามลั่น รวบรวมพละกำลังทั่วร่างตวัดกระบี่ฟันฉับ!
"ฉัวะ!"
ศีรษะของทหารนอกด่านหลุดกระเด็น เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว
"สะใจ! โคตรสะใจเลยโว้ย!" หูปาปาดเลือดบนใบหน้าทิ้งอย่างอารมณ์ค้าง
"ลูกพี่หนิง ไม่ได้มันส์แบบนี้มานานแล้ว! อยากให้มีทหารนอกด่านโผล่มาอีกสักสองสามคนให้พวกพี่น้องได้สนุกกันอีกจัง!"
หนิงหยวนขมวดคิ้วแน่น "ผู้ลี้ภัยแตกฉานซ่านเซ็น พวกทหารนอกด่านที่แฝงตัวเข้ามาต้องไม่ได้มีแค่นี้แน่"
"ไป รีบไปสมทบกับแม่ทัพเซวีย!"
"รับทราบ!"
ทุกคนประสานมือรับคำสั่งก่อนจะวิ่งตามหนิงหยวนไปในทิศทางที่พวกเซวียหงอีมุ่งหน้าไป
...
เนินเขาด้านหลัง ป่าช้าอนาถา
ร่างหนึ่งพุ่งทะยานผ่านกองหิมะราวกับสายลมกรด แต่ละก้าวกระโดดไปได้ไกลหลายเมตร
เป็นทหารหญิงนอกด่านคนนั้นนั่นเอง นางเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก หน้าอกอวบอิ่มภายใต้ชุดเกราะอ่อนรัดรูปกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง
ทว่าร่างสีแดงอีกร่างกลับรวดเร็วยิ่งกว่า!
"จะหนีไปไหน!"
สิ้นเสียงตวาดใส ประกายเงินก็สว่างวาบขึ้นท่ามกลางแสงจันทร์!
วิชาหอกตระกูลเซวีย มังกรฟ้าคว้สมุทร!
หอกยาวพุ่งทะยานดุจสายฟ้าฟาด พุ่งตรงเข้าหาหลังศีรษะของทหารหญิงนอกด่าน!
ทหารหญิงนอกด่านหน้าเปลี่ยนสี นางกระทืบเท้าขวากับพื้นอย่างแรง สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตอันดุดันที่พุ่งมาจากด้านหลัง
นางถึงกับไม่หันกลับไปมอง อาศัยแรงส่งจากการวิ่งหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว เส้นผมหยักศกสีดำขลับปลิวไสว หลบปลายหอกที่พุ่งเฉียดลำคอขาวผ่องไปได้อย่างหวุดหวิด!
เห็นได้ชัดว่าการไล่ล่าอย่างไม่ลดละของเซวียหงอีทำให้นางโกรธจัด
นางฉวยโอกาสพุ่งประชิดตัวหอก พลิกมือคว้าด้ามหอกไว้แน่น อาศัยแรงส่งกระโดดลอยตัวขึ้นแล้วชกกำปั้นเข้าใส่หน้าของเซวียหงอีอย่างจัง!
ริมฝีปากแดงสดของเซวียหงอียกยิ้มเยาะ เส้นผมปลิวไสว นางเอียงคอหลบหมัดนั้น ขาเรียวยาวและทรงพลังตวัดขึ้นดุจแส้ กระแทกสวนกลับไปอย่างแรง!
หมัดและขาปะทะกัน เสียงดังสนั่นราวกับตีกลองทัด!
หญิงสาวทั้งสองกระเด็นถอยหลังไปพร้อมกัน
ทหารหญิงนอกด่านถอยไปเพียงสามก้าวก็ทรงตัวได้มั่นคง
ส่วนเซวียหงอีกลับต้องถอยร่นไปถึงเจ็ดแปดก้าวกว่าจะยืนหยัดได้มั่นคง นางรู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ขาขวาอย่างรุนแรง
ความแตกต่างของพละกำลังเห็นได้อย่างชัดเจน
และนี่ขนาดยังเป็นตอนที่อีกฝ่ายไม่ได้กินอิ่มมาหลายวัน
หากอยู่ในสภาพสมบูรณ์แข็งแรง หมัดของทหารหญิงนอกด่านเมื่อครู่คงจะทำเอากระดูกของนางหักไปแล้วแน่ๆ
หญิงสาวทั้งสองจ้องมองกันทะลุความมืด รังสีอำมหิตปะทะกันอย่างดุเดือดท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บ
แทบจะในเวลาเดียวกัน ทั้งสองก็ขยับตัวพุ่งเข้าใส่กันอีกครั้งดุจลูกศรหลุดจากแล่ง!
"เข้ามา!"
เซวียหงอีตวาดลั่น กวัดแกว่งหอกยาวอย่างบ้าคลั่ง ก่อเกิดพายุหิมะหมุนวน ปลายหอกพุ่งตรงเข้าใส่ตำแหน่งหัวใจของอีกฝ่าย!
ทหารหญิงนอกด่านกลับไม่หลบเลี่ยง ซ้ำยังพุ่งเข้าปะทะอย่างห้าวหาญ!
"เคร้ง!"
ปลายหอกแทงเข้าที่หน้าอกของทหารหญิงนอกด่าน เสียงโลหะกระทบกันดังกังวาน!
สีหน้าของเซวียหงอีเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง นางสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งดุจหินผาจากปลายหอกอย่างชัดเจน!
"เกราะอ่อน!" นางนึกในใจว่าแย่แล้ว พยายามจะดึงหอกกลับเพื่อถอยร่น
ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว!
ทหารหญิงนอกด่านรับการโจมตีจากหอกไว้ ร่างกายของนางอาศัยด้ามหอกเป็นจุดหมุน ย่อตัวลงต่ำแล้วพุ่งเข้าประชิดช่วงล่างของเซวียหงอีในพริบตา
"ตายซะ!" แววตาของทหารหญิงนอกด่านฉายรังสีอำมหิตสีเลือด ชกกำปั้นออกไปสุดแรง!
"ปั้ง!"
กำปั้นนี้กระแทกเข้าที่ท้องน้อยของเซวียหงอีอย่างจัง!
แม้ว่านางจะเตรียมพร้อมรับมือโดยการเกร็งลมปราณคุ้มกายเอาไว้แล้ว ทว่าพละกำลังอันมหาศาลนั้นก็ยังทำให้นางรู้สึกราวกับถูกค้อนทุบ ร่างกระเด็นลอยละลิ่วถอยหลังไปกระแทกกับพื้นหิมะอย่างแรง
ยังไม่ทันที่นางจะลุกขึ้น ทหารหญิงนอกด่านก็ตามติดมาราวกับเงาตามตัว ขาขวาที่เรียวยาวและตึงเปรี๊ยะยกขึ้นสูงราวกับสายธนูที่ง้างจนสุด หมาเหยียบลงบนศีรษะของเซวียหงอีอย่างโหดเหี้ยม!
วินาทีเป็นวินาทีตาย!
"ฟิ้ว!"
ลูกศรดอกหนึ่งพุ่งแหวกอากาศ นำพารังสีอำมหิตอันเย็นเยียบพุ่งตรงเข้าหาหลอดลมของทหารหญิงนอกด่าน!
ทหารหญิงนอกด่านตอบสนองอย่างรวดเร็ว นางฝืนหยุดแรงกระทืบลงเท้าแล้วกลิ้งหลบไปด้านข้างอย่างทุลักทุเล
ลูกศรพุ่งเฉียดหัวไหล่ของนางไปปักลงบนกองหิมะ
นางเพิ่งจะขยับตัวลุกขึ้น กลิ่นคาวเลือดที่แฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยวก็พุ่งเข้ามาปะทะใบหน้า!
"กล้าแตะต้องผู้หญิงของข้าเรอะ รนหาที่ตาย!"
เสียงตวาดดุจฟ้าร้อง หนิงหยวนกำมีดพกคุ้มกายพุ่งเข้ามาประชิดตัว!
ทหารหญิงนอกด่านสูดลมหายใจเข้าลึก สองมือคว้าจับข้อมือที่ถือมีดของหนิงหยวนเอาไว้ได้อย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า ขาทั้งสองข้างที่เรียวยาวและทรงพลังตวัดรัดเอวของหนิงหยวนเอาไว้ดั่งคีมเหล็ก!
พลังรัดอันน่าสะพรึงกลัวถ่ายทอดมา หนิงหยวนตระหนักได้ทันทีว่านางต้องการจะหักกระดูกสันหลังของเขา!
"มารดามันเถอะ!"
หนิงหยวนแผดเสียงคำราม โกรธจนเลือดขึ้นหน้า เขากางเข่าทั้งสองข้างออกอย่างแรง เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องและเอว แล้วชกกำปั้นอีกข้างเข้าใส่ใบหน้าของทหารหญิงนอกด่านอย่างสุดแรงเกิด!
"ปั้ง!"
เสียงสันจมูกหักดังฟังชัด เลือดสาดกระเซ็น! ทหารหญิงนอกด่านส่งเสียงร้องอู้อี้ พลังรัดที่เอวก็คลายลงทันที
หนิงหยวนฉวยโอกาสดิ้นหลุด พลิกข้อมือที่กำมีดพกคุ้มกายแล้วปาดฉับ!
ประกายความเย็นยะเยียบสว่างวาบ!
"ฉัวะ!"
เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูด หยดลงบนกองหิมะราวกับดอกเหมยสีแดงฉานอันน่าสลดหดหู่