- หน้าแรก
- ฝึกเข้าไปเถอะ เดี๋ยวตื่นมาระบบจะสรุปตบะให้ทุกเช้า!
- บทที่ 315 มังกรเขียวธาตุไม้สำเร็จขั้นยิ่งใหญ่! ขอบเขตอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์!
บทที่ 315 มังกรเขียวธาตุไม้สำเร็จขั้นยิ่งใหญ่! ขอบเขตอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์!
บทที่ 315 มังกรเขียวธาตุไม้สำเร็จขั้นยิ่งใหญ่! ขอบเขตอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์!
บทที่ 315 มังกรเขียวธาตุไม้สำเร็จขั้นยิ่งใหญ่! ขอบเขตอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์!
รอมาครึ่งเดือนกว่า
ในที่สุดลู่ซิงฮั่นก็ส่งกระแสจิตมาบอกว่า อีกสามวันให้ไปรวมตัวกันที่ยอดเขาลำดับที่สาม ดินแดนเร้นลับใกล้จะเปิดแล้ว
เมื่อได้ยินคำพูดของลู่ซิงฮั่น เสิ่นเยี่ยนก็มีสีหน้ายินดี
พลังในตัวของเขาสมบูรณ์แล้ว สามารถทะลวงขั้นได้ทุกเมื่อ
หากไม่ใช่เพราะต้องการโชคลาภจากยอดเขาลำดับที่สาม เขาคงสร้างแกนทองคำ กลายเป็นนักพรตขั้นแกนทองคำไปแล้ว
หวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะสามารถหาสระเทวะวารีเจออย่างราบรื่น
มิเช่นนั้น เสิ่นเยี่ยนก็คงต้องเลือกทะลวงขั้น
วันรุ่งขึ้น ยามเช้าตรู่
เสิ่นเยี่ยนกำลังหลอมรวมพลังที่พุ่งออกมาจากผลวิเศษแห่งมรรคผล ทั่วทั้งร่างมีเสียงกระดูกลั่นดังกรอบแกรบ
นี่คือสัญญาณว่าร่างกายเนื้อของเขากำลังแข็งแกร่งขึ้นอีก
บนตัวเขามีเงาของมังกรเขียวปรากฏขึ้น ตอนนี้คงเรียกมันว่าเงาไม่ได้แล้ว
เกล็ดมังกรบนนั้นเห็นได้อย่างชัดเจน ดวงตาสีทองแดงคู่หนึ่งราวกับมีชีวิต
ยอดเขากระบี่วิถีที่เคยแห้งแล้ง ตอนนี้กลับมีต้นไม้ใบหญ้าเติบโตขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
พลังชีวิตที่ไม่มีสิ้นสุดไหลออกมาจากตัวเสิ่นเยี่ยน ทว่าเจตจำนงกระบี่ที่พุ่งพล่านอยู่เต็มฟ้าก็ทำลายพวกมันในพริบตา
การทำลายล้างและการเกิดใหม่สลับสับเปลี่ยนกันไป
ภายใต้พลังชีวิตอันมหาศาล ก็มักจะมีต้นไม้ใบหญ้าบางส่วนที่ไม่ถูกทำลาย พวกมันเริ่มเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
เมื่อถูกชำระล้างด้วยเจตจำนงกระบี่ แม้แต่ต้นหญ้าก็เริ่มแข็งแกร่งและแหลมคมขึ้น
ต้นหญ้าสีเขียวบนพื้นดูราวกับกระบี่แหลมคม เปล่งประกายแสงกระบี่ที่หนาวเหน็บ
เสิ่นเยี่ยนยังคงหลับตาแน่น ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เจตจำนงกระบี่บนยอดเขากระบี่วิถีไม่สามารถทำอะไรเขาได้อีกแล้ว
เนิ่นนาน
มังกรเขียวส่งเสียงร้องคำราม ยอดเขากระบี่วิถีก็สั่นสะเทือน
เงาร่างของมังกรเขียวที่อยู่ข้างหลังเขา ก็ถูกดึงกลับเข้าสู่ร่างกาย หลอมรวมเข้ากับเส้นลมปราณ เพื่อทำให้ร่างกายเนื้อแข็งแกร่งขึ้น
เมื่อร่างกายเนื้อแข็งแกร่งขึ้น ความสูงของเขาก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
อาซิ่วไม่รู้ว่าโผล่มาที่หน้าผาตั้งแต่เมื่อไหร่ เห็นได้ชัดว่าถูกเสียงดังจากบนยอดเขารบกวน
นางยืนดูเสิ่นเยี่ยนทะลวงขั้นอย่างเงียบๆ
ดวงตาของนางเบิกกว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เงาร่างของมังกรเขียว นางย่อมต้องรู้จักอยู่แล้ว เสิ่นเยี่ยนในเวลานี้เห็นได้ชัดว่ากำลังทะลวงขั้นร่างกายเนื้อ
และระดับพลังของเขาก็เห็นได้ชัดว่าเป็นขอบเขตพลังปราณพสุธา
อาซิ่วแอบคิดในใจ "อายุยังน้อยก็บรรลุถึงขอบเขตอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์แล้ว หนุ่มสาวสมัยนี้เก่งกาจกันจริงๆ"
ตอนนี้เสิ่นเยี่ยนอายุยังไม่ถึงสามสิบปี ขอบเขตอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์สามารถเทียบได้กับนักพรตขั้นวิญญาณแรกกำเนิด
หากอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ที่ได้รับมาแข็งแกร่งมาก การต่อสู้กับศัตรูที่อยู่เหนือกว่าก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
ทว่าอาซิ่วก็เห็นเงาร่างของมังกรเขียวที่อยู่ข้างหลังเสิ่นเยี่ยน ก็เข้าใจว่าอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ที่เขาได้รับมาคงไม่ธรรมดาแน่
"ฝึกฝน 'คัมภีร์กายาห้าอสูรศักดิ์สิทธิ์เทวะ' ตอนนี้มังกรเขียวธาตุไม้ ก็สำเร็จขั้นยิ่งใหญ่แล้ว เกรงว่าอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ที่ได้รับมาน่าจะเกี่ยวกับการควบคุมพลังชีวิต"
ในฐานะยอดฝีมือระดับเต้าจุน สายตาของอาซิ่วย่อมไม่ธรรมดา
เมื่อเห็นว่าพลังของเสิ่นเยี่ยนเริ่มคงที่ นางก็ถอนหายใจยาว แล้วหายตัวไปจากยอดเขากระบี่วิถี
เสิ่นเยี่ยนไม่รู้ว่าอาซิ่วมาและจากไป
ในขณะนี้
สมาธิทั้งหมดของเขาจดจ่ออยู่กับการทะลวงขั้น ขอบเขตอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์นั้นทะลวงผ่านยากกว่าที่เขาคิดไว้มาก
จากขอบเขตพลังปราณพสุธาไปยังขอบเขตอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ถือได้ว่าเป็นด่านสำคัญของผู้ฝึกวิชากายาภายนอก
เมื่อทะลวงผ่านแล้ว ก็จะเกิดอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ขึ้นที่ร่างกายเนื้อ
เสิ่นเยี่ยนสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเนื้อ ต้นไม้ใบหญ้ารอบตัวล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา
เพียงแค่โบกมือ ก็สามารถกำหนดความเป็นความตายของพวกมันได้
มังกรเขียวธาตุไม้ควบคุมพลังชีวิต ในเวลานี้ อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของร่างกายเนื้อของเขาก็เริ่มก่อตัวขึ้น
มังกรตัวเล็กสีเขียวตัวหนึ่งว่ายไปทั่วร่างกายของเขา แล้วไปหยุดอยู่ที่หน้าผาก
กลายเป็นรอยสักรูปมังกรเขียว ประทับอยู่ที่กลางหน้าผาก
เสิ่นเยี่ยนลืมตาขึ้นทันที ในดวงตามีแสงสว่างวาบ
"ทำลายภาพลวงตา!"
"ควบคุมความเป็นตายและการเวียนว่ายตายเกิด!"
เขาไม่คิดเลยว่า เมื่อทะลวงเข้าสู่ขอบเขตอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ เขาจะได้รับอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ถึงสองอย่าง
ทำลายภาพลวงตา ตามชื่อก็คือ สามารถมองทะลุการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง แยกแยะจริงเท็จ มองทะลุภาพลวงตาและภาพมายาได้
ควบคุมความเป็นตายและการเวียนว่ายตายเกิด ก็คือการพรากพลังชีวิต ชี้ตรงไปที่แก่นแท้ของอายุขัย
เพียงแต่เสิ่นเยี่ยนเพิ่งจะได้รับอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ยังไม่ถึงขั้นนั้น
ทำได้เพียงเร่งการเจริญเติบโตของดอกไม้ใบหญ้า หากต้องการจะใช้ต่อสู้ ก็ต้องรอให้เขาฝึกอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์จนสำเร็จขั้นยิ่งใหญ่ก่อน
ทว่า ถึงกระนั้น มันก็ยังช่วยเพิ่มอายุขัยให้เขาถึงหมื่นปี
แม้ว่าเสิ่นเยี่ยนจะเป็นแค่นักพรตขั้นสร้างรากฐาน ทว่าอายุขัยของเขาก็เทียบเท่ากับนักพรตขั้นคืนสู่ความว่างเปล่าแล้ว
เสิ่นเยี่ยนมองไปรอบๆ ก็พบว่ายอดเขากระบี่วิถีได้เปลี่ยนไปแล้ว
กลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังชีวิต และเขียวขจี
เขานำมือไปทาบที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง แล้วเดินพลังอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์
ต้นไม้ต้นนั้นก็เริ่มเหี่ยวเฉาและตายลงทันที แต่แล้วก็มีพลังชีวิตสายหนึ่งพุ่งกลับคืนมา
ไม่นานก็กลับสู่สภาพเดิม
เสิ่นเยี่ยนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
"ได้ผลดีเยี่ยม หากไปอยู่ที่ยอดเขาโอสถ คงจะเป็นคนปลูกสมุนไพรที่ฮอตน่าดู"
หากเขาไม่ได้ปลุกพลังกายาเทวะโกลาหลบรรพกาล ตอนนี้สภาพร่างกายของเสิ่นเยี่ยนก็คงจะกลายเป็นกายาศักดิ์สิทธิ์มังกรเขียวธาตุไม้ไปแล้ว
กายาเทวะโกลาหลบรรพกาลเป็นจุดเริ่มต้นของจักรวาล เป็นสถานที่กำเนิดแห่งมหาเต๋า
แม้จะเป็นเพียงกายาเทวะที่เกิดมาภายหลัง ทว่าก็มีพลังอันวิเศษสุด
ก่อนหน้านี้ที่ระดับพลังยังต่ำอยู่ ก็ไม่ค่อยเห็นประโยชน์เท่าไหร่ แต่ตอนนี้เสิ่นเยี่ยนรู้แล้วว่า สภาพร่างกายนี้สามารถครอบคลุมได้ทุกสรรพสิ่ง และทรงพลังมาก
หากไม่เป็นเช่นนั้น เขาก็คงไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้
เสิ่นเยี่ยนจัดการเก็บข้าวของ แล้วเตรียมตัวไปที่ยอดเขาลำดับที่สาม
ยอดเขาลำดับที่เก้าอยู่ห่างจากยอดเขาลำดับที่สามพอสมควร ตอนนี้เขาเป็นศิษย์สายใน สามารถขี่กระบี่บินในสำนักได้แล้ว ก็เลยไม่ต้องเสียเวลามากนัก
มาถึงตีนเขายอดเขาลำดับที่สาม
นี่เป็นครั้งที่สองที่เสิ่นเยี่ยนมาที่นี่ แต่ความรู้สึกกลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
หากไม่มีลู่ซิงฮั่นคอยช่วยเหลือ เขาคงยากที่จะได้เข้าประตูยอดเขาลำดับที่สาม
เรื่องที่เกิดจากการหลอมโอสถคราวก่อน ทำให้เขาต้องแตกหักกับยอดเขาโอสถอย่างสิ้นเชิง
ศิษย์ยอดเขาโอสถหลายคนก็โกรธแค้นเขามาก
เพิ่งจะก้าวขึ้นมายอดเขาโอสถ ก็มีศิษย์หลายคนมองเขาด้วยสายตาที่แปลกประหลาด
และเริ่มซุบซิบนินทา
"เขากล้ามาที่ยอดเขาโอสถได้ยังไง?!"
"มาที่ยอดเขาโอสถก็ไม่เห็นแปลก ศิษย์ยอดเขาอื่นมาซื้อโอสถที่ยอดเขาโอสถก็เป็นเรื่องปกตินี่"
"เจ้าไม่เข้าใจ คนผู้นี้มีชื่อว่าเสิ่นเยี่ยน"
"เสิ่นเยี่ยน?! สูดดด!"
"นี่เขามาหาเรื่องถึงยอดเขาโอสถเลยหรือ?"
"..."
ศิษย์สายในของยอดเขาโอสถหลายคน สงสัยมากที่เขากล้ามาที่นี่
ศิษย์ที่ชอบดูเรื่องสนุก ก็เดินตามเสิ่นเยี่ยนขึ้นเขาไปด้วย
เมื่อเห็นเสิ่นเยี่ยนมุ่งหน้าไปทางทางเข้าดินแดนเร้นลับ พวกเขาก็เข้าใจว่า ที่แท้เขาก็ไปดินแดนเร้นลับของยอดเขาโอสถนี่เอง
เรื่องนี้ไม่แปลก สิ่งที่ยอดเขาโอสถโด่งดังที่สุดนอกจากโอสถแล้ว ก็คือดินแดนเร้นลับ
ในดินแดนเร้นลับมีสัตว์ดุร้ายมากมาย สัตว์ดุร้ายเหล่านี้ ทั้งตัวล้วนเป็นวัตถุดิบในการหลอมโอสถและสร้างอาวุธ
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีสายเลือดหายากบางสายเลือด ที่สามารถนำมาใช้ในการทะลวงขั้นวิชาได้อีกด้วย
เสิ่นเยี่ยนมาถึงหน้าทางเข้าดินแดนเร้นลับ ที่นี่มีคนมารวมตัวกันมากมาย
เขามองเห็นคนรู้จักคนหนึ่ง นั่นก็คืออ๋าวอวิ้นที่เคยขึ้นไปบนยอดเขากระบี่วิถี
เสิ่นเยี่ยนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังของนาง ก็รู้ว่าตอนนี้นางได้บรรลุถึงขั้นแกนทองคำช่วงปลายแล้ว
อดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้น "พรสวรรค์ของเผ่ามังกรช่างน่ากลัวจริงๆ เพียงไม่กี่ปี ก็บรรลุถึงขั้นแกนทองคำช่วงปลายแล้ว"
อ๋าวอวิ้นก็เห็นเสิ่นเยี่ยนเช่นกัน นางรู้สึกสงสัยในตัวศิษย์น้องขั้นสร้างรากฐานคนนี้มาก
นางรู้ว่าเสิ่นเยี่ยนมีพรสวรรค์ทางวิถีกระบี่ที่ไม่ธรรมดา พลังฝีมือก็คงจะไม่ด้อยไปกว่ากัน
และเมื่อเขาปรากฏตัว อ๋าวอวิ้นก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย
บอกไม่ถูก อธิบายไม่ได้ ทว่าทำให้นางอยากจะเข้าใกล้
อ๋าวอวิ้นรู้สึกสงสัยมาก ทว่าก็ไม่สามารถถามออกไปตรงๆ ได้
เพราะเรื่องการบำเพ็ญเพียรของแต่ละคน ถือเป็นความลับส่วนตัว
นี่เป็นเพราะเสิ่นเยี่ยนเพิ่งทะลวงผ่าน 'คัมภีร์กายาห้าอสูรศักดิ์สิทธิ์เทวะ'
หยดเลือดบริสุทธิ์ของมังกรเขียวธาตุไม้ที่ผลวิเศษแห่งมรรคผลจำลองขึ้นมา ไม่ต่างอะไรกับของจริงเลย
เสิ่นเยี่ยนเพิ่งทะลวงขั้น จึงมีกลิ่นอายหลุดลอดออกมาบ้าง
หากเป็นคนทั่วไป ย่อมไม่สามารถรับรู้ได้ ทว่าอ๋าวอวิ้นคือเผ่ามังกร
โดยธรรมชาติแล้ว ก็สามารถรับรู้ถึงสายเลือดของมังกรเขียวได้
ในเวลานี้
มีนักพรตชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเสิ่นเยี่ยน…