เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 310 พิจารณาให้รอบคอบก่อนลงมือ

บทที่ 310 พิจารณาให้รอบคอบก่อนลงมือ

บทที่ 310 พิจารณาให้รอบคอบก่อนลงมือ


บทที่ 310 พิจารณาให้รอบคอบก่อนลงมือ

พวกเขาทั้งสองคน ผนวกรวมกับเจียงมู่ก่อนหน้านี้ ต่างก็ก้าวเข้าสู่ระดับปราณแท้จริงขั้นที่เจ็ดมาหลายเดือนแล้ว และได้ผ่านการทดสอบปรับเปลี่ยนตำแหน่งมาแล้วหลายครา

ท้ายที่สุดจึงกล้านั่งลงที่บริเวณชายขอบของระยะสามจั้ง ก็เพราะหากก้าวล่วงเข้าไปลึกกว่านี้ พลังงานธาตุไม้ก็จะมีความหนาแน่นเข้มข้นมากเกินไป

ยามโคจรคัมภีร์วิชา พลังงานธาตุไม้ที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายมากเกินไป จะทำให้เส้นชีพจรอุดตันนั่นเอง

บุคคลผู้นี้ระดับพลังเป็นเพียงปราณแท้จริงขั้นที่หก การที่สามารถเอาชนะเจียงมู่ได้ก็เพราะอาศัยจำนวนเจตจำนงกระบี่ที่มหาศาล

การที่มานั่งโคจรคัมภีร์วิชา ณ ตำแหน่งนี้ ความเร็วในการอุดตันของเส้นชีพจรย่อมจะรวดเร็วยิ่งกว่าอย่างแน่นอน

จงรอคอยเถิด อีกไม่นานบุคคลผู้นี้ก็คงจักต้องได้ลิ้มรสความเจ็บปวดรวดร้าว และจะต้องเป็นฝ่ายริเริ่มเคลื่อนย้ายตำแหน่งออกไปเองอย่างแน่นอน

หลินเยี่ยนมิล่วงรู้ความนึกคิดในใจของคนทั้งสองนี้

ทว่าเขาสามารถสัมผัสรับรู้ได้ว่า คล้อยตามการก้าวเดินไปเบื้องหน้าอีกหนึ่งจั้ง พลังงานธาตุไม้เหล่านี้ก็มีความหนาแน่นเข้มข้นจนแทบจะกลายเป็นของเหลว

ประดุจสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นชุ่มชื้นแก่ผิวพรรณของเขา

ต่อให้มิโคจรเคล็ดพลังมังกรคชสารแปดทิศเพื่อดูดซับ ในยามนี้พลังงานธาตุไม้เหล่านี้ก็ยังคงไหลเวียนผ่านผิวพรรณของเขา ซึมซาบเข้าสู่รูขุมขน ก้าวเข้าสู่เส้นชีพจรโดยอัตโนมัติ

สูดลมหายใจเข้าลึก หลินเยี่ยนเลิกสนใจสายตาที่จับจ้องมาจากภายนอก หลับตาลง เริ่มต้นโคจรเคล็ดพลังมังกรคชสารแปดทิศ

ในพริบตาที่เคล็ดพลังมังกรคชสารแปดทิศเริ่มต้นโคจร หลินเยี่ยนก็ต้องตกตะลึงกับพลังงานธาตุไม้ที่หลั่งไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายในทันที

จุดปราณทั้งหกแห่งหมุนวนอย่างกะทันหัน พลังงานธาตุไม้รอบด้านก็ประดุจฝูงปลาที่ได้กลิ่นคาวเลือด

พุ่งทะยานเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง แย่งชิงกันหลั่งไหลเข้าสู่เส้นชีพจร ภายในชั่วพริบตาก็เติมเต็มร่างกายของเขาจนเต็มเปี่ยม

หลินเยี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย หยุดยั้งการโคจรเคล็ดพลังมังกรคชสารแปดทิศลง

ในยามนี้เขาสามารถสัมผัสรับรู้ได้ถึงความรู้สึกตึงเปรี๊ยะที่ส่งผ่านมาให้ผนังเส้นชีพจร

ความรู้สึกนั้นประดุจดังร่องน้ำที่เดิมทีสามารถรองรับได้เพียงลำธารสายเล็กๆจู่ๆก็ถูกสูบฉีดด้วยปริมาณน้ำถึงกึ่งหนึ่งของแม่น้ำ

ร่องน้ำไม่ได้ปริแตก ทว่ากลับถูกค้ำยันจนเต็มเปี่ยม กระทั่งผนังยังสั่นสะท้านขึ้นมาแผ่วเบา

“มิน่าเล่าคนทั้งสองนี้จึงนั่งอยู่เพียงบริเวณชายขอบของระยะสามจั้ง อีกทั้งสีหน้าท่าทางเมื่อครู่นี้ยังดูแปลกประหลาดพิสดารปานนั้น ที่แท้ก็กำลังรอคอยให้ข้าเผยความน่าสมเพชออกมานี่เอง”

หลินเยี่ยนกระจ่างแจ้งในใจแล้ว

ความเปลี่ยนแปลงบนสีหน้าท่าทางของบุรุษและสตรีทั้งสองเมื่อครู่นี้ หาได้เล็ดลอดไปจากประสาทสัมผัสของเขาไม่

ก่อนหน้านี้เขายังมิเข้าใจว่าเหตุใดคนทั้งสองจึงมีสีหน้าท่าทางแปรเปลี่ยนไปเช่นนั้น ยามนี้เขากระจ่างแจ้งในใจแล้ว

เมื่อล่วงรู้ถึงสาเหตุแล้ว ทว่าหลินเยี่ยนก็ไม่ได้มีแผนการที่จะเคลื่อนย้ายตำแหน่ง

ในขณะที่โคจรเคล็ดพลังมังกรคชสารแปดทิศ เคล็ดวิชาดูดกลืนหลอมรวมที่ไม่ได้ใช้งานมาเนิ่นนานก็เริ่มต้นโคจรควบคู่กันไปด้วย

เคล็ดวิชาดูดกลืนหลอมรวม สามารถหลอมรวมพลังงานส่วนเกินภายในร่างกายได้

ทว่านับแต่ที่เขาก้าวเข้าสู่ระดับปราณแท้จริงเป็นต้นมา ฤทธิ์โอสถและสิ่งอื่นๆก็มักจะขาดแคลนอยู่เสมอ มิเคยเกิดสภาวะสะสมพอกพูนขึ้นมาเลย

ยามนี้ นับเป็นโอกาสอันดียิ่งอย่างแท้จริง

คล้อยตามการโคจรของคัมภีร์วิชาทั้งสองมณฑล พลังงานธาตุไม้ที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของหลินเยี่ยน ส่วนหนึ่งถูกชักนำไปยังจุดตันเถียนเพื่อให้พลังปราณดูดกลืนหลอมรวมอย่างต่อเนื่อง

ส่วนอีกส่วนหนึ่งภายใต้การชักนำของเคล็ดวิชาดูดกลืนหลอมรวม ก็ถูกดูดซับโดยเนื้อเลือดของร่างกายเขาไปโดยตรง

พลังงานธาตุไม้ที่อุดตันอยู่ภายในเส้นชีพจรเริ่มต้นไหลเวียนไปมา รักษาสมดุลกับพลังงานที่หลั่งไหลทะลักเข้ามาอย่างต่อเนื่องได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ศูนย์กลางของหลินเยี่ยน ล้วนมุ่งเน้นไปที่พลังปราณ ณ จุดตันเถียนจนสิ้น

ครานี้การดูดซับพลังงานธาตุไม้ของเขา มีความแตกต่างจากการดูดซับพลังงานแห่งฟ้าดินในอดีต

ในอดีตนั้นคือการดูดซับพลังงานแห่งฟ้าดินเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นพลังปราณ เพื่อนำไปใช้ในการยกระดับระดับพลัง

ทว่าในครานี้ เป้าหมายของเขาคือการนำเอาพลังงานธาตุไม้มาหลอมรวมเข้ากับพลังปราณ เพื่อให้พลังปราณของตนเองครอบครองคุณสมบัติของพลังงานธาตุไม้

กระบวนการนี้จำต้องอาศัยการหลอมรวมพลังงานธาตุไม้เข้ากับพลังปราณ

กระบวนการหลอมรวมพลังงานธาตุไม้นั้นไม่ได้มีความยากลำบากอันใดเลย เพียงแค่ดูดซับพลังงานแห่งฟ้าดินอย่างต่อเนื่อง มิแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นพลังปราณ

ทว่าปล่อยให้มันไปบรรจบกันที่จุดตันเถียนร่วมกับพลังปราณ พลังงานทั้งสองก็จะค่อยๆหลอมรวมเข้าด้วยกันโดยอัตโนมัติ

หลินเยี่ยนจดจำคำกล่าวของท่านอาลู่ได้อย่างขึ้นใจ พลังงานธาตุไม้นั้นมีความอ่อนโยน ระดับความยากในการหลอมรวมก็ต่ำ ตนเองเพียงแค่ต้องคอยชี้แนะแนวทางเท่านั้น

ปล่อยให้พลังงานธาตุไม้ค่อยๆซึมซาบเข้าสู่พลังปราณทีละน้อย ท้ายที่สุดก็ส่งกลับคืนสู่จุดปราณก็เป็นอันเสร็จสิ้น

กระบวนการทั้งหมดนี้ สิ่งที่จำเป็นต้องใช้มากที่สุดก็คือเวลาและพลังงานธาตุไม้ในปริมาณมหาศาล

....

หนึ่งร้อยอึดใจให้หลัง บุรุษที่อยู่มิไกลนักเมื่อไม่ได้ยินความเคลื่อนไหวใดๆก็อดไม่ได้ที่จะหรี่ตาขึ้นมาเป็นร่องเล็กๆหางตาปรายมองไปยังตำแหน่งที่หลินเยี่ยนนั่งอยู่

หลินเยี่ยนนั่งอยู่ ณ ที่นั้น นิ่งมิไหวติงเลยแม้แต่น้อย

สีหน้าปรกติ ลมหายใจสม่ำเสมอ ไม่มีสิ่งใดผิดปรกติเลยแม้แต่น้อย

บุรุษผู้นั้นขมวดคิ้วเล็กน้อย ในดวงตามีแววประหลาดใจฉายชัด

คนผู้นี้สามารถนั่งดูดซับพลังงานธาตุไม้ ณ สถานที่แห่งนั้นได้จริงๆงั้นรึ?

นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน?

เว้นเสียแต่ว่าจะหยุดยั้งการโคจรของคัมภีร์วิชา มิเช่นนั้นต่อให้จะลดความเร็วลง พลังงานธาตุไม้ที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกาย ก็เพียงพอที่จะทำให้เส้นชีพจรของเขาอุดตันได้แล้ว

สตรีที่อยู่อีกด้านหนึ่ง ก็ลืมตาขึ้นเช่นเดียวกัน ในส่วนลึกของดวงตาก็มีความฉงนฉงายฉายชัด

การที่จะสามารถนั่งอยู่ในระยะสองจั้งด้วยระดับพลังปราณแท้จริงขั้นที่หกได้นั้น มีเพียงความเป็นไปได้เดียวเท่านั้น นั่นก็คือผู้ฝึกยุทธ์สายฝึกฝนร่างกาย

ทว่าอีกฝ่ายกลับเป็นผู้ฝึกยุทธ์วิถีกระบี่อย่างเห็นได้ชัด ผู้ฝึกยุทธ์วิถีกระบี่นั้นรังเกียจผู้ฝึกยุทธ์สายฝึกฝนร่างกายเป็นที่สุด

น่าฉงนนัก

....

เวลา ค่อยๆผ่านพ้นไปทีละน้อย

หลายชั่วยามให้หลัง ก็มีเสียงแหวกอากาศดังแว่วมา เงาร่างสองสายร่อนลงจอดในหุบเขาแทบจะพร้อมๆกัน

“โอ้ มีมาถึงสามคนแล้วงั้นรึเนี่ย”

บุรุษที่เดินทางมาถึงทีหลัง กวาดสายตามองหลินเยี่ยนและคนอื่นๆที่อยู่ใต้ต้นไม้โบราณ

ยามเมื่อแลเห็นหลินเยี่ยน ก็ชะงักงันไปวูบหนึ่ง ผู้ฝึกยุทธ์ระดับปราณแท้จริงขั้นที่หกผู้หนึ่ง ก็สามารถก้าวเข้าสู่รัศมีสามจั้งได้ด้วยงั้นรึ?

และผู้คนมิน้อยในที่นั้น ในวินาทีนี้ก็ลืมตาขึ้น บนใบหน้าปรากฏรอยแห่งการเฝ้าชมดูเรื่องสนุกฉายชัด

เจียงมู่เพิ่งจะจากไป บี้เฉิงก็เดินทางมาถึงแล้ว บี้เฉิงก็เป็นผู้ที่มีนิสัยใจคอเผด็จการเช่นเดียวกัน มิแน่ว่าอาจจะมีเรื่องสนุกให้ชมดูอีกก็เป็นได้

ทว่าสิ่งที่ทำให้บรรดาผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์คาดมิถึงก็คือ บี้เฉิงเพียงแค่กวาดสายตามองสำรวจหลินเยี่ยนอยู่ครู่หนึ่ง

จากนั้นก็ก้าวเดินเข้าไปใกล้ต้นไม้โบราณชิงมู่ เลือกพื้นที่ว่างภายในรัศมีสามจั้งเพื่อนั่งลง

“หลงคิดว่าข้าเป็นพวกโง่เขลาเบาปัญญาที่ไร้ซึ่งสมองงั้นรึ?”

หลังจากที่บี้เฉิงนั่งลงแล้ว ในส่วนลึกของดวงตาก็มีแววหยามเยาะดูแคลนฉายชัด

ผู้ฝึกยุทธ์ระดับปราณแท้จริงขั้นที่หกผู้หนึ่งสามารถมานั่งอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ได้ อีกทั้งยังนั่งอยู่ใกล้กับต้นไม้โบราณปานนั้น ย่อมต้องมีสิ่งใดพิเศษพิสดารซ่อนอยู่อย่างแน่นอน

พื้นที่ภายในรัศมีสามจั้งก็หาใช่ว่าจะไม่มีพื้นที่ว่างเสียเมื่อไหร่ ตนเองจะไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนทำไมกัน

หนึ่งชั่วยามให้หลัง ก็มีผู้เดินทางมาถึงอีกหนึ่งคน

เช่นเดียวกัน สายตาหยุดชะงักอยู่ที่หลินเยี่ยนครึ่งค่อนวัน ท้ายที่สุดก็เลือกพื้นที่ว่างเพื่อนั่งลง

วันรุ่งขึ้น

มียอดฝีมือระดับปราณแท้จริงขั้นที่เจ็ดอีกหนึ่งท่านปรากฏตัวขึ้น

พื้นที่ภายในรัศมีสามจั้งของต้นไม้โบราณชิงมู่ ในยามนี้ถูกจับจองจนเต็มทั้งเจ็ดที่นั่งแล้ว

หลินเยี่ยนไม่ได้สนใจผู้อื่น

ในยามนี้สติสัมปชัญญะทั้งหมดของเขาล้วนจดจ่ออยู่กับกระบวนการหลอมรวมระหว่างพลังปราณและพลังงานธาตุไม้

คล้อยตามพลังงานธาตุไม้ที่ถูกพลังปราณหลอมรวมเข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆหลินเยี่ยนก็สามารถสัมผัสรับรู้ได้ว่าร่างกายของตนคล้ายจะมีความอ่อนไหวต่อพลังงานธาตุไม้ที่อยู่รอบด้านมากยิ่งขึ้น

บริเวณปากหุบเขา จางจั๋วและสตรีอีกท่านหนึ่งก็ก้าวเดินเข้ามา ส่วนเฮ่อซิงผู้นั้นกลับไม่ได้อยู่ด้วย

หลังจากผ่านพ้นการต่อสู้ระหว่างหลินเยี่ยนและฉู่เหิงในคราวก่อน จางจั๋วก็แยกทางกับเฮ่อซิงไปแล้ว

“พี่หลินอยู่ที่นั่นจริงๆด้วย”

ปรายตามองหลินเยี่ยนที่อยู่เบื้องล่างต้นไม้โบราณห่างออกไปมิไกลนัก จางจั๋วก็ลอบพึมพำเสียงเบาในใจ

ทว่ากลับไม่ได้เอ่ยปากร้องเรียกหลินเยี่ยนแต่อย่างใด เลือกพื้นที่ว่างในระยะห่างจากต้นไม้โบราณยี่สิบจั้ง เพื่อนั่งลงพร้อมกับสหาย

สองชั่วยามให้หลัง เงาร่างสามสายก็ปรากฏตัวขึ้น

พวกฉู่เหิงทั้งสามคนปรากฏตัวขึ้นที่บริเวณปากหุบเขา

ยามแลเห็นหลินเยี่ยนที่นั่งขัดสมาธิอยู่เบื้องล่างต้นไม้โบราณ มุมปากของฉู่เหิงก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกไหวเบาๆ

บุคคลทั้งหกที่อยู่เบื้องล่างต้นไม้โบราณ แม้จะมีระดับพลังเท่าเทียมกับเขาคือระดับปราณแท้จริงขั้นที่เจ็ด ทว่าเขากลับไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะสามารถเอาชนะผู้ใดผู้หนึ่งได้

กระทั่งทั้งหกท่านนี้ยังยินยอมให้หลินเยี่ยนพำนักอยู่ภายในนั้น ตนเองยังจะไปรนหาที่ตายเพื่อนำเอาสมบัติล้ำค่าไปประเคนให้หลินเยี่ยนอีกงั้นรึ

บรรดาผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในเหตุการณ์ ยามแลเห็นฉู่เหิงและฉีฮ่าว บนใบหน้าของหลายคนก็ปรากฏรอยแห่งความสนใจใคร่รู้ขึ้นมา

ชื่อเสียงของคนทั้งสองนี้ก็มิใช่น้อยๆเช่นเดียวกัน พวกเขาเฝรอคอยดูว่าฉู่เหิงและฉีฮ่าวจะเข้าไปแก่งแย่งชิงชัยพื้นที่กับทั้งเจ็ดท่านนั้นหรือไม่

และยิ่งคาดหวังให้คนทั้งสองลงมือจัดการกับผู้ฝึกยุทธ์วิถีกระบี่ที่อยู่ด้านในสุดผู้นั้นด้วยซ้ำ

น่าเสียดายที่ ความคาดหวังต้องพังทลายลง มิว่าจะเป็นฉู่เหิงหรือฉีฮ่าว ต่างก็ไม่มีความคิดเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย

สามชั่วยามให้หลัง ก็มีเงาร่างสายหนึ่งพุ่งทะยานแหวกอากาศมา ปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้าเบื้องหลังฝูงชน

“ดูท่าทางข้าคงจักมาสายไปสินะ พื้นที่ถูกจับจองไปจนหมดสิ้นแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนี้... ข้าก็ทำได้เพียงช่วงชิงมาสักที่หนึ่งแล้ว”

กวาดสายตามองคนทั้งเจ็ดที่อยู่เบื้องล่างต้นไม้โบราณ ชายหนุ่มผู้ถือทวนยาวก็ล็อกเป้าหมายไปที่หลินเยี่ยนในทันที

และบรรดาผู้คนในที่นั้น ก็พลันมีสีหน้าตื่นเต้นเร้าใจขึ้นมาในทันที

มาแล้ว ในที่สุดก็มีเรื่องสนุกให้ชมดูแล้ว

“พี่จี้ อย่าได้วู่วามไปเลย”

มิไกลนัก มีผู้หนึ่งหยัดยืนขึ้น รีบร้องตะโกนบอกกล่าวชายหนุ่มผู้ถือทวนยาวผู้นั้น

“บุคคลผู้นั้นเมื่อก่อนหน้านี้เพิ่งจะใช้กระบี่เดียวซัดเจียงมู่จนกระเด็นลอยละลิ่วไปเลยนะ”

เมื่อได้ยินผู้คนบอกกล่าวความจริงให้รับรู้ บรรดาผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ส่วนใหญ่ก็มีสีหน้าผิดหวังฉายชัด

เรื่องสนุกยังมิทันได้เริ่มต้นก็ต้องจบลงเสียแล้ว

จี้เซ่อเมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ มือที่กุมทวนยาวก็สั่นสะท้านไปวูบหนึ่ง รีบเบนสายตาหนีจากหลินเยี่ยนในทันที

ยอดฝีมือผู้ดุดันเกรี้ยวกราดที่สามารถซัดเจียงมู่จนกระเด็นลอยละลิ่วได้ในกระบี่เดียว ตนเองเกือบจะรนหาที่ตายไปประเคนชีวิตให้เสียแล้ว

ก็ว่าอยู่ว่ายอดฝีมือระดับปราณแท้จริงขั้นที่หกผู้หนึ่ง เหตุใดจึงสามารถไปนั่งอยู่ ณ สถานที่แห่งนั้นได้

ดูท่าทางในวันหน้าตนเองก็คงจักต้องคิดพิจารณาให้รอบคอบก่อนลงมือกระทำการใดๆเสียแล้ว

จบบทที่ บทที่ 310 พิจารณาให้รอบคอบก่อนลงมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว