เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 227 เหลืองอร่ามชุ่มน้ำมัน กลิ่นเนื้อโชยเตะจมูก

บทที่ 227 เหลืองอร่ามชุ่มน้ำมัน กลิ่นเนื้อโชยเตะจมูก

บทที่ 227 เหลืองอร่ามชุ่มน้ำมัน กลิ่นเนื้อโชยเตะจมูก


บทที่ 227 เหลืองอร่ามชุ่มน้ำมัน กลิ่นเนื้อโชยเตะจมูก

"หงส์เพลิงในตำนานยุคโบราณ? ถึงกับปรากฏตัวขึ้นในคฤหาสน์ของคุณชายเหวยเลยหรือ?"

เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า พวกของผู้วิเศษหุนหยวนและผู้วิเศษไท่เวยต่างพากันเนื้อตัวหนาวเยือก หนังศีรษะชาหนึบ ร่างกายกลายเป็นหินไปโดยสมบูรณ์

ผู้ที่สร้างความวุ่นวายในคฤหาสน์ของคุณชายเหวย... ที่แท้กลับเป็นหงส์เพลิงสองตัวอย่างนั้นหรือ?

ทุกคนต่างทอดสายตามองดูหงส์เพลิงที่บินข้ามผืนฟ้าไปในระยะไกล ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดผวา รู้สึกราวกับสามัญสำนึกและโลกทัศน์กำลังจะพังทลายลงมา

นั่นคือสัตว์เทพในตำนานเทพปกรณัมยุคโบราณเชียวนะ!

และในตำนานยุคโบราณ สัตว์เทพประเภทนี้เป็นตัวตนที่แม้กระทั่งเซียนก็ยังต้องหวาดเกรงและหลีกเลี่ยง

คิดไม่ถึงเลยว่าสิ่งมีชีวิตในตำนานเช่นนี้จะมาปรากฏอยู่ในคฤหาสน์ของคุณชายเหวย แถมการเปิดตัวยังน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้

ผู้วิเศษหุนหยวนแทบอยากจะกระอักเลือดออกมาจริงๆ เมื่อครู่นี้เขายังลั่นวาจาสาบานอย่างหนักแน่นว่าจะไปสับปีศาจที่ก่อเรื่องให้เป็นชิ้นๆ ราคาคุยนี้ช่างยิ่งใหญ่เกินไปแล้ว

"นั่น... นั่น... นั่นคือหงส์เพลิงจริงๆ หรือคะ?"

ริมฝีปากของอวิ๋นเสวี่ยสั่นระริก รู้สึกราวกับพูดไม่ออกอีกต่อไป ภาพเหตุการณ์นี้ช่างน่าสั่นสะท้านใจเหลือเกิน

เพียงอาศัยกลุ่มควันรูปเห็ดที่พุ่งทะยานขึ้นมาจากฝั่งฟาร์มเมื่อครู่นี้ รวมทั้งพลังงานอันบ้าคลั่งที่ม้วนตลบเข้ามา ก็สามารถยืนยันได้แล้วว่า หงส์เพลิงทั้งสองตัวนั้นเป็นตัวตนในระดับราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน

หากไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง นางย่อมไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด ว่าบนทวีปจงโจวแห่งนี้จะยังคงมีสัตว์เทพยุคโบราณอย่างหงส์เพลิงหลงเหลืออยู่จริงๆ

"นั่นคือสัตว์อสูรวิญญาณสองตัว ไม่ใช่สัตว์เทพ!" ผู้วิเศษไท่เวยเอ่ยเตือนด้วยความสับสนระคนสงสัย

ทว่าต่อให้เป็นเพียงสัตว์อสูรวิญญาณ บารมีอันแข็งแกร่งเกรียงไกรถึงขีดสุดนั้นก็น่าสะพรึงกลัวมากพออยู่แล้ว

สัตว์อสูรวิญญาณก็อยู่ในระดับราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่แล้ว หากพวกมันลอกคราบกลายเป็นสัตว์เทพขึ้นมาจริงๆ พละกำลังจะแข็งแกร่งกล้าหาญไปถึงระดับใด?

ภายในใจของเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ไม่กล้าที่จะขบคิดต่อไปอีก เรื่องนี้มันเหนือกว่าขอบเขตความรับรู้ของพวกเขาไปไกลโข

ภายในใจของทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง ภาพเหตุการณ์ที่หงส์เพลิงสองตัวบินข้ามขอบฟ้าไปเมื่อครู่นี้ ช่างน่าสั่นสะท้านใจยิ่งนัก ทำเอาพวกเขาจดจำไปจนชั่วชีวิตจนไม่อาจลืมเลือน

ภายในคฤหาสน์ของคุณชายเหวย ตกลงยังมียอดคนในระดับนี้ซ่อนอยู่อีกมากเท่าใดกันแน่?

คิดไม่ได้ ไม่กล้าคิด คฤหาสน์ของคุณชายเหวย ช่างลึกลับยากแท้หยั่งถึงจริงๆ!

"กระแอม... ผู้วิเศษหุนหยวน... ท่านยังจะไปกำจัดปีศาจผดุงธรรมอยู่ไหมครับ? ลงมือตอนนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่สุดเลยนะ"

ผู้วิเศษไท่เวยยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าประหลาด จ้องมองผู้วิเศษหุนหยวน ท่าทางนั้นราวกับกำลังรอคอยให้เขาพุ่งตัวออกไปกำจัดปีศาจผดุงธรรมก็ไม่ปาน

ชั่วพริบตา ใบหน้าชราภาพของผู้วิเศษหุนหยวนก็มืดมนลงทันควัน ภายในใจรู้สึกอึดอัดระทมทุกข์เป็นล้นพ้น

นั่นมันคือยอดคนระดับราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่สองตัวเชียวนะ!

ตัวเขาเป็นเพียงขอบเขตหลอมรวมความว่างเปล่า  เท่านั้น หากพุ่งออกไปตอนนี้ เขาจะยังสามารถรอดชีวิตกลับมาได้อีกหรือ?

ยิ่งไปกว่านั้น นั่นคือหงส์เพลิงสองตัวนะ สัตว์เทพในตำนานยุคโบราณ!

ต่อให้ไม่ใช่สัตว์เทพยุคโบราณที่แท้จริง แต่เพียงอาศัยคลื่นกลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวพวกมัน นั่นก็คือระดับราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่แล้ว

จะให้เขาไปท้าดวลตัวต่อตัวกับหงส์เพลิงระดับราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่สองตัวเนี่ยนะ?

นั่นมันแตกต่างจากการรนหาที่ตายตรงไหนกัน?

และเขามั่นใจเป็นอย่างยิ่ง ขอเพียงเขาบังอาจพุ่งตัวขึ้นไป ย่อมต้องถูกเผาจนแหลกเหลวเป็นจุณอย่างแน่นอน

"นั่นมันอะไรกันคะ?" ในเวลานั้นเอง ทันใดนั้นอวิ๋นเสวี่ยก็กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ

ทุกคนรีบเงยหน้าขึ้นมองตาม ทว่าเห็นกลางห้วงอากาศ มีวัตถุชิ้นหนึ่งที่ถูกโอบล้อมไปด้วยเปลวเพลิง ร่วงหล่นลงมาจากสรวงสวรรค์

"ตู้ม!"

ผืนดินทั่วทั้งบริเวณสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ผืนดินถูกวัตถุชิ้นนี้กระแทกจนปริแตกออกจากกัน เศษหินดินทรายพุ่งกระจายขึ้นสู่ม่านเมฆ

คนทั้งสี่เพ่งสายตามองจ้องไป ทั่วทั้งใบหน้าต่างเผยสีหน้าประหลาดใจออกมาพร้อมกัน

ที่แท้วัตถุที่ถูกเปล่งประกายไฟโอบล้อมเอาไว้ชิ้นนี้ กลับเป็นราชันหนูเหินเวหาผู้มีชื่อเสียงเกรียงไกรนั่นเอง

ทว่าบัดนี้ราชันหนูเหินเวหาช่างอนาถแท้ ทั่วทั้งร่างมีควันสีเขียวลอยโขมง ถูกเผาจนแยกเขี้ยวครางซี้ด เนื้อหนังปริแตกไหม้เกรียม

มันนอนขดตัวอยู่บนพื้น สภาพราวกับกำลังจะสิ้นลมหายใจ ขาทั้งสองข้างสั่นระริกไม่หยุด ภายในดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดขีด

เมื่อได้เห็นราชาปีศาจผู้มีชื่อเสียงเกรียงไกรสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งทวีปจงโจวตนนี้ ผู้วิเศษไท่เวยและผู้อาวุโสทั้งสองท่านรู้สึกราวกับลำคอถูกบีบรัด เกิดความรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

นั่นคือราชันหนูเหินเวหานะ ครั้งหนึ่งเคยเป็นฝันร้ายของผู้บำเพ็ญเพียรนับไม่ถ้วน ตัวตนเทียบเท่ากับยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมความว่างเปล่าเลยทีเดียว

ทว่าบัดนี้พวกเขากลับเห็นสิ่งใดกัน? ราชาปีศาจตนนี้ถึงกับแปรสภาพกลายเป็นหนูนาปิ้งไปเสียแล้ว!

หรือว่านี่จะเป็นฝีมือของหงส์เพลิงสองตัวเมื่อครู่นี้? ราชาปีศาจตนหนึ่งถึงกับถูกจัดการจนกลายเป็นสภาพเช่นนี้ได้อย่างง่ายดายเชียวหรือ?

ตัวตนในระดับราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ ช่างน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน เหลือเชื่อจริงๆ

เพียงแต่ก็ไม่รู้ว่าราชันหนูเหินเวหาไปล่วงเกินยอดคนท่าไหน ถึงได้ถูกกักขังไว้ในคฤหาสน์ และต้องเผชิญกับจุดจบอันน่าเวทนาถึงเพียงนี้

"พวกเรายังคงต้องระมัดระวังตัวให้มาก จำไว้ให้มั่นว่าห้ามทำให้ยอดคนเกิดความไม่พอใจเด็ดขาด มิเช่นนั้นจุดจบย่อมยากจะคาดเดาได้"

เมื่อเห็นจุดจบอันน่าเวทนาของราชันหนูเหินเวหาในเวลานี้ พวกของผู้วิเศษไท่เวยและเทพธิดาแห่งกงเต้าต่างพากันนิ่งอึ้งตาค้าง กลายเป็นไก่ตาแตกไปหมดแล้ว

"ราชันหนูเหินเวหา? เจ้าหมอนี่ไปกวนโมโหหงส์เพลิงสองตัวนั้นท่าไหนเข้าล่ะเนี่ย?"

เหวยเจิ้งเดินมานั่งยองๆ อยู่ด้านข้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เป็นไปตามคาด เจ้าหมอนี่ต้องถูกรัศมีปัญญาอ่อนครอบงำอยู่ชัวร์ๆ

"อ๊ากกก... ราชาผู้นี้อยากจะร้องไห้เหลือเกิน!"

ราชันหนูเหินเวหาเศร้าโศกเสียใจยิ่งนัก ถูกเล่นงานจนแทบจะขย้อนเอาอาหารเมื่อคืนออกมาอยู่แล้ว

เมื่อครู่นี้พวกมันเห็นชัดๆ ว่าเป็นเพียงไก่ตัวเล็กๆ สองตัวเท่านั้นเอง!

ทว่าจนถึงตอนนี้มันก็ยังไม่เข้าใจ ว่าไก่ตัวเล็กๆ สองตัวนั้น ไฉนจู่ๆ ถึงได้กลายร่างเป็นหงส์เพลิงสองตัวไปได้

ยามที่มันเพิ่งจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้ หงส์เพลิงสองตัวนั้นก็ระเบิดพายุเพลิงอันน่าสะพรึงกลัวออกมา ม้วนตลบไปทั่วฟ้าดิน

ยังไม่ทันรอให้มันจับต้นชนปลายถูกว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น ก็ถูกพายุเพลิงอันท่วมท้นบดบังฟ้านี้กลืนกินเข้าไป ราวกับหมูหันที่ถูกย่าง ไฟเผาจนทั่วทั้งร่างของมันเหลืองอร่ามชุ่มน้ำมัน กลิ่นเนื้อย่างโชยเตะจมูกขึ้นมาในทันที

ต้องทราบว่า นับตั้งแต่พายุเพลิงระเบิดขึ้นจนถึงตอนนี้ มันผ่านพ้นไปเพียงแค่สองอึดใจเท่านั้นเอง มันก็ถูกเผาจนกลายเป็นหนูนาปิ้งเสียแล้ว

จากนั้นก็ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นด้านหน้าศาลาพักร้อนอย่างเปิดเผยเช่นนี้

แรงกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ ต่อให้มันจะเป็นถึงราชันหนูเหินเวหาก็แทบจะแบกรับไม่ไหว แทบจะสิ้นใจสิ้นลมไปตรงนั้น

จบบทที่ บทที่ 227 เหลืองอร่ามชุ่มน้ำมัน กลิ่นเนื้อโชยเตะจมูก

คัดลอกลิงก์แล้ว