เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 172 สุราชั้นเลิศกลิ่นหอมเข้มข้น

บทที่ 172 สุราชั้นเลิศกลิ่นหอมเข้มข้น

บทที่ 172 สุราชั้นเลิศกลิ่นหอมเข้มข้น


บทที่ 172 สุราชั้นเลิศกลิ่นหอมเข้มข้น

"นี่กำลังทำสิ่งใด หรือว่าที่นี่ของเขาจะมีสุราจุ้ยเซียนอยู่ด้วยกระมัง" หนิงเซียนเอ๋อร์เผยสีหน้าประหลาดใจออกมาในทันที

"หึหึ... อีกเดี๋ยวเจ้าก็รู้แล้ว" ฉินม่านเห็นดังนั้น ทันใดนั้นดวงตาทั้งสองข้างก็สว่างวาบ

"ศิษย์น้องเซียนเอ๋อร์ อีกประเดี๋ยวเจ้าอย่าตกใจจนลูกตาแทบจะร่วงหล่นลงมาเสียล่ะ" ฉินซานเลียริมฝีปาก ใบหน้าเต็มไปด้วยความปีติยินดีอย่างบ้าคลั่ง

"หรือว่าเขาจะมีสุราจุ้ยเซียนอยู่จริงๆ" หนิงเซียนเอ๋อร์พบว่านางยิ่งมองพี่ชายผู้นี้ไม่ออกมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

นับตั้งแต่เข้ามาในคฤหาสน์เป็นต้นมา ทุกสิ่งที่เหวยเจิ้งแสดงออกมา ล้วนเกินกว่าจินตนาการของนางไปไกลแล้ว

ดังนั้นต่อการกระทำของเหวยเจิ้ง ภายในใจของหนิงเซียนเอ๋อร์จึงมีความคาดหวังที่อธิบายไม่ถูกเพิ่มขึ้นมาสายหนึ่ง

ชั่วพริบตา เหวยเจิ้งก็อุ้มสุรามาหนึ่งไหเดินเข้ามา เพียงแต่ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อน ไหสุรายังถูกปิดผนึกด้วยโคลนอยู่

"นี่คือสุราชั้นเลิศกลิ่นหอมเข้มข้นที่ข้าใช้ข้าวฟ่าง ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวสาลี และข้าวโพดเป็นวัตถุดิบ ผ่านขั้นตอนการหมักบ่มกว่าสามสิบขั้นตอน เนื่องจากวัตถุดิบมีเพียงพอ ดังนั้นสุราชุดนี้จึงมีกลิ่นหอมยาวนาน รสชาติกลมกล่อม รอหลังจากดื่มแล้วพวกเจ้าก็จะรู้เอง"

เหวยเจิ้งหัวเราะ กล่าวกับพวกเต๋อหยวนจื่อเช่นนี้

"กว่าสามสิบขั้นตอนเลยหรือ ฟังดูแล้วก็เหมือนจะดีไม่น้อยเลยนะ"

อวิ๋นโม่ไม่เห็นด้วยนัก ลอบแค่นเสียงเย็นชาหนึ่งเสียง

"คุณชายเหวย ข้ามาช่วยท่านเอง"

ฉินซานรีบลุกขึ้น ก้าวไปเบื้องหน้ารับไหสุราในมือของเหวยเจิ้งมาโดยตรง จากนั้นก็เคาะโคลนที่ปิดผนึกออกอย่างคล่องแคล่ว

ทันใดนั้น กลิ่นหอมอันเข้มข้นขุมหนึ่ง ก็กวาดพัดไปทั่วทั้งศาลาพักร้อนในชั่วพริบตา

นั่นคือกลิ่นหอมของสุราอันยอดเยี่ยมที่ไม่อาจใช้คำพูดมาบรรยายได้ ราวกับคลื่นยักษ์ที่ถาโถมเติมเต็มไปทั่วทั้งศาลาพักร้อนก็ไม่ปาน

ในวินาทีนี้ ทุกคนล้วนแข็งทื่อไปแล้ว

กระทั่งเหวยหนิงที่ไม่ชอบดื่มสุรามากที่สุด ในเวลานี้ก็ยังอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

กลิ่นหอมของสุราที่ยอดเยี่ยมจนถึงขีดสุดชนิดนั้นราวกับภูตพรายก็ไม่ปาน พวยพุ่งเข้าสู่จมูกของนางอย่างไม่ปิดบังแม้แต่น้อย

ยังไม่ทันเริ่มดื่มสุรา นางก็รู้สึกเบาหวิวไปทั้งร่าง มีความรู้สึกราวกับจะเมามายล้มพับไปเพราะสิ่งนี้

ส่วนอวิ๋นโม่ ในเวลานี้สีหน้าบนใบหน้าแข็งค้างไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว ภายในดวงตาพลุ่งพล่านไปด้วยสีหน้าสั่นสะเทือนใจอย่างเข้มข้น

"สุราเซียน! ถึงกับเป็นสุราเซียน!"

กลิ่นหอมชนิดนี้ไม่มีทางผิดแน่ สุราเซียนที่เต๋อหยวนจื่อนำกลับไปในวันนั้น ก็คือกลิ่นหอมชนิดนี้

กระทั่งกลิ่นหอมที่เอ่อล้นออกมาจากสุราชั้นเลิศไห่นี้ในตอนนี้ ยังเข้มข้นกว่าสุราเซียนที่เต๋อหยวนจื่อนำกลับไปเสียอีก ดมดูแล้วยิ่งยอดเยี่ยมมากยิ่งขึ้น

นี่คือราชันในหมู่สุราชั้นเลิศ คล้ายกับสามารถควบคุมทุกสรรพสิ่ง จุติลงมาด้วยกลิ่นอายที่มองข้ามใต้หล้า

เพียงแค่เปิดไห แต่กลิ่นหอมของสุราที่แผ่ซ่านออกมา ก็ทำให้บริเวณโดยรอบกลายเป็นสรวงสวรรค์บนดินไปแล้ว

กระทั่งพวกเขายังรู้สึกว่า ต่อให้เป็นสรวงสวรรค์ ก็ยังไม่แน่ว่าจะมีสุราชั้นเลิศที่ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้

"ฮ่าฮ่าฮ่า... หอมมาก เปิดไหหอมฟุ้งไปสิบลี้ ยังไม่ทันดื่มคนก็เมามายเสียก่อนแล้ว!"

เต๋อหยวนจื่อตื่นเต้นจนทั่วทั้งร่างสั่นเทา ดวงตาทั้งสองข้างพวยพุ่งประกายแสงอันร้อนแรงออกมา น้ำลายแทบจะไหลยืดออกมาแล้ว

พวกฉินม่านล้วนอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอแล้ว กลิ่นหอมขุมนี้ช่างเย้ายวนใจเกินไปแล้วจริงๆ

หนิงเซียนเอ๋อร์ยังนึกว่าเป็นเพียงสุราธรรมดาทั่วไป แต่ทว่าเมื่อกลิ่นหอมขุมนี้กวาดพัดออกมา หนิงเซียนเอ๋อร์ก็อดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สามารถกล่าวได้อย่างหนักแน่นเลยว่า สุราที่เหวยเจิ้งนำออกมาในตอนนี้ สามารถทิ้งห่างสุราจุ้ยเซียนไปได้หลายช่วงถนนอย่างแน่นอน

"เป็นสุราที่ท่านหมักบ่มขึ้นมาจริงๆ หรือ ท่านเรียนรู้วิธีการหมักบ่มสุราตั้งแต่เมื่อใดกัน" หนิงเซียนเอ๋อร์สูดอากาศเข้าปอดลึกๆ เอ่ยถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสั่นสะเทือนใจ

"เป็นวิธีการหมักบ่มสุราที่ข้าเรียนรู้มาจากตำรับโบราณแผ่นหนึ่ง ว่ากันว่าเป็นมรดกตกทอดที่หลงเหลือมาจากราชวงศ์ใดราชวงศ์หนึ่ง สามารถเทียบเคียงได้กับน้ำจัณฑ์หยกแห่งตำหนักเซียนยุคโบราณ แต่ทว่ามันใช้ข้าวฟ่าง ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวสาลี และข้าวโพดเป็นวัตถุดิบหลัก ดังนั้นข้าจึงตั้งชื่อว่าสุราอู่เหลียง"

"หึหึ... สุราอู่เหลียง? สุราที่ท่านหมักบ่มขึ้นมาถึงกับเรียกว่าสุราอู่เหลียง..." หนิงเซียนเอ๋อร์ในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

แต่ทว่าวินาทีต่อมา รอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็พลันแข็งค้าง ลุกพรวดขึ้นมาในทันที จ้องมองเหวยเจิ้งเขม็ง ร้องอุทานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "สุรานี้คือ... สุราอู่เหลียง!"

อวิ๋นโม่ก็มีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงเช่นกัน จ้องมองเหวยเจิ้งเขม็ง "หรือว่าจะเป็นสุราเซียนที่อาจารย์อาเต๋อหยวนจื่อนำกลับไปกระมัง"

"จริงหรือ" หนิงเซียนเอ๋อร์เบิกตากลมโตทั้งสองข้างกว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

พี่ชายถึงกับเป็นยอดคนที่หมักบ่มสุราเซียนผู้นั้นหรือ

นี่จะเป็นไปได้อย่างไร

ในความทรงจำของนาง เหวยเจิ้งเป็นเพียงคุณชายเจ้าสำราญที่ไม่เอาถ่าน อีกทั้งยังเป็นปุถุชนที่ไม่อาจบำเพ็ญเพียร

แต่นางคาดไม่ถึงแม้ในความฝันเลยว่า เหวยเจิ้งถึงกับเป็นยอดคนที่หมักบ่มสุราเซียนออกมา

ทันใดนั้นนางก็นึกขึ้นมาได้ว่า ตั้งแต่กระดิ่งลมดอกบัว ยาวิเศษหญ้าเซียนเต็มลานเรือน ไปจนถึงอาหารเต็มโต๊ะและสุราเซียน

ของทุกสิ่งทุกอย่างของที่นี่ หากแพร่งพรายออกไปสู่ภายนอก ล้วนเพียงพอที่จะก่อให้เกิดพายุคาวเลือดขึ้นมาได้

เพียงแค่อาศัยจุดนี้ก็สามารถพิสูจน์ได้แล้วว่า เหวยเจิ้งไม่ใช่แบบที่พวกเขามองเห็นอย่างแน่นอน ไม่ใช่ปุถุชนธรรมดาทั่วไปอย่างเด็ดขาด

มิฉะนั้นยาวิเศษหญ้าเซียนเต็มลานเรือนเหล่านั้น และสุราเซียนไห่นี้ ควรจะอธิบายอย่างไร

"หึหึ ข้าก็คือยอดคนหมักบ่มสุราผู้นั้นแหละ!"

"ประหลาดใจหรือไม่ คาดไม่ถึงเลยใช่หรือไม่"

ต่อปฏิกิริยาของเหวยหนิง เหวยเจิ้งพึงพอใจเป็นอย่างมาก ตอนนี้ในที่สุดก็ตระหนักได้แล้วใช่หรือไม่ว่า พี่ชายของเจ้าอย่างข้าก็ไม่นับว่าเป็นคนไร้ค่ามากนักกระมัง

ต่อให้ข้าไม่อาจบำเพ็ญเพียร แต่อย่างน้อยก็เป็นยอดคนที่หมักบ่มสุราเซียนออกมาได้นะ!

เหวยเจิ้งหัวเราะด้วยความหลงระเริงในชื่อเสียง แม้ว่ายอดคนหมักบ่มสุราจะไม่นับเป็นสิ่งใด แต่ทว่าเมื่อกล่าวออกไปอย่างน้อยก็สามารถข่มขวัญผู้คนได้ไม่ใช่หรือ

ภายในดวงตาของเหวยหนิงเต็มไปด้วยความปีติประหลาดใจและความตื่นเต้น จากนั้นก็ยกจอกสุราขึ้นมา ดื่มรวดเดียวจนหมด

สุราชั้นเลิศที่เผ็ดร้อนทว่าให้ความรู้สึกสบายใจ ราวกับเปลวเพลิงที่กลืนกินจิตวิญญาณของเหวยหนิงก็ไม่ปาน และยังปกปิดความหวั่นไหวที่ไม่สงบภายในใจของนางไว้อีกด้วย

การมีความสำเร็จถึงเพียงนี้ สำหรับปุถุชนคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าจะเป็นโชคหรือเป็นเคราะห์...

จบบทที่ บทที่ 172 สุราชั้นเลิศกลิ่นหอมเข้มข้น

คัดลอกลิงก์แล้ว