- หน้าแรก
- แหกคุกนรกหมายเลขศูนย์หวนคืนสู่เมืองหลวงอีกครั้ง
- บทที่ 25 - รับสุนัขรับใช้
บทที่ 25 - รับสุนัขรับใช้
บทที่ 25 - รับสุนัขรับใช้
โจวเทียนหาวมีฉายาว่าหมัดเหล็กไร้เทียมทาน เคล็ดวิชาที่เขาภาคภูมิใจที่สุดก็คือกำปั้นเหล็กคู่นี้
และในเวลานี้กระบวนท่าที่เขาใช้ระเบิดพลังออกมามีชื่อว่าหมัดทลายทอง!
หมัดทลายทองเป็นกระบวนท่าที่โหดเหี้ยมดุดัน มันจะบีบอัดพลังลมปราณและเลือดเนื้อทั่วร่างให้มารวมกันที่จุดเดียวในเวลาอันสั้น จากนั้นก็ระเบิดออกอย่างฉับพลัน พลังทำลายล้างของมันจึงน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
ที่สำคัญคือมันยากที่จะป้องกัน
คู่ต่อสู้แทบจะหลบหลีกไม่ได้และมักจะพ่ายแพ้บาดเจ็บอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หากถูกโจมตีอย่างกะทันหัน
การที่โจวเทียนหาวแกล้งทำเป็นยอมจำนนมาตลอดก็เพื่อรวบรวมพลังเตรียมใช้กระบวนท่าสังหารที่โหดเหี้ยมนี้!
แม้ว่ากระบวนท่านี้จะมีผลข้างเคียงที่รุนแรงและส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างมหาศาลก็ตาม
แต่ในเวลานี้เขาไม่สนอะไรอีกแล้ว
"ปัง!"
หมัดที่ทรงพลังและน่าหวาดหวั่นถูกปล่อยออกไป
แต่ทว่าในวินาทีต่อมาโจวเทียนหาวกลับรู้สึกเหมือนกำปั้นของเขาถูกอะไรบางอย่างรัดแน่นจนขยับไม่ได้
เมื่อมองดูให้ชัดเขาก็ต้องตกตะลึงจนหน้าถอดสี
กำปั้นของเขาถูกต้วนหลิงเซียวคว้าเอาไว้แน่นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"หมัดเหล็กไร้เทียมทานงั้นหรือ? งั้นก็ขยี้หมัดเหล็กคู่นี้ทิ้งซะก็สิ้นเรื่อง"
ต้วนหลิงเซียวกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ฝ่ามือออกแรงบีบ
พริบตาเดียวกำปั้นของโจวเทียนหาวก็สัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่ไม่อาจต้านทานได้
พลังนั้นแล่นพล่านไปตามแขนของเขาและในชั่วพริบตาแขนของเขาก็บิดเบี้ยวราวกับเกลียวเชือก
บิดเบี้ยวจนเป็นรูปทรงก้นหอย
กร๊อบ กร๊อบ ...
เสียงกระดูกแตก เส้นเอ็นขาด และเนื้อหนังฉีกขาด
ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โจวเทียนหาวกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
พริบตาต่อมา
ต้วนหลิงเซียวเตะเข้าที่ท้องของโจวเทียนหาว ทำลายจุดตันเถียนของเขาโดยตรง ทำให้พลังลมปราณในร่างไม่อาจไหลเวียนได้อีกต่อไป กลายเป็นคนพิการอย่างสมบูรณ์
"ซี๊ด ... "
ทุกคนสูดลมหายใจเข้าลึก
ต่างตกตะลึงจนเบิกตาโพลงและตัวสั่นเทา
"ตุ้บ!"
"ตุ้บ!"
" ... "
เจ้าเฮยหู่คุกเข่าลงกับพื้นเป็นคนแรก
เกาเต๋อเย่ารีบคุกเข่าตามทันที
ใบหน้าของพวกเขาซีดเผือด เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผาก ริมฝีปากสั่นระริก
"พวกแกจะเอายังไง ว่ามาสิ!"
ต้วนหลิงเซียวยืนมองจากเบื้องบนราวกับเทพเจ้า
ทุกคนตัวสั่นเทาหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว
"เป็นเพราะพวกแกสองคนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงแท้ๆ!!"
"นังแพศยา วันๆ เอาแต่ยั่วผู้ชาย แกจะร่านอะไรนักหนา!!"
"แล้วก็แกไอ้สวะอวดดี วันๆ เอาแต่ใช้ชื่อฉันไปหลอกลวงชาวบ้าน ทำตัวกร่างไม่เข้าเรื่อง แกอยากตายนักใช่ไหม!!"
"แยกแยะไม่ออกหรือไงว่าใครควรล่วงเกินใครไม่ควรล่วงเกิน ไปตายซะ!!"
เจ้าเฮยหู่ลุกขึ้นมาอย่างกะทันหันพร้อมกับประเคนทั้งหมัดทั้งเท้าใส่เจ้ากั๋วเฟิงและเจ้าเมิ่งหรู
ทั้งสองคนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดแต่ในใจกลับนึกเยาะเย้ยการกระทำของเจ้าเฮยหู่
พวกเราแยกแยะไม่ออกงั้นหรือ?
แล้วลุงแยกแยะออกหรือไง?!
ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองชัดๆ!
มาทำเป็นเก่งอะไรตอนนี้!
แต่พวกเขาก็ไม่กล้าพูดออกไป
ขืนพูดไปมีแต่จะโดนซ้อมหนักกว่าเดิม
"เจ้ากั๋วเฟิง เจ้าเมิ่งหรู ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปพวกแกไปตามเวรตามกรรมซะ ไม่ใช่คนของตระกูลเจ้าอีกต่อไป!"
ผ่านไปเนิ่นนานเจ้าเฮยหู่ก็หยุดมือ
เขาเช็ดเหงื่อที่โชกเต็มหัว
มองดูเจ้ากั๋วเฟิงและเจ้าเมิ่งหรูที่ถูกซ้อมจนสะบักสะบอมผิดรูปผิดร่างแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"คุณลุง อย่าทำแบบนี้เลยครับ!"
ทั้งสองคนหน้าถอดสีหวาดกลัวจนถึงขีดสุด
หากสูญเสียร่มโพธิ์ร่มไทรอย่างเจ้าเฮยหู่ไป ต่อไปพวกเขาจะเอาความกล้าที่ไหนไปทำตัวกร่างอีก?
ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขามีล้วนเป็นเพราะบารมีของเจ้าเฮยหู่ทั้งสิ้น
หากสูญเสียมันไปพวกเขาจะต้องตกต่ำลงไปอยู่ก้นบึ้งและไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้อีกเลย!
"ไสหัวไป! ถ้ากล้าพูดอีกคำเดียวฉันจะหักแขนหักขาพวกแกซะ!"
เจ้าเฮยหู่หน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะคั้นน้ำออกมาได้
ทั้งสองคนหน้าซีดเผือดไม่กล้าปริปากอีกแม้แต่คำเดียว
จากนั้น
เจ้าเฮยหู่ก็เปลี่ยนสีหน้าทันที หันมาส่งยิ้มประจบประแจงให้ต้วนหลิงเซียว
"ลูกพี่ แบบนี้พอใช้ได้ไหมครับ? สองคนนี้ตาบอดมาล่วงเกินท่าน ผมจัดการสั่งสอนพวกมันให้แล้ว"
"ลูกพี่เห็นแก่เรื่องนี้ช่วย ... ปล่อยผมไปได้ไหมครับ?"
เจ้าเฮยหู่เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
"หืม?"
ต้วนหลิงเซียวมองด้วยสายตาขบขันและไม่ตอบรับ
"ละ ... ลูกพี่ อย่าโกรธไปเลยครับ อย่าเพิ่งโกรธ! ผมยินดีจ่ายค่าชดเชย สามสิบล้านทั้งหมด ... ไม่สิ หนึ่งร้อยล้าน! ผมยินดีจ่ายหนึ่งร้อยล้าน!"
เจ้าเฮยหู่รีบพูดขึ้น
"ชีวิตแกมีค่าแค่ร้อยล้านงั้นหรือ?"
"ฆ่าแกทิ้งฉันก็ยึดสมบัติของแกได้ทั้งหมดอยู่ดี!"
ต้วนหลิงเซียวแค่นหัวเราะ
"ลูกพี่ไว้ชีวิตด้วย!"
เจ้าเฮยหู่หวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจ
เขารีบคุกเข่าโขกหัวขอร้องอีกครั้ง
เพราะสิ่งที่ต้วนหลิงเซียวพูดคือความจริง
บนโลกใบนี้เนื่องจากการมีอยู่ของผู้ฝึกยุทธ์ ระบบกฎหมายจึงมีสองมาตรฐาน
มาตรฐานหนึ่งสำหรับคนธรรมดา
อีกมาตรฐานหนึ่งสำหรับผู้ฝึกยุทธ์
ต้วนหลิงเซียวเป็นผู้ฝึกยุทธ์ กฎหมายธรรมดาย่อมไม่อาจเอาผิดเขาได้
เจ้าเฮยหู่มาล่วงเกินต้วนหลิงเซียวก็มีแต่ต้องยอมรับชะตากรรม!
"ฉันให้แกเลือกสองทาง"
"ทางแรก ฆ่าตัวตายซะ"
เจ้าเฮยหู่หนังตากระตุกรีบตอบกลับ "ผมเลือกทางที่สองครับ!"
"ทางที่สอง ฆ่าโจวเทียนหาวซะ แล้วยกอำนาจทั้งหมดของแกมาอยู่ใต้สังกัดฉัน"
ต้วนหลิงเซียวกล่าวอย่างเรียบเฉย
พวกสุนัขรับใช้แบบนี้ฆ่าไปก็เท่านั้น
แต่การเก็บสุนัขรับใช้แบบนี้ไว้ใช้งานย่อมมีประโยชน์มากกว่า
"เรื่องนี้ ... "
เจ้าเฮยหู่เกิดความลังเลขึ้นมาทันที
หากไม่ฆ่าโจวเทียนหาว วันนี้เขาคงไม่รอดแน่
แต่ถ้าฆ่าโจวเทียนหาว ต่อไปเขาก็ต้องยอมเป็นลูกน้องเดินตามหลังต้วนหลิงเซียวตลอดไป
ต่อให้กระโดดลงแม่น้ำฮวงโหก็ล้างความผิดไม่หมด
เพราะเผิงเชียนเฮ่ออาจารย์ของโจวเทียนหาวนั้นเป็นตัวอันตราย
"ความอดทนของฉันมีจำกัดนะ"
"สาม!"
"สอง!"
ต้วนหลิงเซียวเริ่มนับถอยหลังทันที
หากเจ้าเฮยหู่ยังมัวลังเลเขาก็จะส่งมันไปลงนรกซะ
"ฉึก!"
เจ้าเฮยหู่ชักมีดสั้นออกมาแทงเข้าที่หัวใจของโจวเทียนหาวอย่างแรงแล้วบิดสุดแรง!
โจวเทียนหาวเบิกตาโพลนกัดฟันกรอด ความตายที่มาเยือนทำให้เขารู้สึกว่าทุกอย่างมันช่างไร้สาระราวกับความฝัน
"หึ วันนี้ข้าพ่ายแพ้แล้ว แต่พวกแกฆ่าข้า ก็จงรอให้อาจารย์ของข้ามาแก้แค้นเถอะ!"
พูดจบเขาก็สิ้นใจตาย
"ลูกพี่ ต่อจากนี้ไปหอพยัคฆ์ดำจะเชื่อฟังคำสั่งของท่านแต่เพียงผู้เดียว!"
เจ้าเฮยหู่เหลือบมองศพของโจวเทียนหาว เลิกทิ้งความลังเลและคุกเข่าลงอย่างเด็ดเดี่ยวพร้อมกับกล่าวอย่างหนักแน่น
เกาเต๋อเย่าที่หมอบอยู่บนพื้นก็รีบโขกหัวเสียงดังสนั่นเช่นกัน
"ดีมาก ตราบใดที่พวกแกทำตัวเป็นสุนัขรับใช้ที่ดี ฉันก็จะไม่เอาเปรียบพวกแก"
"แต่ถ้าคิดคดทรยศล่ะก็ หึหึ"
ต้วนหลิงเซียวยิ้มมุมปาก เจ้าเฮยหู่รู้สึกเสียวสันหลังวาบราวกับถูกวิญญาณร้ายจ้องมอง
เขารีบโขกหัวลงกับพื้นดังปังๆ เพื่อแสดงความภักดีอย่างต่อเนื่อง
"เอาล่ะ จัดการทำความสะอาดที่นี่ให้เรียบร้อย แล้วพรุ่งนี้เช้าเอาของที่ต้องเตรียมไปส่งที่คฤหาสน์ตระกูลเซียวด้วย"
พูดจบต้วนหลิงเซียวก็จูงมือเซียวเมิ่งเสวี่ยหันหลังเดินจากไป
สำหรับเขาการปราบหอพยัคฆ์ดำก็เป็นแค่เรื่องผ่านทางเท่านั้น
เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
เพียงแต่ตอนนี้วังมังกรที่อาจารย์คนที่สี่สร้างขึ้นยังไม่ถึงเวลาเปิดเผยตัวตนอย่างเต็มรูปแบบ อีกทั้งเขายังไม่ได้รวบรวมขุมกำลังทั้งหมดของวังมังกรอย่างเบ็ดเสร็จ
ดังนั้นกลุ่มอิทธิพลท้องถิ่นอย่างหอพยัคฆ์ดำจึงสามารถช่วยเขาจัดการเรื่องต่างๆ ได้ไม่น้อย
...
หลังจากเห็นต้วนหลิงเซียวจากไป
พวกเจ้าเฮยหู่และเกาเต๋อเย่าจึงค่อยลุกขึ้นจากพื้น
"พี่หู่ จะทำยังไงดีครับเนี่ย เผิงเชียนเฮ่ออาจารย์ของโจวเทียนหาวต้องมาหาเรื่องลูกพี่แน่ๆ พวกเราฆ่าโจวเทียนหาวไปแล้วคงต้องโดนหางเลขไปด้วยแน่"
เกาเต๋อเย่ากล่าวด้วยความกังวล
"ตอนนี้ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ก็ต้องไปให้สุดทาง!"
"พวกเราสู้เผิงเชียนเฮ่อไม่ได้ แล้วคิดว่าจะสู้ลูกพี่คนนี้ได้หรือไง?"
"ในเมื่อสู้ใครไม่ได้เลย ก็ต้องเลือกติดตามใครสักคนอย่างจริงจัง"
"เมื่อดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ทางเลือกของเราก็มีแค่เขาคนเดียวไม่ใช่หรือ?"
เจ้าเฮยหู่ส่ายหน้า แต่ในดวงตาของเขากลับมีประกายบางอย่างแฝงอยู่
เขาไม่ได้ยอมคุกเข่าศิโรราบเพียงเพราะถูกสถานการณ์บังคับเท่านั้น แต่ผ่านการไตร่ตรองและวิเคราะห์อย่างรอบคอบแล้ว
ต้วนหลิงเซียวอายุยังน้อยแต่ฝีมือร้ายกาจ นี่คือดาวรุ่งพุ่งแรงของจริง!
การใช้ชีวิตในยุทธภพ ความมั่นคงเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเลือกข้างให้ถูก!
ต้วนหลิงเซียวทำให้เขารู้สึกว่าลึกล้ำจนหยั่งไม่ถึง
เขาก็นับว่าเป็นผู้กว้างขวางคนหนึ่ง รู้จักผู้มีอิทธิพลทั้งในวงการราชการ ทหาร ธุรกิจ และโลกมืดมามากมาย แต่ความรู้สึกที่ต้วนหลิงเซียวกระตุ้นให้เขาสัมผัสได้นั้นพิเศษกว่าใคร
ราวกับว่าชายผู้นี้สามารถอยู่เหนือคนทั้งปวงและลิขิตชะตากรรมของทุกคนได้!
มังกรในสระน้ำจะใช่ของธรรมดาได้อย่างไร?
คนที่ไม่ธรรมดาเช่นนี้ย่อมต้องผงาดขึ้นฟ้าอย่างแน่นอน
ดาวรุ่งดวงนี้คุ้มค่าที่จะลงทุน!!
"อีกอย่าง ตอนนี้ไปจัดการพวกชาวบ้านที่มุงดูอยู่ก่อน ใช้วิธีอะไรก็ได้ปิดปากพวกมันซะ!"
"ฉันไม่อยากให้ข่าวการตายของโจวเทียนหาววันนี้ไปถึงหูเผิงเชียนเฮ่อในวันพรุ่งนี้ อย่างน้อยก็ต้องถ่วงเวลาไว้ก่อน!"
เจ้าเฮยหู่กวาดสายตามองพวกไทยมุงสองสามคนที่ยังเหลืออยู่แล้วเอ่ยเสียงเย็น
"เวรเอ๊ย! ลูกพี่เจ้า พวกเราจะปิดปากเงียบแน่นอนครับ!"
"พี่หู่ ไว้ชีวิตด้วย!"
พวกไทยมุงหลายคนรีบร้องขอชีวิต
อันที่จริงตอนที่ตีกันเมื่อครู่คนส่วนใหญ่ก็วิ่งหนีไปหมดแล้ว
เหลือก็แต่พวกที่ไม่กลัวตายหรือพวกชอบดูเรื่องสนุกเท่านั้น
ตอนนี้ได้ดูตอนจบสมใจอยากแล้วแต่กลับต้องมาเจอเรื่องซวยเข้าให้
เจ้าเฮยหู่อาจจะไม่ถึงขั้นฆ่าพวกเขาทิ้ง แต่ก็คงต้องมีมาตรการบางอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะยอมปิดปากเงียบ
...
[จบแล้ว]