- หน้าแรก
- แหกคุกนรกหมายเลขศูนย์หวนคืนสู่เมืองหลวงอีกครั้ง
- บทที่ 15 - มังกรคลั่งเกล็ดหวน!
บทที่ 15 - มังกรคลั่งเกล็ดหวน!
บทที่ 15 - มังกรคลั่งเกล็ดหวน!
"หึหึหึ!"
"แกอยากรู้เหรอ ได้สิ ฉันจะบอกให้ว่าเป็นใคร!"
"ตงหนานโหวอย่างไรล่ะ!"
"เมื่อห้าปีก่อน ตงหนานโหวส่งคำสั่งลับมาให้ฉัน สั่งเด็ดขาดว่าห้ามปล่อยให้ตระกูลเซียวลืมตาอ้าปากได้อีก ทำไม แกมีปัญญาไปหาตงหนานโหวหรือไง แกกล้าเหรอ!"
นายท่านใหญ่ตระกูลลู่แผดเสียงอย่างบ้าคลั่ง แววตาของเขาฉายแววเสียสติออกมา เขารู้ดีว่าตัวเองต้องตายและตระกูลลู่ก็สิ้นไร้ทายาทสืบสกุลอย่างสมบูรณ์ ไม่มีอะไรให้เขาต้องอาลัยอาวรณ์อีกต่อไป ตอนนี้เขาเหลือเพียงเป้าหมายเดียวเท่านั้น นั่นคือการลากต้วนหลิงเซียวไปลงนรกด้วยกัน!
"ทำไมฉันจะไม่กล้า"
"แกคิดว่าฉันออกจากคุกมาเพื่ออะไร"
"ก็เพื่อมาฆ่าล้างโคตรพวกสวะอย่างพวกแกให้หมดอย่างไรเล่า!"
ต้วนหลิงเซียวขยับเข้าไปใกล้นายท่านใหญ่ตระกูลลู่พลางกระซิบเสียงต่ำ
"ออกจากคุก"
"แก ... เป็นใครกันแน่"
นายท่านใหญ่ตระกูลลู่ใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายเค้นเสียงถามผ่านไรฟัน
"ฉันก็คือ ... กวานจวินโหวที่ข่มขืนแม่ยายและฆ่าพี่น้องตัวเองเมื่อห้าปีก่อนอย่างไรล่ะ!"
น้ำเสียงของต้วนหลิงเซียวราบเรียบ ทว่าเมื่อดังเข้าหูนายท่านใหญ่ตระกูลลู่กลับราวกับเสียงฟ้าผ่า เขาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก
"ที่แท้ก็คือ ... "
กร๊อบ!
คำว่า 'แก' ยังไม่ทันได้หลุดออกจากปาก
ต้วนหลิงเซียวก็จับหัวของอีกฝ่ายกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างแรงจนเลือดสาดกระเซ็น กระดูกคอหักเสียงดังกร๊อบ ร่างร่วงลงไปกองกับพื้นและขาดใจตายในทันที
"เรื่องบางเรื่อง เมื่อรู้แล้วก็ถึงเวลาต้องตาย"
เมื่อห้าปีก่อน ตระกูลมู่หรงจับเขาขังไว้ในคุกหมายเลขศูนย์แทนที่จะประหารชีวิตทันที
เหตุผลนั้นง่ายมาก
เขาคือกวานจวินโหวที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่และเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างสูงในกองทัพ
การฆ่าเขาอาจสร้างความโกรธแค้นให้กับผู้คนจำนวนมหาศาล!
แม้ว่าจะมีการจัดฉากคดีข่มขืนแม่ยายและฆ่าพี่น้องร่วมสาบานอย่างโหดเหี้ยมก็ตาม
แต่หากมีการตั้งทีมสืบสวนคดีนี้อย่างจริงจัง ก็อาจจะพบเบาะแสที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังได้
และเมื่อใดที่ความจริงถูกเปิดเผยว่าคดีอันน่าสยดสยองนี้เป็นเพียงแผนการร้าย ตระกูลมู่หรงก็จะต้องพังพินาศ และขั้วอำนาจที่อยู่เบื้องหลังก็จะต้องเผชิญกับจุดจบอันเลวร้ายเช่นกัน
ดังนั้นตระกูลมู่หรงจึงเลือกที่จะจับเขาขังคุกอย่างรวดเร็วแทนการประหารชีวิต
ทว่าอย่าคิดว่าพวกมันมีเมตตา!
คุกหมายเลขศูนย์ได้รับการขนานนามว่าเป็นคุกที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในโลก
ทันทีที่ต้วนหลิงเซียวเข้าไปอยู่ในนั้น เขาก็ต้องเผชิญกับการลอบสังหารอย่างต่อเนื่อง
แทบจะทุกวันทุกคืนที่มีนักโทษเดนตายพยายามจะฆ่าเขา
ต่อมาด้วยโชคชะตาพาไป เขาได้หลุดเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของคุกหมายเลขศูนย์และได้พบกับเจ็ดคนโฉด เขาจึงรอดพ้นจากการถูกลอบสังหารอย่างไม่จบไม่สิ้น
ส่วนโลกภายนอก โดยเฉพาะตระกูลมู่หรง คงคิดว่าเขาตายอยู่ในคุกหมายเลขศูนย์ไปนานแล้ว
และสิ่งนี้ก็เป็นโอกาสที่ทำให้ต้วนหลิงเซียวมีเวลาเตรียมตัวล้างแค้นอย่างเต็มที่
"ตงหนานโหว"
เมื่อนึกถึงคำพูดของนายท่านใหญ่ตระกูลลู่เมื่อครู่นี้ แววตาของต้วนหลิงเซียวก็สาดประกายอำมหิต
เป็นไปตามที่เขาคาดคิดไว้ไม่มีผิด
หลังจากเซียวหลงหู่ตายไป ตามหลักแล้วในฐานะครอบครัวของวีรบุรุษ ชีวิตของเซียวเมิ่งเสวี่ยแม้จะไม่ได้ร่ำรวยล้นฟ้า แต่ก็ควรจะได้รับการดูแลอย่างดี ทว่าความจริงกลับกลายเป็นว่าเซียวเมิ่งเสวี่ยต้องมีชีวิตที่เลวร้ายยิ่งกว่าหมา!
หากไม่มีใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ มันจะเป็นไปได้อย่างไร
"ไม่ว่าไอ้คนบงการอยู่เบื้องหลังจะเป็นใคร ไม่ว่าจะอยู่ที่มณฑลหรือเมืองหลวง ฉันก็จะลากคอมันออกมาและฆ่าล้างโคตรให้หมด!"
จากนั้นต้วนหลิงเซียวก็ลงมือสังหารสายเลือดหลักของตระกูลลู่จนหมดสิ้น
ก่อนจะจุดไฟเผาทำลายคฤหาสน์ตระกูลลู่จนวอดวาย
ตัดหญ้าต้องถอนราก ไม่อย่างนั้นมันจะงอกขึ้นมาใหม่
ต้วนหลิงเซียวที่ผ่านสมรภูมิรบอาบเลือดมาอย่างโชกโชน ย่อมเข้าใจสัจธรรมข้อนี้เป็นอย่างดี
"ก่อนจะไปคิดบัญชีกับตงหนานโหวที่มณฑล ต้องจัดการสะสางเรื่องราวในเมืองเจียงหนานให้สะอาดหมดจดเสียก่อน"
กองเพลิงลุกโชนเปลวไฟโชติช่วง ต้วนหลิงเซียวก้าวเดินออกมาจากกองเพลิงราวกับเทพอาชูร่าที่หลุดออกมาจากขุมนรก
เปลวเพลิงที่ลุกโชนอยู่เบื้องหลังยิ่งขับเน้นให้แผ่นหลังอันโดดเดี่ยวและเย็นชาของเขาดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น!
...
หลังจากต้วนหลิงเซียวจากตระกูลลู่มา ในขณะเดียวกัน ณ ห้องโถงใหญ่ตระกูลหานที่มณฑลตงหนานกลับกำลังแตกตื่นโกลาหล
"ยวี่เตี่ยตายแล้ว! สองพ่อลูกตระกูลลู่ก็ตายแล้ว!"
"บัดซบเอ๊ย ตระกูลลู่มันทำบ้าอะไรอยู่ ปล่อยให้คนมาฆ่าล้างบางกลางงานแต่งงานในเมืองเล็กๆ อย่างเจียงหนานได้อย่างไร!"
ผู้ที่เอ่ยปากคือหานเยี่ยกัง พ่อของหานยวี่เตี่ย
หานยวี่เตี่ยคือลูกสาวที่เขาตามใจและรักใคร่ทะนุถนอมมาตั้งแต่เด็ก ครั้งนี้เขาไม่ได้เดินทางไปเมืองเจียงหนานด้วยก็เพราะต้องเตรียมจัดงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ในระดับมณฑล ซึ่งตั้งใจจะเชิญตระกูลใหญ่ทั้งหมดในมณฑลมาร่วมเป็นเกียรติ
ทว่าใครจะไปคาดคิดว่า สิ่งแรกที่เขาได้รับกลับกลายเป็นข่าวร้ายเรื่องการตายของลูกสาว
"นายท่าน ตระกูลลู่ฝังรากลึกในเมืองเจียงหนานมาหลายปี ตอนนี้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น พวกเขาต้องหาทางแก้แค้นอย่างแน่นอน นายท่านใหญ่ตระกูลลู่ส่งข่าวมาว่ากำลังเดินทางไปพบนายกเทศมนตรีเมืองเจียงหนาน ไอ้ฆาตกรนั่นไม่มีทางหนีรอดไปได้แน่ เขาจะหิ้วหัวมันมาขอขมาที่มณฑลด้วยตัวเองครับ!"
ผู้จัดการวัยกลางคนของตระกูลหานที่อยู่ด้านข้างเอ่ยรายงาน
"ใช่แล้ว!"
คนอื่นๆ ก็พากันพยักหน้าเห็นด้วย
พวกเขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าไอ้ตัวบัดซบนี่มันโผล่มาจากไหน ถึงได้กล้ามางัดกับตระกูลหานแบบนี้
"ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด!"
ในขณะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของหานเยี่ยกังก็ดังขึ้น
เขากดรับสาย
พริบตาต่อมา
สีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นโกรธจัด
ปัง!
เขาทุ่มโทรศัพท์มือถือในมือลงกับพื้นอย่างแรง
จนมันแตกกระจาย!
"นายท่าน เกิดอะไรขึ้นครับ"
คนของตระกูลหานรีบเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ
"ตระกูลลู่ ... ถูกฆ่าล้างโคตรแล้ว!!!"
"แม้แต่แม่ทัพฝูหู่ก็ตายแล้วด้วย!!"
น้ำเสียงของหานเยี่ยกังแฝงไปด้วยความสั่นเครือ ข่าวนี้ราวกับพายุทอร์นาโดที่รุนแรงเกินกว่าที่เขาจะรับไหว
"อะไรนะ!!"
คนตระกูลหานแตกตื่นโกลาหล สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวา
แม่ทัพฝูหู่เป็นถึงขุนพลผู้บัญชาการกองทัพประจำการในเมืองเจียงหนาน มีฝีมือร้ายกาจ แต่กลับถูกอีกฝ่ายสังหารจนตกตายไปเช่นกัน
นี่ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นแล้วว่าอีกฝ่ายนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด!!
ประเด็นสำคัญก็คือ พวกเขายังไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายเป็นใคร!!!
"ไปติดต่อชาโส่วถังให้ฉัน ไม่สิ ฉันจะไปเอง!"
"ไอ้เด็กเวรนี่มันอวดดีเกินไปแล้ว มันต้องตาย!!"
หานเยี่ยกังลุกขึ้นพรวดพราดและมุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่งในเขตมณฑลทันที
...
หลังจากต้วนหลิงเซียวออกจากตระกูลลู่ เขาก็แวะไปที่ร้านขายเสื้อผ้าเพื่อซื้อเสื้อคลุมและชุดชั้นในหลายชุดให้เซียวเมิ่งเสวี่ย
ด้วยสายตาอันเฉียบแหลมของเขา ย่อมมองเห็นขนาดหน้าอกของเซียวเมิ่งเสวี่ยได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
คัพ C!
เขามีบัตรเครดิตระดับโลกอยู่หลายใบ แต่การจะเปิดใช้งานต้องไปที่สำนักงานใหญ่ในเมืองหลวง ตอนนี้จึงยังไม่สามารถใช้งานได้
จำนวนเงินสดที่เขามีติดตัวในตอนนี้มีประมาณสิบล้านหยวน ซึ่งเป็นเงินที่เขารีดไถมาจากพวกนักโทษคนอื่นๆ ในคุก
แต่จำนวนก็มีจำกัด
เพราะเงินของนักโทษส่วนใหญ่ถูกอายัดไว้
อย่างไรก็ตาม เงินจำนวนนี้ก็เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายพื้นฐานในตอนนี้แล้ว
หลังจากซื้อเสื้อผ้าเสร็จ ต้วนหลิงเซียวก็หิ้วถุงกระดาษนั่งรถแท็กซี่กลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลเซียว
ทว่าเมื่อเข้าไปใกล้ เขากลับได้ยินเสียงดังครืนๆ
เสียงนั้นดังสนั่นหวั่นไหวจนพื้นดินสะเทือน
"รถแบ็กโฮเหรอ!?"
เมื่อมองจากระยะไกล ต้วนหลิงเซียวก็เห็นรถแบ็กโฮคันหนึ่งจอดอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลเซียว
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้รถแบ็กโฮกำลังติดเครื่องและส่งเสียงดังกระหึ่ม
มันกำลังใช้บุ้งกี๋ขุดทำลายประตูคฤหาสน์อย่างต่อเนื่อง
ประตูที่เคยสวยงามบัดนี้ถูกทำลายจนพังยับเยิน
ดวงตาของต้วนหลิงเซียวหดเกร็ง
ตอนนี้เซียวเมิ่งเสวี่ยคือความผูกพันเพียงหนึ่งเดียวที่เขามี และเป็นดั่งเกล็ดหวนของเขา
มังกรคลั่งย่อมมีเกล็ดหวน หากใครกล้าแตะต้องย่อมต้องเผชิญกับความโกรธเกรี้ยวสะท้านฟ้า!
เขาอยากจะรู้นักว่าไอ้หน้าโง่คนไหนที่กล้ามานรงหาที่ตายถึงที่นี่
...
ในเวลาเดียวกัน
บริเวณหน้าคฤหาสน์ตระกูลเซียว รถแบ็กโฮคันหนึ่งกำลังขุดเจาะพื้นดินอย่างต่อเนื่อง โดยมีรถไถอีกคันส่งเสียงคำรามเดินหน้าดันเศษหินเศษดินที่ขุดขึ้นมาออกไปด้านข้าง
และที่บริเวณหน้ารถทั้งสองคัน มีชายสามคนและหญิงหนึ่งคนยืนอยู่
ชายสองคนนั้นคือเซียวติ้งอันและเซียวเซ่าจวิน ส่วนหญิงคนนั้นชื่อหลี่เหวินลี่
เซียวติ้งอันคือลุงห่างๆ ของเซียวเมิ่งเสวี่ย เซียวเซ่าจวินคือลูกพี่ลูกน้อง และหลี่เหวินลี่คือป้าสะใภ้
ส่วนชายอีกคนหนึ่งคือเกาเต๋อเย่า ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทรับเหมาก่อสร้างหยางกวงแห่งเมืองเจียงหนาน
ฝั่งตรงข้ามของพวกเขาคือเซียวเมิ่งเสวี่ย
เธอยืนหยัดอยู่อย่างโดดเดี่ยวและอ้างว้าง
"โอ้โห ยังมีหน้ามาฝังเข็มเต็มหน้าอีก คงคิดว่าตัวเองจะกลับมาสวยเป็นนางฟ้าได้สินะ ฉันขอแนะนำให้เธอเลิกพยายามเถอะ สู้เอาหน้ากากมาใส่แล้วไปขายตัวที่สวนสาธารณะดีกว่า พวกตาแก่คงชอบของแปลกแบบเธอแน่ๆ!"
เซียวเซ่าจวินจ้องมองเซียวเมิ่งเสวี่ยด้วยสายตาเย้ยหยัน พลางแลบลิ้นเลียริมฝีปากและแกล้งทำเสียงจูบปากอย่างหยาบโลน
"เซียวเซ่าจวิน พวกนายทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร พวกนายมาที่บ้านฉันต้องการอะไร"
เมื่อเซียวเมิ่งเสวี่ยได้ยินคำพูดหยาบคายราวกับพวกอันธพาล เธอก็โกรธจนหน้าแดงก่ำ
"บ้านเธออะไรกัน ที่นี่คือทรัพย์สินของตระกูลเซียว ไม่ใช่แค่บ้านของเธอคนเดียวสักหน่อย! ตอนนี้พี่เย่าผู้จัดการบริษัทรับเหมาก่อสร้างหยางกวงถูกใจที่ดินผืนนี้ แต่เธอกลับไม่รู้จักเจียมตัวและไม่ยอมเซ็นสัญญายินยอมให้รื้อถอน!"
"เธอพูดมาสิว่าเธอรนหาที่ตายเองใช่ไหม!"
เซียวเซ่าจวินแค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา
"ที่นี่คือบ้านของฉัน ฉันมีสิทธิ์อะไรต้องให้พวกนายมารื้อถอน!!"
เซียวเมิ่งเสวี่ยเอ่ยอย่างโกรธเคือง
แม้ว่าคฤหาสน์หลังนี้จะถูกขนย้ายข้าวของจนหมดและรกร้างว่างเปล่า
แต่มันก็เป็นสถานที่ที่เก็บรวบรวมความทรงจำอันแสนงดงามระหว่างเธอกับพี่ชายเอาไว้มากที่สุด!
เธอจะยอมขายมันไปได้อย่างไร!?
"เมิ่งเสวี่ย สภาพเธอตอนนี้คงไม่มีแม้แต่ข้าวจะกินแล้วใช่ไหม พวกเราช่วยเธอขายคฤหาสน์หลังนี้ แล้วหลังจากนี้พวกเราจะดูแลชีวิตเธอเองดีไหม พอดีลูกพี่ลูกน้องของป้าสะใภ้เธอเปิดร้านสปาเท้าอยู่ ขนาดร้านไม่ได้ใหญ่มาก มีพนักงานนวดเท้าอยู่สิบคน ฉันดูรูปร่างเธอแล้วก็ถือว่าใช้ได้เลยนะ ฝึกฝนสักหน่อยก็คงลงมือทำงานได้แล้ว!"
จู่ๆ เซียวติ้งอันก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยสีหน้ารำคาญใจ
"ใช่แล้ว ร้านสปาเท้าของลูกพี่ลูกน้องฉันทำเงินได้เดือนละหลายพันหยวนเลยนะ เธอควรใช้โอกาสตอนที่ยังสาวไปหาเงินดีกว่า จะมากอดคฤหาสน์โทรมๆ หลังนี้ไว้ทำไม!"
หลี่เหวินลี่กล่าวเสริม
"และอีกอย่าง สมัยนี้จะมีญาติคนไหนมาหวังดีกับเธอแบบพวกเราอีก เธออย่ามาทำตัวไม่รู้จักความหวังดีหน่อยเลย!"
ญาติหลายคนผลัดกันพูดจาเหน็บแนมและแฝงคำขู่
ทว่าเซียวเมิ่งเสวี่ยก็ยังคงไม่ยอมถอย เธอกลับกางแขนออกและยืนขวางหน้ารถแบ็กโฮอย่างเด็ดเดี่ยว ร่างกายบอบบางของเธอราวกับต้องการจะต่อกรกับเครื่องจักรขนาดยักษ์!
[จบแล้ว]