เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 - ตบหน้าฉาดใหญ่!

บทที่ 9 - ตบหน้าฉาดใหญ่!

บทที่ 9 - ตบหน้าฉาดใหญ่!


ภาพเหตุการณ์นี้ตกอยู่ในสายตาของอวี๋เหมิงเหมิง เธอยิ่งมั่นใจว่าต้วนหลิงเซียวเป็นพวกขี้ขลาด ตัวเองถูกดูถูกขนาดนี้แต่กลับยังทนได้และยอมเป็นเต่าหดหัว! ช่างเป็นพวกขี้ขลาดตาขาวของแท้เลยจริงๆ!

"ได้ยินมาว่าเธอถูกตระกูลลู่ล่ามไว้ที่หน้าประตูให้เป็นหมาเฝ้าบ้านนี่นา ช่างน่าอิจฉาจริงๆ มีกินมีที่พักให้ทุกวันแถมมั่นคงเหมือนพวกข้าราชการเลย"

"ดูเหมือนว่าพี่ชายตายไปก็ดีเหมือนกันนะ นำพาชีวิตที่มั่นคงมาให้ได้ด้วย!"

แววตาของอวี๋เหมิงเหมิงฉายแววเย้ยหยัน สีหน้าดูถูกเหยียดหยามถึงขีดสุด

เธออิจฉาเซียวเมิ่งเสวี่ยมาก พี่ชายเป็นถึงแม่ทัพผู้มีชื่อเสียงระบือไกลในกองทัพ ตัวเธอเองก็เป็นถึงดาวเด่นประจำห้องที่ได้รับความสนใจจากเพื่อนนักเรียนชายมากมาย

แต่ตอนนี้น่ะเหรอ

พี่ชายของเซียวเมิ่งเสวี่ยตายไปแล้ว ตระกูลเซียวกลายเป็นตระกูลตกอับ

เซียวเมิ่งเสวี่ยก็กลายเป็นยัยอัปลักษณ์

ลึกๆ ในใจของอวี๋เหมิงเหมิงรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก

"ที่แท้เธอก็คือเซียวเมิ่งเสวี่ยคนที่ถูกตระกูลลู่ถอนหมั้นนี่เอง มิน่าล่ะถึงได้สวมหน้ากากปิดบังใบหน้า!"

"ตระกูลลู่นี่ก็โหดเหี้ยมเกินไป ถอนหมั้นก็แล้วไปยังทำให้เธอเสียโฉมอีก!"

"นั่นมันก็ช่วยไม่ได้ คุณไม่รู้เหรอว่าตระกูลลู่ไปเกาะใบบุญตระกูลหานแห่งมณฑลแล้ว พวกเขามีเงินมีอำนาจ ย่อมอยากจะทำอะไรก็ทำได้ตามใจชอบ!"

เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นรอบด้านอย่างไม่ขาดสาย

เสียงนินทาที่ดังแว่วมาเข้าหูทำให้ใบหน้าของเซียวเมิ่งเสวี่ยซีดเผือดลงกว่าเดิม นิ้วมือเรียวกำชายเสื้อเอาไว้แน่น ริมฝีปากสั่นระริกพร้อมกับมีหยาดน้ำตาเอ่อล้นที่หางตา

แววตาอันใสกระจ่างของเซียวเมิ่งเสวี่ยสะท้อนให้เห็นถึงความโศกเศร้าอย่างหาที่สุดไม่ได้

ทว่าเธอก็พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา

ตลอดห้าปีที่ผ่านมา เธอคุ้นชินกับการถูกดูถูกและถูกด่าทอแบบนี้มามากพอแล้ว

"ทำไม จะร้องไห้เหรอ หรือว่าฉันพูดอะไรผิดไป เธอคิดว่าตัวเองยังเป็นเซียวเมิ่งเสวี่ยคนเดิมหรือไง ตอนนี้เธอก็เป็นได้แค่หมาตัวหนึ่งเท่านั้นแหละ หรือว่าเธอจะเป็นดาวมฤตยูตัวซวยที่ดวงกินพี่ชายจนต้องตาย เธอ ... "

น้ำเสียงของอวี๋เหมิงเหมิงแหลมคมราวกับเข็ม ทุกถ้อยคำทิ่มแทงใจดำจนเลือดไหลริน

ยิ่งเป็นคนที่คุ้นเคยกันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้ว่าตรงไหนคือจุดที่เจ็บปวดที่สุด และยิ่งรู้ว่าควรจะแทงมีดลงไปตรงไหน

"เธอ ... "

ร่างบอบบางของเซียวเมิ่งเสวี่ยสั่นสะท้านอย่างรุนแรง แววตาราวกับเปลวเทียนในสายลมที่พร้อมจะดับลงได้ทุกเมื่อ

ในขณะนั้นเอง ร่างของต้วนหลิงเซียวก็ขยับวูบ เคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับภาพติดตา ก่อนจะตบฝ่ามือฉาดใหญ่ลงบนแก้มของอวี๋เหมิงเหมิง

เพียะ!

ฟันในปากของอวี๋เหมิงเหมิงหลุดกระเด็น เลือดพุ่งกระฉูด

ร่างของเธอลอยกระเด็นออกไปไกลก่อนจะร่วงกระแทกพื้นโถงจัดงานอย่างแรง

สภาพดูไม่จืดราวกับหมาข้างถนน

"น้องสาวของฉันใช่คนที่นังแพศยาอย่างเธอจะมาวิจารณ์ได้งั้นเหรอ ฉันไว้หน้าเธอมากเกินไปแล้วใช่ไหม"

แววตาของต้วนหลิงเซียวดุดันน่ากลัว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาอย่างไม่ปิดบัง

หากเจ็ดคนโฉดอยู่ที่นี่ พวกเขาคงรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้ต้วนหลิงเซียวเกิดจิตสังหารขึ้นมาแล้ว

ภายในคุกหมายเลขศูนย์ นอกจากเจ็ดคนโฉดแล้ว ยังมีพวกนักโทษเดนตายที่ก่อกรรมทำเข็ญมาอย่างโชกโชนอยู่อีกมากมาย

การฝึกฝนฝีมือในแต่ละวันของต้วนหลิงเซียว ก็คือการต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับพวกเดนนรกเหล่านั้น

การฆ่าคนสำหรับเขาแล้ว มันง่ายดายราวกับการดื่มน้ำ

"กรี๊ดดด!"

อวี๋เหมิงเหมิงกรีดร้องออกมาสุดเสียง

เลือดผสมน้ำลายในปากพุ่งกระฉูดออกมาเป็นสายราวกับน้ำพุ

"ที่รัก มันตีฉัน มันตีฉัน มันทำร้ายที่รักของคุณนะ!"

อวี๋เหมิงเหมิงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน แกกล้าแตะต้องผู้หญิงของฉันงั้นเหรอ"

"แกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร"

ใบหน้าของชายอ้วนฉุเต็มไปด้วยความดุร้าย โกรธจัดจนพุงกระเพื่อม

"ไม่ว่าแกจะเป็นใคร หากกล้ามาดูถูกน้องสาวฉัน ก็ต้องชดใช้อย่างสาสม!"

สายตาอันเย็นชาของต้วนหลิงเซียวทำเอาชายอ้วนฉุถึงกับตัวสั่นสะท้าน

ราวกับถูกมังกรปีศาจจากขุมนรกจ้องมองอย่างเอาเป็นเอาตาย!

ขนอ่อนทั่วร่างลุกซู่ด้วยความหวาดผวาถึงขีดสุด!

ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นดึงดูดความสนใจของผู้คนภายในโถงจัดงานของร้านเสินหนงฟางให้หันมามอง

ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบไร้สรรพเสียง!

"เชี่ย หมอนี่มันเป็นใครวะ!"

"มันกล้ามาก่อเรื่องทำร้ายคนในร้านเสินหนงฟางเลยเหรอเนี่ย"

"ร้านเสินหนงฟางมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่มาก การมาทำร้ายคนถึงที่นี่ ทางร้านไม่มีทางปล่อยไปง่ายๆ แน่!"

ทุกคนที่มองไปทางต้วนหลิงเซียวต่างก็รู้สึกตกตะลึง!

พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าต้วนหลิงเซียวจะกล้าลงไม้ลงมือกับคนอื่นในพื้นที่ของร้านเสินหนงฟาง!

ก่อนหน้านี้เคยมีคนมาก่อเรื่องที่ร้านเสินหนงฟาง ผลก็คือถูกตีจนขาหักแล้วโยนออกไปนอกร้านทันที

หรือว่าเหตุการณ์แบบนั้นกำลังจะเกิดขึ้นซ้ำรอยอีกแล้ว

"ไอ้เด็กเวร แกกล้าทำร้ายผู้หญิงของฉัน แกวอนหาเรื่องตายแล้ว! การที่ฉันอยากจะเอากับยัยอัปลักษณ์นี่ มันก็แค่การทำบุญทำทานสงเคราะห์คนยากไร้เท่านั้นแหละ แกคิดว่าฉันชอบพวกหน้าตาอัปลักษณ์จริงๆ หรือไง"

"แกจงคุกเข่าโขกศีรษะขอโทษฉันเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นวันนี้ฉันจะทำให้แกได้รู้ซึ้งว่าทำไมดอกไม้ถึงได้มีสีแดงสดแบบนี้!"

ชายอ้วนฉุโบกไม้โบกมือพร้อมกับตะคอกเสียงกร้าว

ท่าทางราวกับมั่นใจว่าจะจัดการต้วนหลิงเซียวได้อย่างแน่นอน

แววตาของมันดุร้ายอำมหิต น้ำเสียงเต็มไปด้วยความบ้าอำนาจโดยไม่เหลือทางถอยให้เลยแม้แต่น้อย

ชายอ้วนฉุมีรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ ตัวใหญ่ราวกับหมี ปกติก็เคยฝึกซูโม่และมวยปล้ำมาบ้าง ฝีมือการต่อสู้จึงถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว

มันหักนิ้วมือจนเกิดเสียงดังกร๊อบแกร๊บ

รูปลักษณ์ภายนอกของต้วนหลิงเซียวไม่ได้ดูกำยำล่ำสัน ในสายตาของชายอ้วนฉุ ไอ้เด็กหนุ่มท่าทางอ่อนแอแบบนี้ มันสามารถใช้หมัดเดียวซัดให้กระเด็นไปได้เป็นสิบคนเลยทีเดียว!

พริบตาเดียว

ต้วนหลิงเซียวเดินเข้าไปหาชายอ้วนฉุอย่างช้าๆ โดยที่สีหน้าไม่มีความเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย

"ไอ้เด็กเวร แกไปตายซะ!!"

ดวงตาของชายอ้วนฉุสาดประกายอำมหิต มันง้างหมัดชกเข้าที่ใบหน้าของต้วนหลิงเซียวอย่างสุดแรง

"หึหึหึ!"

"ไอ้หนู จงลิ้มรสความอ่อนโยนจากหมัดเหล็กอันร้อนแรงของฉันซะเถอะ!"

รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าของชายอ้วนฉุยิ่งเผยให้เห็นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

ดูราวกับพวกโรคจิตวิปริตไม่มีผิด

มันกระหายที่จะฉีกกระชากร่างของต้วนหลิงเซียวให้แหลกเป็นชิ้นๆ แล้วสาดกระเซ็นไปด้วยเลือด!

ผู้คนที่อยู่รอบข้างต่างก็มีสีหน้าเรียบเฉย บางคนที่ขี้ขลาดถึงกับต้องเอามือปิดตาเอาไว้

ในขณะนั้นเอง ต้วนหลิงเซียวก็ยื่นฝ่ามือออกไปคว้าหมัดของชายอ้วนฉุเอาไว้แน่น

"ยังกล้าสู้กลับอีก ไอ้พวกไม่เจียมตัว!"

ชายอ้วนฉุแค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา พลังหมัดยิ่งเพิ่มสูงขึ้น มันมั่นใจว่าพละกำลังจากหมัดนี้มากพอที่จะทำให้แขนของอีกฝ่ายหักสะบั้นได้อย่างแน่นอน

ทว่าภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวินาทีต่อมา กลับทำเอาชายอ้วนฉุถึงกับหน้าถอดสี

หมัดของมันถูกต้วนหลิงเซียวคว้าเอาไว้แน่นหนาราวกับถูกทากาวตราช้าง ล็อกตายจนขยับเขยื้อนไม่ได้

พริบตาต่อมาต้วนหลิงเซียวก็ออกแรงสะบัดแขน พละกำลังอันมหาศาลพลันปะทุขึ้น ก่อนจะจับร่างของชายอ้วนฉุเหวี่ยงขึ้นกลางอากาศอย่างง่ายดาย

"เชี่ยเอ๊ย!"

ชายอ้วนฉุร้องอุทานด้วยความตกใจสุดขีด

มันรู้สึกราวกับตัวเองกลายเป็นเครื่องเล่นลูกตุ้มยักษ์ในสวนสนุก ร่างลอยละลิ่วขึ้นจากพื้นดินวาดเป็นเส้นโค้งพาราโบลาอย่างเหนือจริง

ทันใดนั้น

ต้วนหลิงเซียวก็คลายมือออก

ร่างของชายอ้วนฉุก็กระเด็นลอยละลิ่วออกไปในทันที

ปัง!

เสียงกระแทกทุ้มต่ำดังสนั่นหวั่นไหว!

ร่างของชายอ้วนฉุร่วงหล่นลงมากระแทกเข้ากับโต๊ะกระจกนิรภัยกลางโถงจัดงานอย่างจัง!

โครม!

โต๊ะกระจกแตกกระจายส่งเสียงดังกึกก้อง

ชายอ้วนฉุรู้สึกราวกับถูกพลังมหาศาลกระแทกเข้าที่หน้าอกอย่างจัง มันกระอักเลือดออกมาคำโต กระดูกซี่โครงหักสะบั้น ใบหน้าซีดเผือดราวกับศพ

ในวินาทีนั้นทั่วทั้งโถงจัดงานตกอยู่ในความเงียบสงัด

ทุกคนต่างอ้าปากค้างและจ้องมองต้วนหลิงเซียวด้วยความตกตะลึง

"แม่เจ้า ฝีมือร้ายกาจเกินไปแล้ว!"

"หมอนี่ต้องเป็นยอดฝีมือแน่ๆ!"

"แย่แล้ว ฆ่า ... มีคนฆ่ากันตาย!"

หญิงสาวในชุดกี่เพ้าที่เดินนำทางเมื่อครู่นี้กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจสุดขีด

ชายอ้วนฉุน้ำหนักตั้งร้อยกิโลกรัม ตัวใหญ่ยังกับหมูตอน แต่กลับถูกจับเหวี่ยงลอยละลิ่วกระเด็นไปไกลเป็นสิบเมตร

มันช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริงๆ

ประเด็นสำคัญก็คือ ไม่มีใครมองเห็นเลยว่าต้วนหลิงเซียวลงมืออย่างไร

ราวกับว่าทุกท่วงท่าจบลงในชั่วพริบตาเดียว

ต้วนหลิงเซียวยืนเอามือไพล่หลัง ลำตัวตั้งตรงสง่างามราวกับต้นสน

ราวกับว่าเพิ่งจะทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรลงไป

"นี่มัน ... "

"เป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร"

อวี๋เหมิงเหมิงเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา

ตึก ตึก ตึก!

ต้วนหลิงเซียวมีสีหน้าเรียบเฉย เขาก้าวเดินเข้าไปหาชายอ้วนฉุอย่างช้าๆ แล้วก้มมองลงมาด้วยท่าทีเหนือกว่า

"ไอ้เด็กเวร แกจะทำอะไร ฉันคือหวังเต๋อฟา ผู้จัดการใหญ่ของกลุ่มบริษัทรับเหมาก่อสร้างหนิวหม่า แกมันเป็นตัวอะไรกันแน่"

"ถ้าแกกล้าแตะต้องฉันแม้แต่ปลายเล็บ ฉันกล้าพูดเลยว่าทั่วทั้งเมืองเจียงหนานไม่มีใครคุ้มกะลาหัวแกได้แน่!"

หวังเต๋อฟาร้องโวยวายด้วยความหวาดกลัว

พออ้าปากพูดก็กระเทือนถึงแผลจนต้องสูดปากด้วยความเจ็บปวด

"ที่รัก คุณเป็นอะไรไหม เซียวเมิ่งเสวี่ย รีบสั่งให้ไอ้ผู้ชายหน้าหมาของเธอหยุดเดี๋ยวนี้ ถ้ากล้ามาแหยมกับสามีฉัน พวกแกเตรียมตัวไปนอนในซังเตตลอดชีวิตได้เลย!"

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มบานปลาย อวี๋เหมิงเหมิงก็รีบแหกปากตะโกนลั่น

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซียวเมิ่งเสวี่ยก็หันไปมองต้วนหลิงเซียว เธอไม่อยากให้ต้วนหลิงเซียวต้องมาเดือดร้อนเพราะเธออีก

"วางใจเถอะ"

ต้วนหลิงเซียวเผยรอยยิ้มบางๆ

จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปหาชายอ้วนฉุ

"แกจะทำอะไรกันแน่ ฉัน ... ฉันยอมแพ้แล้วพอใจหรือยัง"

หวังเต๋อฟาร้องโวยวายด้วยความหวาดผวา มันกลัวจนลนลานไปหมด ถูกกลิ่นอายของต้วนหลิงเซียวสะกดข่มจนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง

แถมยังรู้สึกเจ็บแปลบที่หว่างขาขึ้นมาตงิดๆ!

ใช่แล้ว เจ็บปวดไปหมดทั้งสองข้างเลย!

"ฉันจะให้โอกาสแก ตอนนี้จงรีบเรียกคนของแกมาเดี๋ยวนี้!"

"เรียกมาให้หมดเท่าที่จะเรียกได้ ให้พวกมันมาช่วยแก!"

ต้วนหลิงเซียวใช้เท้าเหยียบลงบนใบหน้าอันอ้วนท้วนของหวังเต๋อฟาพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"หา"

หวังเต๋อฟาชะงักอึ้งไป

ให้มันเรียกคนมางั้นเหรอ

ถ้าเรียกคนมาถึง ไอ้เด็กเวรตรงหน้าต้องตายศพไม่สวยแน่ๆ

มันเป็นถึงผู้จัดการใหญ่ของกลุ่มบริษัทรับเหมาก่อสร้างหนิวหม่า มีลูกน้องและบอดี้การ์ดในสังกัดนับไม่ถ้วน

เป็นที่รู้กันดีว่าพวกทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง มักจะพัวพันกับการใช้ความรุนแรงในการไล่ที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หวังเต๋อฟาจึงเลี้ยงพวกนักเลงหัวไม้ที่พร้อมจะลงมืออย่างโหดเหี้ยมเอาไว้เป็นจำนวนมาก

มันจึงไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมไอ้เด็กเวรนี่ถึงได้รนหาที่ตายแบบนี้!

"ทำไม ฟังที่ฉันพูดไม่รู้เรื่องหรือไง"

ต้วนหลิงเซียวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

"ได้ๆๆ ฉันจะโทรเดี๋ยวนี้แหละ จะโทรเดี๋ยวนี้เลย!"

หวังเต๋อฟาใช้มือขวาที่สั่นเทาล้วงเอาโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดโทรออก

"เซียวเมิ่งเสวี่ย ยัยอัปลักษณ์อย่างเธออุตส่าห์หาแฟนได้ทั้งที แต่เดี๋ยวก็ต้องจบเห่แล้ว ไอ้หมอนี่จะต้องตายอย่างอนาถแน่!"

อวี๋เหมิงเหมิงพ่นเลือดผสมน้ำลายออกมาพลางด่ากราดด้วยน้ำเสียงอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์

"ตอนแรกแค่คุกเข่าขอโทษก็จบเรื่องแล้ว แต่ดันมาก่อเรื่องทำร้ายพวกเรา แถมยังปากดีท้าทายให้เรียกคนมาอีกงั้นเหรอ หึ ... เธอไม่มีทางรู้หรอกว่าอิทธิพลของกลุ่มบริษัทรับเหมาก่อสร้างหนิวหม่านั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน!"

"เรื่องนี้ไม่ใช่กงการอะไรของเธอ!"

เซียวเมิ่งเสวี่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ทว่าภายในดวงตาของเธอกลับไม่อาจปกปิดความกังวลเอาไว้ได้

แต่เธอไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย!

"ตอนนี้เพิ่งจะมารู้สึกกลัวเหรอ หึ สายไปแล้วล่ะ!"

ในใจของอวี๋เหมิงเหมิงเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ตั้งแต่เกาะใบบุญหวังเต๋อฟาได้ ใครเจอเธอก็ต้องแสดงความเคารพนอบน้อม ไม่เคยต้องมาทนรับความอัปยศอดสูแบบนี้มาก่อนเลย

เดี๋ยวพอบอดี้การ์ดของบริษัทมาถึง เธอจะต้องตบหน้าไอ้คู่ชายหญิงสารเลวนี่สักหลายร้อยฉาดให้จงได้!

"เกิดเรื่องอะไรขึ้น ใครมาก่อความวุ่นวายในร้านเสินหนงฟางของฉัน"

ในขณะนั้นเอง ชายหนุ่มรูปงามสวมเสื้อโค้ทสีดำแบรนด์อาร์มานี่ สวมแว่นตากรอบทองและใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก็เดินทอดน่องเข้ามาอย่างช้าๆ

ทำลายความเงียบงันในบริเวณนั้นลง

เบื้องหลังของเขามีชายชราในชุดถังจวงเดินตามมาติดๆ ท่วงท่าการเดินสง่างามดุจพยัคฆ์มังกร แผ่กลิ่นอายที่ไม่ธรรมดาออกมา

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 9 - ตบหน้าฉาดใหญ่!

คัดลอกลิงก์แล้ว