- หน้าแรก
- แหกคุกนรกหมายเลขศูนย์หวนคืนสู่เมืองหลวงอีกครั้ง
- บทที่ 1 - มังกรคลั่งแหกคุก
บทที่ 1 - มังกรคลั่งแหกคุก
บทที่ 1 - มังกรคลั่งแหกคุก
"ไอ้เดรัจฉาน! รีบลงมาจากตัวแม่ยายของแกเดี๋ยวนี้!"
"แกมันไอ้สัตว์ป่าที่ทำลายศีลธรรมและไร้สามัญสำนึก! ดูสิ่งที่แกทำลงไปสิ!"
ต้วนหลิงเซียวลืมตาขึ้นมา ก็พบว่าร่างอันงดงามที่ไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ของเจียงหว่านหรงว่าที่แม่ยายของเขากำลังนอนขดตัวอยู่ใต้ร่างของเขา
เรือนร่างอันเย้ายวนมีรอยเขียวช้ำ ใบหน้าแดงซ่าน ดวงตาคู่สวยที่ยังคงเสน่ห์เอ่อล้นไปด้วยรอยน้ำตา
สองมือของเธอข่วนหน้าอกของเขาจนเป็นรอยเลือดทางยาว
ตรงมุมห้อง เซียวหลงหู่น้องชายร่วมเป็นร่วมตายของเขาถูกมีดปักเข้าที่หัวใจและเสียชีวิตโดยที่ดวงตายังคงเบิกกว้าง
ต้วนหลิงเซียวตกใจและสับสนอย่างถึงที่สุด
ส่วนรอบตัวเขาก็เต็มไปด้วยสายตาที่เย็นชาและเฉยเมยหลายคู่
ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก กลุ่มติดอาวุธครบมือกว่าสามสิบคนก็พังประตูเข้ามาควบคุมตัวเขาเอาไว้ทันที
"รายงานข่าวจากสถานีโทรทัศน์ แหล่งข่าวทางการระบุว่า ในช่วงเช้าของวันที่ 12 กันยายน ปี 2021 ต้วนหลิงเซียว กวานจวินโหวที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ ได้ก่อเหตุล่วงละเมิดแม่ยายของตนเองหลังจากมึนเมาสุรา ทั้งยังลงมือสังหารเซียวหลงหู่ซึ่งเป็นรองแม่ทัพใต้บัญชาการอย่างโหดเหี้ยม ขณะนี้เขาถูกยึดวรยุทธ์และคุมตัวไปยังคุกหมายเลขศูนย์เพื่อจำคุกตลอดชีวิตแล้ว"
...
ห้าปีต่อมา
คุกหมายเลขศูนย์
คนโฉดรูปร่างพิลึกพิลั่นทั้งเจ็ดคนกำลังล้อมรอบชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งพร้อมเอ่ยชมไม่ขาดสาย "หลิงเซียว เคล็ดวิชาเทพสงครามของเจ้าบรรลุถึงขั้นที่เจ็ดแล้ว ถึงเวลาที่เจ้าจะออกไปสร้างความปั่นป่วนให้ยุทธภพเสียที!"
หัวหน้าของเจ็ดคนโฉดมีเส้นผมสีขาวโพลน ใบหน้าแห้งกรังดูราวกับซากศพ ร่างกายทุกส่วนถูกลงอักขระสะกดไว้ ริมฝีปากของเขาไม่ได้ขยับทว่าน้ำเสียงกลับดังก้องกังวานอยู่ในหูราวกับเสียงอสนีบาตฟาดกลางนภากาศ
"เข็มยืมชีวิตยมบาลจากศาสตร์เซียนแพทย์หุบเขาปีศาจ เจ้าก็ได้เรียนรู้จนเชี่ยวชาญหมดแล้ว! หากเจ้าต้องการจะยื้อชีวิตใคร ยมบาลก็พรากเขาไปไม่ได้ และหากเจ้าต้องการจะฆ่าใคร ยมบาลก็รั้งเขาไว้ไม่ได้เช่นกัน!"
คนโฉดอันดับสองสวมหน้ากาก ในมือคีบเข็มเล่มหนึ่งขณะกำลังเย็บแผลให้กระต่ายป่าที่กำลังจะตาย เพียงแค่พริบตาเดียวกระต่ายตัวนั้นก็กลับมามีชีวิตชีวาและวิ่งหนีหายวับไปอย่างรวดเร็ว
"วิชาตัวเบาของเจ้าไร้ผู้ต้านทานในใต้หล้า วิชาตัวเบามังกรทะยานเก้าชั้นฟ้าที่ข้าถ่ายทอดให้เจ้า เพียงพอจะทำให้เจ้าโลดแล่นไปในใต้หล้าได้อย่างอิสระ"
คนโฉดอันดับสามซึ่งขาทั้งสองข้างขาดด้วน เอ่ยขึ้นมาอย่างสบายอารมณ์ขณะกำลังแคะจมูกไปด้วย
"เพลงหมัดของเจ้าเข้าถึงแก่นแท้ของหมัดมังกรแล้ว อานุภาพของมันรุนแรงเทียบเท่ากับชุดเกราะเหล็กกล้าคันรบหนัก! แหวนจักรพรรดิมังกรวงนี้ ข้าขอมอบมันให้กับเจ้า!"
คนโฉดอันดับสี่เป็นชายซอมซ่อ แขนสองข้างขาดด้วนและกำลังเคี้ยวหมากฝรั่งอยู่ในปาก
"ร่างกายของเจ้าทนทานต่อพิษทุกชนิดในโลกนี้แล้ว นี่คือคัมภีร์ราชาโอสถ สูตรยาทั้งหมด ตำรับยาและพิษต่างๆ ในนี้ข้าขอยกให้เจ้า! แถมยังมีสูตรประทินโฉมด้วยนะ วันข้างหน้าเจ้าจะต้องเป็นที่รักของพวกผู้หญิงอย่างแน่นอน!"
คนโฉดอันดับห้าเป็นชายชราที่มีน้ำเหลืองไหลเยิ้มทั่วร่าง มุมปากของเขามีของเหลวสีเขียวขุ่นไหลออกมา ตอนที่เขาพูดเขายังหยิบตะขาบตัวหนาเท่าแขนเด็กยัดเข้าปากเคี้ยวเสียงดังกรวบๆ อย่างเอร็ดอร่อย
"ในนี้มีใบสัญญาหมั้นหมายเจ็ดฉบับที่เตรียมไว้ให้เจ้า คู่หมั้นของเจ้าแต่ละคนล้วนสวยสะกดใจจนล่มเมืองได้เลย แต่เจ้าจะกุมใจพวกนางได้ไหมก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้าแล้วล่ะ"
คนโฉดอันดับหกเอื้อมมือเข้าไปในอกเสื้อที่สกปรกซอมซ่อแล้วหยิบการ์ดเขรอะๆ สองสามใบออกมายื่นให้ต้วนหลิงเซียวอย่างลับๆ ล่อๆ ท่าทางของเขาดูราวกับพวกคนแจกนามบัตรตามตรอกซอกซอยไม่มีผิด
"ส่วนนี่คือตราคำสั่งวิหารเทวา เจ้าพกติดตัวไว้จะสามารถสั่งการเหล่านางฟ้าให้ต่อสู้เพื่อเจ้าได้ แน่นอนว่าหากเจ้าอยากจะนอนกับพวกนางก็ต้องใช้ความสามารถของตัวเองเช่นกัน ... "
คนโฉดคนสุดท้ายเป็นสตรีที่สวมชุดผ้ากระสอบและมีหมวกคลุมศีรษะ ทว่าน้ำเสียงของเธอกลับไพเราะราวกับเสียงดนตรีจากสรวงสวรรค์ชวนให้ผู้คนเคลิบเคลิ้มหลงใหล
"อาจารย์ทั้งเจ็ด ขอบคุณสำหรับความเหน็ดเหนื่อยในการขัดเกลาข้าตลอดห้าปีที่ผ่านมา หากไม่มีพวกท่าน ข้าก็คงไม่มีวิชาความรู้มากมายขนาดนี้ บุญคุณอันยิ่งใหญ่นี้ข้าจะไม่มีวันลืมเลือนเลย!"
ต้วนหลิงเซียวคุกเข่าคำนับคนโฉดทั้งเจ็ดด้วยความซาบซึ้งใจ
เขารู้สึกขอบคุณจากใจจริง!
ไม่ว่าในสายตาของคนนอกพวกท่านจะเป็นอย่างไร แต่สำหรับเขาแล้ว ทุกคนดีกับเขาอย่างแท้จริง
แม้ว่าร่างกายของพวกเขาจะพิการ ทว่าพลังฝีมือนั้นกลับสะท้านแผ่นดิน เพียงแค่ต้องเผชิญกับอุปสรรคบางอย่างจนทำให้ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
"เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว รีบออกไปอาละวาดให้โลกใบนี้ปั่นป่วนเสียที!" ชายซอมซ่อผู้ไร้แขนที่มักจะคิดว่าตัวเองเป็นบุรุษสุดแกร่งเอ่ยขึ้นทว่าดวงตากลับเริ่มเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา "บัดซบ เม็ดทรายจากไหนปลิวเข้าตาข้ากัน?"
"ใช่แล้ว วันข้างหน้าหากเจ้าไม่สามารถเป็นหนึ่งในใต้หล้าได้ ก็อย่าบอกใครว่าพวกเราเป็นอาจารย์ พวกเราอายคนอื่นเขา! หากใครมารังแกเจ้า ก็จงกลับมาบอกพวกเรา พวกเราจะหนุนหลังเจ้าเอง!"
น้ำเสียงของคนโฉดอันดับเจ็ดก็สั่นเครือเช่นกัน
"รับทราบครับ!"
ต้วนหลิงเซียวลุกขึ้นยืนแล้วกระโจนร่างออกไปราวกับมังกรคลั่งทะยานสู่น่านน้ำ กลิ่นอายอันทรงพลังและดุดันพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง!
ห้าปีแล้ว เต็มๆ ห้าปีแล้ว!
เขาเข้าร่วมกองทัพตั้งแต่อายุสิบแปดปี พออายุสิบเก้าก็ได้เข้าสู่หน่วยรบพิเศษระดับแนวหน้าอย่างหน่วยเขี้ยวมังกร หลังจากนั้นอีกเพียงครึ่งปีเขาก็ได้ขึ้นเป็นผู้นำของหน่วยรบพิเศษเขี้ยวมังกร ครั้นอายุยี่สิบเอ็ดปี เขานำทัพทหารหาญแปดพันนายกวาดล้างสมรภูมิตะวันตกเฉียงใต้ สังหารทหารราบยานเกราะของข้าศึกกว่าสามหมื่นนายจนราบคาบ ช่วยคลี่คลายภัยคุกคามตามแนวชายแดนและได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกวานจวินโหวที่อายุน้อยที่สุด!
ทว่าในวันที่เขาเดินทางกลับมาอย่างผู้ชนะเมื่อห้าปีก่อน กลับถูกครอบครัวของคู่หมั้นวางแผนชั่วร้ายเล่นงานเข้า!
เขาถูกวางยาพิษในงานเลี้ยงฉลองชัยชนะและถูกจับโยนลงบนเตียงของเจียงหว่านหรงผู้เป็นว่าที่แม่ยาย!
เมื่อตื่นขึ้นมา เจียงหว่านหรงก็อยู่ในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง และมีรอยเขียวช้ำตามร่างกายอย่างเห็นได้ชัด!
เซียวหลงหู่น้องชายร่วมเป็นร่วมตายของเขาถูกคนตัดศีรษะจนขาดสะบั้น และที่หน้าอกมีมีดพกประจำตัวของเขาปักคาอยู่!
มู่หรงสยงป้าว่าที่พ่อตาของเขาเป็นคนลงมือทำลายวรยุทธ์ของเขาด้วยตัวเอง ส่วนคู่หมั้นก็ฉีกสัญญาหมั้นหมายทิ้งต่อหน้าต่อตา
จากนั้นเขาก็ถูกตัดสินโทษจำคุกอย่างรวดเร็วราวกับพายุสายฟ้า
ห้าปีที่ผ่านมานี้เขาทนทุกข์ทรมานและฝึกฝนอย่างหนักเพื่อสืบหาความจริงและกลับมาล้างแค้นให้เลือดล้างด้วยเลือด!
"มู่หรงสยงป้า เจียงหว่านหรง มู่หรงหว่านเสวี่ย ... พวกสารเลวอย่างพวกแกคงคิดไม่ถึงจนวันตายหรอกว่าในส่วนที่ลึกที่สุดของคุกหมายเลขศูนย์จะมีเจ็ดคนโฉดที่ไร้เทียมทานซ่อนตัวอยู่!"
"และคงคิดไม่ถึงว่าวิชาความรู้ทั้งหมดของพวกเขาจะถูกข้าสืบทอดมาจนหมดสิ้น!"
ห้าปีก่อนหน้านี้ ในช่วงแรกเขาถูกคนโฉดทั้งเจ็ดมองเป็นเพียงเครื่องเล่นเพื่อความบันเทิงและถูกทรมานจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด ทว่าเขาก็กัดฟันสู้และอดทนผ่านมาได้ ความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวนี้ทำให้เขาได้รับการยอมรับจากคนโฉดทั้งเจ็ด พวกเขาจึงได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ทั้งหมดให้พร้อมทั้งรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสทั่วร่างจนหายดี
เคล็ดวิชาเทพสงครามทำให้เขามีกำลังภายในที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า!
วิชาตัวเบามังกรทะยานเก้าชั้นฟ้าและเพลงหมัดมังกรทำให้วิชาหมัดและวิชาตัวเบาของเขาบรรลุถึงขั้นเหนือจินตนาการ!
ยังไม่รวมถึงวิชาแพทย์อันล้ำเลิศ วิชาค่ายกลที่ลึกล้ำ และศาสตร์การสร้างอาวุธอีกมากมาย
เรียกได้ว่าคนโฉดทั้งเจ็ดล้วนเป็นยอดฝีมือที่ไร้ผู้ต้านทาน และต้วนหลิงเซียวก็คือร่างอวตารที่รวมเอาความสุดยอดของพวกเขาทั้งเจ็ดคนไว้ในร่างเดียว!
"เจ้าเด็กคนนี้เรียนรู้วิชาของพวกเราไปจนหมดสิ้น โลกภายนอกคงจะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แน่!"
หลังจากต้วนหลิงเซียวจากไป เจ็ดคนโฉดแห่งคุกหมายเลขศูนย์ต่างพึมพำกับตัวเองเบาๆ "อย่างไรก็ตาม พวกเราเองก็ต้องเริ่มเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ครั้งนั้นแล้วเช่นกัน ... "
...
สามวันต่อมา ณ เมืองเจียงหนาน
บ้านพักตระกูลเซียว
ต้วนหลิงเซียวที่ยืนตัวตรงสง่าพละกำลังล้นเหลือทอดสายตาออกไป ทันใดนั้นนัยน์ตาของเขาก็พลันสาดประกายเย็นเยียบ
คฤหาสน์ที่เคยหรูหราและรุ่งเรืองในอดีต บัดนี้กลับรกร้างเต็มไปด้วยวัชพืชดูทรุดโทรมเป็นอย่างยิ่ง
ใบหน้าอันหล่อเหลาของต้วนหลิงเซียวแปรเปลี่ยนเป็นมืดมน ดวงตาคู่นั้นฉายแววหม่นหมอง
"หลงหู่จากไปแล้ว ตระกูลเซียวกลับต้องตกต่ำถึงเพียงนี้ ตอนนั้นหลงหู่ติดตามข้ากรำศึกเหนือใต้ สร้างคุณงามความดีไว้มากมาย ใครจะคิดว่าจุดจบจะเป็นเช่นนี้!"
"ไม่รู้ว่าตลอดห้าปีมานี้ เซียวเมิ่งเสวี่ยจะเป็นอย่างไรบ้าง? ข้าจำได้ว่าพ่อแม่ของหลงหู่เสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเด็ก เหลือเพียงแค่น้องสาวคนนี้คนเดียวเท่านั้น!"
"ห้าปีก่อนหลงหู่ถูกสังหาร น้องสาวของเขาก็คงจะมีชีวิตที่ยากลำบากไม่แพ้กัน! ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนกันนะ?"
"กรี๊ด!!"
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดก็ดังแว่วเข้ามา
แววตาของต้วนหลิงเซียวพลันวูบไหว เขารีบก้าวเท้าเดินตามเสียงนั้นไปทันที!
"กรีดดดดด!"
"อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามา! พวกแกมันไอ้พวกเดรัจฉาน ออกไปให้พ้น!!"
เซียวเมิ่งเสวี่ยนอนขดตัวอยู่ที่มุมกำแพงลานบ้าน ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและส่งเสียงร้องไห้อย่างน่าเวทนา
เสื้อผ้าที่สวมใส่ขาดรุ่งริ่งจนแทบจะไม่สามารถปกปิดร่างกายอันบอบบางได้เลย!
ตามร่างกายของเธอมีโซ่ตรวนพันธนาการไว้ราวกับสุนัขที่ถูกเลี้ยงไว้ในคอก
เบื้องหน้าของเธอมีเศษอาหารเหลือทิ้งที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาอย่างรุนแรง
"ฮ่าๆๆ คุณหนูใหญ่ตระกูลเซียวผู้สูงส่งในอดีต นึกไม่ถึงเลยว่าตอนนี้จะมาคุกเข่าต่อหน้าพวกเราเหมือนสุนัขตัวหนึ่ง ช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ!"
"เซียวเมิ่งเสวี่ย แกคิดว่าตัวเองยังเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลเซียวเหมือนแต่ก่อนงั้นเหรอ? ข้าจะบอกอะไรให้นะ ตอนนี้แกเป็นแค่สุนัขที่นายน้อยลู่วิวเลี้ยงไว้ เป็นแค่สุนัขตัวเมียที่เห่าบ๊อกๆ เท่านั้นแหละ!"
"งานแต่งงานของนายน้อยกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว วันนี้พวกเรามารับแกไป เพื่อให้แกไปทำหน้าที่เป็นสุนัขเฝ้าประตูตรงทางเข้างานแต่งงานอย่างไรเล่า!"
ชายฉกรรจ์ชุดดำสองสามคนจ้องมองเซียวเมิ่งเสวี่ยด้วยสีหน้าดุดัน พวกเขายืนค้ำหัวพลางส่งสายตาหื่นกระหายราวกับสัตว์ป่าที่พร้อมจะรุมทึ้งร่างของเธอ
ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดคือพ่อบ้านของตระกูลลู่แห่งเมืองเจียงหนาน สายตาของเขาดูหยาบโลนและน่าเกลียดเป็นอย่างยิ่ง
ในขณะนั้นเอง เซียวเมิ่งเสวี่ยก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา
สิ่งที่ทำให้ผู้คนต้องตกตะลึงก็คือ ใบหน้าของเธอกลับเสียโฉมไปจนหมดสิ้น มีรอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัวพาดผ่านราวกับตัวตะขาบหลายตัวเกาะอยู่บนใบหน้าของเธอ
"ต่อให้ต้องตาย ข้าก็ไม่มีวันไป! ต่อให้ต้องกลายเป็นผีร้าย ข้าก็จะสาปแช่งให้พวกแกไม่ตายดี!"
เซียวเมิ่งเสวี่ยเค้นเสียงตะโกนด้วยความแค้น
ครอบครัวพังพินาศ ตัวเธอก็แปรเปลี่ยนจากคุณหนูใหญ่ผู้แสนงดงามกลายเป็นหญิงอัปลักษณ์ที่มีแต่บาดแผลเต็มใบหน้า
"พี่คะ ... หนูคิดถึงพี่จังเลย ... คิดถึงเหลือเกิน ... "
หยาดน้ำตาสองสายรินไหลผ่านพวงแก้มอันอัปลักษณ์และน่ากลัวของเธอ
"หึ คิดว่าไม่อยากไปแล้วจะได้ไม่ต้องไปงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!"
ทันใดนั้น พ่อบ้านลู่ก็ออกแรงกระชากโซ่ตรวนที่คล้องคอของเซียวเมิ่งเสวี่ยอย่างแรง ส่งผลให้ลำคอของเธอแดงช้ำขึ้นมาทันที
จากนั้น เขาก็กระชากเสื้อผ้าอันขาดรุ่งริ่งของเธอออกจนขาดสะบั้น
"ถึงแกจะอัปลักษณ์ไปหน่อย แต่ข้าชอบลองของแปลกๆ ไม่รังเกียจที่จะหาความสำราญตรงนี้สักหน่อยหรอก! ข้าอยากจะรู้เหมือนกันว่ารสชาติของอดีตคุณหนูใหญ่ที่ตกอับจะเป็นอย่างไร!"
[จบแล้ว]