- หน้าแรก
- ทะลวงวิถีเซียน ข้าล็อกคุณสมบัติไอเทมถาวรได้
- บทที่ 14 ข่าวลือวงนอก
บทที่ 14 ข่าวลือวงนอก
บทที่ 14 ข่าวลือวงนอก
บทที่ 14 ข่าวลือวงนอก
พอกลับถึงที่พัก หลี่หยวนก็จัดการลงกลอนประตูแน่นหนา ทรุดตัวลงนั่งบนเตียง แล้วหยิบตำราวิชาเลี้ยงปราณออกมา
ทันทีที่สัมผัสตำรา ตัวอักษรโปร่งแสงก็เด้งขึ้นมา
【ตรวจพบสิ่งของที่สามารถสวมใส่ได้: วิชาเลี้ยงปราณแบบสมบูรณ์】
【ตัวอย่างคุณสมบัติ: ปราณโลหิตก่อเกิดระดับสีขาว —— ความเร็วในการฟื้นฟูปราณโลหิตเพิ่มขึ้นห้าส่วน เร่งการสมานแผลทั้งภายนอกและภายใน】
【เงื่อนไขแสดงผลถาวร: ฝึกฝนวิชาจนถึงขั้นสมบูรณ์ และสะสมเวลาฝึกฝนในสภาพที่ปราณโลหิตเต็มเปี่ยมให้ครบ 24 ชั่วยาม】
【ช่องสวมใส่ปัจจุบัน 2/2 ต้องการสับเปลี่ยนอุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่หรือไม่?】
ปราณโลหิตก่อเกิด ความเร็วในการฟื้นฟูปราณโลหิตพุ่งขึ้นห้าส่วน แถมยังช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นอีก แนวทางมันฉีกไปคนละทางกับเสริมความแกร่งอวัยวะภายในเลย อันนึงสายแทงค์ อันนึงสายฮีล
ที่สำคัญกว่านั้นคือ เงื่อนไขแสดงผลถาวรของเคล็ดวิชาวัวเหล็กมันระบุไว้ว่าต้องฝึกวิชาของคนธรรมดาสองวิชาให้ถึงขั้นสมบูรณ์ ซึ่งวิชาเลี้ยงปราณนี่แหละจิ๊กซอว์ชิ้นที่สองพอดีเป๊ะ
แต่ปัญหาคือช่องสวมใส่มันมีแค่สองช่อง โอสถทะลวงชีพจรแตะไม่ได้เด็ดขาด ถ้าจะใส่วิชาเลี้ยงปราณก็ต้องถอดเคล็ดวิชาวัวเหล็กออกก่อน
แต่ก็ไม่ต้องสลับแบบถาวรหรอก
ข้อดีที่สุดของการสวมใส่วิชาก็คือระบบ ยัดความรู้เข้าสมอง —— เคล็ดวิชาทั้งหมดจะโดนส่งตรงเข้าหัวทันที ประหยัดเวลามานั่งงมอ่านไปได้เยอะ อย่างตอนใส่เคล็ดวิชาวัวเหล็กครั้งแรก ก็ใช้เวลาไม่ถึงชั่วยามก็เข้าขั้นระดับเริ่มต้นแล้ว
วิชาเลี้ยงปราณก็คงเหมือนกัน ขอแค่ใส่เพื่อรับความรู้เข้าหัว แล้วตั้งหน้าตั้งตาฝึกสักสองสามชั่วยาม การจะเข้าขั้นระดับเริ่มต้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก
พอเข้าขั้นปุ๊บก็ถอดออก รอให้ครบสิบสองชั่วยามคูลดาวน์ของเคล็ดวิชาวัวเหล็ก แล้วค่อยสลับกลับมาเหมือนเดิม
เสียเวลาแค่วันเดียว แลกกับการบรรลุระดับเริ่มต้นของวิชาเลี้ยงปราณ คิดยังไงก็คุ้ม
แต่ตอนนี้ยังไม่ต้องรีบ ตอนบ่ายยังมีงานเดินยามรออยู่ การสลับวิชาต้องอาศัยเวลาฝึกแบบต่อเนื่อง ไว้ตอนเย็นกลับมาค่อยจัดการทีเดียว
...
ตลาดยามบ่ายยังคงคึกคักเหมืนเดิม เผลอๆ จะคึกคักกว่าเมื่อหลายวันก่อนซะด้วยซ้ำ
หลี่หยวนเดินไปตามถนนสายตะวันออกได้แค่ครึ่งทาง ก็สังเกตเห็นหน้าใหม่โผล่มาเพียบ
พวกผู้ฝึกตนอิสระจับกลุ่มคุยกันอยู่ริมถนน สีหน้าแต่ละคนดูไม่ค่อยจะสู้ดีนัก บางคนก็ดูมอมแมมเหมือนเพิ่งคลุกฝุ่นมา บางคนเสื้อผ้ายังมีคราบเลือดที่เช็ดไม่ออกติดอยู่เลย
ตอนเดินผ่านกลุ่มผู้ฝึกตนอิสระ หลี่หยวนก็หูผึ่งแอบฟังบทสนทนามาได้นิดหน่อย
"...รอบนอกมันไม่ปลอดภัยแล้ว เมื่อวานกลุ่มของเหล่าโจวไปเจอกับสัตว์อสูรตรงตีนเขา หนีไม่ทันด้วยซ้ำ ไปกันห้าคน รอดกลับมาได้แค่สามคนเอง..."
"ไม่ใช่แค่สัตว์อสูรธรรมดานะ ข้าได้ยินมาว่าแถวเหมืองรอบนอกมีสัตว์อสูรระดับสูงโผล่มาเพียบ บางทียังมากันเป็นฝูงเลย ได้ข่าวว่าหน่วยล่าสัตว์อสูรโดนล้างบางไปหลายทีมแล้ว"
"ขนาดหน่วยล่าสัตว์อสูรยังเอาตัวไม่รอด แล้วพวกผู้ฝึกตนอิสระต๊อกต๋อยอย่างพวกเราจะเข้าไปหาเรื่องใส่ตัวทำไม หลบอยู่ในตลาดนี่แหละ รอให้ลมสงบแล้วค่อยว่ากัน"
หลี่หยวนเดินผ่านไปโดยไม่หยุดชะงัก แต่สมองบันทึกข้อมูลพวกนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว
ความถี่ในการโผล่มาของพวกสัตว์อสูรในเทือกเขาหยวนเหิงมันพุ่งสูงขึ้นกว่าช่วงก่อนเยอะเลย
การที่สัตว์อสูรระดับสูงโผล่มาป้วนเปี้ยนแถวตีนเขารอบนอก แสดงว่าพวกสัตว์อสูรที่อยู่ลึกเข้าไปในเขามันกำลังอพยพออกมาข้างนอก แล้วก็มาแย่งที่ทำกินของพวกสัตว์อสูรระดับต่ำที่อยู่รอบนอก
ผลกระทบมันส่งต่อกันเป็นทอดๆ สุดท้ายพวกที่รับเคราะห์ก็คือผู้ฝึกตนอิสระกับหน่วยล่าสัตว์อสูรที่หากินอยู่ในเขานั่นแหละ
พอมีคนตาย พวกที่รอดก็ต้องหนีหัวซุกหัวซุนมาพึ่งใบบุญตลาด นี่ก็เป็นคำตอบว่าทำไมช่วงนี้คนในตลาดถึงได้เยอะเป็นมดปลวก
เดินต่อไปจนเลี้ยวเข้าตรอกเหนือ หลี่หยวนก็สังเกตเห็นว่าสองข้างทางมีเพิงชั่วคราวผุดขึ้นมาอีกเพียบ บางคนไม่มีเพิงก็นั่งยองๆ ปูผ้าขายของอยู่บนพื้นกันดื้อๆ เลย
ตรอกเหนือที่แคบอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งเบียดเสียดยัดเยียดจนแทบจะเดินสวนกันไม่ได้
เดินยามไปได้ครึ่งทาง หลี่หยวนก็บังเอิญสวนกับเสมียนของหน่วยจัดการคนหนึ่งเข้าพอดี หมอนั่นหนีบเอกสารปึกนึงไว้แน่น กึ่งวิ่งกึ่งเดินมุ่งหน้าไปทางถนนสายตะวันออก
"รองหัวหน้าหลี่" เสมียนเรียกหลี่หยวนไว้ แล้วแบ่งเอกสารในมือยื่นให้สองสามแผ่น
"ประกาศจากหน่วยจัดการ ฝากไปกระจายข่าวที"
หลี่หยวนรับมาอ่านคร่าวๆ
ตระกูลหวังเตรียมขยายตลาด
เนื้อหาประกาศสั้นกระชับ —— เนื่องจากมีผู้ฝึกตนอิสระแห่เข้ามาเยอะเกินไป ที่พักกับแผงลอยที่มีอยู่มันไม่พอรองรับ ตระกูลหวังก็เลยตัดสินใจจะสร้างบ้านพักเพิ่มทางทิศตะวันออกกับทิศใต้ของตลาด พร้อมกับเปิดพื้นที่ว่างบางส่วนให้พวกผู้ฝึกตนอิสระเช่าพัก โดยเก็บค่าเช่าเป็นรายเดือน
พออ่านถึงบรรทัดสุดท้าย คิ้วของหลี่หยวนก็กระตุกนิดนึง
พื้นที่ที่เขาเปิดให้เช่าน่ะ รวมไปถึงบ้านพักว่างๆ ในเขตที่พักของผู้ตรวจการด้วย
เขตที่หลี่หยวนอยู่มันมีบ้านไม้ร้อยกว่าหลัง ปกติก็มีคนอยู่น้อยจนบ้านว่างเพียบอยู่แล้ว
ยิ่งตอนนี้ผู้ตรวจการโดนเกณฑ์ไปอยู่กองกำลังคุ้มกันกันหมด บ้านว่างก็ยิ่งบานตะไท
ตระกูลหวังกะจะเอาบ้านว่างพวกนี้มาปล่อยเช่าให้ผู้ฝึกตนอิสระหน้าใหม่พวกนี้อยู่
เก็บค่าเช่าทั้งในตลาดและรอบๆ ตลาด นี่มันช่องทางทำเงินก้อนโตชัดๆ
หลี่หยวนยัดประกาศใส่แขนเสื้อ แล้วเดินยามต่อ พร้อมกับแจกประกาศไปด้วย
ตกเย็น หลี่หยวนก็แวะไปที่ฐานของกองตรวจการ
ประตูห้องโถงหลักเปิดอ้าซ่า หวังเต๋อนั่งอยู่ข้างใน กองเอกสารบนโต๊ะสูงปรี๊ดกว่าเมื่อหลายวันก่อนตั้งเยอะ
"นั่งลงสิ"
หวังเต๋อยกถ้วยชาขึ้นจิบ
"เราสืบรู้แล้ว ไอ้จ้าวอู่นั่นมันแฝงตัวอยู่ในตลาดมาเกือบเดือน เอาแต่สืบเรื่องการวางกำลังเวรยาม จำนวนคน แล้วก็เส้นทางเข้าออกของตลาดมาตลอด"
หวังเต๋อวางถ้วยชาลง แล้วล้วงเอาผ้าหยาบๆ ผืนนึงออกมาวางบนโต๊ะ
บนผ้ามีแผนผังตลาดชิงเหอวาดด้วยมือ ลายเส้นค่อนข้างละเอียดเลยแหละ แถมยังลงจุดยามเฝ้าหน้าหน่วยจัดการกับเวลาสับเปลี่ยนเวรไว้ครบถ้วน
"นี่เป็นของที่ไอ้จ้าวอู่มันทิ้งไว้ที่พัก ดูเหมือนมันจะรู้ตัวว่าโดนจับตา เลยชิงหนีไปก่อน"
หลี่หยวนนิ่งฟัง สีหน้าไม่เปลี่ยน
"ตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันเป็นคนของขุมกำลังไหน ยังสืบไม่เจอเบาะแสเลย"
ตลาดชิงเหอทั้งตลาดเป็นอาณาเขตของตระกูลหวัง ตระกูลหวังก็เป็นถึงตระกูลระดับสร้างฐาน แถมกองกำลังคุ้มกันตลาดก็มีฝีมือไม่ธรรมดา พวกกองโจรธรรมดาๆ ไม่มีทางกล้ามาแหยมกับตลาดชิงเหอหรอก
หวังเต๋อพูดถึงตรงนี้ก็หยุดชะงัก จ้องหน้าหลี่หยวนเขม็ง
"เจ้าไปสะดุดตาไอ้หมอนี่ได้ยังไง"
"พ่อค้าของขายไม่ออกดันไม่สะทกสะท้าน วันๆ เอาแต่นั่งจ้องยามกับทางเข้าตลาด แล้วอยู่ดีๆ ก็โผล่มาถามเรื่องกำลังคนของกองกำลังคุ้มกันอีก"
หลี่หยวนตอบสั้นๆ "เรื่องพวกนี้พอมารวมกันมันก็ดูไม่ชอบมาพากลแล้ว"
หวังเต๋อครางรับในลำคอ เอนหลังพิงเก้าอี้
"ในตลาดวันนึงๆ คนเข้าออกเป็นร้อยเป็นพัน ไม่มีใครเขามานั่งจับผิดผู้ฝึกตนอิสระต๊อกต๋อยหรอก"
"เจ้าทำผลงานได้ดีมาก"
หวังเต๋อชมเปาะนึง แล้ววกเข้าเรื่องจริงจัง
"ช่วงนี้ตลาดคนเริ่มพลุกพล่าน ไอ้จ้าวอู่นี่อาจจะไม่ใช่หนอนบ่อนไส้คนสุดท้ายก็ได้"
"กว่าจะโดนเจ้าจับได้ มันก็มุดหัวอยู่ที่นี่มาตั้งเดือนนึง แสดงว่าไอ้พวกนี้ถ้ามันไม่เผลอหลุดพิรุธออกมาเอง การเดินยามปกติแทบจะควานหามันไม่เจอเลย"
หวังเต๋อดันกองเอกสารบนโต๊ะไปข้างๆ เคลียร์พื้นที่เล็กๆ แล้วประสานมือวางบนโต๊ะ
"เวลาเจ้าออกไปเดินยามก็หูตาไวหน่อยนะ โดยเฉพาะพวกผู้ฝึกตนอิสระหน้าใหม่ คอยสังเกตดูว่ามีพวกทรงคล้ายๆ ไอ้จ้าวอู่นี่โผล่มาบ้างมั้ย"
"ถ้าเจอก็รีบมารายงานข้า อย่าเพิ่งผลีผลามลงมือเอง"
หลี่หยวนตอบรับคำสั่ง นี่แหละสิ่งที่เขาต้องการเลย จากนั้นก็ลุกขึ้นขอตัวลากลับ
ตอนที่เดินออกจากฐาน ท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว โคมไฟในตลาดเริ่มส่องสว่าง
พอกลับถึงบ้านไม้ หลี่หยวนก็ลงกลอนประตู ยืนอยู่ตรงที่ว่างกลางห้อง แล้วเริ่มรำเคล็ดวิชาวัวเหล็กสี่กระบวนท่าแรกรวดเดียวจบ
ปราณโลหิตไหลเวียนไปตามเส้นทางในร่างกาย ชะล้างอวัยวะภายในและแขนขา
ท่าที่สี่ วัวเหล็กตะกุยเท้า นี่มันนรกแตกเหมือนเดิม ฝึกจบทีไรขาสั่นพั่บๆ ทุกที แต่ก็ถือว่าดีกว่าเมื่อหลายวันก่อน ร่างกายเริ่มปรับตัวได้บ้างแล้ว
พอเลิกเดินพลัง หลี่หยวนก็ทรุดตัวลงนั่งบนเตียง
ได้เวลาแล้ว
กระดิกความคิด ถอดเคล็ดวิชาวัวเหล็กออก
【ถอดอุปกรณ์สำเร็จ: เคล็ดวิชาวัวเหล็ก】
【คุณสมบัติเสริมความแกร่งอวัยวะภายในระดับสีขาวสิ้นสภาพชั่วคราว】
【หมายเหตุ: หลังจากถอดอุปกรณ์ประเภทเดียวกันออกแล้ว ต้องรอสิบสองชั่วยามถึงจะสวมใส่ใหม่ได้】
ตำราวิชาโผล่พรวดขึ้นมากลางฝ่ามือ ความอบอุ่นที่ห่อหุ้มอวัยวะภายในช่องท้องอันตรธานหายวับไปทันที
หลี่หยวนวางตำราเคล็ดวิชาวัวเหล็กไว้ข้างๆ แล้วหยิบวิชาเลี้ยงปราณขึ้นมาแทน
สวมใส่
ตำรากลายเป็นแสงจางๆ ซึมซาบเข้าสู่ร่างกาย วินาทีถัดมา ข้อมูลมหาศาลก็ไหลบ่าเข้าสู่สมอง
วิชาเลี้ยงปราณมีทั้งหมดห้ากระบวนท่า —— รวบรวมปราณ บำรุงลมหายใจ สั่งสมโลหิต เสริมรากฐาน คืนสู่จุดกำเนิด เคล็ดการหายใจ เส้นทางเดินปราณโลหิต ท่วงท่า แล้วก็ข้อห้ามในการฝึกของแต่ละกระบวนท่า ทุกอย่างสว่างวาบอยู่ในหัวอย่างแจ่มแจ้ง
เหมือนตอนที่สวมใส่เคล็ดวิชาวัวเหล็กครั้งแรกไม่มีผิด
ไอ้พวกข้อความที่อ่านแล้วงงเป็นไก่ตาแตกตอนบ่าย พอมาตอนนี้มันเคลียร์คัตทะลุปรุโปร่ง ราวกับว่าเขาได้ศึกษาทำความเข้าใจวิชานี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
และพร้อมๆ กันนั้น ความอบอุ่นที่นุ่มนวลกว่าเดิมก็พวยพุ่งขึ้นมา มันไม่เหมือนเสริมความแกร่งอวัยวะภายในที่ไปกระจุกตัวอยู่ตรงช่องท้อง แต่มันแผ่ซ่านจากจุดตันเถียน กระจายไปตามเส้นลมปราณและกล้ามเนื้ออย่างเชื่องช้า เหมือนร่างกายโดนแช่ในน้ำอุ่นๆ
ผลลัพธ์ของปราณโลหิตก่อเกิดสินะ
【สวมใส่อุปกรณ์สำเร็จ: วิชาเลี้ยงปราณ】
【ได้รับคุณสมบัติ: ปราณโลหิตก่อเกิดระดับสีขาว —— ความเร็วในการฟื้นฟูปราณโลหิตเพิ่มขึ้นห้าส่วน เร่งการสมานแผลทั้งภายนอกและภายใน】
【วิชาเลี้ยงปราณ: ยังไม่เข้าขั้น 0/100】
เคล็ดวิชาฝังหัวเรียบร้อยแล้ว แต่การฝึกฝนร่างกายมันต้องมาลงมือทำเอง
หลี่หยวนไม่รอช้า ลุกขึ้นยืน ปรับท่าทางตามข้อมูลที่อัดแน่นอยู่ในหัว แล้วเริ่มรำวิชาเลี้ยงปราณกระบวนท่าแรกทันที