เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 550 ขุดความลับ

บทที่ 550 ขุดความลับ

บทที่ 550 ขุดความลับ


การถ่ายโอนความทรงจำ

ภาพฉายโฮโลแกรมต่างพากันมองหน้ากันและกัน มีคนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “สหายจู๋เสวียหมิน ความทรงจำที่คุณถ่ายโอนไป น่าจะไม่รวมถึงความลับระดับสามขึ้นไปใช่หรือไม่?”

“ไม่รวม”

บนใบหน้าของจู๋เสวียหมิน เผยให้เห็นรอยยิ้มขื่นปนจนปัญญา “ฉันรู้ดีว่าการกระทำเช่นนี้แทบจะละเมิดกฎระเบียบด้านความปลอดภัยทั้งหมด แต่ในสถานการณ์ตอนนั้น นี่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นวิธีเดียวที่ทำได้แล้ว”

สิงเหอโฉ่วนิ่งเงียบไม่เอ่ยคำ

ในฐานะที่เป็นสมาชิกคนหนึ่งของสมาคมวิจัยศาสตร์เร้นลับ จู๋เสวียหมินก็ถือได้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่วิจัยทางวิทยาศาสตร์ครึ่งหนึ่งในระดับหนึ่งแล้ว ระดับสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลด้านความปลอดภัยภายในองค์กรของเขาจึงสูงมาก สามารถตรวจสอบความลับระดับสามส่วนใหญ่ หรือแม้กระทั่งความลับระดับสี่บางส่วนได้

“ความลับภายในองค์กรแบ่งออกเป็น 6 ระดับ ระดับ 0 คือข้อมูลสาธารณะ ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่โลจิสติกส์ เสมียน พนักงานทำความสะอาด และพนักงานภายนอกก็สามารถตรวจสอบได้

ระดับ 1 คือเป็นความลับบางส่วน

ระดับ 2 คือมีการจำกัดการเข้าถึง

ระดับ 3 คือความลับ

ระดับ 4 คือความลับขั้นสูงสุด และระดับ 5 คือข้อมูลที่มีเพียงผู้บริหารระดับสูงสุดเท่านั้นที่สามารถตรวจสอบได้”

อย่างเช่นเจ้าหน้าที่แนวหน้าประเภทเว่ยหลิงหลาน และฉู่อิน ก็จะมีสิทธิ์ตรวจสอบข้อมูลระดับสอง และในสถานการณ์ส่วนน้อยก็จะสามารถรับทราบความลับระดับสามได้

ส่วนสิงเหอโฉ่ว มีสิทธิ์เข้าถึงความลับระดับสาม

ในขณะที่เจียนรูซวง ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบฐานที่มั่นถนนเหอซาน เนื่องจากเป็นผู้บริหารระดับสูงและเป็นเจ้าหน้าที่วิจัยทางวิทยาศาสตร์ จึงสามารถเข้าถึงความลับระดับสี่บางส่วนได้

ภายในกรมกิจการพิเศษ มีวิธีการจัดการกับสมาชิกในองค์กรที่มีระดับสิทธิ์การเข้าถึงความปลอดภัยแตกต่างกัน

สมาชิกระดับล่างจะต้องลงนามในข้อตกลงรักษาความลับ ที่มีผลทางมลพิษทางความคิด เมื่อใดที่ตั้งใจเปิดเผยความลับ ก็จะเกิดปฏิกิริยาทางสรีรวิทยา (เช่น รู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรง อาเจียน หมดสติ) และจะเกิดสัญญาณเตือนขึ้นที่ศูนย์ควบคุมและตรวจสอบ

ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับสูงก็ต้องลงนามในข้อตกลงรักษาความลับที่เข้มงวดยิ่งกว่าเช่นกัน ไม่เพียงแต่พวกเขาจะมีคนคอยคุ้มครองและจับตาดูตลอดเวลาเท่านั้น แต่ยังมีการตั้งข้อจำกัดไว้ในสมอง ทำให้ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลสู่ภายนอกได้ และยังไม่สามารถถูกกองกำลังศัตรูแย่งชิงข้อมูลความลับไปได้ด้วยวิธีการต่างๆ อย่างเช่น "การรุกล้ำความทรงจำ" "การแฮ็กเข้าสู่ห้วงความฝัน" หรือ "การใช้คนตายสื่อวิญญาณ"

เท่าที่สิงเหอโฉ่วรู้ เมื่อผลกระทบจากมลพิษทางความคิดได้รับความสำคัญมากยิ่งขึ้น องค์กรก็ถึงขั้นเริ่มจำกัดการเข้าถึงข้อมูลความลับของเจ้าหน้าที่ระดับสูงมากยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อป้องกันไม่ให้วันใดวันหนึ่งที่มลพิษทางความคิดเกิดสูญเสียการควบคุม แล้วกวาดล้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงส่วนใหญ่ไปในคราวเดียว

ก็เหมือนกับเซิงหนานอ๋อง ในครั้งนี้อย่างไรล่ะ

ภาพฉายโฮโลแกรมปรึกษาหารือกันเสียงเบาอยู่พักหนึ่ง สิงเหอโฉ่ว กับเจียนรูซวงนั่งลงด้วยกัน รับฟังการปรึกษาหารือของผู้บังคับบัญชา ภายในใจก็รู้สึกลังเลกระวนกระวายใจอยู่บ้าง

ในเหตุการณ์ครั้งนี้ การรั่วไหลของข้อมูลไม่ใช่เรื่องน่ากลัว สิ่งที่น่ากังวลคือเซิงหนานอ๋อง ซึ่งเป็นตัวตนพิเศษที่ได้รับความทรงจำของจู๋เสวียหมินไปต่างหาก

เมื่อพิจารณาจากข้อมูลที่ได้รับมาก่อนหน้านี้เพียงอย่างเดียว เซิงหนานอ๋องก็ถือเป็นแหล่งรวมจิตใต้สำนึกของมนุษย์ที่แข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนแล้ว สามารถอาศัยการแพร่กระจายของมลพิษทางความคิด เพื่อสร้างห้วงความฝันที่เหมือนจริงได้ทั้งหมด

และหลังจากที่ถูกจู๋เสวียหมิน นำกลับมายังโลกแห่งความเป็นจริง เขาก็ยิ่งเปลี่ยนจากสถานะที่ไม่มีตัวตน กลายมาเป็นรูปแบบที่มีตัวตน และยังมีพลังในการบิดเบือนและส่งผลกระทบต่อความเป็นจริงอีกด้วย

ตามการจัดประเภทของตัวตนที่ผิดปกติคร่าวๆ ภายในกรมกิจการพิเศษ พลังของเซิงหนานอ๋องในข้อนี้น่าจะคล้ายคลึงกับพลังจิตของผู้ใช้พลังจิต พลังของผู้ใช้พลังจิตนั้นมีจุดกำเนิดมาจากจิตใจ สามารถส่งผลกระทบและแทรกแซงโลกแห่งความเป็นจริงได้ด้วยเจตจำนงของตนเองเพียงอย่างเดียว

ผู้ใช้พลังจิตระดับสูงสุด สามารถสำแดงสนามพลังที่คล้ายคลึงกับเอทีฟิลด์ (AT Field) ขึ้นมา เพื่อสลายการแทรกแซงทางฟิสิกส์ทุกรูปแบบในโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างสมบูรณ์

เมื่อพิจารณาว่าเซิงหนานอ๋อง มีต้นกำเนิดมาจากทารกที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควร อารมณ์ในจิตใต้สำนึกจึงรุนแรงมาก การที่เขาจะกลายเป็นผู้ใช้พลังจิตมาตั้งแต่เกิดจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด

ในตอนนี้ การที่จู๋เสวียหมินนำเซิงหนานอ๋อง กลับมายังโลกแห่งความเป็นจริง ยังคงเป็นไปในแง่บวก ในฐานะที่เป็นเทพเจ้าประดิษฐ์ เซิงหนานอ๋องมีคุณค่าทางการวิจัยสูงมาก แต่ยังคงต้องมีการสังเกต ศึกษา และประเมินผลให้มากกว่านี้

ในที่สุดการปรึกษาหารือเกี่ยวกับจู๋เสวียหมินก็จบลง ภาพฉายโฮโลแกรมของชายชราผู้หนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “พวกเราจะดำเนินการประเมินผลเรื่องนี้”

“รับทราบ”

จู๋เสวียหมินที่อยู่ภายในชุดป้องกันถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมาเล็กน้อย “เพื่อความปลอดภัย อีกสักครู่ฉันจะยื่นเรื่องขอรับการกักตัวเดี่ยวในระดับความปลอดภัยสูงสุด จนกว่าฝ่ายประเมินผลจะยืนยันความปลอดภัย”

“พวกพี่สิงเหอโฉ่ว ตอนนี้คงกำลังยุ่งจนหัวหมุนเลยสินะ ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับเทพเจ้าประดิษฐ์ คาดว่าแค่ขั้นตอนการประเมินผลก็คงต้องใช้เวลาหลายเดือนแล้ว”

หลี่อังขยับเมาส์ปิดหน้าเว็บบอร์ดฟอรัมผู้เล่น แล้วนั่งบิดขี้เกียจอยู่บนเก้าอี้ โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตนเองคือผู้มีส่วนร่วมคนสำคัญในเหตุการณ์นี้

ยิ่งความสามารถน้อย ความรับผิดชอบก็ยิ่งน้อยตามไปด้วย พึ่งพาพวกคุณแล้วนะ กรมกิจการพิเศษ

“ถ้าอย่างนั้นหลังจากนี้จะทำอะไรกันต่อดี?”

คุณหนูไฉหมุนตัวกลางอากาศหนึ่งรอบ ล้วงเอาชุดคอสเพลย์สองชุดออกมาจากที่ใดก็ไม่อาจทราบได้

ชุดหนึ่งคือชุดของพัศดีกักวิญญาณ เธรช ส่วนอีกชุดคือชุดของลิชคิง อาร์ธัส ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นชุดที่ตัวละครในภารกิจเคยสวมใส่มาแล้วทั้งสิ้น

เธอหิ้วชุดกระดาษที่มีรูปลักษณ์ดุร้ายน่าเกรงขามทั้งสองชุดเอาไว้ ใบหน้าแดงระเรื่อพลางเอ่ยเสียงเบา “นายท่าน จะทานข้าวก่อน หรือจะอาบน้ำก่อน หรือว่าจะเข้าเถาเป่า ไปช่วยฉันซื้อกระดาษเหลืองมาทำชุดคอสเพลย์ดีคะ?”

“ซื้อเองสิ”

หลี่อังโยนโทรศัพท์มือถือไปให้คุณหนูไฉอย่างไม่ใส่ใจ พลางเอ่ยถามไปเรื่อยเปื่อย “เมื่อก่อนตอนที่ออกจากโลกภารกิจ เธอมักจะรีบร้อนอยากไปกินดื่มเที่ยวเล่นอยู่เสมอ แต่ครั้งนี้กลับดูแปลกไปนะ”

“ก็เพราะว่าภารกิจในครั้งนี้มันยาวนานเกินไปน่ะสิคะ”

คุณหนูไฉกรอกตาบน “แถมในฉากสำคัญตอนท้าย ฉันยังไม่ได้ออกโรงเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่ฉันอุตส่าห์ออกแบบบทพูดตอนปิดฉากที่สมบูรณ์แบบให้กับอูเยาจื่อไว้แล้วแท้ๆ”

“ไว้คราวหน้าค่อยว่ากัน คราวหน้าค่อยว่ากัน”

หลี่อังใช้ปลายเท้าถีบส่ง ให้เก้าอี้หมุนคว้างดริฟต์ออกจากห้องนอน หยิบเอากล่องวิเศษของนักเล่นแร่แปรธาตุที่เสียหายออกมา นำตู้เลี้ยงสัตว์อัตโนมัติออกมาจากห้องปฏิบัติการเล่นแร่แปรธาตุ เริ่มจัดระเบียบของที่ได้รับจากภารกิจในครั้งนี้อยู่ภายในตู้

ภารกิจของเซิงหนานอ๋อง แตกต่างไปจากเมื่อก่อน ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาในการทำภารกิจ และไม่มีรางวัลสำหรับภารกิจ หรือบทลงโทษเมื่อทำภารกิจล้มเหลวที่ตายตัว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการแก้ไขเหตุการณ์ผิดปกติเพื่อให้ได้รับผลตอบแทน

หลังจากหลี่อัง เข้าสู่ห้วงความฝัน เขาได้จัดการกับเหตุการณ์ผิดปกติไปสองเหตุการณ์เป็นอันดับแรก ทำให้บ้านแห่งความสัตย์จริงพังทลายลงมา จากนั้นก็ไปสมทบกับพวกหลิวอู๋ไต้ และว่านหลี่เฟิงเตา

ฆ่าพวกอสุรกาย สยองขวัญจากตำนานเมืองในป่าฝนตกหนักไปไม่น้อย

เข้าสู่เมืองเรื่องเล่าสยองขวัญของญี่ปุ่น จัดการกับเหตุการณ์ในบ้านของฟุคุจิน ฮิราฮาระ เทเลพอร์ตไปยังโลกเรื่องลี้ลับ ยืมตัวตนของนักพรตซีเหมินจื่อ เพื่อกวาดล้างพวกโจรป่าและสาวกลัทธิบัวขาวไปเป็นจำนวนมาก

เมื่อนำรางวัลที่ได้รับทั้งหมดมารวมกันแล้ว ก็เกินความคาดหมายไปมากทีเดียว

“ได้รับรางวัลค่าประสบการณ์ 2,100 แต้ม เงินในเกมเพิ่มขึ้น 4,700 เหรียญ...”

หลี่อังยืนอยู่บนสนามหญ้าในตู้เลี้ยงสัตว์อัตโนมัติ พลางพึมพำกับตัวเอง

ก่อนที่จะเข้าสู่ห้วงความฝันของเซิงหนานอ๋อง หลี่อังมีเลเวลอยู่ที่ Lv13 หลอดประสบการณ์อยู่ที่ 753/1300

หลังจากนั้น ก็เลื่อนระดับรวดเดียวสองเลเวลกลายเป็น Lv15 หลอดประสบการณ์ 153/1500 ส่วนเงินในเกม ก็เปลี่ยนจาก 6,816 เหรียญ กลายเป็น 11,516 เหรียญ

“ไม่ทันรู้ตัว ฉันก็กลายเป็นเศรษฐีเงินหมื่นไปเสียแล้ว”

หลี่อังเดาะลิ้น จ้องมองตัวเลขที่เพิ่มพูนขึ้นในหน้าต่างข้อมูลส่วนตัวของผู้เล่นด้วยความรู้สึกทอดถอนใจ

ในขณะเดียวกัน ที่ด้านหน้าชื่อเล่น

[หลี่รื่อเซิง] ตัวอักษร

[ฉายา: เครื่องจักรหั่นเนื้อและเลือด] ก็ค่อยๆ เกิดการเปลี่ยนแปลง

[ฉายา: ผู้ขุดคุ้ยความลับ]

[รูปแบบการใช้งาน: ติดตัว]

[คุณสมบัติพิเศษ: เมื่อจ้องมองไปยังสิ่งมีชีวิต จะแสดงความลับหนึ่งข้อที่อีกฝ่ายไม่ต้องการให้โลกภายนอกล่วงรู้ปรากฏขึ้นในระยะสายตา จะรีเฟรชความลับใหม่ในทุกๆ 10 นาที ความลับจะไม่ซ้ำกัน ไม่สามารถใช้งานกับสิ่งมีชีวิตที่ไร้สติปัญญาได้ สามารถเลือกเปิดหรือปิดใช้งานได้ ในระหว่างที่ปิดใช้งานจะยังคงนับระยะเวลาคูลดาวน์ต่อไป]

[สิ้นเปลือง: ไม่มี]

[หมายเหตุ: ความลับคือนักโทษของคุณ ทว่าเมื่อใดที่คุณเปิดเผยมันออกไป คุณก็จะกลายเป็นนักโทษของมันแทน]

..........

จบบทที่ บทที่ 550 ขุดความลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว