เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 260 ฆ่าให้ตายก็อัจฉริยะนี่แหละ

บทที่ 260 ฆ่าให้ตายก็อัจฉริยะนี่แหละ

บทที่ 260 ฆ่าให้ตายก็อัจฉริยะนี่แหละ


บทที่ 260 ฆ่าให้ตายก็อัจฉริยะนี่แหละ

"คนเยอะจัง"

"กลิ่นอายพลังก็แข็งแกร่งมากด้วย"

"สิบเอ็ดคนนี่น่ะเหรอ" ฟิลิกซ์ อู๋หลั่ง ผูชิง และคนอื่นๆ เพิ่งจะถอยห่างออกมาได้แค่ไม่กี่กิโลเมตร ในฐานะนักสู้ระดับปฐพี สายตาของพวกเขาย่อมเฉียบคมอยู่แล้ว

ต่อให้อยู่ห่างกันเป็นกิโล ก็ยังมองเห็นได้ชัดเจน

อีกอย่างนะ พวกเขาก็อยู่ระดับทักษะขั้นสูงสุดของระดับปฐพีกันหมดแล้ว ถึงประสาทสัมผัสจะจำกัด แต่ก็ยังพอจะดึงเอาพลังฟ้าดินมาใช้ได้บ้าง พออยู่ในระยะใกล้ๆ ก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของพลังฟ้าดินในอากาศได้อย่างชัดเจน

มันทำให้พวกเขาฟันธงได้เลยว่า นักสู้จากอารยธรรมเนตรทองคำทั้งสิบเอ็ดคนที่ปรากฏตัวขึ้นมาเนี่ย น่าจะเป็นพวกที่เข้าถึงระดับเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติกันทุกคนเลยล่ะ

ว่าที่นักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้าจริงๆ ด้วยแฮะ

"ฟางอวี่กับจวงอีหลิว จะเอาชนะได้ไหมเนี่ย?" พวกเขามองหน้ากัน ในใจก็แอบหวั่นใจอยู่ลึกๆ

นี่มันไม่ใช่นักสู้เลเวล 49 ธรรมดาๆ นะเนี่ย

"พยายามเก็บซ่อนพลังเอาไว้ให้ดีๆ นะ อย่าให้พวกมันรู้ตัวล่ะ วางใจได้เลย" ฟิลิกซ์กระซิบ

นักสู้จากอารยธรรมจันทร์สีน้ำเงินกลุ่มนี้ นอกจากฟิลิกซ์กับอีกไม่กี่คนที่เคยเห็นฟางอวี่สู้กับตาตัวเอง และยังคงมั่นใจในตัวฟางอวี่อยู่แล้ว

คนอื่นๆ ในใจต่างก็รู้สึกหวั่นๆ กันทั้งนั้นแหละ

ก็แหม ทีมนักสู้จากอารยธรรมเนตรทองคำทีมเนี้ย มันน่ากลัวเกินไปนี่นา

ณ หุบเขากลางที่ราบกว้างใหญ่ บรูซ บรูลลี่ และว่าที่นักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้าทั้งสิบเอ็ดคนกำลังพุ่งเข้ามาราวกับพายุ คลื่นพลังฟ้าดินอันมหาศาลถาโถมเข้าใส่

อากาศสั่นสะเทือนไปหมด

พวกมันพยายามจะกดดันฟางอวี่และจวงอีหลิว

"หึ!" แววตาของฟางอวี่แข็งกร้าวขึ้นมา เขาดึงเอาพลังฟ้าดินมาใช้ในพริบตา และพุ่งเข้าปะทะกับคลื่นพลังที่ถาโถมเข้ามานั่น... พลังอันมหาศาลปะทะกันอย่างรุนแรง

พลังฟ้าดินที่ฟางอวี่ควบคุมอยู่ โดนซัดจนแตกกระเจิงในพริบตา ทำให้เขาต้องถอยร่นกลับมาในรัศมีแค่หลายสิบเมตรเท่านั้น

ก็ช่วยไม่ได้นี่นา

อีกฝ่ายเล่นมากันตั้งสิบเอ็ดคน ที่เป็นถึงว่าที่นักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้าเลยนะ

ต่อให้พลังฟ้าดินที่พวกมันดึงมาใช้จะไม่ได้สอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ แถมยังปะทะและบั่นทอนกันเองด้วย แต่พอรวมพลังกันกดดันเข้ามา พลังฟ้าดินโดยรวมที่พวกมันดึงมาใช้ ก็ยังมากกว่าฟางอวี่หลายเท่าตัวอยู่ดี

แต่ทว่า!

การปะทะกันด้วยพลังฟ้าดินแบบนี้ มันก็แค่ออร์เดิร์ฟเท่านั้นแหละ ผลกระทบจริงๆ ที่มีต่อฟางอวี่น่ะมันน้อยนิดมาก... การต่อสู้ในระดับของพวกเขา สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการระเบิดพลังดาราในร่างกายที่ผสานเข้ากับความลึกล้ำของฟ้าดินต่างหาก ถ้าพูดถึงเรื่องพละกำลังล่ะก็ มันทะลุสิบล้านชั่งไปตั้งนานแล้ว

การใช้แค่พลังฟ้าดินล้วนๆ อย่างมากก็สร้างแรงได้แค่หลักหมื่นชั่ง เอาไว้ใช้จัดการพวกปลายแถวเท่านั้นแหละ

"แย่แล้ว"

ใบหน้าของฟางอวี่กลับแสดงความ 'ตกใจ' ออกมา "ว่าที่นักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้าเยอะแยะไปหมดเลย อีหลิว เธอรีบหนีไป ฉันจะต้านพวกมันไว้เอง" ในขณะที่พูด

ฟุ่บ!

ดาบสีดำเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือของฟางอวี่ เขาใช้พลังพรสวรรค์ ร่างกายก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นยักษ์ตัวย่อมๆ สูงสองเมตรครึ่งในพริบตาเดียว เสียงดังสนั่นหวั่นไหว เขากระโจนเข้าใส่นักสู้จากอารยธรรมเนตรทองคำอย่างไม่ลังเล

จวงอีหลิวก็แสดงสีหน้า 'ร้อนรน' ออกมาเช่นกัน เธอกัดฟันพูด "ฉันไม่หนี ฟู่!"

กลิ่นอายพลังของเธอก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาเหมือนกัน ปีกสีทองอ่อนๆ ยาวประมาณสองเมตรโผล่ขึ้นมาที่แผ่นหลัง ดูเลือนลางและราวกับความฝัน ในมือของเธอก็มีธนูยาวปรากฏขึ้นมาด้วย

แต่จวงอีหลิวกลับรวบรวมสมาธิ ไม่ได้ดึงเอาพลังฟ้าดินมาใช้เลย

"หืม?"

"กลิ่นอายพลังของฟางอวี่น่ากลัวมาก แก่นดาราต้องเป็นระดับหนึ่งแน่ๆ แถมเขาก็น่าจะมีรูปลักษณ์ดารางูหลามกลืนตะวันร้อยชีพจรด้วย พลังพรสวรรค์ที่ใช้ก็คือ 'ตะวันชาด'" รูม่านตาของบรูซขยับเล็กน้อย ดวงตาเปล่งประกายด้วยพลังที่น่าสะพรึงกลัว "พลังแห่งไฟของเขาน่าจะเข้าถึงระดับเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติแล้วล่ะ"

ตะวันชาดเนี่ย เป็นพลังพรสวรรค์ของรูปลักษณ์ดาราระดับสูงที่เด่นเรื่องพละกำลังมากที่สุดเลยนะ ดีไม่ดีอาจจะไม่แพ้พลังพรสวรรค์ของรูปลักษณ์ดาราระดับเหนือขีดจำกัดหลายๆ อันเลยด้วยซ้ำ

ในอารยธรรมจันทร์สีน้ำเงิน มีอัจฉริยะแบบนี้ซ่อนอยู่ด้วยเหรอเนี่ย? เห็นได้ชัดเลยว่า ในฐานะอัจฉริยะระดับท็อปของอารยธรรมเนตรทองคำ บรูซย่อมต้องมีข้อมูลเพียบอยู่แล้ว

"ถ้าพูดถึงเรื่องพละกำลัง เขาคงเก่งกว่าฉันเยอะเลยล่ะ" บรูซประเมินสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว "แต่พลังฟ้าดินที่เขาดึงมาใช้ยังดูธรรมดาๆ น่าจะเพิ่งทะลวงระดับมาได้ไม่นาน... ความแข็งแกร่งของเขาน่าจะด้อยกว่าฉันนิดหน่อยล่ะมั้ง"

มิน่าล่ะ ซามาร์คีกับพรรคพวกถึงโดนฆ่าล้างบางหมด

ต่อให้มีบรูลลี่กับคนอื่นๆ มาช่วย แต่ตราบใดที่ฟางอวี่คิดจะหนีหัวซุกหัวซุน ฉันก็คงไม่มีทางฆ่าเขาได้หรอก... ดีไม่ดี ต่อให้ศิษย์พี่มาเอง ก็ยังไม่แน่ว่าจะจัดการได้แบบชัวร์ๆ เลย บรูซคิดทบทวนอยู่ในใจ

ว่าที่นักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้าที่มีพื้นฐานแน่นปึ้กขนาดนี้

จะฆ่าให้ตาย มันยากมากนะ

ส่วนจวงอีหลิว สมกับที่มีรูปลักษณ์ดาราระดับเหนือขีดจำกัดจริงๆ กลิ่นอายพลังชีวิตก็แข็งแกร่งมากเหมือนกัน

แต่จากข้อมูลที่ได้มา ทักษะของเธอยังไม่ถึงระดับเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ การจะฆ่าเธอมันก็เลยง่ายกว่าเยอะ บรูซมีแผนอยู่ในหัวมากมาย เป้าหมายหลักของเราก็คือการทำภารกิจให้สำเร็จ

"ฆ่าจวงอีหลิวก่อน!"

บรูซตัดสินใจเด็ดขาดในชั่วพริบตา... ในตอนนั้น เขา บรูลลี่ และว่าที่นักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้าอีกสิบคน ก็กลายเป็นลำแสงที่น่าสะพรึงกลัว พุ่งเข้าใส่ฟางอวี่พร้อมกัน

บรูซคือคนที่เร็วที่สุดในกลุ่มนักสู้เผ่าเนตรทองคำ

แต่ทว่า

ในวินาทีก่อนที่เขาจะปะทะกับฟางอวี่

ฟู่!

จู่ๆ ร่างของบรูซก็ระเบิดประกายสายฟ้าอันน่าสะพรึงกลัวออกมา ราวกับถูกปกคลุมไปด้วยสายฟ้า ความเร็วของเขาพุ่งปรี๊ดขึ้นมาเป็นเท่าตัวในพริบตา แซงหน้าฟางอวี่ และทิ้งห่างบรูลลี่กับว่าที่นักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้าอีกสิบคนไปไกลลิบ กลายเป็นเส้นแสงสายฟ้าพาดผ่านท้องฟ้า!!

เขาหลบฟางอวี่ไปเฉยเลย

แล้วก็พุ่งตรงไปหาจวงอีหลิวแทน

"อะไรนะ? บรูซ!"

"นายหลอกพวกเราเหรอ?" สีหน้าของบรูลลี่และว่าที่นักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้าทั้งสิบคนเปลี่ยนไปทันที

ตามแผนเดิม บรูซต้องเป็นคนจัดการฟางอวี่ ส่วนพวกเขาจะไปจัดการจวงอีหลิว

แต่ผลที่ได้คือ

บรูซดันเปลี่ยนแผนกะทันหันซะงั้น?

"พวกนายสิบคนรุมจวงอีหลิวก็อาจจะไม่ชนะหรอกนะ ยัยนั่นวิ่งหนีเก่งจะตาย" บรูซส่งกระแสจิตบอก เสียงของเขาดังก้องอยู่ในหัวของทุกคน "พวกนายแค่ต้องช่วยถ่วงเวลาฟางอวี่ไว้ให้ฉันแป๊บนึง ฉันก็ทำภารกิจสำเร็จแล้ว"

"บ้าเอ๊ย"

"หลอกกันนี่หว่า" บรูลลี่และพรรคพวกโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง

แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากกัดฟันพุ่งเข้าใส่ฟางอวี่ต่อไป

... "ไปตายซะ!!"

รังสีอำมหิตของบรูซพุ่งปรี๊ด เขาตะโกนลั่น ประกายดาบอันคมกริบพาดผ่านท้องฟ้า พุ่งเป้าไปที่จวงอีหลิว

ฉากนี้ทำเอานักสู้จากอารยธรรมจันทร์สีน้ำเงินที่ยืนดูอยู่ไกลๆ ถึงกับเสียวสันหลังวาบไปตามๆ กัน

บรูซแทบจะจินตนาการถึงใบหน้าอันหวาดกลัวของจวงอีหลิวจนตายได้เลยล่ะ

แต่สิ่งที่ผิดคาดสำหรับบรูซก็คือ

ฟางอวี่ที่เขาเพิ่งจะหลบมาได้ กลับไม่ได้คิดจะขัดขวางเขาเลย แต่กลับพุ่งตรงเข้าไปรับมือกับบรูลลี่และว่าที่นักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้าทั้งสิบคนแทน

ในขณะเดียวกัน

ใบหน้าของจวงอีหลิวที่ดู 'หวาดกลัว' ในตอนแรก จู่ๆ ท่าทางของเธอก็เปลี่ยนไปในจังหวะที่ประกายดาบกำลังจะฟันลงมา ร่างของเธอขยายใหญ่ขึ้นจนสูงสามเมตรในพริบตา แถมยังมีปีกยาวหกเมตรโผล่ขึ้นมาที่แผ่นหลังด้วย กลิ่นอายพลังของเธอพุ่งกระฉูด พลังฟ้าดินอันมหาศาลระเบิดออกมา ร่างของเธอปลิวถอยหลังไปราวกับสายลม

ความเร็วของเธอน่ากลัวมาก ช้ากว่าบรูซที่เข้าถึงระดับเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติด้วยพลังแห่งสายฟ้าแค่นิดเดียวเท่านั้นเอง

เธอหลบประกายดาบของเขาไปได้อย่างหวุดหวิด

ดูเหมือนจะ 'เฉียดฉิว' แต่จริงๆ แล้วทุกอย่างอยู่ในความควบคุมของจวงอีหลิวหมดเลย

"แย่แล้ว!"

"นี่มันร่างจำแลงดาราของจริงนี่นา ยัยนี่ก็เข้าถึงระดับเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติแล้วเหรอเนี่ย? นี่มันกับดักชัดๆ" บรูซตกใจสุดขีด

เขารู้ทันทีว่าตัวเองติดกับเข้าแล้ว ท่าทาง 'หวาดกลัว' ที่สองคนนั้นแสดงออกมาเมื่อกี้ มันก็แค่การแสดงเท่านั้นแหละ

ยิ่งไปกว่านั้น

การที่จวงอีหลิวกับฟางอวี่ยังปักหลักอยู่ที่นี่ ก็คงจะตั้งใจรอให้พวกเขาส่งตัวเองมาตายถึงที่นี่แหละ

"ฆ่า!" บรูซฮึดสู้ ไม่ยอมถอย เขาระเบิดพลังสายฟ้าออกมา ความเร็วเพิ่มขึ้นอีกระดับ ราวกับกลายเป็นสายฟ้าจริงๆ... ถ้าพูดถึงเรื่องความเร็วในการระเบิดพลังแบบเพียวๆ ตอนนี้จวงอีหลิวยังตามหลังบรูซอยู่

วินาทีต่อมา!

ตู้ม! จวงอีหลิวถอยกรูด พุ่งทะยานขึ้นฟ้าราวกับสายลม เธอเริ่มดึงเอาข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของตัวเองมาใช้ นั่นก็คือการบิน!! ซึ่งเหนือกว่านักสู้ระดับปฐพีส่วนใหญ่มาก

ในขณะเดียวกัน

ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ธนูยาวในมือของจวงอีหลิวก็ยิงประกายศรสีฟ้าอันเจิดจ้าออกมาเป็นชุดๆ ดอกแล้วดอกเล่า พริบตาเดียว 'แม่น้ำศรสีฟ้า' อันน่าสะพรึงกลัวก็พุ่งเข้าใส่บรูซ

ลูกธนูแต่ละดอกเร็วสุดๆ เร็วเกินไปแล้ว!

แถมยังแอบล็อกเป้าหมายไปที่กลิ่นอายวิญญาณอีกด้วย

หลบไม่ได้หรอก

เคร้ง~! เคร้ง! เคร้ง! บรูซตวัดดาบ ประกายดาบราวกับสายฟ้า พลังสายฟ้าสาดกระเซ็น เขาพยายามป้องกันลูกธนูที่พุ่งเข้ามาอย่างสุดกำลัง

ดอกแล้วดอกเล่า

การปะทะกันอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ ทำให้เกิดคลื่นกระแทกที่น่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายออกไปรอบทิศทาง... เขาป้องกันลูกธนูของจวงอีหลิวได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยล่ะ

"เก่งจริงๆ!" ดวงตาของจวงอีหลิวหรี่ลง "ท่าร่างของเขาไวมาก ร่างกายคนเรามันจะเร็วได้ขนาดนี้เลยเหรอ? สายฟ้างั้นเหรอ หรือว่าจะเป็นกระสวยดาวสุดขั้วร้อยชีพจร? กระสวยดาวสุดขั้วเนี่ย เป็นรูปลักษณ์ดาราระดับสูงสายอาวุธนะ"

"แต่ก็เหมือนกับงูหลามกลืนตะวันนั่นแหละ พอมีจุดดาราครบ 100 จุด พลังพรสวรรค์ก็จะพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น เส้นทางของพลังแห่งสายฟ้าเนี่ย เด่นเรื่องความเร็วที่สุดแล้ว"

"ถ้าเทียบกันแล้ว พลังแห่งลมจะเด่นเรื่อง 'ความเร็วในการพลิกแพลง' มากกว่า ซึ่งก็คือความเร็วในการระเบิดพลังแบบฉับพลันและการเคลื่อนไหวหลบหลีกในระหว่างการต่อสู้ทั่นนั้นแหละ"

"แต่ถ้าพูดถึงความเร็วแบบเพียวๆ พลังแห่งลมยังด้อยกว่าเยอะเลย"

"แล้วก็อาวุธของเขาด้วย ไม่ธรรมดาเลยนะ... เขาน่าจะมีแก่นดาราระดับหนึ่งเหมือนกันแหละ" ในช่วงเวลาสั้นๆ จวงอีหลิวก็วิเคราะห์สถานการณ์ออกมาได้เพียบ "หมอนี่ต้องเป็นนักสู้ระดับปฐพีระดับท็อปๆ ของอารยธรรมเนตรทองคำแน่ๆ ฝีมือไม่แพ้ฉันเลยล่ะ"

"ถ้าสู้กันตัวต่อตัว ฉันคงเอาชนะเขาได้ยากมากๆ"

"ต้องหวังพึ่งฟางอวี่แล้วล่ะ" ธนูยาวในมือของจวงอีหลิวยิงออกไปไม่หยุด ความเร็วของลูกธนูไม่ได้ลดลงเลย โจมตีอย่างบ้าคลั่ง

ต่อให้บรูซจะเร็วแค่ไหน วิชาดาบจะเก่งแค่ไหน สามารถป้องกันได้หมดจดก็ตาม แต่แรงกระแทกจากลูกธนูก็ทำให้ความเร็วของเขาลดลงฮวบฮาบ จนเข้าไปใกล้จวงอีหลิวไม่ได้เลย

ทันใดนั้น

อ๊าก~ เสียงร้องโหยหวนดังมาจากไม่ไกลนัก

มันอาจจะดูเหมือนใช้เวลานาน แต่จริงๆ แล้วตอนที่จวงอีหลิวยิงลูกธนูดอกแรกเข้าใส่บรูซ

ฟางอวี่ที่อยู่อีกฝั่ง ก็เข้าปะทะกับว่าที่นักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้าทั้งสิบคนเรียบร้อยแล้ว

ฉัวะ!

ฟางอวี่ไม่กั๊กพลังอีกต่อไป ดาบในมือตวัดออกไป ประกายดาบพาดผ่าน เกิดเป็นเส้นสายกระแสน้ำขึ้นมาทันที ราวกับคลื่นยักษ์ถาโถมเข้าใส่ ฟาดฟันเข้าหาศัตรู

"ฆ่ามัน!"

"ร่วมมือกันจัดการมัน"

"ไม่ต้องห่วง มีฉันอยู่" บรูลลี่ส่งกระแสจิตบอก

ต่อให้ว่าที่นักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้าทั้งสิบคนจะประสานงานกันได้ดีแค่ไหน แต่ด้วยพื้นที่ที่จำกัด พวกเขาก็ไม่สามารถโจมตีฟางอวี่พร้อมกันได้หรอก ดังนั้น ในวินาทีแรก ก็เลยมีแค่สี่คน นำโดยบรูลลี่ ที่พุ่งเข้าไปรับมือกับฟางอวี่

ยังไม่ทันที่บรูลลี่จะพูดจบ

ตู้ม~

ประกายดาบนี้ กระแสน้ำที่อยู่รอบๆ ถูกกระแทกจนสลายไปในพริบตา... เผยให้เห็นเปลวเพลิงอันร้อนระอุที่ซ่อนอยู่ข้างใน น้ำและไฟผสมผสานกัน แรงกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวทำเอาบรูลลี่และพรรคพวกทั้งสี่คนเลือดลมปั่นป่วน... ทำได้แค่ป้องกันแบบทุลักทุเลเท่านั้น

แต่ทว่า

ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก

ตู้ม~ ท่ามกลางพลังแห่งไฟอันร้อนแรง จู่ๆ ก็มีพลังแห่งน้ำโผล่ขึ้นมาอีกครั้ง น้ำกับไฟปะทะกัน ราวกับภูเขาไฟระเบิด พลังที่ซ่อนอยู่ระเบิดออกมาจนหมดเปลือก พลังทำลายล้างมันน่ากลัวสุดๆ ทำเอาแขนของพวกเขาสั่นพั่บๆ แทบจะจับดาบไว้ไม่อยู่เลยทีเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น พลังบางส่วนยังทะลุผ่านดาบและชุดเกราะ เข้าไปกระแทกอวัยวะภายในของพวกเขาโดยตรงเลยด้วยซ้ำ

พลังกระแทกที่ระเบิดออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้พวกเขาปลิวถอยหลังไปอย่างควบคุมไม่ได้

"อะไรนะ?"

"เป็นไปได้ยังไง? ฟางอวี่เก่งขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?" บรูลลี่และพรรคพวกถึงกับช็อกไปตามๆ กัน

"นี่มันวิชาดาบอะไรกันเนี่ย? พลังแห่งน้ำ? พลังแห่งไฟ?"

"พลังฟ้าดินสองชนิดนี้ มันจะไปผสมผสานกันได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้ได้ยังไง?"

"แย่แล้ว"

"ไอ้พวกงี่เง่าที่ให้ข้อมูลมา มันบอกว่าซามาร์คีรับมือได้ตั้งหลายดาบไม่ใช่เหรอ?"

"ความแข็งแกร่งระดับนี้ แค่ดาบเดียวซามาร์คีก็คงรับไม่ไหวแล้วล่ะ!!" เหล่าว่าที่นักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้าต่างก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติแล้ว

อานุภาพวิชาดาบของฟางอวี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว เก่งกว่าที่พวกเค้าคิดไว้ตั้งเยอะ

แววตาของฟางอวี่เย็นชาดุจน้ำแข็ง

วิชาที่เขาใช้ ก็คือกระบวนท่าแรก 'หลอมห้วงลึก' จากวิชา 'น้ำไฟคืนสู่ต้นกำเนิด' นั่นเอง

ก่อนหน้านี้ตอนที่สู้กับราชันมอนสเตอร์เงาฟ้า สิ่งที่เขาเริ่มทำความเข้าใจในเบื้องต้นก็คือกระบวนท่าที่สอง 'กระจกวารี' ซึ่งเป็นกระบวนท่าที่เน้นตั้งรับมากกว่า

และในช่วงเวลาชั่วโมงกว่าๆ ที่ผ่านมา

เขาก็เอาแต่นั่งสมาธิทำความเข้าใจมาตลอด

ถึงเวลาจะไม่นาน แต่เขาอยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดหลังจากที่ทำความเข้าใจแผ่นหยกฟ้าดินและทะลวงเข้าสู่ระดับเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ... ซึ่งมันทำให้เขาพัฒนาไปได้เยอะมาก ทำให้เขาเข้าใจเรื่องการหลอมรวมน้ำและไฟได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

และเขาก็สามารถไขความลับของกระบวนท่าที่หนึ่ง 'หลอมห้วงลึก' ได้นิดหน่อย จนพอจะใช้วิชานี้ออกมาได้แบบถูๆไถๆ

กระบวนท่านี้ ดาบจะเหมือนกับเกลียวคลื่นถาโถม แต่จริงๆ แล้วรุนแรงราวกับเปลวเพลิง เวลาที่ฟันออกไป พลังจะซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ เหมือนกับคลื่นยักษ์ ไร้เทียมทาน

ถ้าฝึกจนถึงขั้นสุดยอด น้ำกับไฟจะผสมผสานกัน จนสามารถสร้างคลื่นกระแทกได้ถึงสิบชั้นเลยทีเดียว

ฟางอวี่ในตอนนี้ เพิ่งจะเข้าใจความลับแค่ผิวเผิน สามารถสร้างคลื่นกระแทกได้แค่สองชั้นเท่านั้นแหละ แต่พอบวกกับพลังระเบิดอันน่าสะพรึงกลัวของเขาแล้ว มันก็ไม่ใช่อะไรที่ว่าที่นักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้าพวกนี้จะรับมือได้อีกต่อไป

รังสีอำมหิตของฟางอวี่พลุ่งพล่าน

"ตายซะเถอะ!"

ฟุ่บ! ฟุ่บ! ประกายดาบปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า ภายใต้การระเบิดพลังอันน่าสะพรึงกลัวของฟางอวี่ ความเร็วก็พุ่งปรี๊ดตามไปด้วย มันล้อมกรอบพวกว่าที่นักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้าไว้จนมิดเลยล่ะ

คนที่โดนเป็นคนแรก ก็คือบรูลลี่นี่แหละ!

"ช่วยกันบล็อกไว้!"

"เร็วเข้า" บรูลลี่กัดฟันตะโกนลั่น เขาอยากจะถอยนะ แต่ความเร็วของเขาสู้ฟางอวี่ไม่ได้เลย ตอนนี้มันถอยไม่ได้แล้วล่ะ ทำได้แค่ป้องกันอย่างสุดความสามารถเท่านั้นแหละ

ตู้ม~ ตู้ม~ ตู้ม~ อาวุธปะทะกัน พลังกระแทกที่ต่อเนื่องไม่ขาดสายจากดาบเกล็ดอัคคี ทำให้ว่าที่นักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้ากลุ่มนี้ปลิวถอยหลังไปอีกครั้ง แถมยังทำให้ง่ามมือของพวกเขาฉีกขาด แทบจะทำอาวุธหลุดมือเลยทีเดียว

ในดวงตาของบรูลลี่ฉายแววหวาดผวาออกมา

เขารู้แล้วว่าระดับมันต่างกันเกินไป

ความแข็งแกร่งของฟางอวี่ เหนือกว่าบรูซอย่างแน่นอน และไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะรับมือได้เลย

สิ่งที่เขาคิดน่ะ ถูกต้องแล้วล่ะ

ฟางอวี่ในตอนนี้ ถึงพลังดาราจะฟื้นฟูมาแค่เก้าส่วน แต่ตอนนี้แหละ ที่เขาจะแสดงให้เห็นถึงพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวของ 'การหลอมรวมน้ำและไฟ' อย่างแท้จริง

ถ้าฟางอวี่ต้องสู้แบบเอาเป็นเอาตายกับราชันมอนสเตอร์เงาฟ้าอีกครั้ง ถ้าราชันมอนสเตอร์เงาฟ้าไม่หนีล่ะก็ คนที่ตายต้องเป็นมันแน่ๆ

นับประสาอะไรกับว่าที่นักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้าพวกนี้ ที่ส่วนใหญ่ความแข็งแกร่งยังไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำของระดับลาดตระเวนฟ้าด้วยซ้ำ?

"ข้อมูลมันผิดพลาดนี่นา"

"แถมฟางอวี่ก็เพิ่งจะอายุ 22 เอง ทำไมถึงฝึกวิชาดาบที่น่ากลัวขนาดนี้ได้ล่ะ?" บรูลลี่ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

เขาเองก็เป็นอัจฉริยะระดับหนึ่งเหมือนกันนะ และเขาก็มั่นใจในพรสวรรค์ของตัวเองอยู่พอสมควร

ฟุ่บ! ฟุ่บ!

ประกายดาบพุ่งเข้ามาอีกเพียบ

ภายใต้การระเบิดพลังอันน่าสะพรึงกลัวของฟางอวี่ ต่อให้จะมีบรูลลี่เป็นกำลังหลัก แต่ดาบแต่ละเล่มของเขาก็ต้องใช้คนสี่ห้าคนถึงจะพอรับมือไหว

และทุกๆ ดาบที่ฟันลงมา ก็ทำให้ร่างกายของพวกเขาได้รับบาดเจ็บไปด้วย

หลังจากที่บรูลลี่รับดาบไปห้าครั้ง แขนของเขาก็เริ่มล้า ทำให้ความเร็วในการแกว่งอาวุธช้าลงไปหนึ่งจังหวะ

ฉัวะ~

ประกายดาบพาดผ่าน ตัดผ่านคอของบรูลลี่ไปในพริบตาเดียว หัวของเขากระเด็นขึ้นฟ้า เลือดพุ่งกระฉูด

อัจฉริยะระดับหนึ่งของอารยธรรมเนตรทองคำ 'บรูลลี่' สิ้นชื่อแล้ว!

"ว่าที่นักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้าทั้งสิบคน นายเก่งสุด แถมยังเด็กสุดด้วย"

"รับดาบฉันไปได้ตั้งหลายดาบ ฝีมือน่าจะใกล้เคียงกับระดับลาดตระเวนฟ้าขั้นต้นแล้วล่ะ อย่างน้อยก็น่าจะเก่งพอๆ กับพวกโม่ยวนแล้ว" สายตาของฟางอวี่กวาดมองไปที่อีกฝ่าย

พูดให้ถูกก็คือ ว่าที่นักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้ากลุ่มนี้ ทุกคนมีโอกาสก้าวเข้าสู่ระดับลาดตระเวนฟ้าแน่นอน ในสายตาของนักสู้ธรรมดานับไม่ถ้วน พวกเขาคู่ควรกับคำว่า 'อัจฉริยะด้านวิถียุทธ' เลยล่ะ

ฆ่าได้คนนึง ก็ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงแล้ว

แต่วันนี้ ฉันจะมาฆ่าล้างบางพวกอัจฉริยะนี่แหละ สายตาอันเยือกเย็นและแฝงไปด้วยรังสีอำมหิตของฟางอวี่ กวาดมองไปยังกลุ่มว่าที่นักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้าที่กำลังหวาดผวา "ไปตายซะให้หมด!"

จบบทที่ บทที่ 260 ฆ่าให้ตายก็อัจฉริยะนี่แหละ

คัดลอกลิงก์แล้ว