- หน้าแรก
- เทพยุทธ์เจ้าจักรวาล!
- บทที่ 245 ลำดับชั้นที่เข้มงวด
บทที่ 245 ลำดับชั้นที่เข้มงวด
บทที่ 245 ลำดับชั้นที่เข้มงวด
บทที่ 245 ลำดับชั้นที่เข้มงวด
ระหว่างทาง
"พวกนั้นพัฒนาเร็วกันจังเลยนะ" ฟางอิ๋นชิวพูดเสียงเบา น้ำเสียงแฝงความอิจฉาไว้เล็กน้อย ตอนที่สู้กันเมื่อกี้ ฝีมือของฟางอวี่นั้นดุดันมาก แต่ฝีมือของจวงอีหลิวก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าฟางอวี่เลยนะ
เหยียนเทียนเหิงได้ยินก็ยิ้มออกมา
เขารู้ดีว่าแฟนสาวของเขากำลังรู้สึกน้อยใจอยู่ลึกๆ
เขาก็ไม่แปลกใจหรอกที่ฟางอิ๋นชิวจะรู้สึกแบบนั้น นักศึกษาของมหาวิทยาลัยวิถียุทธเซี่ยงไฮ้ต่างก็เป็นลูกรักสวรรค์กันทั้งนั้น แต่ครึ่งปีมานี้ที่เธอมาฝึกฝนอยู่ในแดนลับ เธอได้เห็นอัจฉริยะด้านวิถียุทธมามากมายนับไม่ถ้วน เธอถึงได้รู้ซึ้งถึงความอ่อนด้อยของตัวเอง
"อิ๋นชิว"
"ฟางอวี่ จวงอีหลิว พวกเขาก็ถือว่าเป็นเพื่อนเรานะ ถ้าพวกเขาเก่งขึ้น เราก็ควรจะดีใจกับพวกเขาด้วยสิ" เหยียนเทียนเหิงปลอบใจเบาๆ "ยิ่งพวกเขาเก่งขึ้นเท่าไหร่ ในแง่หนึ่ง มันก็เป็นผลดีกับเราด้วยไม่ใช่เหรอ"
"ฉันเข้าใจ" ฟางอิ๋นชิวตอบเสียงเบา
"เส้นทางการฝึกฝนวิถียุทธนี้ มันยังอีกยาวไกลนัก พวกเขามีพรสวรรค์สูงส่ง ก็เลยพัฒนาเร็วกว่าเรามาก" เหยียนเทียนเหิงยิ้ม "แต่เราจะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับสัตว์ประหลาดพวกนั้นทำไมกันล่ะ โฟกัสที่การฝึกฝนของตัวเองดีกว่า สิบปี ยี่สิบปี... ขอแค่เราพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ สักวันนึง เราก็ต้องเป็นนักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้า เป็นนักสู้ระดับนภาดาราได้เหมือนกันแหละ"
ทัศนคติของเหยียนเทียนเหิงดีมากๆ
"อืม" ฟางอิ๋นชิวรู้สึกดีขึ้นมาเยอะเลย เธอแอบมองเหยียนเทียนเหิงด้วยความชื่นชม
ที่เธอชอบเหยียนเทียนเหิง ก็เพราะนิสัยของเขานี่แล่ะ
เขามองโลกในแง่ดีเสมอ และเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น เวลาที่อยู่กับเหยียนเทียนเหิง เธอจะรู้สึกว่าความกดดันในใจมันหายไปหมดเลย
...
ในขณะที่ฟางอวี่กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย
ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร ทีมนักสู้เผ่าเนตรทองคำหลายทีมกำลังกระจายกำลังค้นหาไปทั่วบริเวณ... และด้านหลังของพวกเขา ก็ยังมีทีมนักสู้เผ่าเนตรทองคำอีกหลายทีมตามมาสมทบ
เวลาผ่านไปหลายวัน
นักสู้เผ่าเนตรทองคำหลายพันคน ได้ปูพรมค้นหาพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลไปแล้ว และตอนนี้พวกเขากลังเข้าใกล้เขตปลอดภัยรอบๆ ฐานที่มั่นเมืองแห่งดวงดาวเข้าไปทุกที
หนึ่งในทีมนักสู้นั้น
ผู้นำทีมก็คือหลี่สือ ที่เคยรอดชีวิตมาจากเงื้อมมือของฟางอวี่อย่างหวุดหวิดนั่นเอง ตอนนี้เขากำลังนำทีมนักสู้ระดับปฐพีทั่วไปอีกสี่คน ออกค้นหาไปทั่วภูเขาและป่าไม้แบบไร้จุดหมาย
"ค้นหามาตั้งนานแล้วนะ ยังไม่มีข่าวอะไรเลย"
"ไม่รู้ว่าปฏิบัติการครั้งใหญ่คราวนี้ จะเจอตัวอัจฉริยะต่างดาวสองคนนั่นหรือเปล่านะ" หลี่สือคิดในใจ "ฟังจากที่ท่านทูตสวรรค์ลาดตระเวนอ้ายฝ่าพูด ดูเหมือนว่าพวกมันจะเก่งขึ้นกว่าเมื่อห้าเดือนก่อนอีกนะ ความแข็งแกร่งของพวกมันน่าจะพอๆ กับทูตสวรรค์ลาดตระเวนระดับหนึ่งแล้วล่ะมั้ง"
ความรู้สึกของเขามันซับซ้อนไปหมด
ใจนึง เขาก็หวังว่าจะเจอร่องรอยของพวกมันนะ เพราะถ้าเจอ ไม่เพียงแต่เขาจะได้รับรางวัลจากอารยธรรมอย่างงามเท่านั้น แต่เขายังจะได้แก้แค้นให้พี่น้องของเขาด้วย
แต่อีกใจนึง เขาก็กลัวที่จะเจอพวกมันเหมือนกัน
ถ้าเกิดเจอขึ้นมาจริงๆ เขาอาจจะไม่รอดกลับมาก็ได้นะ
เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่า
"หัวหน้า! หัวหน้า!" ร่างเตี้ยล่ำที่สูงประมาณเมตรครึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาหา ดวงตาสีทองขนาดใหญ่ของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ชาวเนตรทองคำ จะมีความสูงเฉลี่ยน้อยกว่าชาวดาวสีน้ำเงินประมาณหนึ่งช่วงหัว แต่ดวงตาของพวกเขาจะใหญ่กว่าหลายเท่า
"เจอเป้าหมายแล้วเหรอ" หลี่สือรีบถาม
"เปล่าครับ"
พวกเราไม่ได้เจอเป้าหมายครับ นักสู้เผ่าเนตรทองคำคนนั้นรีบส่ายหน้า พอเห็นสีหน้าของหลี่สือเปลี่ยนไป เขาก็รีบอธิบายต่อ "สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ครับ!"
"น่าจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เทียนซูครับ!"
"มีมอนสเตอร์ระดับสูงไปรวมตัวกันอยู่เพียบเลยครับ! เยอะมากๆ!" นักสู้เผ่าเนตรทองคำคนนั้นรีบบอก
"สถานที่ศักดิ์สิทธิ์เทียนซูเหรอ" หลี่สือตาลุกวาว "พาฉันไปดูเดี๋ยวนี้เลย"
ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ทีมนักสู้ระดับปฐพีทั้งห้าคน รีบปีนข้ามยอดเขาไปอย่างระมัดระวัง แล้วมองลงไปยังหุบเขาเบื้องล่าง จะบอกว่าเป็นหุบเขาก็ไม่ถูกนัก แต่มันเหมือนรอยแยกขนาดใหญ่บนพื้นดินที่มีความกว้างหลายกิโลเมตรมากกว่า
และจากมุมมองของหลี่สือ พวกเขาสามารถมองเห็นมอนสเตอร์หน้าตาน่ากลัวจำนวนมหาศาลกำลังรวมตัวกันอยู่ที่จุดหนึ่งในรอยแยกนั้น ซึ่งตรงนั้นมีถ้ำขนาดใหญ่ซ่อนอยู่
ปากถ้ำกว้างขวางมาก และถูกปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกจางๆ
"มอนสเตอร์ระดับสูงตัวท็อป"
"มอนสเตอร์ระดับสูงตัวท็อปเยอะมาก... มากกว่าสามสิบตัวเลยล่ะ ดูท่าทางน่าจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เทียนซูจริงๆ แฮะ" หลี่สือทั้งดีใจทั้งกังวล ดีใจที่เจอสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
แต่กังวลตรงที่ มอนสเตอร์เยอะขนาดนี้ ลำพังทีมของพวกเขาคงจัดการไม่ไหวแน่ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น
เขายังมีเรื่องต้องคิดอีกเรื่องนึง นั่นก็คือ ราชันมอนสเตอร์ระดับลาดตระเวนฟ้า
"มอนสเตอร์ตั้งเยอะแยะ หลายตัวมาจากต่างสายพันธุ์กัน บางตัวเป็นศัตรูกันตามธรรมชาติด้วยซ้ำ" หลี่สือคิดในใจ "แต่พวกมันกลับอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข โอกาสเกิน 90 เปอร์เซ็นต์เลยล่ะ ที่ลึกเข้าไปในถ้ำนั่นจะมีราชันมอนสเตอร์ระดับลาดตระเวนฟ้าซ่อนอยู่"
แค่คิดนิดเดียว
เขาก็รู้ทันทีว่าต้องเรียกทีมไล่ล่ามาช่วย... ทีมไล่ล่าที่อยู่ใกล้เขาที่สุดตอนนี้ ก็ประกอบไปด้วยอัจฉริยะระดับหนึ่ง 1 คน และว่าที่นักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้าอีก 4 คน
ทีมระดับนี้ มั่นใจได้เลยว่าสามารถจัดการราชันมอนสเตอร์ระดับลาดตระเวนฟ้าได้อย่างอยู่หมัดแน่นอน
"เดแคลน ถี พวกนายสองคนรีบเอาข่าวนี้ไปรายงานเลยนะ" หลี่สือพูดเสียงต่ำ "รีบไปเชิญท่านผู้ตรวจการบรูลลี่กับพวกให้รีบมาที่นี่ด่วนเลย"
"ครับ" เพื่อนร่วมทีมสองคนรีบพุ่งตัวออกไปทันที
ส่วนหลี่สือกับเพื่อนอีกสองคน ก็ซุ่มดูลาดเลาอยู่บนยอดเขา คอยจับตาดูหุบเขาเบื้องล่างอย่างไม่คลาดสายตา
เพียงสิบกว่านาทีต่อมา ที่ป่าทึบอันหนาแน่นบนภูเขาอีกลูกหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากพวกเขาไปไม่ถึงสิบกิโลเมตร
"ตอนนี้ ในถ้ำยังไม่มีราชันมอนสเตอร์ระดับลาดตระเวนฟ้านะ"
จวงอีหลิวที่หลับตาจับสัมผัสมาพักใหญ่แล้ว ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา สายตาของเธอจับจ้องไปที่ฟางอวี่ "นี่คือโอกาสของเราแล้วล่ะ ฉวยโอกาสตอนที่ราชันมอนสเตอร์ยังไม่กลับมา แย่งสมบัติ แล้วก็หนี!"
"ตกลง ลุยกันเลย" ฟางอวี่พยักหน้าอย่างหนักแน่น
ความเร็วในการเดินทางของฟางอวี่และจวงอีหลิวนั้นรวดเร็วมาก แถมยังสามารถหลบหลีกมอนสเตอร์ระหว่างทางได้อย่างง่ายดาย พวกเขามาถึงที่นี่ได้พักใหญ่แล้ว
สภาพของหุบเขาแห่งนี้ ก็เป็นไปตามที่เหยียนเทียนเหิงบรรยายไว้ไม่มีผิด
ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากตำแหน่งที่ฟางอวี่และจวงอีหลิวซุ่มซ่อนอยู่นั้นใกล้กับปากถ้ำมากกว่าที่เหยียนเทียนเหิงเคยอยู่ และด้วยประสาทสัมผัสในการรับรู้ของพวกเขาที่เหนือชั้นกว่ามาก ข้อสรุปที่พวกเขาได้มาจึงแม่นยำยิ่งกว่า
มอนสเตอร์ระดับท็อปจากหลากหลายเผ่าพันธุ์มารวมตัวกันมากมายขนาดนี้ แถมยังอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขอีก... มันทำให้พวกเขามั่นใจได้เลยว่า ที่นี่จะต้องมีราชันมอนสเตอร์ระดับลาดตระเวนฟ้าอาศัยอยู่อย่างแน่นอน
จากนั้น
ทั้งสองคนก็ใช้เวลาตรวจสอบและรับรู้สัญญาณต่างๆ อีกครึ่งค่อนวัน โดยเริ่มจากจวงอีหลิวที่คอยจับความเคลื่อนไหว จากนั้นฟางอวี่ก็ใช้จิตวิญญาณระดับลาดตระเวนฟ้าของเขากระจายการรับรู้ออกไปเพื่อตรวจสอบ จนแน่ใจแล้วว่าราชันมอนสเตอร์ระดับลาดตระเวนฟ้าคงจะยังไม่อยู่ที่นี่ในตอนนี้
"มอนสเตอร์เยอะขนาดนี้ ดูท่าทางคงจะยังไม่มีตัวไหนที่มีทักษะถึงระดับเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติหรอกนะ" จวงอีหลิวคลี่ยิ้มบางๆ "การที่พวกมันมาเฝ้าอยู่ที่นี่ ก็คงจะได้รับคำสั่งมาจากราชันมอนสเตอร์แน่ๆ... พวกมันคงไม่ยอมถอยไปง่ายๆ หรอก"
"ฟางอวี่ นี่คือโอกาสทองที่นายจะได้เลื่อนขั้นเป็นนักรบอารยธรรมระดับห้าเลยนะ" จวงอีหลิวมองฟางอวี่แล้วยิ้ม "นายลุยเลยนะ เดี๋ยวฉันจะคอยระวังหลังให้เอง"
"อืม" ฟางอวี่พยักหน้า
นักสู้ระดับปฐพีมาจากอารยธรรมที่แตกต่างกันไป หากทักษะของพวกเขาติดขัดอยู่ที่คอขวด บางทีด้วยเหตุผลบางอย่าง พวกเขาอาจจะยอมยืดเวลาในการทะลวงระดับออกไปสักพัก มันถึงได้มีคำว่า 'ว่าที่นักสู้ระดับลาดตระเวนฟ้า' ขึ้นมาไงล่ะ... แต่สำหรับพวกมอนสเตอร์ ขอแค่ระดับพลังถึงเกณฑ์ พวกมันก็จะทะลวงระดับทันทีอย่างแน่นอน
ก็แหม สำหรับพวกมอนสเตอร์แล้ว ทันทีที่พวกมันก้าวเข้าสู่ระดับลาดตระเวนฟ้า พวกมันก็จะกลายเป็นราชันมอนสเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยั่วยวนใจพวกมันอย่างหาที่สุดไม่ได้เลยล่ะ
มอนสเตอร์ที่อยู่ต่ำกว่าระดับราชันมอนสเตอร์ลาดตระเวนฟ้า ไม่ได้เป็นภัยคุกคามอะไรสำหรับฟางอวี่ในตอนนี้เลยแม้แต่น้อย
มอนสเตอร์ทั่วไปกว่าสองร้อยตัว กระจายตัวกันอยู่รอบๆ ถ้ำในรัศมีหลายกิโลเมตร หลายตัวกำลังนอนเอกเขนกอยู่บนพื้นอย่างเกียจคร้าน ยิ่งเข้าใกล้ปากถ้ำมากเท่าไหร่ ความแข็งแกร่งและสถานะของพวกมอนสเตอร์ก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
แสดงให้เห็นถึงลำดับชั้นที่เข้มงวดอย่างชัดเจน…