- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 201 วิชาคณิตศาสตร์
บทที่ 201 วิชาคณิตศาสตร์
บทที่ 201 วิชาคณิตศาสตร์
ทันทีที่คุณอามีช่าเดินเข้ามาในห้องเรียน เธอก็เสกกระดานสีดำแผ่นหนึ่งขึ้นมาไว้บนโต๊ะหน้าชั้นเรียน
แม่มดน้อยคนอื่นอาจจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่โม่หลานรู้ดีแก่ใจ นั่นมันกระดานดำชัด ๆ
ห้องเรียนในที่อื่น ๆ ของวาเลนอาจจะมีของคล้าย ๆ กันนี้ แต่สำหรับสถาบันแม่มดนั้นไม่มีแน่นอน
โดยพื้นฐานแล้วคาบเรียนของแม่มดจะเน้นการศึกษาด้วยตัวเองเป็นหลัก ระหว่างเรียนก็มีช่วงเวลาให้ค้นคว้าอ่านเองเยอะมาก จึงแทบไม่จำเป็นต้องเขียนกระดานเลย ในห้องเรียนก็เลยไม่มีกระดานดำเป็นธรรมดา
หลังจากจัดวางกระดานดำเรียบร้อยแล้ว คุณอามีช่าก็วางแก้วน้ำใบใหญ่ลงบนโต๊ะหน้าชั้นเรียนอีกใบ
ไม่ใช่แก้วไวน์คริสตัล แต่เป็นแก้วน้ำธรรมดา ข้างในก็ไม่ได้บรรจุเหล้า แต่เป็นชาดอกไม้ที่ยังคงมีควันกรุ่น
“ที่ลอยอยู่ข้างในนั้น ใช่ดอกน้ำค้างใสหรือเปล่า?” ซิลฟ์หันไปถามโม่หลานด้วยความไม่แน่ใจนัก
“ใช่แล้วล่ะ” โม่หลานตอบ
“ดอกน้ำค้างใสอะไรเหรอ?” วาชิด้าถาม
“ดอกน้ำค้างใส เป็นพืชเวทมนตร์ระดับต่ำ ใช้เป็นส่วนผสมในการปรุงยาแก้ไอ มีสรรพคุณช่วยให้ชุ่มคอและบำรุงเสียงน่ะ”
“คุณอามีช่าชุดคลุมสีน้ำเงินไม่ชอบดื่มเหล้าแต่ชอบรักษาสุขภาพงั้นเหรอ?” วาชิด้าเอ่ยอย่างเหลือเชื่อ “ร่างแยกของอาจารย์ใหญ่แต่ละร่างมีงานอดิเรกเป็นของตัวเองด้วยเหรอเนี่ย?”
แม่มดระดับเหนือสูงสุดไม่มีทางเป็นหวัดได้หรอก และต่อให้เป็นจริง ดื่มยาฟื้นฟูแค่ขวดเดียวก็หายเป็นปลิดทิ้งแล้ว
การชงชาแบบนี้ คงเป็นเพราะคุณอามีช่าอยากจะดื่มเองมากกว่า
ปกติแล้วคุณอามีช่าชุดคลุมสีดำจะดื่มแต่เหล้า แถมแก้วที่ใช้ก็ไม่เคยซ้ำแบบกันเลย
มีแค่ตอนกินเค้กชิ้นเล็ก ๆ เท่านั้นแหละถึงจะดื่มคู่กับชาดำ
“ร่างแยกของอาจารย์ใหญ่น่าจะชอบดื่มเหล้ากันหมดนั่นแหละ” โม่หลานกล่าว
ทุกครั้งที่เธอตรวจสอบบันทึกการขายในร้านค้าการ์ด มักจะมียอดสั่งซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนมหาศาลจากคุณอามีช่าอยู่เสมอ
เหล้าเยอะแยะแถมยังซื้อบ่อยขนาดนั้น คุณอามีช่าแค่ร่างเดียวไม่มีทางดื่มหมดแน่นอน
ตอนที่คุณอามีช่าชงชาเสร็จ เสียงระฆังของสถาบันก็ดังขึ้นพอดี เป็นเวลาเก้าโมงตรง
เธอกระแอมไอเล็กน้อย: “วิชาคณิตศาสตร์ มีที่มาจากความรู้ทางคณิตศาสตร์ของดาวเคราะห์สีน้ำเงินที่โม่หลานนำมา นี่เป็นคาบเรียนที่จะช่วยพัฒนาทักษะการคำนวณให้ทุกคน หวังว่าทุกคนจะให้ความสำคัญกับวิชานี้นะ
ตอนนี้พวกเรามาเริ่มเรียนกันเลย...”
เมื่อเห็นคุณอามีช่ายืนสอนรวดเดียวสิบกว่านาทีโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดให้พวกเธออ่านหนังสือเอง แถมยังพูดไปพลางควบคุมปากกาให้เขียนลงบนกระดานสีดำไปพลางจนเต็มไปครึ่งกระดานแล้ว ในที่สุดเหล่าแม่มดน้อยก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมครั้งนี้คุณอามีช่าถึงพกชาบำรุงเสียงมาด้วย
คงไม่ได้จะยืนสอนไปตลอดแบบนี้หรอกนะ?
ในที่สุดก็สอนเนื้อหาครบถ้วนไปหนึ่งหัวข้อ อามีช่าจึงเอ่ยถามเหล่าแม่มดน้อย: “เข้าใจกันไหม?”
“เข้าใจค่ะ” บรรดาแม่มดน้อยต่างพากันพยักหน้า
โม่หลานรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก เห็นไหมล่ะ เธอบอกแล้วว่ามันไม่ยาก! ตำราเรียนถูกเขียนขึ้นมาแบบพื้นฐานสุด ๆ เลยล่ะ
“ถ้าอย่างนั้นก็ลองทำแบบฝึกหัดที่ 1 หน้า 2 ดูสักสองสามข้อนะ!” ในที่สุดอามีช่าก็สบโอกาสได้จิบน้ำสักที
วิชาคณิตศาสตร์นี่สูบพลังอาจารย์ใหญ่จริง ๆ!
เหล่าแม่มดน้อยต่างก้มหน้าก้มตาทำโจทย์
พวกเธอตอบกันรวดเร็วมาก พอทำเสร็จคุณอามีช่าก็เฉลยคำตอบ ผลลัพธ์ถือว่าไม่เลวเลย แทบจะไม่มีใครทำผิดเลยสักคน
เดิมทีมันก็เป็นแค่โจทย์บวกเลขไม่เกินสิบไม่กี่ข้อเท่านั้น แค่ลองนับนิ้วดูก็เขียนคำตอบได้แล้ว
จากนั้นคุณอามีช่าก็เริ่มสอนเนื้อหาต่อไป
เหล่าแม่มดน้อยตั้งใจเรียน ส่วนโม่หลานกลับเอาแต่จับจ้องไปที่เพื่อน ๆ ซึ่งกำลังนั่งฟังบรรยายอยู่
เห็นได้ชัดว่าทุกคนยังตามเนื้อหาทัน แถมทำแบบฝึกหัดในห้องเรียนได้ดีอีกด้วย
เธอค่อยวางใจหน่อย วิชาคณิตศาสตร์ของเหล่าแม่มดมีทางรอดแล้ว!
เวลาสามชั่วโมงของวิชาคณิตศาสตร์ผ่านพ้นไป บรรดาแม่มดน้อยต่างถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
วิชานี้ไม่เหมือนกับวิชาทฤษฎีที่เคยเรียนมาทั้งหมดเลย
ทั้งที่รู้สึกว่ามันไม่ได้ยากอะไรและฟังเข้าใจด้วยซ้ำ แต่พอเรียนจบสามชั่วโมง กลับรู้สึกเหมือนเพิ่งสอบติดกันมาสามวันเต็มอย่างไรอย่างนั้น
ทั้งสมองล้า ทั้งท้องร้องหิว
พวกเธอเอาแต่จ้องมองคุณอามีช่าตาไม่กะพริบ เตรียมตัวว่าทันทีที่อาจารย์เดินออกไป พวกเธอจะพุ่งตัวออกจากห้องเรียนแล้วรีบบินกลับหอพักไปนอนแผ่หลาทันที
การบ้านในสมุดแบบฝึกหัดที่เพิ่งสั่งไปเมื่อกี้ พวกเธอแค่ฟังผ่านหูเท่านั้น ไม่มีอารมณ์อยากจะเปิดดูเลยสักนิด
ยังไงก็ต้องส่งตั้งวันพุธหน้า ไม่เห็นต้องรีบร้อนเลย อย่างน้อยก็ค่อยไปทำช่วงสุดสัปดาห์นู่นแหละ!
เมื่อเห็นคุณอามีช่าเก็บแก้วชาเรียบร้อยแล้ว จู่ ๆ โม่หลานก็ลุกพรวดขึ้นมา แล้วพุ่งตรงไปที่หน้าชั้นเรียน: “อาจารย์ใหญ่คะ! คาบเรียนวิชาคณิตศาสตร์หลังจากนี้หนูจะไม่มาเรียนแล้วนะคะ”
“อืม” อามีช่าพยักหน้ารับ เธอเองก็กำลังจะถามอยู่พอดีว่าทำไมวันนี้เด็กคนนี้ถึงยังโผล่มาเข้าเรียนอีกล่ะ!
ในแง่ของวิชาคณิตศาสตร์แล้ว อาจารย์ใหญ่อย่างเธอต่างหากที่นับว่าเป็นลูกศิษย์ของโม่หลาน!
ตอนที่ศึกษาตำราคณิตศาสตร์ไม่กี่เล่มนี้ เธอยังต้องไปขอคำปรึกษาจากเด็กคนนี้ตั้งหลายรอบ
ตอนที่เริ่มเปิดสอนวิชานี้ ก็ตกลงกันไว้แล้วว่าเธอไม่ต้องมาเข้าเรียนก็ได้
เหล่าแม่มดน้อยที่กำลังรีบร้อนอยากเลิกเรียน: ⊙︿⊙
ไม่แปลกใจเลย ไม่แปลกใจจริง ๆ
ในช่องผู้เรียบเรียงบนหน้าแรกของหนังสือ ‘คณิตศาสตร์พื้นฐาน’ พวกเธอก็เห็นชื่อโม่หลานหราอยู่ตรงนั้น
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้พวกเธอรู้สึกอิจฉาน้อยลงเลย
ในที่สุดคุณอามีช่าก็เดินจากไป ทว่าจู่ ๆ บรรดาแม่มดน้อยกลับหมดอารมณ์กับเวลาพักกลางวันที่กำลังจะมาถึง แถมความสุขที่จะไม่ต้องเรียนคณิตศาสตร์ไปอีกเจ็ดวันก็ถูกลดทอนลงไปเสียดื้อ ๆ
แค่เวลาพักกลางวันสั้น ๆ จะไปมีความหมายอะไร? การไม่ต้องเรียนคณิตศาสตร์ไปอีกเจ็ดวันมันจะไปมีความหมายอะไร?
จอมมนตราตัวน้อยบางคนไม่ต้องเรียนวิชาคณิตศาสตร์ไปตลอดกาลเลยนะ!
นั่นมันวิชาคณิตศาสตร์ที่ทั้งปวดหัวและสูบพลังแม่มดจนแทบตายเลยนะ!
โม่หลานเป็นคนสร้างหลักสูตรใหม่ขึ้นมา และ ‘สร้างประโยชน์’ ให้กับแม่มดน้อยทุกคน แต่ตัวเองกลับได้เวลาว่างในช่วงเช้าวันพุธไปครอบครองซะงั้น
“ทำไมถึงได้กลิ่นเปรี้ยวหึ่งขนาดนี้เนี่ย?” วาชิด้าสูดจมูกฟุดฟิด “ก็ไม่มีใครกินผลขนมปังนี่นา!”
พอเห็นโม่หลาน เธอก็เข้าใจแล้ว
ผลขนมปังในร่างคนอยู่นี่ไง!
“มองฉันแบบนั้นทำไมเนี่ย?” โม่หลานสบสายตากับเหล่าแม่มดน้อยพลางลูบแขนตัวเองป้อย ๆ เธอรู้สึกอยากจะวิ่งหนีออกจากห้องเรียนไปซะเดี๋ยวนี้เลย
เหล่าแม่มดน้อย: “ขอบใจเธอมากเลยนะ! ต้องลำบากกับวิชาคณิตศาสตร์แล้ว”
โม่หลานทำเป็นมองข้ามความผิดปกตินั้นไป ก่อนจะส่งยิ้มและโบกมือปฏิเสธ: “ไม่หรอก ๆ! ฉันแค่จัดหาตำราเรียนให้เท่านั้น ที่เหลือต้องยกความดีความชอบให้คุณอามีช่าทั้งหมดเลย!”
“เธอไม่เข้าเรียนคณิตศาสตร์ แล้วต่อไปจะต้องสอบวิชานี้ไหม? ถ้าไม่สอบ ปีหนึ่งก็ต้องชวดเหรียญทองเวทมนตร์ไปเป็นสิบเหรียญเลยนะ!” วาชิด้าทักขึ้น “เอาเป็นว่ากลับมาเรียนดีไหม?”
โม่หลานส่ายหน้า: “ชวดก็ช่างมันเถอะ ปีนี้ภาระการเรียนหนักขึ้น เวลาว่างก็น้อยลงไปอีก เวลาของวิชาคณิตศาสตร์ ฉันจะได้เอาไปใช้อ่านหนังสือภาพพอดี เวลาน่ะสำคัญกว่าเหรียญทองตั้งเยอะ!”
ประเด็นสำคัญก็คือ ด้วยวิสัยทัศน์และแผนการในอนาคตที่สภาเผ่ามีต่อ {การ์ดสะสมพลังงาน} ต่อไปในวันข้างหน้าเธอคงไม่ขัดสนแค่เรื่องเหรียญทองเวทมนตร์ไม่กี่เหรียญนี่หรอก
“ภาระการเรียนหนักเหรอ? หนักตรงไหนกันล่ะ?” ไอส์ถามด้วยความสงสัย “วิชาบังคับก็มีแค่ไม่กี่วิชานี่นา ถึงเวลาเรียนจะดูยาวนานขึ้น แต่ตอนนี้พวกเราขี่ไม้กวาดบินไปกลับสถาบัน ทั้งตอนเช้าและตอนเย็นก็มีเวลาว่างเพิ่มขึ้นมาตั้งเยอะนะ!”
“ก็วิชาเลือกไง!” โม่หลานตอบ
ไอส์ยิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่: “วิชาเลือกคาบหนึ่งก็แค่ชั่วโมงเดียวเอง ความจริงรู้แค่ภาษากลางก็พอแล้ว ส่วนวิชาอื่น ๆ จะเรียนหรือไม่เรียนก็ได้... เดี๋ยวนะ คงไม่ใช่ว่าเธออยากจะเรียนทั้งหมดเลยหรอกนะ?”
โม่หลานพยักหน้ารับ: “ไม่ใช่แค่ฉันที่ต้องเรียนนะ วาชิด้ากับซิลฟ์ก็ต้องเรียนเหมือนกัน!”
วาชิด้ากับซิลฟ์: “???”
พวกเธอไปเตรียมตัวจะเรียนวิชาเลือกทั้งหมดตั้งแต่ตอนไหน ทำไมตัวเองถึงไม่รู้เรื่องเลยล่ะ?
บรรดาแม่มดน้อยต่างมองพวกเธอทั้งสามคนด้วยความตกตะลึง: “สมแล้วที่เป็นจอมมนตรา!”
จะพูดยังไงดีล่ะ จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าการที่โม่หลานไม่ต้องเรียนคณิตศาสตร์สักวิชามันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรแล้ว
ไม่ต้องเรียนคณิตศาสตร์ แต่ก็ต้องไปเรียนวิชาเลือกชดเชยอยู่ดี
สภาพจิตใจสงบลงแล้ว
พอมองไปที่วาชิด้ากับซิลฟ์ที่ต้องเรียนทั้งวิชาคณิตศาสตร์ แถมยังต้องเรียนวิชาเลือกทั้งหมดอีก สภาพจิตใจก็ยิ่งสงบร่มเย็นเข้าไปใหญ่