- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 191 ตัดแต่งหญ้าไม้กวาด
บทที่ 191 ตัดแต่งหญ้าไม้กวาด
บทที่ 191 ตัดแต่งหญ้าไม้กวาด
“ฉันเข้าใจความรู้สึกของพวกเธอที่อยากจะมีไม้กวาดเป็นของตัวเองกันจนเนื้อเต้นนะ แต่มื้อเที่ยงก็ต้องกิน! ฉันไม่อยากเห็นพวกเธอหิวจนตาลายในตอนบ่าย แล้วเผลอไปดึงกิ่งไม้จนหักหรอกนะ!” อามีช่ากล่าว
พอเหล่าแม่มดน้อยได้ยินดังนั้น ก็พากันล้วงเอาห่อกระดาษไขเล็ก ๆ ออกมาจากกระเป๋า พอเปิดออกก็พบว่าเป็นขนมผลขนมปังสองชิ้น แล้วยัดเข้าปากไปตรง ๆ เลย:
“เรียบร้อย อิ่มแล้วค่ะ!”
กระบวนการทั้งหมดนี้ ใช้เวลาไปไม่ถึงสิบวินาทีด้วยซ้ำ
วันนี้พวกเธอเตรียมตัวกันมาอย่างดีเลยล่ะ!
พูดแบบไม่อ้อมค้อมเลยนะ หลังจากเห็นตารางเรียนเมื่อคืนวันศุกร์ พวกเธอก็เตรียมมื้อเที่ยงของสัปดาห์นี้ไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมันก็คือขนมผลขนมปังทั้งหมดนั่นแหละ!
“...” อามีช่าในชุดคลุมสีฟ้าตกตะลึงไปเลย ก่อนจะเหลือบมองโม่หลานแวบหนึ่ง
ถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็นครั้งแรกที่เธอได้มาเจอกับแม่มดน้อยปีสอง แต่เธอก็รู้จักโม่หลานดี
นี่ต้องเป็นฝีมือของเธอแน่ ๆ พวกแม่มดน้อยต้องได้รับอิทธิพลมาจากเธออย่างแน่นอน
โม่หลานแสดงออกทางสีหน้าว่าเธอบริสุทธิ์ไร้เดียงสานะ
พูดตามตรง เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่แล้ว ตอนที่วาชิด้ามาเตือนให้เธอไปเก็บผลขนมปังมาทำขนมเพื่อเตรียมตัวสำหรับวิชาการบิน โม่หลานถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
ถึงแม้เธอจะเตรียมขนมผลขนมปังไว้เป็นมื้อเที่ยงสำหรับวันที่มีเรียนตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้วเหมือนกัน แต่มันก็ไม่ได้ขัดขวางการที่เธอจะรู้สึกเหงื่อตกกับความสองมาตรฐานของบรรดาแม่มดน้อยเลย
ปีที่แล้วทุกคนยังเตือนเธออยู่เลยว่าอย่ากินแต่ขนมผลขนมปังทุกวันเพื่อประหยัดเวลา ไอส์ยังถึงขนาดเอาเนื้อแห้งมาให้เธอด้วยซ้ำ
แต่พอมาปีนี้ ทุกคนกลับเตรียมขนมผลขนมปังสำหรับวิชาการบินกันอย่างรู้หน้าที่ซะงั้น
ระหว่างทางที่มาเรียนตอนเช้า โม่หลานยังอุตส่าห์ถามไอส์เป็นพิเศษเลยว่า วันนี้เธอห่ออะไรมาเป็นมื้อเที่ยง
ซึ่งอีกฝ่ายก็พกขนมผลขนมปังมาเหมือนกัน โดยให้เหตุผลว่า ขนมผลขนมปังมันแห้งกำลังดี ไม่เลี่ยน ไม่เลอะมือ นุ่มหนึบ แถมยังกินได้เร็วกว่าด้วย
สรุปก็คือ สำหรับพวกแม่มดน้อยแล้ว
ถ้าเป็นวิชาอื่น หอพักคือสถานที่ที่ต้องกลับไป มื้อเที่ยงคือสิ่งที่ต้องกิน! การกินขนมผลขนมปังนั่นมันถือเป็นการทรมานตัวเองชัด ๆ
แต่วิชาการบิน ขนมผลขนมปังช่างหอมหวานเสียเหลือเกิน~
สายตาของคุณอามีช่าทำเอาโม่หลานรู้สึกแปลก ๆ พิลึก หรือว่าอาจารย์ใหญ่ก็ไม่อยากกลับไปพักกลางวันเหมือนกันเหรอ?
เธอลูบคลำกระเป๋าสะพาย แล้วหยิบห่อขนมผลขนมปังที่พกมาเผื่อออกมา: “อาจารย์ใหญ่คะ อยากจะรับสักหน่อยไหมคะ? จะได้ไม่ต้องเสียเวลากลับไปกินมื้อเที่ยงที่ปราสาทน่ะค่ะ”
เท่าที่เธอรู้ มีแค่อาจารย์ใหญ่ผู้พิทักษ์และร่างต้นของอาจารย์ใหญ่เท่านั้นที่มีสิทธิ์เทเลพอร์ตภายในสถาบันได้ ส่วนบรรดาอาจารย์ใหญ่ที่มาสอนพวกเธอล้วนต้องขี่ไม้กวาดเดินทางทั้งนั้น
แถมร่างแยกเหล่านี้ก็มีความต้องการในการกินอาหารเหมือนกันนะ
จนถึงตอนนี้ก็ยังคงเป็นลูกค้าประจำที่ซื่อสัตย์ของการ์ดอาหารสำเร็จรูปในร้านค้าการ์ดอยู่เลย
แม่มดคนอื่น ๆ ใช้การ์ดอาหารจากร้านค้าการ์ดเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต แต่ร่างแยกของคุณอามีช่ากลับใช้ร้านค้าการ์ดของเธอเป็นโรงอาหารของที่ทำงานเสียอย่างนั้น
อามีช่ารีบก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวทันที: “ไม่ล่ะ”
พวกนักเรียนจะแข่งขันกันขยันก็ทำไปเถอะ ส่วนเธอที่เป็นอาจารย์ใหญ่ขอผ่านก็แล้วกัน
เธอไม่ได้แค่ต้องกินข้าวเท่านั้นนะ แต่ยังต้องพักกลางวันด้วย!
ท่ามกลางสายตาอาลัยอาวรณ์ของพวกแม่มดน้อย อามีช่าในชุดคลุมสีฟ้าก็รีบหนีออกจากเรือนกระจกไปราวกับหนีตาย
น่ากลัวเกินไปแล้ว หวิดจะรักษาเวลาพักกลางวันของตัวเองไว้ไม่ได้ซะแล้ว
“เสียดายจังเลย แบบนี้พอพวกเราทำความสะอาดหญ้าไม้กวาดเสร็จ ก็ไม่สามารถเริ่มขั้นตอนต่อไปได้ทันทีน่ะสิ” วาชิด้าพูดด้วยความเสียดาย
“นั่นสิ! ถึงแม้ในหนังสือจะเขียนขั้นตอนไว้แล้ว แต่ถ้าไม่มีอาจารย์ใหญ่อยู่ข้าง ๆ ขืนทำผิดพลาดขึ้นมาจนหญ้าไม้กวาดเสียหายมันคงไม่ดีแน่” ซิลฟ์ถอนหายใจออกมา
โม่หลาน: “...”
ตกลงว่าใครกันแน่ที่เป็นจอมขยันน่ะ?
ช่วงบ่าย อามีช่าในชุดคลุมสีฟ้ามาถึงเรือนกระจกตรงเวลาเป๊ะ พอเดินทะลุผ่านป่ามา ก็มองเห็นเหล่าแม่มดน้อยนั่งกอดหญ้าไม้กวาดเรียงแถวกันอยู่บนสนามหญ้า
ดวงตาทั้งยี่สิบเจ็ดคู่ จับจ้องมาที่เธออย่างไม่วางตาตั้งแต่เธอยังไม่ทันเดินออกจากป่ามาด้วยซ้ำ
พอเธอก้าวพ้นป่าออกมาปุ๊บ ทุกคนก็ลุกขึ้นยืนพร้อมเพรียงกัน: “อาจารย์ใหญ่คะ ในที่สุดก็มาสักที! พวกเราทำความสะอาดหญ้าไม้กวาดเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ”
อามีช่าชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อย เธอถึงขั้นหยิบนาฬิกาพกขึ้นมาดู ใช่แล้ว เธอไม่ได้มาสายสักหน่อย
การที่แม่มดน้อยซึ่งต้องเดินไปเรียนมาตลอดทั้งปี จะมีความกระตือรือร้นกับวิชาการบินนั้นถือเป็นเรื่องปกติ แม่มดน้อยรุ่นก่อน ๆ ก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ
แต่ก็เต็มที่แค่ขยันอ่านตำราเตรียมตัวล่วงหน้านอกเวลาเรียน และตั้งใจฟังในคาบเรียนเท่านั้น
แต่พวกแม่มดน้อยตรงหน้านี้ล่ะ? หญ้าไม้กวาดที่เดิมทีคาดว่าต้องใช้เวลาทำความสะอาดทั้งวัน ตอนนี้แค่ช่วงเช้าก็จัดการซะสะอาดสะอ้านหมดจดแล้ว
ทั้งกิ่งก้าน ทั้งรากนั่น ถูกเช็ดจนเงาวับ ดูเหมือนจะถูกชโลมและดูแลรักษาด้วยน้ำมันมาแล้วรอบหนึ่งด้วยซ้ำ
ถ้าไม่ใช่เพราะเธอไม่อยู่ แล้วพวกแม่มดน้อยไม่กล้าแยกชิ้นส่วนลำต้นหลัก กิ่งก้านสาขา และรากของหญ้าไม้กวาดโดยพลการล่ะก็ เธอสงสัยเหลือเกินว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังมองอยู่ จะไม่ใช่แม่มดน้อยที่กำลังกอดหญ้าไม้กวาด แต่เป็นแม่มดน้อยที่กำลังกอดไม้กวาดแทนเสียมากกว่า
ไม่เคยมีแม่มดน้อยรุ่นไหนเป็นแบบนี้มาก่อนเลย ขยันแข่งขันกันจนทำให้เธอที่เป็นอาจารย์ใหญ่ซึ่งเลิกเรียนไปพักกลางวันตามปกติ ถึงกับเกิดความรู้สึกผิดขึ้นมานิด ๆ เลยทีเดียว
ด้วยความเร็วระดับนี้ เกรงว่าวิชาการบินคงจะเรียนจบก่อนกำหนดแหง ๆ
อามีช่าเริ่มพิจารณาแล้วว่า หากพวกแม่มดน้อยทำภารกิจการเรียนวิชาการบินเสร็จก่อนกำหนด เธอควรจะเลื่อนเนื้อหาของสัปดาห์หน้าขึ้นมาสอนก่อนดีไหม
ในเมื่อถึงเวลาเรียนแล้ว แถมพวกแม่มดน้อยยังกระตือรือร้นกันขนาดนี้ อามีช่าก็ไม่รอช้า เธอปูเสื่อหญ้ายี่สิบเจ็ดผืนลงบนสนามหญ้า ให้พวกแม่มดน้อยขึ้นไปนั่ง จากนั้นก็แจกดินสอถ่านให้พวกเธอคนละแท่ง
“ใช้ดินสอถ่านทำเครื่องหมายตรงบริเวณที่เตรียมจะตัดแต่งนะ จำไว้ว่า ให้ความสำคัญกับการตัดแต่งกิ่งก้านและรากหลักก่อน อันไหนที่ตัดลงมาเป็นกอได้ก็ให้ตัดลงมาเป็นกอ พยายามรักษากิ่งก้านกอใหญ่และกิ่งก้านที่ยาวไว้ให้มากที่สุด
แบบนี้จะทำให้หยิบจับและเก็บรักษาได้ง่ายกว่า การทำหัวไม้กวาดก็จะง่ายขึ้น การดูแลรักษาในภายหลังก็จะสบายขึ้นด้วย
ไม่ต้องรีบร้อนนะ ลองคิดดูให้ดีว่าจะตัดแต่งยังไงถึงจะนำกิ่งก้านและรากมาใช้ประโยชน์ได้สูงสุด พอทำเครื่องหมายเสร็จ ให้เอามาให้ฉันตรวจดูก่อน แล้วถึงจะเริ่มตัดแต่งได้”
นี่เป็นขั้นตอนที่หาได้ยาก ซึ่งจำเป็นต้องให้อาจารย์ใหญ่ช่วยตรวจสอบ เพื่อให้แน่ใจว่าพวกแม่มดน้อยจะไม่ทำวัสดุสิ้นเปลืองไปเปล่า ๆ
ถึงแม้โม่หลานจะรอให้อาจารย์ใหญ่มาถึงก่อนเหมือนกับแม่มดน้อยคนอื่น ๆ ถึงเริ่มทำขั้นตอนนี้ แต่ที่จริงแล้ว เธอได้ศึกษาและวางแผนการตัดแต่งกิ่งก้านและรากเหล่านี้ไว้ในใจตั้งนานแล้ว ว่าจะทำยังไงถึงจะนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด
ต้องขอบคุณความทรงจำจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินอีกครั้ง
แม้บนดาวเคราะห์สีน้ำเงินจะไม่มีไม้กวาดบินได้ แต่ไม้กวาดที่เอาไว้กวาดพื้นน่ะ ดาวเคราะห์สีน้ำเงินมีเยอะแยะไป
ก็ใครใช้ให้ไม้กวาดบินรุ่นพื้นฐาน มันหน้าตาเหมือนกับไม้กวาดกวาดพื้นเป๊ะ ๆ เลยล่ะ?
ถึงแม้ในยุคปัจจุบันของดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ไม้กวาดแบบดั้งเดิมนี้จะแทบไม่มีคนใช้แล้วก็ตาม แต่ในยุคโบราณที่เทคโนโลยียังไม่พัฒนาน่ะ ไม้กวาดแบบนี้มีเพียบเลย!
วิธีทำและเคล็ดลับต่าง ๆ เธอก็มีอยู่ในหัวเต็มไปหมด
ในขณะที่แม่มดน้อยคนอื่น ๆ ยังคงคิดหนักว่าจะเริ่มตัดจากตรงไหนดี โม่หลานก็ถือดินสอถ่านเริ่มขีดเขียนทำเครื่องหมายลงบนไม้กวาดอย่างเด็ดเดี่ยวแล้ว
ใช้เวลาทำเครื่องหมายแค่สามนาที เธอก็ยกมือเรียกคุณอามีช่ามาตรวจแล้ว
อามีช่าตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนจะพยักหน้า:
“ไม่เลวเลย! แผนการตัดแต่งนี้เหมาะสมที่สุดแล้วล่ะ เริ่มตัดแต่งได้เลย
เธอถือ {การ์ดอุปกรณ์แม่มด} และหยิบกรรไกรตัดกิ่งอันที่เล็กที่สุดข้างในออกมา แล้วสั่งให้มันตัดกิ่งก้านและรากทั้งหมดของหญ้าไม้กวาดตามเครื่องหมายพวกนี้
“ไม่ต้องตัดด้วยมือตัวเองเหรอคะ?” โม่หลานถาม
ก่อนหน้านี้ล้วนแต่ลงมือทำเองทั้งหมด ตอนที่สัมผัสหญ้าไม้กวาด แทบไม่ได้ใช้เวทมนตร์เลยด้วยซ้ำ ก็แค่ไม่อยากให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาน่ะ เพราะยังไงการใช้เวทมนตร์ก็มีโอกาสล้มเหลวได้เหมือนกัน
“ใช้มือตัวเองตัด ย่อมสู้แรงของอุปกรณ์การเกษตรที่ถูกอาบย้อมด้วยเวทมนตร์ไม่ได้หรอก แถมมันยังลงดาบได้เด็ดขาดกว่าด้วย” อามีช่าบอก “แน่นอนว่า ถ้ากรรไกรตัดกิ่งของเธอยังไม่ค่อยเชื่อฟังล่ะก็ การใช้มือตัวเองตัดก็จะดีกว่านะ”