เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 186 รุ่นพี่คือแบบอย่างที่ดี

บทที่ 186 รุ่นพี่คือแบบอย่างที่ดี

บทที่ 186 รุ่นพี่คือแบบอย่างที่ดี


“ไปกันเถอะ! กลับหอพักกันได้แล้ว!”

ปีนี้ถึงตาพวกโม่หลานเป็นคนพานักเรียนใหม่กลับหอพักแล้ว

บริเวณด้านนอกประตูทิศตะวันออกของปราสาท แม่มดน้อยปีสามและปีห้าขี่ไม้กวาดบินจากไปแล้ว ส่วนพวกปีสี่ก็ปักหลักกันอยู่ที่ลานกว้างเล็ก ๆ นอกประตูทิศตะวันออกตรงนั้นเลย

“พวกรุ่นพี่เขากำลัง...” มีนักเรียนใหม่สงสัยกับภาพที่เห็น

“พิธีทำนายดวงดาวน่ะ เป็นธรรมเนียมเปิดเทอมของรุ่นพี่ปีสี่ เพื่อทำนายดวงชะตาหลังจากนี้ แม่มดน้อยชั้นปีอื่นห้ามไปรบกวนเด็ดขาดเลยนะ ถ้าพิธีล้มเหลวจะนำความโชคร้ายมาให้” โม่หลานช่วยพูดแก้ต่างแทนพวกรุ่นพี่อย่างรู้ความ

วาชิด้าและซิลฟ์เหลือบมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าแล้วเอ่ยสมทบ: “รอพวกเธอขึ้นปีสี่ ก็จะต้องทำแบบนี้เหมือนกันนั่นแหละ”

นี่ไม่ได้เป็นการปกป้องหน้าตาของพวกรุ่นพี่หรอกนะ แต่เป็นการปกป้องหน้าตาของพวกเธอเองในอนาคตต่างหาก

อีกสองปีให้หลัง พวกเธอก็ต้องย้ายออกจากหอพักเหมือนกัน

ขนาดพวกเธอสามคนที่รู้ความจริงยังเป็นแบบนี้ ไม่ต้องพูดถึงแม่มดน้อยปีสองคนอื่นที่ไม่รู้เรื่องเลย พวกเธอต่างพากันบอกว่า ปีที่แล้วก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน

เหล่านักเรียนใหม่หลงเชื่อสนิทใจ ภายใต้การเร่งเร้าของรุ่นพี่ปีสอง พวกเธอจึงเข้าแถวแล้วเริ่มเดินลงจากเขา

เส้นทางบนเขาอันแสนยาวไกล ค่อย ๆ บั่นทอนความดีใจของแม่มดน้อยที่เพิ่งมาถึงสถาบันลงทีละนิด: “นี่มันไกลเกินไปแล้วนะ!”

“เดินบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชินเองแหละ” ซิลฟ์เอ่ยปลอบใจ: “ปีที่แล้วตอนฉันเพิ่งมาใหม่ ๆ ก็รู้สึกว่าทางลงเขานี้มันเดินลำบากเหมือนกัน ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด เดินยังไงก็ไม่ถึงสักที

เดินแต่ละที ก็รู้สึกว่าพละกำลังไม่พอ แถมยังปวดเท้าจนแทบทนไม่ไหว

แต่ตอนนี้ ฉันไม่รู้สึกอะไรอีกแล้วล่ะ

รอพวกเธอชินแล้ว เดี๋ยวก็ดีเอง”

นักเรียนใหม่: “ต้องใช้เวลาปรับตัวนานแค่ไหนคะ?”

“ก็น่าจะค่อนปีได้มั้ง!” ซิลฟ์ตอบ

นักเรียนใหม่: “…”

รู้สึกน่ากลัวกว่าเดิมอีก ทำยังไงดี?

“มองในแง่ดีสิ การเดินไปกลับแบบนี้ทุกวัน ก็ถือซะว่าเป็นการออกกำลังกายไง การที่พลังเวทมนตร์จะเพิ่มขึ้นได้ ก็ต้องอาศัยร่างกายที่แข็งแรงเหมือนกันนะ ถ้าขาดสารอาหาร สุขภาพไม่ดี ไม่เพียงแต่จะตัวไม่สูงขึ้น พลังเวทมนตร์ก็จะเพิ่มขึ้นช้าไปด้วย” โม่หลานช่วยให้กำลังใจ:

“แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียเวลาด้วย พอคุ้นทางแล้ว ก็ยังสามารถทำอย่างอื่นระหว่างทางได้อีก อย่างเช่นอ่านหนังสือ ท่องหนังสือ หรือใช้เวทมนตร์แทรกซึมลงในสิ่งของอะไรพวกนี้ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยนะ”

นักเรียนใหม่: “•()•?”

อ่านหนังสือ ท่องหนังสือตอนเดินเนี่ยนะ? รุ่นพี่กำลังพูดเรื่องน่ากลัวอะไรอยู่เนี่ย?

เบอร์ธ่าเริ่มสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล: “เวลาของพวกรุ่นพี่รัดตัวขนาดนั้นเลยเหรอคะ? แค่เดินลงเขาก็เหนื่อยจะแย่แล้ว ยังต้องมาอ่านหนังสือกับท่องหนังสือไปพร้อมกันอีกเหรอ?”

“ก็เดินเฉย ๆ มันน่าเบื่อออกจะตายนี่นา อ่านหนังสือไปด้วยก็ดีออก ไม่ใช่แค่ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจ แต่ยังได้เรียนรู้ด้วย พออ่านหนังสือปุ๊บ เส้นทางบนเขานี้ก็มีแต่จะรู้สึกว่าสั้นไป ไม่รู้สึกว่ายาวเลยสักนิด!” โม่หลานแบ่งปันเคล็ดลับการเดินของตัวเอง

เหล่านักเรียนใหม่ฟังแล้วถึงกับตัวสั่นงันงก

สมแล้วที่เป็นจอมมนตรา ความคิดความอ่านช่างต่างจากแม่มดน้อยทั่วไปจริง ๆ!

“ถูกต้อง! เวลาเดินทางก็ต้องใช้ให้คุ้มค่า ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยหรอก อาจารย์ใหญ่จะคอยช่วยชีวิตพวกเราได้ทันท่วงทีเสมอ”

“ใช่ ๆ ๆ ถ้าใช้เวลาตอนเดินทางให้เป็นประโยชน์ ก็จะช่วยประหยัดเวลาว่างได้มากขึ้นด้วยนะ”

...

บรรดาแม่มดน้อยปีสองต่างพากันเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเรียนหนังสือตอนเดิน

พวกเธอชินกับการแข่งขันกันเรียนอย่างเอาเป็นเอาตายมาตั้งนานแล้ว

นักเรียนใหม่: “…”

ที่แท้ก็ไม่ใช่แค่รุ่นพี่โม่หลานที่เป็นแบบนี้ แต่พวกรุ่นพี่ทุกคนก็เป็นแบบนี้หมดเลย

สถาบันแม่มดดูเหมือนจะไม่เหมือนกับที่พวกเธอจินตนาการไว้เลย

“เอ๊ะ? พวกเธอสองคนพยักหน้าแล้วใช่ไหม? ใช่ไหมล่ะ?” เบอร์ธ่าเหลือบไปเห็นท่าทางของแอนนาและแอนนี่ ก็ถามขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ: “พวกเธอคงไม่ได้ตั้งใจจะทำตามจริง ๆ หรอกนะ?”

แอนนาและแอนนี่: “??? ไม่ได้เหรอคะ?”

พวกรุ่นพี่ถ่ายทอดประสบการณ์ให้ พวกเธอก็ตั้งใจรับฟัง แล้วมันมีปัญหาตรงไหนล่ะ?

“ได้มันก็ได้อยู่หรอก แต่เดินไปด้วยอ่านหนังสือไปด้วย มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอ?” เบอร์ธ่าที่ใช้ชีวิตวิ่งเล่นอย่างมีความสุขมาตลอดสิบสามปี ไม่สามารถปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างรวดเร็ว

“เบอร์ธ่า พวกเราไม่รู้หรอกนะว่าเผ่าพันธุ์แม่มดเป็นยังไง และก็มีความรู้รอบตัวไม่มากนัก แต่พวกเรารู้ว่า ความรู้ทุกอย่างล้วนมีค่า โอกาสในการศึกษาเรียนรู้นั้นหาได้ยากจริง ๆ

มรดกที่แม่มดรุ่นก่อนทิ้งไว้ มอบโอกาสให้พวกเราได้เรียนหนังสือฟรี พวกเราก็ควรจะเห็นคุณค่า และพยายามเรียนรู้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้สิ!

ตอนเดิน ตาและปากก็ว่างอยู่แล้ว เอามาใช้อ่านหนังสือและท่องหนังสือมันจะดีแค่ไหนกันล่ะ!” แอนนี่กล่าว

แอนนาพยักหน้า ก่อนจะมองไปที่เพื่อนร่วมชั้นที่ยังไม่รู้จักความโหดร้ายของจิตใจคน แล้วพูดว่า: “สถานที่อย่างสถาบันแม่มดเนี่ย เปรียบเสมือนสวรรค์เลยล่ะ แต่ที่อื่นมันไม่ได้เป็นแบบนี้นะ

ต้องเรียนรู้เวทมนตร์ให้เป็นถึงจะปกป้องตัวเองได้ พวกเธอคงไม่อยากลองสัมผัสความรู้สึกตอนที่ถูกคนเลวรังแกแต่กลับทำอะไรไม่ได้หรอกนะ”

คำพูดของพวกเธอสองพี่น้อง แฝงไปด้วยความหนักอึ้งที่ยากจะเอื้อนเอ่ย

พอคิดถึงผู้ตื่นรู้ตามธรรมชาติ และสภาพตอนที่พวกเธอปรากฏตัวออกมา เหล่านักเรียนใหม่ก็เงียบไป และเริ่มครุ่นคิดถึงคำพูดของเธออย่างจริงจัง

โม่หลานกระซิบกับซิลฟ์และวาชิด้าด้วยความปลาบปลื้มใจ: “ปีหนึ่งมีแกนนำของตัวเองแล้ว! ไม่ต้องกลัวว่านักเรียนใหม่จะไม่มีแรงจูงใจในการเรียนแล้วล่ะ”

“เธอยังจะห่วงเรื่องนี้อีกเหรอเนี่ย!” วาชิด้าพูดด้วยความตกใจ: “ต่อให้ไม่อยากเรียน แต่พอเห็นสมุดแบบฝึกหัดกับการสอบประจำเดือนก็ต้องยอมเรียนอยู่ดี ไม่อย่างนั้นถ้าได้รางวัลเป็นสมุดแบบฝึกหัดเดือนละเล่ม มันจะน่าเวทนาขนาดไหนล่ะ!”

“เพราะงั้น ก็ต้องยกความดีความชอบให้ฉันไงล่ะ!” โม่หลานพูดด้วยความภาคภูมิใจ

“อยากเห็นสภาพตอนที่พวกเธอถูกสมุดแบบฝึกหัดและการสอบทำร้าย เอ๊ะ ไม่สิ เป็นแรงกระตุ้นต่างหากล่ะ!” ซิลฟ์เอ่ย

เหล่านักเรียนใหม่รู้สึกเย็นยะเยือกที่แผ่นหลัง พอหันกลับไปมองรุ่นพี่จอมมนตราทั้งสามคนที่เดินปิดท้าย ก็รู้สึกว่าสายตาของพวกพี่เขาดูแปลก ๆ พิลึก

เส้นทางบนเขาทรมานเท้าของเหล่านักเรียนใหม่ไปแล้ว ลำดับต่อไป หอพักก็มาทรมานสายตาของพวกเธอต่อ

“บางทีหอพักอาจจะแค่ดูซอมซ่อแค่ภายนอกก็ได้...” เบอร์ธ่าปลอบใจตัวเอง

“วางใจเถอะ ดูซอมซ่อยังไง ตอนอยู่ก็ซอมซ่อแบบนั้นแหละ แต่ว่าของที่ควรมีมันก็มีครบหมดนะ” ไอส์บอก

นักเรียนใหม่: “…”

“หญ้าขึ้นเยอะขนาดนี้ นี่ไม่ได้มีคนอยู่มานานแค่ไหนแล้วเนี่ย? มันอยู่ได้จริง ๆ เหรอ?”

“พวกรุ่นพี่ที่เพิ่งขึ้นปีสี่เพิ่งย้ายออกไปวันนี้เอง! หญ้าพวกนี้... ล้วนเป็นบททดสอบที่สถาบันมอบให้ทุกคนน่ะ” โม่หลานกล่าว

พวกเธอเองก็แปลกใจเหมือนกัน เมื่อตอนเที่ยงพวกรุ่นพี่เพิ่งจะย้ายออกไปเอง พอตกเย็นพวกเธอเดินผ่าน ลานกว้างแต่ละลานก็เต็มไปด้วยวัชพืชสูงระดับเอวเสียแล้ว

ความตื่นตะลึงที่มอบให้กับเหล่านักเรียนใหม่นั้น มีมากกว่าตอนที่พวกเธอเพิ่งมาถึงเมื่อปีที่แล้วเสียอีก

อย่างน้อยภาพแรกที่พวกเธอเห็นในตอนนั้น ก็คือลานกว้างที่พวกรุ่นพี่คอยดูแลจัดการมาตลอดหลายปี

ไม่ว่านักเรียนใหม่จะคิดยังไง หอพักนี้ก็จำเป็นต้องอยู่แน่นอนแล้ว

หลังจากพวกโม่หลานพานักเรียนใหม่มาถึงเขตหอพัก ก็ปล่อยพวกเธอไปตามสบาย ส่วนพวกเธอก็เดินมุ่งหน้าไปที่หอพักของตัวเองในแถวหลัง

ตอนเดินผ่านหอพักของปีสาม วาชิด้าก็พูดขึ้นว่า: “ทำเลหอพักของปีสามนี่ดีจริง ๆ เลยนะ เช้าวันที่สองของการเปิดเทอมเมื่อปีที่แล้ว พวกรุ่นพี่ยืนมุงดูพวกเราตักน้ำกันอยู่ข้างแท็งก์น้ำหลังบ้าน พอปีนี้ก็ยังสามารถไปมุงดูนักเรียนใหม่ตักน้ำกันที่ลานหน้าบ้านได้อีก”

พวกเธอในตอนนี้ ไม่โง่พอที่จะคิดว่าสายน้ำจากเวทเสกน้ำของพวกรุ่นพี่จะมีขนาดเล็กแค่นั้นจริง ๆ หรอกนะ

เห็นได้ชัดว่า เพื่อจะได้ดูสภาพทุลักทุเลตอนที่พวกเธอตักน้ำอย่างยากลำบากให้นานขึ้นอีกหน่อย ก็เลยจงใจทำสายน้ำให้เล็กขนาดนั้น แล้วค่อย ๆ เติมน้ำลงในแท็งก์น้ำต่างหากล่ะ

โม่หลานกลอกตาครุ่นคิด: “ฉันเห็นว่าใน ‘แผนการเรียนประจำปี’ มีรายชื่อหนังสือของปีการศึกษาใหม่ด้วย ตอนนี้ห้องหนังสือปีสองก็น่าจะเปิดให้พวกเราเข้าไปใช้ได้แล้วใช่ไหม? พรุ่งนี้เช้า ไปคัดลอกหนังสือที่ปราสาทกันดีไหม?”

“เป็นความคิดที่ดีเลย! ในฐานะรุ่นพี่ ก็ควรจะเป็นแบบอย่างที่ดีสิ!” แม่มดน้อยปีสองคนอื่น ๆ เอ่ยสนับสนุน

จบบทที่ บทที่ 186 รุ่นพี่คือแบบอย่างที่ดี

คัดลอกลิงก์แล้ว