- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 181 การตื่นรู้ตามธรรมชาติ
บทที่ 181 การตื่นรู้ตามธรรมชาติ
บทที่ 181 การตื่นรู้ตามธรรมชาติ
“เล่มนี้ไม่ใช่หนังสืออ่านนอกเวลาใช่ไหม?” ลิลิธถาม
เธอเหมือนจะไม่เคยเห็นมาก่อนเลย
“ค่ะ แต่ก็เป็นหนังสือในห้องหนังสือปีหนึ่งเหมือนกัน” โม่หลานตอบ “สนุกดีนะ น่าอ่านเลยล่ะ”
ลิลิธเกิดความคิดน่ากลัวบางอย่างขึ้นมาในใจ
ไม่ทันให้เธอได้เอ่ยปาก วาชิด้าก็ชิงถามขึ้นมาก่อน: “โม่หลาน เธอคงไม่ได้อ่านหนังสือในห้องหนังสือปีหนึ่งจบหมดแล้วหรอกนะ!”
“ยังหรอก”
ลิลิธถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ยังมี ‘รวมนิทานก่อนนอนฉบับมุมมองแม่มด’ อีกเล่มที่ยังอ่านไม่จบ เหลือเรื่องสุดท้ายแล้ว คืนนี้น่าจะอ่านจบพอดี”
หัวใจของลิลิธที่เพิ่งวางลง พลันเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้ง
คราวนี้ถึงตาแม่มดน้อยชั้นปีสูงรู้สึกละอายใจบ้างแล้ว
ระหว่างที่คุยเล่นกัน จำนวนหลุมดำที่ปรากฏขึ้นใหม่เหนือเตียงน้ำเวทมนตร์ก็เริ่มลดน้อยลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งหายไปจนหมด
เหล่านักเรียนใหม่นอนแผ่หลาอยู่บนเตียงน้ำเวทมนตร์กันเป็นแถบ
ไอส์: “สามสิบสองคน!”
“ทำลายสถิติจำนวนนักเรียนใหม่สูงสุดของสถาบันแม่มดไปแล้วนะ” โม่หลานกล่าว
สถาบันแม่มดในรุ่นที่มีนักเรียนใหม่มากที่สุด ก็มีเพียงแค่ 32 คนเท่านั้น
ครั้งล่าสุดที่มีนักเรียนใหม่เข้ามาถึงสามสิบสองคน ก็คือเมื่อสามปีก่อน
“ไม่มีหลุมดำโผล่มาแล้ว น่าเสียดายจัง ครั้งนี้ก็คงทำลายสถิติไม่ได้เหมือนกัน” ลิลิธบ่น: “พวกรุ่นน้องได้สติกันหมดแล้ว ทำไมอาจารย์ใหญ่ถึงยังไม่เก็บเตียงน้ำเวทมนตร์ไปอีกล่ะ?”
คุณอามีช่ายังคงถือร่างแยกของคัมภีร์เผ่าแม่มดไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็ควบคุมไม้กายสิทธิ์อันใหญ่เพื่อรักษาสภาพเตียงน้ำเวทมนตร์เอาไว้ ราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
เหล่าแม่มดน้อยต่างไม่เข้าใจเจตนาของเธอ เสียงพูดคุยจึงค่อย ๆ เบาลง
บรรดานักเรียนใหม่ที่ต้านทานเสน่ห์ของเตียงน้ำเวทมนตร์ไม่ไหว และนอนแอบฟังพวกรุ่นพี่คุยกันเริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นมา จึงทยอยลงจากเตียงน้ำแล้วไปยืนอยู่ด้านข้าง
ทว่าในตอนนั้นเอง เหนือเตียงน้ำก็ปรากฏหลุมดำขึ้นมาอีกครั้ง
หลุมดำวงนี้มีขนาดใหญ่กว่าหลุมดำก่อนหน้านี้ทั้งหมด
ก่อนจะคายร่างของนักเรียนใหม่ตัวสูงสองคนในสภาพเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งและเต็มไปด้วยบาดแผลออกมา
แม่มดน้อยในหอประชุมต่างพากันส่งเสียงร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ:
“เดี๋ยวสิ! นี่มัน...”
“ผู้ตื่นรู้ตามธรรมชาติ!” โม่หลานพึมพำ
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นผู้ตื่นรู้ตามธรรมชาติ
เมื่อเทียบกับพวกเธอที่เป็นทายาทของแม่มดแล้ว ผู้ตื่นรู้ตามธรรมชาติคือผู้ที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานและความยากลำบากอย่างแท้จริง แต่กลับไม่ยอมแพ้และยึดมั่นในเจตนารมณ์เดิม จนจิตวิญญาณเปล่งประกายเจิดจ้า และถูกเจตจำนงแห่งวาเลนจับตามอง จนได้ตื่นรู้กลายเป็นแม่มดในที่สุด!
สภาพของพวกเธอเห็นได้ชัดว่าดูไม่จืดเลย มีรอยถูกเฆี่ยนตีหลงเหลืออยู่จาง ๆ ทำให้พวกเธออดนึกถึงเหล่าแม่มดรุ่นก่อนที่ถูกข่มเหงรังแกในยุคเทวะจุติไม่ได้
แม่มดน้อยหลายคนที่ใช้เวทมนตร์รักษาเป็น ต่างพากันชักไม้กายสิทธิ์ออกมาทันที
แสงแห่งเวทมนตร์รักษาพุ่งตรงไปยังนักเรียนใหม่สองคนบนเตียงน้ำ
ผนวกกับสรรพคุณในการรักษาของเตียงน้ำเวทมนตร์ บาดแผลและความเจ็บปวดบนร่างของนักเรียนใหม่ที่กำลังรวยรินทั้งสองคนก็มลายหายไปในชั่วพริบตา
โม่หลานสังเกตเห็นชุดคลุมสถาบันที่ขาดวิ่นของพวกเธอ จึงร่ายเวทซ่อมแซมใส่พวกเธอคนละที
ทว่าตอนที่เธอร่ายเวทใส่คนที่สอง เสื้อผ้าบนตัวของอีกฝ่ายก็ถูกคนอื่นซ่อมแซมเสร็จตัดหน้าไปเสียก่อนแล้ว
โม่หลานหันไปมอง ก่อนจะส่งยิ้มให้วาชิด้าที่กำลังชูไม้กายสิทธิ์อยู่เหมือนกัน
โชคดีที่เป็นชุดคลุมสถาบันแบบพื้นฐาน ไม่อย่างนั้นพวกเธอสองคนอาจจะซ่อมไม่สำเร็จก็ได้
ในขณะเดียวกัน คราบเลือดและฝุ่นผงบนตัวนักเรียนใหม่ทั้งสองก็ถูกใครบางคนใช้เวททำความสะอาดจัดการจนเกลี้ยงเกลา
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในชั่วพริบตา
นักเรียนใหม่ทั้งสองคนระแวดระวังตัวมาก พวกเธอไม่หลงระเริงไปกับความสบายของเตียงน้ำเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่ร่วงลงมาก็รีบยันตัวลุกขึ้นนั่งและกวาดสายตามองหาอีกฝ่ายทันที
พอทั้งคู่เห็นใบหน้าที่สะอาดสะอ้านและรอยเลือดที่หายเป็นปลิดทิ้งของอีกฝ่าย ความกังวลและความหวาดกลัวก็แปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึง
พวกเธอพร้อมใจกันลูบคลำใบหน้าและร่างกายของตัวเอง
เสื้อผ้าบนตัวก็กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วนแล้ว!
ทั้งบาดแผลใหม่และรอยแผลเป็นเก่า ล้วนอันตรธานหายไปจนหมดสิ้น
ราวกับว่าเรื่องราวก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่ฝันร้าย และความทุกข์ทรมานทั้งหมดได้จากพวกเธอไปแล้ว
แต่ความทรงจำกลับคอยย้ำเตือนว่ามันไม่ใช่แบบนั้น แล้วทำไมล่ะ... จริงสิ หลุมดำ หลุมดำที่จู่ ๆ ก็โผล่มา!
พวกเธอเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน หลุมดำขนาดใหญ่บนหัวเพิ่งจะสลายตัวไปหมาด ๆ
พอมองไปรอบ ๆ ก็พบกับห้องโถงที่สว่างไสว และเด็กสาววัยรุ่นที่สวมชุดคลุมสีดำเหมือนกันเต็มไปหมด
ที่นี่คือ ‘สถาบันแม่มด’ อย่างที่ในจดหมายบอกไว้หรือเปล่า?
บรรดาแม่มดน้อยคนอื่น ๆ ถึงเพิ่งจะได้เห็นใบหน้าที่เหมือนกันราวกับแกะของพวกเธอ จึงพากันส่งเสียงร้องอุทานออกมาอีกครั้ง
“ฝาแฝดงั้นเหรอ?” โม่หลานเอ่ยด้วยความประหลาดใจ
การที่ฝาแฝดจะตื่นรู้กลายเป็นแม่มดพร้อมกัน มันหายากมากเลยนะ!
“...สามสิบสาม สามสิบสี่ ครบแล้ว!”
คุณอามีช่าดีดนิ้วดังเป๊าะ เตียงน้ำก็อันตรธานหายไป นักเรียนใหม่ที่เหลือถูกวางลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล
“แม่มดน้อยทุกคน ขอต้อนรับเข้าสู่สถาบันแม่มด”
นักเรียนใหม่ฝาแฝดคู่นั้นยืนจับมือกันแน่น โดยเว้นระยะห่างจากนักเรียนใหม่คนอื่น ๆ ประมาณหนึ่งเมตร และคอยสังเกตการณ์สถานที่แห่งนี้อย่างเงียบ ๆ
พอได้ยินคำว่า ‘สถาบันแม่มด’ พวกเธอถึงค่อยผ่อนคลายลงบ้าง
เป็นสถาบันแม่มดอย่างที่จดหมายบอกไว้จริง ๆ ด้วย! พวกเธอหนีพ้นจากสถานที่อันโหดร้ายดั่งนรกนั่นมาได้แล้วจริง ๆ
ต่อให้จะเป็นแม่มดผู้ชั่วร้ายในตำนาน ก็คงดีกว่าคนคนนั้นแหละน่า!
“ไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้ว พิธีปฐมนิเทศขอเริ่มขึ้น ณ บัดนี้!”
คุณอามีช่าโบกมือเสกให้คัมภีร์เผ่าแม่มดลอยขึ้นมาอยู่ในระดับความสูงที่แม่มดน้อยทุกคนสามารถเอื้อมถึง
อาจเป็นเพราะปีนี้มีผู้ตื่นรู้ตามธรรมชาติถึงสองคน ซึ่งดึงดูดความสนใจของนักเรียนใหม่ไปจนหมด ทำให้ชั่วขณะนั้นไม่มีแม่มดน้อยคนไหนส่งสายตาเคลือบแคลงสงสัยไปยังหนังสือในมือของเธอเลย
ตอนที่ผู้ตื่นรู้ตามธรรมชาติฝาแฝดทั้งสองหันมามอง ทุกคนต่างพยายามส่งรอยยิ้มที่เป็นมิตรที่สุดในชีวิตไปให้ เพื่อหวังจะช่วยให้พวกเธอผ่อนคลายลงอีกสักนิด
ทว่าคุณอามีช่าก็ยังคงเอ่ยแนะนำตัวหนังสือเล่มนั้นต่อไป:
“นี่คือร่างแยกของคัมภีร์เผ่าแม่มด สิ่งที่ฉายภาพออกมาคือเนื้อหาของบทแห่งการถือกำเนิด บทแห่งพรสวรรค์ และบทแห่งสถาบัน...”
โม่หลานมีความจำดีเยี่ยม ขั้นตอนพวกนี้มันเหมือนกับเมื่อปีที่แล้วเป๊ะเลยนี่นา!
บทพูดเปิดตัวของคุณอามีช่า ไม่มีเปลี่ยนไปเลยสักคำ
สิ่งเดียวที่ต่างออกไป ก็คงเป็นการหยุดชะงักไปครู่หนึ่งหลังจากพูดประโยคแรกจบนั่นแหละ
เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนใหม่ผู้ตื่นรู้ตามธรรมชาติทั้งสองคนได้มีเวลาตั้งสติสักหน่อย
เพียงไม่นานก็มาถึงขั้นตอนการทดสอบพรสวรรค์
“คนแรก แอนนา!”
สายตาของคุณอามีช่าทอดมองไปยังฝาแฝดคู่นั้น
“ที่แท้เธอก็ชื่อแอนนานี่เอง!” เหล่าแม่มดน้อยคิดในใจ
แอนนากุมมือของน้องสาวเอาไว้แน่น ไอ้การทดสอบพรสวรรค์อะไรนี่ คงไม่ใช่กับดักหรอกนะ?
จะหลอกให้เธอแยกกับน้องสาว แล้วค่อยทรมานพวกเธอทีหลังหรือเปล่า?
ไม่สิ ไม่ถูก หลุมดำนั่นทรงพลังขนาดช่วยพวกเธอออกมาจากคุกใต้ดินของท่านดยุกได้ ถ้าคิดจะทำร้ายพวกเธอ ก็ไม่เห็นต้องทำเรื่องยุ่งยากขนาดนี้เลย
แต่เพื่อนร่วมชั้นแม่มดที่ดูเด็กกว่าพวกเธอตั้งหลายปีเหล่านี้ กลับแสดงเจตนาที่เป็นมิตรออกมาชัดเจนเกินไป ชัดเจนเสียจนเธอรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล
ส่วนอาจารย์ใหญ่ท่านนั้น แม้จะมีสีหน้าเคร่งขรึม ไม่เหมือนพวกหน้าเนื้อใจเสือ แต่จะให้เธอปล่อยมือน้องสาวในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยแบบนี้ มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
อามีช่ามองออกถึงความลังเลและความระแวดระวังของเธอ จึงไม่ได้เร่งเร้าอะไร และเอ่ยปากพูดทันที: “คนที่สอง แอนนี่ พวกเธอสองคนขึ้นมาพร้อมกันเลย!”