- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 176 พืชกลายพันธุ์
บทที่ 176 พืชกลายพันธุ์
บทที่ 176 พืชกลายพันธุ์
โม่หลานถึงกับหยิบช้อนคันเล็กออกมา เจาะรูที่มะเขือเทศโคมไฟ แล้วคว้านเนื้อข้างในออกมากิน:
“อืม! รสชาติเหมือนมะเขือเทศธรรมดาทุกอย่างเลย”
“เปลือกนี่กินได้ไหม?” วาชิด้าถาม
“ฉันเคยลองแล้ว ไม่มีพิษหรอก แค่รสสัมผัสไม่ค่อยดี มันออกจะแห้ง ๆ แข็ง ๆ น่ะ”
ซิลฟ์พูดไม่ทันขาดคำ วาชิด้าก็อ้าปากงับไปหนึ่งคำ
เดินมาตั้งไกล ท้องของเธอก็เริ่มมีที่ว่างอีกแล้ว
“อื้อ เปลือกนี่แข็งจังแฮะ!” วาชิด้าเคี้ยวเศษเปลือกและเนื้อที่กัดเข้าปากไปอย่างยากลำบาก แล้วโยนมะเขือเทศที่เหลือเข้ากระเพาะอาหารกลืนกินไปเลย
“มะเขือเทศโคมไฟนอกจากจะกินได้แล้ว ยังใช้งานได้จริงด้วยนะเนี่ย! ดูแล้วผลผลิตก็น่าจะไม่เลวเลย!” ลิลิธมองดูต้นมะเขือเทศริมทางที่ออกผลดกเต็มต้นพลางเอ่ย
“แถมมะเขือเทศโคมไฟไม่ใช่พืชล้มลุกแล้วด้วยนะ! มันต้องพึ่งพาการปลูกด้วยเวทมนตร์ล้วน ๆ ขอแค่เว้นระยะสักพัก แล้วใช้พลังเวทของฉันบำรุงมันสักหน่อย มันก็จะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้เรื่อย ๆ แถมยังออกดอกออกผลได้ครั้งแล้วครั้งเล่าด้วย” ซิลฟ์อธิบาย
“สภาพแวดล้อมก็ไม่สำคัญแล้วเหรอ?” โม่หลานถามด้วยความประหลาดใจ
ซิลฟ์พยักหน้า: “ความจริงแล้วพืชกลายพันธุ์ของฉันพวกนี้ ล้วนมีคุณสมบัติแบบนี้เหมือนกันหมด สภาพแวดล้อมมีผลต่อพวกมันน้อยลงมาก แต่ในทางกลับกัน มันก็ต้องการพลังเวทของฉัน หรือก็คือการดูแลด้วยเวทมนตร์จอมมนตราของฉันมากขึ้นน่ะ
พลังเวทที่ฉันใช้ตามปกติ น่าจะไม่ใช่แค่พลังเวทครอบจักรวาลอีกต่อไปแล้ว แต่น่าจะถูกพลังเวทเฉพาะตัวดัดแปลงไปแล้วล่ะ
ฉันเลยนำกระบวนการเปลี่ยนแปลงนี้ มาสร้างเป็นเวทมนตร์จอมมนตรา ตอนนี้ตั้งชื่อว่าเวทพืชกลายพันธุ์ ใช้สำหรับดูแลพืชกลายพันธุ์ทั้งหมดที่ฉันเพาะพันธุ์ขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งมะเขือเทศโคมไฟก็คือหนึ่งในนั้น”
“ถ้าเป็นแบบนั้น พวกแม่มดที่ชอบไปอาศัยอยู่ในที่ที่สภาพอากาศสุดขั้วก็โชคดีเลยสิ” ลิลิธกล่าว
การดูแลด้วยเวทมนตร์จอมมนตรา ง่ายกว่าการทำให้พืชปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมตั้งเยอะ
“แล้วเวทมนตร์พฤกษามีผลต่อการปลูกพืชกลายพันธุ์พวกนี้มากไหม?” วาชิด้าค่อนข้างสนใจเรื่องนี้
“ก็ไม่มากเท่าไหร่ ถ้าเรียนเวทมนตร์พฤกษามาดี การปลูกพืชกลายพันธุ์พวกนี้ของฉันก็ย่อมง่ายกว่าอยู่แล้ว แต่ถ้าเรียนมาไม่ดี ใช้แค่เวทพืชกลายพันธุ์ ก็สามารถเพาะปลูกพืชกลายพันธุ์จนสำเร็จได้เหมือนกัน กุญแจสำคัญในการรอดชีวิตและการเจริญเติบโตของพวกมัน ก็คือการบำรุงด้วยเวทพืชกลายพันธุ์นี่แหละ” ซิลฟ์ตอบ
วาชิด้าดีใจจนเนื้อเต้น: “เหมือนเธอเคยบอกว่าเพาะพืชกลายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงได้หลายชนิดเลยใช่ไหม? อยู่ไหนล่ะ?”
ถ้าสามารถพึ่งพาเวทพืชกลายพันธุ์ในการปลูกพืชกลายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูง เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการกินให้อิ่มท้องของเธอได้ล่ะก็ มันจะยอดเยี่ยมมากเลย!
แบบนี้มันรวดเร็วและสะดวกสบายกว่าการไปทุ่มเทเรียนเวทมนตร์พฤกษาเพื่อปลูกผักเลี้ยงตัวเองตั้งเยอะ
“ก็อยู่ริมทางนี่ไง!” ซิลฟ์กล่าว: “ส่วนพืชที่ให้ผลผลิตสูง จะอยู่ลึกเข้าไปข้างในอีกหน่อย เดินไปถึงตรงนั้นแล้วฉันค่อยแนะนำให้พวกเธอรู้จักก็แล้วกัน! เริ่มจากพวกที่อยู่ใกล้ ๆ ก่อนเลย ฉันรับรองเลยว่าล้วนเป็นเจ้าพวกตัวเล็กที่น่าสนใจมาก”
เธอเริ่มแนะนำพืชในแปลงเพาะปลูกริมทาง ราวกับกำลังแนะนำของรักของหวงของตัวเอง:
“ในแปลงนี้คือพริกสีรุ้ง ต้นพริกแต่ละต้นจะออกผลเป็นพริกเจ็ดสี ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง เหมือนกับสีรุ้งแบบสุ่ม
สีแดงจะมีความเผ็ดน้อยที่สุด พอ ๆ กับพริกแดงทั่วไป สีม่วงจะเผ็ดที่สุด ขอแนะนำว่าอย่าริลองพริกสีน้ำเงินกับสีม่วงจะดีกว่านะ
อืม... ฉันแค่ชิมไปนิดเดียว คอก็เผ็ดจนควันออก ต้องเข้าห้องพยาบาลเลยล่ะ”
“ตรงนี้ที่ปลูกคือถั่วลิสงน้ำมัน ที่ต่างจากถั่วลิสงทั่วไปก็คือ พอแกะเปลือกออก จะไม่ใช่เมล็ดถั่ว แต่เป็นน้ำมันถั่วลิสงที่ถูกห่อหุ้มด้วยเยื่อบาง ๆ
แต่ผลผลิตของถั่วลิสงน้ำมันไม่สูงเท่าถั่วลิสงทั่วไปหรอกนะ ต้นหนึ่งจะออกผลแค่สิบถึงสิบห้าฝักเท่านั้น”
“แปลงนี้แบ่งออกเป็นสามร่อง ซ้ายมือคือกุยช่ายแสงจันทร์ ตรงกลางคือต้นหอมน้ำค้างเช้า ส่วนขวามือคือกระเทียมใบไม้ผุ!
ในบรรดาพืชกลายพันธุ์ทั้งหมดที่มีอยู่ตอนนี้ มีแค่พวกมันที่มีความต้องการด้านสภาพแวดล้อมในระดับหนึ่ง
เวลาเก็บเกี่ยวกุยช่ายแสงจันทร์กับต้นหอมน้ำค้างเช้าต้องระวังให้ดี
กุยช่ายแสงจันทร์ต้องตัดในคืนที่มีแสงจันทร์เท่านั้น หลังจากตัดเสร็จ ก็ใช้เวทพืชกลายพันธุ์บำรุงสักหน่อย พอพระจันทร์ขึ้นในครั้งต่อไป มันก็จะเติบโตอย่างรวดเร็ว และแตกใบใหม่ขึ้นมา
ต้นหอมน้ำค้างเช้าก็เหมือนกัน ทางที่ดีควรจะถอนตอนเช้าตรู่ที่น้ำค้างยังไม่ทันเหือดแห้ง โดยเหลือรากฝอยไว้ในดินนิดหน่อย แล้วก็ใช้เวทพืชกลายพันธุ์บำรุงเหมือนกัน ทำแบบนี้ในเช้าวันถัดไป ต้นหอมต้นใหม่ก็จะงอกขึ้นมาอีก!
ส่วนกระเทียมใบไม้ผุ มันชอบใบไม้ที่เน่าเปื่อยครึ่งหนึ่ง เวลาเพาะปลูก ต้องใช้ใบไม้แห้งที่เน่าเปื่อยมาคลุมดินรอบ ๆ ต้นมันไว้ มันถึงจะโตได้ดีและหัวใหญ่!”
...
“ถึงแล้ว ๆ! ตรงนี้ที่ปลูกก็คือพืชที่ให้ผลผลิตสูงหลายชนิดที่ฉันเคยบอกพวกเธอนั่นแหละ มีข้าวสาลีรวงยักษ์ ข้าวเจริญบนต้น มันฝรั่งอ่าง และข้าวโพดภูเขาสูง”
ตลอดทาง พวกโม่หลานได้เห็นพืชผลทางการเกษตรที่แปลกประหลาดพิสดารมาตั้งมากมาย แต่พอได้เห็นพืชสองสามชนิดตรงหน้านี้ พวกเธอก็ยังคงรู้สึกทึ่งอยู่ดี
รวงข้าวสาลีใหญ่โตเสียจนแม่มดน้อยคนเดียวกอดไม่มิด
ข้าวที่เจริญเติบโตบนต้น เมล็ดข้าวเรียงตัวสวยงาม ข้าวหนึ่งเมล็ดหุงได้ข้าวหนึ่งชามสบาย ๆ
แถมยังมีมันฝรั่งที่หนึ่งต้นออกผลแค่ลูกเดียว แต่ขนาดใหญ่เท่าอ่างล้างหน้า และข้าวโพดที่สูงตระหง่านจนต้องแหงนหน้ามองไม่เห็นยอด เหมือนภูเขาสูง
ราวกับหลงเข้าไปในสวนผักของยักษ์ไม่มีผิด
“แบบนี้ต่อไปเวลาเกี่ยวข้าวสาลี หักข้าวโพด ก็ต้องขี่ไม้กวาดบินแล้วใช่ไหม? ข้าวสาลีกับข้าวโพดพวกนี้ก็เป็นพืชยืนต้นแล้วเหมือนกันหรือเปล่า? ไม่อย่างนั้นสุดท้ายก็คงต้องใช้ขวานจามเอาแล้วล่ะ ถึงแม้ใน {การ์ดอุปกรณ์การเกษตรแม่มด} จะมีขวานอยู่แล้วก็เถอะ!” ลิลิธเอ่ย
“ไม่ใช่หรอกค่ะ ข้าวสาลีกับข้าวโพดยังคงเป็นพืชล้มลุกเหมือนเดิม แต่ไม่ต้องไปฟันต้นมันหรอก ผลคือแก่นแท้ของต้น พอหักรวงข้าวสาลีหรือข้าวโพดลงมาหมดแล้ว ตัวต้นของมันก็จะกลับคืนสู่ผืนดินในทันที กลายเป็นสารอาหารไปเลย”
ซิลฟ์พูดพลางหยิบเคียวด้ามใหญ่ออกมาจาก {การ์ดอุปกรณ์การเกษตรแม่มด} เกี่ยวรวงข้าวสาลีมาหนึ่งรวง และหักข้าวโพดลงมาสองฝัก
ทันทีที่รวงข้าวสาลีขาด ข้าวโพดตกถึงพื้น ต้นข้าวสาลีและต้นข้าวโพดก็เหี่ยวเฉาและแตกสลายร่วงหล่นลงพื้นในชั่วพริบตา
โม่หลานยื่นมือไปแตะนิดเดียว มันก็แตกสลายเป็นครั้งที่สอง กลายเป็นผุยผงไปเลย
ทั้งที่เมื่อหนึ่งนาทีก่อน เธอยังตบต้นข้าวสาลีและต้นข้าวโพดอยู่เลย มันแข็งแรงจะตายไป ไม่คิดเลยว่าพอรวงข้าวสาลีและข้าวโพดหลุดออกไป พวกมันจะเปราะบางขนาดนี้
“ถ้าไม่เก็บรวงข้าวสาลีกับข้าวโพด แต่ไปตัดใบหรือลำต้นก่อนล่ะ? มันจะยังคงสภาพอยู่ได้ไหม?” โม่หลานถามด้วยความสงสัย
“ใบและลำต้นที่ถูกตัดออกมาก็จะเหี่ยวเฉาและแตกสลายเหมือนกันแหละ” ซิลฟ์ตอบ
“รสชาติของข้าวโพดกับข้าวสาลีพวกนี้ก็เหมือนกับของธรรมดานั่นแหละ พวกเธอมีใครอยากได้ไหม?”
“ฉัน!” วาชิด้ารีบตอบรับ: “กระเพาะอาหารของฉันอยากลองชิมดู!”
ไม่กี่นาทีต่อมา วาชิด้าก็เรอออกมาด้วยความอิ่ม: “ฉันไม่เคยคิดเลยว่า แค่รวงข้าวสาลีหนึ่งรวง กับข้าวโพดสองฝัก จะทำให้ฉันอิ่มได้ขนาดนี้!”
“ซิลฟ์ เวทมนตร์ของเธอ แล้วก็การ์ดเมล็ดพันธุ์ จะเริ่มขายตอนไหนล่ะ? ฉันอยากจะซื้อสักหน่อย!”
วาชิด้ารู้สึกว่าพืชกลายพันธุ์ของซิลฟ์เหมาะกับคนกินจุอย่างเธอมากกว่า
ปลูกง่าย แถมผลตอบแทนก็คุ้มค่า
“ยังมีฉันอีกคน!” ลิลิธกล่าวเสริม: “ในที่สุดก็ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจเรื่องแปลงเพาะปลูกไม่พอใช้แล้ว! ปลูกข้าวเจริญบนต้นสักต้น ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะอดตายเลย จะได้เหลือพื้นที่ไปปลูกอย่างอื่นได้อีกตั้งเยอะ!”