- หน้าแรก
- เซียนห้าสำนัก
- บทที่ 2126 โชคชะตาของเซียวอวิ๋นจง (5)
บทที่ 2126 โชคชะตาของเซียวอวิ๋นจง (5)
บทที่ 2126 โชคชะตาของเซียวอวิ๋นจง (5)
การค้นพบที่เหนือความคาดหมายนี้ ทำให้ใจของหลี่เหยียนกระตุกวูบขึ้นมาทันที ทว่าด้วยความลึกซึ้งของเขาแล้ว ใบหน้ากลับไม่ได้แสดงความผิดปกติใดๆ ออกมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
ความแข็งแกร่งของเซียวอวิ๋นจงอยู่ระดับไหนกัน? นั่นคือผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตรวมกายาที่แข็งแกร่งผู้หนึ่ง ซ้ำเคล็ดวิชาที่อีกฝ่ายบำเพ็ญเพียร ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าของเขาเลยแม้แต่น้อย!
ความสามารถในการข้ามระดับสังหารคู่ต่อสู้ของหลี่เหยียน เมื่ออยู่ต่อหน้าอีกฝ่ายกลับไม่ได้เปรียบอะไรเลย ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายยังเป็นยอดฝีมือขอบเขตรวมกายาหน้าเก่าที่เชี่ยวชาญการต่อสู้มาอย่างยาวนาน นั่นคือคนที่แม้แต่ท่านอาจารย์ตงฝูอีก็ยังไม่สามารถสังหารได้
ทว่าแม้หลี่เหยียนจะตกใจอย่างหาเปรียบไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หันหลังวิ่งหนีไปในทันที เพราะอีกฝ่ายถูกค่ายกลของตนกักขังเอาไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว
ขณะเดียวกันหลี่เหยียนก็ฉุกคิดถึงจุดหนึ่ง นี่คือโลกมนุษย์ ความแข็งแกร่งที่เซียวอวิ๋นจงสามารถปลดปล่อยออกมาได้ก็มีขีดจำกัดเช่นเดียวกัน
อีกทั้งอีกฝ่ายก็ยังคงแสร้งเล่นละครตบตาเขาต่อไป โดยที่ไม่รู้ตัวเลยสักนิด แน่นอนว่าภายในใจย่อมไม่คิดจะลงมือ อย่างน้อยก็ยังไม่อยากลงมือภายใต้ความระแวดระวังของเขา
ส่วนเขาก็มีความแข็งแกร่งเทียบเท่าขอบเขตรวมกายาเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายต่างก็อยู่ในค่ายกล "ร่องรอยภูตผี" ที่เขาเป็นคนวางไว้ หากสถานการณ์ไม่สู้ดีล่ะก็
หลี่เหยียนเพียงแค่ขยับความคิด ก็สามารถเข้าไปหลบในประตูรอดของค่ายกลได้ในพริบตา ค่ายกลนี้สามารถขัดขวางอีกฝ่ายเอาไว้ได้ชั่วครู่ ไม่น่ามีปัญหาอันใด ไม่เช่นนั้นอีกฝ่ายคงพุ่งออกไปตั้งนานแล้ว
เพียงแต่อีกฝ่ายในตอนแรกสุด แค่เผยใบหน้าออกมาบนพื้นผิวกระสวยเงินเท่านั้น เรื่องนี้ทำให้หลี่เหยียนไม่สามารถยืนยันข้อสันนิษฐานของตนเองได้อย่างแน่ชัด
อีกทั้งท่าทีโอนอ่อนยอมจำนนของอีกฝ่าย ก็ยิ่งทำให้หลี่เหยียนอดสงสัยไม่ได้ว่าตนคิดมากระแวงไปเองหรือเปล่า สิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้ก็คือ "หัวใจน้ำแข็งแดนเหนือสุด" ที่ก่อเกิดสติปัญญาขึ้นมาดวงหนึ่ง
ไม่เช่นนั้นยอดฝีมือขอบเขตรวมกายาผู้ยิ่งใหญ่ จะยอมเอ่ยปากพูดจาอ่อนน้อมถ่อมตนกับผู้อื่นเช่นนี้ได้อย่างไร?
หลี่เหยียนถึงกับรู้สึกว่า หรืออีกฝ่ายจะมองภูมิหลังของเขาออกแล้ว? นี่กำลังเล่นเล่ห์เหลี่ยมเพทุบายอะไรกับเขาอยู่กันแน่?
หลี่เหยียนตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว เขาต้องการจะหลอกล่อให้ร่างกายที่แท้จริงของอีกฝ่ายเผยตัวออกมา แม้หลี่เหยียนจะไม่ได้เข้าใจ "หัวใจน้ำแข็งแดนเหนือสุด" มากนัก ทว่าก็รู้ข้อมูลพื้นฐานที่สุดบางอย่างเช่นกัน
ขณะเดียวกันแม้แต่ภูตผีปีศาจก็ยังมีแกนกลางร่างกาย สิ่งของชิ้นนี้ย่อมไม่ละเว้นแน่นอน
ในการปะทะฝีปากของเขากับอีกฝ่าย ท้ายที่สุดใบหน้านั้นก็เผยร่างกายที่แท้จริงออกมาดังคาด และในพริบตาที่ร่างกายที่แท้จริงของอีกฝ่ายปรากฏขึ้น ในที่สุดหลี่เหยียนก็รู้สาเหตุที่อีกฝ่ายดูแปลกประหลาดแล้ว?
มิน่าล่ะคนผู้นี้ถึงไม่ยอมลงมือกับเขา นั่นมันเป็นสภาพของคนที่สูญเสียทั้งลมปราณและโลหิตชัดๆ เรื่องนี้ทำให้หลี่เหยียนเชื่อมโยงไปถึงกับดักที่ท่านอาจารย์และอาจารย์ลุงรองวางเอาไว้ในอดีตได้อย่างรวดเร็ว
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเซียวอวิ๋นจงตามหามาจนถึงที่นี่จริงๆ แถมยังตกหลุมพรางก้าวเข้าไปในกับดักอีกด้วย เพียงแต่สมบัติวิเศษที่นั่นไม่ได้ระเบิดอีกฝ่ายจนตายอย่างนั้นหรือ?
เรื่องนี้ทำให้หลี่เหยียนประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือสมบัติวิเศษขอบเขตรวมกายาถึงสามชิ้นเชียวนะ ดูท่าผลลัพธ์สุดท้าย จะเป็นเพียงการเคลื่อนย้ายเซียวอวิ๋นจงเข้ามาในทุ่งน้ำแข็งสายฟ้าสีแดงแบบไร้ทิศทางเท่านั้น
จากนั้นอีกฝ่ายก็เหมือนกับท่านอาจารย์ตงฝูอี คือถูกขังอยู่ที่นี่มาตลอด!
ทว่าเมื่อต้องเผชิญกับการลงมือด้วยตนเองของท่านอาจารย์และอาจารย์ลุงรอง ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตรวมกายาที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ก็ยังต้องตกระกำลำบากมาอยู่ในสภาพนี้
หลี่เหยียนที่คอยประเมินสถานะของอีกฝ่ายและสภาพอันอ่อนแอของเซียวอวิ๋นจงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงจงใจแสร้งเป็น "หัวใจน้ำแข็งแดนเหนือสุด" หลี่เหยียนก็รู้สึกขบขันอยู่ภายในใจ
เขาอาศัยโอกาสนี้เริ่ม "สนทนายืดยาว" กับอีกฝ่ายเช่นกัน ทว่ากลับลอบใช้พิษร้ายแหลกสลายอย่างลับๆ วิธีการวางยาพิษของหลี่เหยียน ต่อให้อยู่ในสำนักหวั่งเหลี่ยง ก็นับว่าเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่ง
ประกอบกับเขามีสัญชาตญาณการต่อสู้ทัดเทียมกับผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตรวมกายา หากเซียวอวิ๋นจงเป็นผู้ฝึกตนสายพิษ และผสานเข้ากับวิสัยทัศน์ของเขา ก็อาจจะสามารถค้นพบการกระทำอันแยบยลของหลี่เหยียนได้
น่าเสียดายที่เขามีเพียงวิชาความสามารถ ครั้นเข้าใจเพียงแค่สถานการณ์ของผู้ฝึกตนสายพิษทั่วไป ภายหลังจากถูกทรมานจนย่ำแย่ ประสบการณ์อันโชกโชนเหล่านั้นเพียงพอให้มองออกถึงการใช้วิชาของผู้ฝึกตนสายพิษทั่วไปก็ดีถมไปแล้ว
การวางยาพิษของหลี่เหยียน กระทั่งในสำนักหวั่งเหลี่ยงก็ยังยากที่ใครจะมองออก เรื่องนี้ทำให้เซียวอวิ๋นจงตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่รู้เลยว่าคนที่อยู่ตรงหน้า กลับชิงลงมืออย่างลับๆ ไปตั้งนานแล้ว
นี่เป็นเพราะเซียวอวิ๋นจงไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของหลี่เหยียน ทว่าหลี่เหยียนกลับรู้ตื้นลึกหนาบางของเขาอย่างทะลุปรุโปร่ง น่าเวทนาเซียวอวิ๋นจง ยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่ในยุคสมัย เอาแต่คิดมาตลอดว่าอีกฝ่ายมองตนเป็น "หัวใจน้ำแข็งแดนเหนือสุด"
เขาอุตส่าห์ตั้งใจจะวางแผนเล่นงานคู่ต่อสู้ ทว่ากลับคาดไม่ถึงว่าสิ่งที่ตนเรียกว่าแผนการ ในสายตาของหลี่เหยียนกลับเป็นเพียงเรื่องตลกเรื่องหนึ่งเท่านั้น
เซียวอวิ๋นจงยังคงแสดงละครอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง เอาแต่คิดอยู่ตลอดว่าหลังจากนี้ จะทำอย่างไรให้ไอ้หนูนี่ผ่อนคลายความระแวดระวังลงได้
เขาจะนึกฝันได้อย่างไรว่าเคล็ดวิชาลับที่ตนไว้ใจที่สุด กลับไม่มีโอกาสได้ใช้ออกมาเลย เคล็ดวิชาลับของเขาเจาะจงใช้เพื่อรับมือกับเคล็ดวิชา ซึ่งสามารถสับเปลี่ยนตำแหน่งร่างกายได้ชั่วคราว
น่าเสียดายที่สิ่งที่หลี่เหยียนใช้ออกมาไม่ใช่เคล็ดวิชาเลยสักนิด ทว่าเป็นวิชาพิษที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวเมื่อได้ยินชื่อ ซึ่งได้แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างเงียบเชียบไร้สุ้มเสียงไปแล้ว
เซียวอวิ๋นจงถึงกับยังคงจมอยู่ในแผนการขั้นต่อไปของตน แน่นอนว่านี่ก็มีสาเหตุมาจากอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของเซียวอวิ๋นจงรวมอยู่ด้วย
ไม่ว่าใครก็ตามที่ถูกขังอยู่ที่นี่มาหลายปี อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จู่ๆ ก็รู้ว่ามีวิธีออกไปได้แล้ว ย่อมต้องมุ่งความสนใจไปที่เรื่องนั้นเป็นธรรมดา
หลี่เหยียนเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน ว่ายอดฝีมือสองคนของสำนักหยินหยางบรรพกาลในโลกมนุษย์ที่ท่านอาจารย์เอ่ยถึง ท้ายที่สุดจะไม่มีใครหนีรอดไปได้เลยสักคน
อีกทั้งหลี่เหยียนก็ยังรู้สึกโชคดีกับนิสัยของตนเอง ในยามปกติ นอกเหนือจากการใช้พลังปราณและจิตสำนึกแล้ว เขาก็ติดนิสัยมาตั้งนานแล้วว่า หากต้องใช้เคล็ดวิชาของสำนักเซียนวารี หรือวิชาจิตวิญญาณ
นั่นย่อมหมายความว่าผลลัพธ์คือการปลิดชีพในคราวเดียว ก่อนหน้านี้หลังจากหลี่เหยียนถูกอีกฝ่ายทะลวงผ่าน "หมุดผนึกมาร" มาได้ ตอนนั้นเขาก็คิดจะใช้วิชาห้าธาตุสยายคลุม
หากทำเช่นนั้นย่อมสามารถทำให้มิติในการหลบหนีของอีกฝ่ายปั่นป่วนได้โดยตรง จากนั้นก็ลงมือจับกุม "หัวใจน้ำแข็งแดนเหนือสุด" ดวงนั้นซะ!
เพียงแต่สัญชาตญาณของเขารวดเร็วกว่าปฏิกิริยาตอบสนอง ภายใต้จิตใต้สำนึกที่รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล เขาก็ใช้บ่วงเชือกผีผูกคอตายจากค่ายกล "ร่องรอยภูตผี" ออกไปแล้ว
หลังจากหลี่เหยียนค้นวิญญาณ แม้ทะเลแห่งจิตสำนึกของอีกฝ่ายจะถูกปิดผนึกไว้หลายแห่ง ทว่าเขาก็ยังคงได้รับข้อมูลของอีกฝ่ายมาไม่น้อย
รวมถึงจุดเชื่อมต่อลับแต่ละแห่งที่อีกฝ่ายสร้างขึ้นบนทวีปน้ำแข็งทิศเหนือ ปัจจุบันจุดเชื่อมต่อที่แข็งแกร่งที่สุด ก็รวบรวมผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตผสานสรรพสิ่งไว้ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น
จุดเชื่อมต่อที่เหลือ ก็มีเพียงผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตปฐมวิญญาณคอยคุ้มครองอยู่เท่านั้น
อย่างไรเสียการรวบรวมยอดฝีมือระดับนี้ในโลกมนุษย์ สำหรับสำนักหยินหยางบรรพกาลนั้นนับว่าง่ายดาย ทว่าหากต้องการหาคนที่เหมาะสม นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
คนเหล่านี้แน่นอนว่าย่อมต้องเน้นไปที่ผู้บำเพ็ญเพียรในโลกมนุษย์เป็นหลัก แม้ว่าพวกเขาก็จะนำคนบางส่วนลงมาจากโลกเบื้องบนเช่นเดียวกัน ทว่าศิษย์ในโลกเบื้องบนที่อยู่ใกล้เคียงขอบเขตปฐมวิญญาณ ล้วนไม่มีทางยินยอมลงมาง่ายๆ แน่
ขืนทำเช่นนั้นตัวพวกเขาเองก็จะบรรลุถึงคอขวดอย่างรวดเร็ว ทว่าภายใต้คำสั่งของสำนัก หากเบื้องหลังไม่มีขุมกำลังหนุนหลัง ท้ายที่สุดก็ทำได้เพียงเชื่อฟังแต่โดยดีเท่านั้น
สำนักหยินหยางบรรพกาลมักจะไม่เผยความคิดของตนเอง ชอบซ่อนตัวคอยบงการอยู่เบื้องหลัง บ่อยครั้งจึงยินดีที่จะใช้ผู้บำเพ็ญเพียรดั้งเดิมของทวีปน้ำแข็งทิศเหนือมากกว่า
ไม่เช่นนั้นจู่ๆ ก็มีผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตปฐมวิญญาณและขอบเขตผสานสรรพสิ่งโผล่มามากมายขนาดนั้น ยอดฝีมือที่มาที่ไปไม่ชัดเจนเช่นนี้ ย่อมต้องดึงดูดความสนใจจากสำนักอื่นๆ ในโลกเบื้องบนอย่างแน่นอน
ยอดฝีมือจำนวนมากเพียงนี้ อาจจะทำลายความสมดุลของขุมกำลังบนทวีปแห่งหนึ่งได้ เช่นนั้นสำนักในโลกเบื้องบนของขุมกำลังอื่น แน่นอนว่าย่อมไม่ยอมเด็ดขาด
ดังนั้นผู้บำเพ็ญเพียรที่พวกเขาส่งลงมา ในความเป็นจริงจึงมีไม่มากนัก โดยหลักๆ ก็เพื่อเน้นการควบคุม ทว่าก็ไม่อาจไปรวบรวมยอดฝีมือในโลกมนุษย์บนทวีปน้ำแข็งทิศเหนือได้ตามอำเภอใจเช่นกัน
ไม่อย่างนั้นก็จะทำให้ขุมกำลังอื่นร่วมมือกันต่อต้านอยู่ดี เรื่องทุกอย่างพวกเขาก็ไม่กล้าทำเกินกว่าเหตุ
ขุมกำลังที่เซียวอวิ๋นจงและอวี้จื่อสู่เคยรวบรวมมาได้ ก็นับว่าแข็งแกร่งมากแล้ว มีจำนวนมากกว่าปัจจุบันอย่างเทียบไม่ติด
น่าเสียดายที่ภายหลังจากถูกตงฝูอีและเผยปู้ชงค้นพบ ก็ถูกสังหารไปตั้งมากมายในคราวเดียว ยิ่งหลังจากเซียนพันภพออกมา ก็ยิ่งสูญเสียอย่างหนักหน่วงถึงขีดสุด
อย่าได้มองว่าเซียนพันภพเป็นคนหนักแน่น ทว่าคนที่รู้จักเขาย่อมรู้ดี ว่าจิตสังหารของเซียนพันภพนั้นมากมายมหาศาลทีเดียว
หลังจากเขาหลุดพ้นออกมา แน่นอนว่าย่อมต้องคิดอยากจะทำลายสถานที่ที่กักขังเขามาเนิ่นนานแห่งนี้ ให้พินาศย่อยยับไปจนหมดสิ้น!
ในเวลานั้นภายใต้สถานการณ์ที่เซียวอวิ๋นจงได้รับบาดเจ็บสาหัส อวี้จื่อสู่ยังไม่กลับมา ด้วยวิธีการของพวกเขาทั้งสามคน อีกทั้งยังบุกเข้าไปถึงรังหลักอันเป็นรากฐานของอีกฝ่ายแล้ว แน่นอนว่าย่อมได้รับข้อมูลมาเป็นกอบเป็นกำ
ภายหลัง จุดเชื่อมต่อทั้งเล็กใหญ่บนทวีปน้ำแข็งทิศเหนือ ที่สำนักหยินหยางบรรพกาลอุตส่าห์อดทนสร้างสมมานับปีไม่ถ้วน ก็แทบจะถูกทั้งสามคนสังหารล้างจนหมดสิ้น
จนกระทั่งในเวลาต่อมาหลังจากเซียวอวิ๋นจงรักษาอาการบาดเจ็บจนหายดี ถึงได้เริ่มจัดตั้งจุดเชื่อมต่อใหม่บางแห่งขึ้นมาอีกครั้ง ขณะเดียวกันก็คัดเลือกศิษย์ของสำนักเข้ามาเติมเต็มอีกครั้ง
ทว่าขนาดโดยรวมในปัจจุบัน ไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับในอดีตได้เลย ทว่าก็ยังคงมีมากถึงหกแห่ง
เรื่องนี้ทำให้หลี่เหยียนรู้สึกถึงความเป็นแมลงร้อยขา ที่ต่อให้ตายก็ยังไม่แข็งทื่อ
"ฟื้นฟูได้รวดเร็วดีนี่ รอจนกว่าข้าจะกลับไปยังโลกเซียนวิญญาณ เช่นนั้นก็ไปกวาดล้างอีกสักรอบ ดูสิว่าเจ้าจะกลับมาหรือไม่? จะเจ็บปวดใจหรือไม่!"
หลี่เหยียนแค่นเสียงเย็นชา ในเมื่อเขารู้สถานการณ์แล้ว แน่นอนว่าย่อมต้องไปกวาดล้างจุดเชื่อมต่อเหล่านี้
ขณะเดียวกันเรื่องนี้ก็ทำให้เขานึกถึงสำนักหยินหยางบรรพกาล ที่ส่งยอดฝีมือขอบเขตรวมกายาลงมายังโลกมนุษย์อีกคน ปัจจุบันก็เดินทางไปยังทวีปจันทราแล้วเช่นกัน
เกี่ยวกับประเด็นนี้ ขอเพียงอีกฝ่ายไปตรวจสอบ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะหมายหัวเขาเข้า เรื่องนี้ก็นับว่าเป็นภัยแฝงเช่นเดียวกัน
ทว่าปัจจุบันหลี่เหยียนกลับไม่ได้กังวลอะไรมากนัก ในเมื่อสำนักหยินหยางบรรพกาลระแวงสงสัย ก็ไม่มีทางขัดขวางไม่ให้อีกฝ่ายไปตรวจสอบได้เลย
แต่ทว่าเรื่องนี้ ตอนนี้กลับเป็นหนามยอกอกของสำนักหวั่งเหลี่ยง ขอเพียงอีกฝ่ายไม่ได้เสียสติไปแล้ว ภายใต้สถานการณ์ที่ไร้หลักฐานแน่ชัด ก็ทำได้เพียงตรวจสอบเท่านั้น ทว่าไม่กล้าลงมืออย่างแน่นอน
ตอนนี้สำนักหวั่งเหลี่ยงในโลกมนุษย์ ขอเพียงเกิดเรื่องราวใดๆ ที่อธิบายไม่ได้ สำนักหวั่งเหลี่ยงก็จะเพ่งเล็งไปที่สำนักหยินหยางบรรพกาล เรื่องนี้ทั้งสองฝ่ายได้เปิดเผยออกมาชัดเจนแล้ว
ประมุขสำนักในโลกเบื้องบนก็เชื่อคำอธิบายของหลี่เหยียน และญาติสนิทของหลี่เหยียนเหล่านั้น โดยมากก็ล้วนจากไปกันหมดแล้ว ดังนั้นผลกระทบที่จะมีต่อหลี่เหยียน จึงลดลงจนถึงจุดเยือกแข็งแล้ว
ในเมื่ออีกฝ่ายวิ่งไปตรวจสอบอีกครั้ง เช่นนั้นตอนนี้ทวีปน้ำแข็งทิศเหนือก็กำลังว่างเปล่า หลี่เหยียนขอเพียงออกจากที่นี่ไป ก็สามารถสังหารพวกมันให้สิ้นซากได้แล้ว
ทว่าเขากลับยิ่งหวังว่าหลังจากที่ตนหา "หัวใจน้ำแข็งแดนเหนือสุด" พบแล้ว ยอดฝีมือผู้นั้นจะเดินทางกลับมาเนื่องจากการหายตัวไปของเซียวอวิ๋นจง หรือโลกเบื้องบนจะส่งยอดฝีมือลงมาอีกคนก็ยิ่งดี
เขาจะดูว่าสามารถขอให้ผู้อาวุโสห่าวลงมือร่วมกับตนได้หรือไม่ ผู้อาวุโสห่าวแม้จะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรจากโลกเซียนวิญญาณ ทว่าสำหรับสำนักอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผู้บำเพ็ญเพียรวิญญาณ ก็ไม่ได้มีความรู้สึกดีๆ ให้เลยแม้แต่น้อย
ดังนั้นจึงไม่สนเลยว่าคนที่ลงมือสังหารจะเป็นใคร? ในอดีต "ตำหนักสะกดวิญญาณ" เพียงแค่เปิดเผยร่องรอยออกมาเล็กน้อย ก็ถูกคนหมายหัวในทันที จนกระทั่งถูกไล่ล่าสังหารจนแทบจะสูญสิ้นทั้งสำนักในท้ายที่สุด
ประมุขสำนักเฒ่าจำเป็นต้องเสี่ยงอันตราย นำพาทั้งสำนักเดินทางลัดเลาะผ่าน "ทุ่งหญ้าอสูรสวรรค์" ทว่านี่ก็เป็นเพียงแผนการเบื้องต้นของหลี่เหยียนเท่านั้น ทุกสิ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
หากเขาลงมือจัดการเองได้ แน่นอนว่าย่อมไม่ยืมมือผู้อื่น อีกทั้งท้ายที่สุดจะลงมือหรือไม่ หลี่เหยียนก็ต้องดูสถานการณ์ที่แน่ชัดในภายหลังอีกที