- หน้าแรก
- เบิกเนตรทิพย์พลิกชะตาแค้น
- บทที่ 158 ท้องแล้ว
บทที่ 158 ท้องแล้ว
บทที่ 158 ท้องแล้ว
บนตู้ใบนั้น นอกจากสิ่งของอื่น ๆ แล้ว สิ่งที่สะดุดตาที่สุดก็คือซองกระดาษสีซีดเหลืองใบหนึ่ง พอมองดูใกล้ ๆ ก็พบว่าเป็นซองเอกสาร
ของที่ฮั่วฉี่หมิงพูดถึงน่าจะเป็นสิ่งนี้แหละ
ขณะที่เธอกำลังคิดหาทางว่าจะใช้ลูกไม้ไหนเพื่อกันหรงเจิ้งตงออกไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากหน้าห้อง
"นายท่านครับ ได้เวลาตั้งโต๊ะอาหารแล้วครับ"
"รู้แล้ว"
หรงเจิ้งตงหันกลับมามองเธอ "อวี่เหอ คงหิวแย่เลยล่ะสิ พวกเรารีบลงไปกินข้าวกันเถอะ"
ซูอวี่เหอทำได้เพียงล้มเลิกความตั้งใจไว้ก่อน ตั้งใจว่าหลังจากกลับไปแล้วค่อยคุยกับฮั่วฉี่หมิงอีกที
พอลงมาข้างล่าง หรงชิงก็รีบลุกขึ้นมายกมือประคองเธอทันที แถมยังนำเบาะนุ่ม ๆ มาเสริมรองนั่งให้เธอด้วยซ้ำ
บนโต๊ะอาหาร เขายังดูแลเอาใจใส่เธออย่างไม่มีที่ติ
หรงจวิ้นที่มองดูภาพเหตุการณ์นี้ ในใจยิ่งปักใจเชื่อและมั่นใจในความคิดของตัวเองมากขึ้นไปอีก
หลังจากกินข้าวเสร็จ หรงเจิ้งตงก็เดินมาส่งทั้งสองคน
เขาตวัดสายตาดุใส่หรงจวิ้น ลูกชายตัวเองคิดจะทำอะไรเขาย่อมรู้ดีที่สุด เมื่อกี้ในหัวของมันกำลังคิดอะไรอยู่ เขาแค่มองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่งแล้ว
"ฉันเตือนแกไว้นะ ตอนนี้อวี่เหอกำลังอุ้มท้องลูกหลานตระกูลหรงอยู่ แกอย่าคิดไม่ซื่อกับเธอเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันจะเล่นงานแกให้ตาย!"
หรงจวิ้นขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ
ช่างขัดความสำราญเสียจริง!
หรงชิงขับรถมาส่งซูอวี่เหอถึงใต้ตึกที่พักของเธอ ซูอวี่เหอมองขึ้นไปข้างบนเห็นว่าไฟไม่ได้เปิดอยู่ก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"งั้นหรงชิง ฉันขึ้นไปก่อนนะ เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ!"
ถ้าเป็นเวลาปกติ เธอคงต้องดึงดันหาเรื่องคุยกับหรงชิงต่ออีกสักหน่อย แต่วันนี้เธอกลับรีบร้อนลนลานกลับขึ้นห้องไปทันที
เพราะกลัวว่าเขาจะมองเห็นความผิดปกติอะไรเข้า
เธอยืนพิงประตูห้อง เมื่อแน่ใจแล้วว่ารถของหรงชิงที่อยู่ด้านหลังขับออกไปแล้ว เธอถึงได้พรูลมหายใจยาวอย่างโล่งอก
ทว่าพอหันกลับมา เธอกลับต้องสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจกับฮั่วฉี่หมิงที่โผล่มาสลัว ๆ ตรงหน้าเธอตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
"ว้าย!"
ฮั่วฉี่หมิงขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเปิดไฟพรึ่บขึ้นมา
ซูอวี่เหอยกมือทาบอก หอบหายใจถี่ด้วยความตกใจแทบสิ้นสติ
"พี่... พี่มาทำอะไรตรงนี้คะ?"
ฮั่วฉี่หมิงโยนของในมือทิ้ง "ฉันก็นึกว่าเป็นคนอื่น"
เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวัน ตอนนี้ซูอวี่เหอจึงยังไม่ค่อยกล้าสบตาเขาตรง ๆ เท่าไรนัก
"พี่คะ ฉันเหมือนจะเจอของที่พี่อยากได้แล้วค่ะ"
"จริงเหรอ? ฮ่าๆๆๆ อวี่เหอ เธอนี่มันยอดเยี่ยมที่สุด ขอแค่มีสิ่งนั้น ฉันก็สามารถทำให้หรงชิงได้รับรู้ถึงความรู้สึกของฉันในตอนนั้นได้แล้ว"
ฮั่วฉี่หมิงจับบ่าเธอไว้ด้วยความดีใจ ซูอวี่เหอขมวดคิ้วด้วยความเจ็บ
ฮั่วฉี่หมิงคนนี้ลงมือหนักเบาไม่เป็นเอาเสียเลย ทุกครั้งเธอรู้สึกเหมือนกระดูกของตัวเองจะถูกเขาบีบจนแหลกคามือตลอด
"พี่คะ... ฉัน... ฉันท้องแล้วค่ะ หรงชิงบอกแล้วด้วยว่าเดือนหน้าจะแต่งงานกับฉัน"
ฮั่วฉี่หมิงได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว รีบปล่อยมือออกจากบ่าของเธอ สายตาจับจ้องไปที่ท้องของเธอทันที
ซูอวี่เหอถูกจ้องจนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ รู้สึกราวกับว่าเขากำลังมองทะลุหน้าท้องเข้าไปดูสิ่งข้างในอย่างไรอย่างนั้น
ฝ่ามืออันเย็นเฉียบของเขาเอื้อมมาลูบหน้าท้องของเธอ "จริงเหรอ?"
ซูอวี่เหอสะท้านไปทั้งตัว "เรื่องจริงค่ะ"
ฮั่วฉี่หมิงชักมือกลับ แล้วเปลี่ยนมาลูบหน้าของเธอแทน
"ดีมาก อวี่เหอ รอให้เธอได้เป็นคุณนายหรงเมื่อไร ยังมีเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่านี้ที่ต้องการให้เธอช่วยอีกเรื่อง"
ซูอวี่เหอพยักหน้ารับ "งั้น... พี่บอกเลยได้ไหมคะว่าเป็นเรื่องอะไร?"
ฮั่วฉี่หมิงแค่นยิ้มเย็นชา "ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา"
ซูอวี่เหอทำได้เพียงหุบปากฉับ ไม่กล้าซักไซ้อะไรต่อ
ณ บ้านตระกูลเจียง
ทุกคนในครอบครัวกำลังเฉลิมฉลองกันอย่างมีความสุข
"ยินดีด้วยที่คุณแม่ได้ออกจากโรงพยาบาลอย่างราบรื่นครับ!"
พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสแท้ ๆ ครั้งนี้หลี่เฉี่ยวถึงกับฟื้นคืนความทรงจำกลับมาได้ด้วย
หลังจากหรงชิงปลีกตัวออกมาจากซูอวี่เหอ เขาก็บึ่งรถตรงดิ่งมาที่บ้านตระกูลเจียงอย่างรวดเร็ว
เขารู้สึกจริง ๆ ว่าเรื่องนี้จะปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ขืนช้ากว่านี้ เมียของเขาคงได้หลุดมือไปแน่ ๆ
ครอบครัวที่กำลังส่งเสียงเฮฮาฉลองกันอยู่ เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวที่หน้าประตู พอหันไปเห็นหรงชิงที่มีเม็ดเหงื่อผุดซึมตามหน้าผาก ก็ดูออกทันทีว่าเขาตั้งใจรีบร้อนบึ่งมาที่นี่โดยเฉพาะ
หรงชิงพรูลมหายใจยาวออกมา “ผมคงไม่ได้มาสายเกินไปใช่ไหมครับ?”
เจียงเส้าอวิ้นเดินก้าวออกมา กอดอกพลางเบ้ปาก
"อุ๊ย นี่ไม่ใช่นายท่านหรงผู้โด่งดังหรอกเหรอครับ? ไม่ทราบว่ามาทำธุระอะไรที่บ้านตระกูลเจียงของผมล่ะเนี่ย?"
"ไม่ใช่ว่ากำลังจะแต่งงานกับซูอวี่เหอแล้วหรอกเหรอ? มาทำไมอีก?"
หรงชิงยืนนิ่งแข็งทื่ออยู่กับที่ด้วยความกระอักกระอ่วน
เจียงชิงทำหน้าละเหี่ยใจพลางเอามือกุมขมับ ก่อนจะรีบก้าวเท้าเข้าไปดึงมือเขาให้เดินเข้ามา
"ไม่สายหรอกค่ะ มาได้จังหวะพอดีเลย"
สัมผัสที่คุ้นเคยจากฝ่ามือเรียว ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้รับพลังใจขึ้นมาบ้าง และหัวใจที่เคยว้าวุ่นก็เริ่มสงบลง
ช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตเหมือนร่างไร้วิญญาณ ในหัวมีแต่ประโยคคำพูดนั้นของเจียงชิงแล่นวนอยู่ทุกวัน
ตามน้ำไป ให้ในสิ่งที่เธอต้องการ แล้วผลลัพธ์จะตามมาเอง...
"คุณพ่อ คุณแม่ครับ ขอโทษด้วยนะครับ ช่วงนี้ผมมีเรื่องยุ่ง ๆ เลยมาหาช้า"
เจียงเจิ้นกั๋วแค่นเสียงหึในลำคอ แต่เห็นว่าวันนี้อารมณ์ดีเลยไม่ยากจะถือสาเอาความ
"หรงชิง นั่งสิ"
หรงชิงทรุดตัวลงนั่ง สายตาทุกคู่พุ่งเป้าจับจ้องมาที่เขาราวกับเป็นจุดศูนย์กลาง
หลี่เฉี่ยวมองดูเขา เรื่องราวของพวกเขาสองคนในช่วงนี้เธอเองก็พอจะได้ยินผ่านหูมาบ้าง และชิงชิงเองก็อธิบายให้เธอฟังแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น ลูกสาวของเธอก็ยังต้องทนรับความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจและถูกเอาเปรียบอยู่ดี
"ชิงชิง ซูอวี่เหอท้องแล้ว!"
หรงชิงกุมมือเล็ก ๆ ของเธอไว้ พอกล่าวจบ เสียงเก้าอี้เลื่อนดังโครมครามก็ดังขึ้นรอบตัวทันที
เจียงเจิ้นกั๋ว เจียงเซิ่งเยี่ยนและคนอื่น ๆ ลุกพรวดพราดขยับเดินเข้ามาหาเขา
"ดีจริง ๆ นะหรงชิง ปากแกก็บอกว่าแค่เล่นละคร ๆ ตอนนี้ฝั่งนั้นถึงขั้นท้องขึ้นมาแล้ว แกยังจะมีอะไรแก้ตัวอีก?!"
"อุตส่าห์หลงเชื่อใจแกมาตลอด ไม่คิดเลยว่าแกจะทำกับน้องสาวฉันแบบนี้?"
หรงชิงรีบดึงสติกลับมาปฏิเสธพัลวัน
"คุณพ่อ พี่ครับ ทุกคนเข้าใจผิดแล้ว เด็กในท้องของซูอวี่เหอไม่ใช่ลูกของผมนะครับ"
"ไม่ใช่ของแก? ไม่ใช่ของแกแล้วจะเป็นของใคร? หรงชิง แกมันไอ้สารเลว!"
เจียงเส้าอวิ้นถลาเข้าไปซัดหมัดใส่เขาเปรี้ยงหนึ่ง ทันใดนั้นสถานการณ์ก็พลันโกลาหลวุ่นวายขึ้นมาทันที
เขาอยากจะต่อยไอ้หมอนี่มาตั้งนานแล้ว!
"คุณพ่อ พี่คะ เด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกหรงชิงจริง ๆ ค่ะ พวกพี่หยุดมือกันก่อน!"
เจียงชิงรีบเข้าไปห้าม พอพวกเขาเห็นเธอเข้าก็ยอมหยุดมือ
แต่ถึงกระนั้น หรงชิงก็โดนหมัดโดนฝ่ามือเข้าไปเต็ม ๆ อ่วมอยู่เหมือนกัน...
"ชิ!"
พวกผู้ชายในบ้านไม่มีท่าทีสะทกสะท้านหรือหน้าแดงด้วยความผิดเลยสักนิด
ชัดเจนว่าเจตนาหาเรื่องลงมือประเคนหมัดใส่เพราะความหมั่นไส้ล้วน ๆ
เจียงชิงทำได้เพียงเอามือกุมขมับอย่างจนปัญญา
หรงชิงพยุงตัวลุกขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ รอจนกระทั่งพวกเขายอมฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนวันนั้น
"หึ คืนนั้นน่ะมันของปลอม แล้วใครจะไปรู้ว่าหลังจากนั้นพวกแกแอบไปมีอะไรกันอีกหรือเปล่า?”
เจียงเส้าอวิ้นยืนพิงกำแพง พลางเอ่ยจิกกัดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
แววตาของหรงชิงฉายแววลนลานขึ้นมาวูบหนึ่ง รีบหันไปมองเจียงชิงทันที
"ชิงชิง ผมเปล่านะครับ สวีหมิงตัวติดกับผมทุกวันเลย ถ้าคุณไม่เชื่อผมจะโทรเรียกเขามาให้คุณซักถามเดี๋ยวนี้เลยก็ได้"
"เหอะ คนของแกก็ต้องเข้าข้างแกอยู่แล้วป่ะ?”
หรงชิงตวัดสายตาเย็นชาไปมองค้อนใส่ ก่อนจะเบนสายตากลับมาโฟกัสที่เจียงชิงตามเดิม
พวกนั้นจะไม่เชื่อใจเขาก็ช่างเถอะ แต่เขากลัวเหลือเกินว่าชิงชิงจะไม่เชื่อใจเขาไปด้วย
เจียงชิงมองดูท่าทางตื่นตระหนกและหวาดกลัวของหรงชิง ดูท่าว่าในใจของหรงชิงเองก็คงจะแบกรับความกดดันเอาไว้ไม่น้อยเลยทีเดียว
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พวกเขาแค่หมั่นไส้อยากระบายอารมณ์เฉย ๆ รู้สึกว่าคุณทำฉันลำบากใจ ไม่ได้แปลว่าพวกเขาไม่เชื่อคุณหรอกค่ะ"
ทุกคนเดินกลับมานั่งที่โต๊ะอาหาร ลบภาพความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น หรงชิงถึงได้ค่อย ๆ ยอมปักใจเชื่อคำพูดของเธอ
เขาจึงทรุดตัวลงนั่งลงอีกครั้งและเริ่มอธิบายถึงแผนการขั้นต่อไปให้เจียงชิงฟัง
ในวันแต่งงาน ทั้งฮั่วฉี่หมิงและกู้เฉียนซานจะต้องปรากฏตัวขึ้นพร้อมกันอย่างแน่นอน พวกเขาจับตาดูและลงมือในตอนนั้นได้เลย
"สรุปคือ ซูอวี่เหอกำลังตามหาพวกเอกสารอะไรบางอย่างงั้นเหรอ?"
เจียงชิงเอามือลูบคางพลางเอ่ยถาม หรงชิงพยักหน้ารับ
"ตอนนี้สิ่งที่มั่นใจได้แน่ ๆ ก็คือ ของที่เธอต้องการอยู่ในคฤหาสน์เก่า ส่วนจะเป็นเอกสารอะไรนั้น คงต้องสืบดูกันอีกที"
เพราะตอนที่ซูอวี่เหอเดินออกมาจากห้องหนังสือ ท่าทางสอดส่องมองซ้ายมองขวาแบบก่อนหน้านั้นหายวับไปทันที
เห็นได้ชัดว่าเธอน่าจะหาของชิ้นนั้นเจอเรียบร้อยแล้ว