เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 เป็นบ้าให้เท่าเทียม

บทที่ 15 เป็นบ้าให้เท่าเทียม

บทที่ 15 เป็นบ้าให้เท่าเทียม


พอวิ่งพ้นสายตาของทุกคนแล้ว เจียงชิงก็ค่อย ๆ ชะลอฝีเท้าลงแล้วเดินทอดน่องมุ่งหน้ากลับไปที่บ้านตระกูลเจียงอย่างสบายอารมณ์

ถ้าไปถึงตอนนี้ก็น่าจะทันเวลาข้าวเย็นพอดี

ไม่แน่ว่าที่บ้านตระกูลเจียงอาจจะต้มของอร่อย ๆ ไว้ก็ได้ พอคิดได้แบบนั้นเจียงชิงก็รีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีกนิด

และก็เป็นไปตามคาด พอไปถึงบ้านตระกูลเจียง เจียงชิงก็เห็นว่าบนโต๊ะมีซุปกระดูกหมูหม้อใหญ่เบ้อเริ่ม แถมยังมีเมนูไข่อีก

ดูท่าพอไม่มีเธอกับเจียงอวี๋อยู่แล้ว คนบ้านตระกูลเจียงจะกินดีอยู่ดีกันขึ้นเยอะเลยนะ

ก็นะ... ก็เพราะว่าภาระลดลงไปตั้งสองคนนี่นา

หวังเจาตี้ที่เพิ่งจะยกกับข้าวออกมาจากห้องครัว ถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจเมื่อหันมาเห็นเจียงชิง

"เจียงชิง! แกกลับมาทำไมเนี่ย?"

พูดพลางมองสอดส่องไปข้างหลังของเธอด้วย

"ไม่ต้องมองหรอกค่ะ มีฉันมาแค่คนเดียว"

"แกมาทำไม?" หวังเจาตี้เอามือเท้าเอว มองเธอด้วยสายตาจับผิด

ในใจหล่อนปักใจเชื่อไปแล้วว่าเจียงชิงต้องไปก่อเรื่องที่บ้านตระกูลหลิวจนอยู่ไม่ได้ แล้วหนีกลับมาแน่ ๆ

"ทะเลาะกับคนบ้านหลิวมาค่ะ"

พูดจบเจียงชิงก็ทรุดตัวลงนั่งทันที เธอตักซุปให้ตัวเองจนเต็มชามใหญ่ จากนั้นก็ยกซดจนหมดเกลี้ยง

หวังเจาตี้เพิ่งจะมารู้สึกตัวรีบคว้าหม้อซุปไปด้วยความเสียดาย "ว้าย! ซุปของฉัน!"

"แม่คะ ซุปเขามีไว้ให้คนกินไม่ใช่เหรอ จะโวยวายทำไมกัน"

เจียงชิงเห็นว่าซุปหมดแล้ว จึงหยิบตะเกียบขึ้นมา คีบกับข้าวที่เมื่อก่อนเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะได้แตะเข้าปาก อย่างเช่นไข่ที่มีสารอาหารสูงพวกนี้

"นี่มันของน้องชายแก! อีลูกล้างผลาญอย่างแกคู่ควรจะมากินของดี ๆ แบบนี้หรือไง!"

หวังเจาตี้เพิ่งจะพูดจบ ก็เห็นเจียงชิงคีบไข่คำโตยัดเข้าปากไปแล้ว

หล่อนพุ่งตัวเข้าไปแย่งตะเกียบจากมือเธอแล้วโยนทิ้งลงบนโต๊ะ พร้อมกับถลึงตาใส่ด้วยความโกรธจัด

"เจียงชิง แกแต่งงานออกเรือนไปแล้ว จะกลับมาที่นี่อีกทำไม?"

เจียงชิงรู้สึกเจ็บแปล๊บที่หน้าอก จากนั้นเธอก็กัดริมฝีปากล่างและมองหล่อนด้วยสายตาสุดแสนจะตัดพ้อและน้อยใจ

"แม่คะ บ้านหลิวไม่เห็นดีเหมือนที่แม่พูดเลย จางกุ้ยฟางก็ตีฉัน ตีจนหัวฉันแตกต้องนอนโรงพยาบาลตั้งหลายวัน พอซมซานกลับมาบ้านก็ยังมาหาว่าฉันทำกับข้าวไม่อร่อย ด่าฉันกันทั้งบ้าน... ฉันอยากหย่าค่ะ"

หวังเจาตี้ไม่ได้เข้าหูเลยสักคำกับเรื่องที่เจียงชิงมาปรับทุกข์ ในสมองหล่อนได้ยินอยู่แค่คำเดียวคือคำว่า 'หย่า'

"หย่าเหรอ?!"

หวังเจาตี้แผดเสียงแหลมสูง มองเธออย่างไม่ยากจะเชื่อสายตา

"แกพูดว่าอะไรนะ? หย่า? บ้านหลิวดีพร้อมขนาดนั้น ต่อให้จุดตะเกียงตามหาก็ไม่มีวันเจอครอบครัวแบบนี้อีกแล้ว แล้วแกยังคิดจะหย่าอีกเหรอ? ฉันขอบอกแกไว้เลยนะเจียงชิง เรื่องหย่าเนี่ย... อย่าหวังว่าฉันจะยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด!"

อีเด็กเวรนี่ ถ้ามันหย่าขึ้นมา แล้วใครจะช่วยหางานให้หล่อนล่ะ อุตส่าห์เลี้ยงดูจนโตมาขนาดนี้ ทำไมไม่คิดถึงหัวอกผู้ใหญ่บ้าง เอาแต่คิดถึงตัวเอง เห็นแก่ตัวจริง ๆ

บ้านหลิวมีตรงไหนไม่ดี หลิวหัวซางก็เป็นถึงประธานบริษัทใหญ่โต นิสัยก็กตัญญู แถมยังรักเมียอีก อีเด็กเหลือขอคนนี้ยังมีอะไรไม่พอใจอีกฮะ?

"โถ่ เจียงชิงเอ๊ย ลิ้นกับฟันมันก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา โบราณเขาว่าไว้ ทะเลาะกันหัวเตียงแต่ไปดีกันท้ายเตียง ตีกันแปลว่ารักมากนะ! แกเพิ่งแต่งงานได้ไม่กี่วันก็พูดเรื่องหย่าซะแล้ว

พูดออกไปไม่กลัวคนเขาหัวเราะเยาะจนฟันร่วงหรือไง แล้วไม่กลัวพ่อแม่ต้องเอาปี๊บคลุมหัวเหรอ? เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้เอง ทน ๆ ไปเดี๋ยวก็ผ่านไปแล้ว!"

สะใภ้หวังข้างบ้านที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายรีบวิ่งเข้ามาทำตัวเป็นคนกลางคอยห้ามทัพ เจียงชิงจำยัยป้าคนนี้ได้ ป้าคนนี้ชื่อ 'หวังชุ่ยฮวา'

ชาติที่แล้วคอยยัดเยียดความคิดเรื่องการเป็นเมียหลวงที่ดีให้เธอไม่เว้นแต่ละวัน บอกว่าผู้ชายคือฟ้า ผู้ชายคือเสาหลักของบ้าน ส่วนผู้หญิงเราน่ะต้องหัดเข้าใจและยอม ๆ ไป...

เพี้ยะ!

เจียงชิงง้างมือตบหน้าเธอฉาดใหญ่ทันที

"กรี๊ด! อีเด็กบ้า แกมาตบฉันทำไมเนี่ย?!" หวังชุ่ยฮวากุมแก้มตัวเองด้วยความเจ็บปวด

เจียงชิงตีหน้าซื่อตาใสไร้เดียงสามองหล่อน

"ป้าหวังคะ ก็ป้าเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่า ตีกันแปลว่ารักมากน่ะ? อ๊ะ! ป้าหวัง เจ็บเหรอคะ? ไม่ต้องกลัวนะ ทน ๆ ไปเดี๋ยวก็ผ่านไปแล้วค่ะ"

"แก... แก... แก!"

อีเด็กนรก ทำไมไม่โดนคนบ้านหลิวตีให้ตาย ๆ ไปซะนะ?

หวังชุ่ยฮวาถึงกับใบ้กินเหมือนคนกินยาขม กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ได้แต่ถลึงตาคาดโทษใส่เธอไม่กี่ที

เจียงชิงยักคิ้วให้ "แม่คะ ช่วงนี้ฉันกะว่าจะกลับมานอนพักที่บ้านสักหน่อย"

"ไปๆ ไสหัวกลับไปบ้านสามีแกนู่น ที่นี่ไม่มีที่ให้แกอยู่หรอก" หวังเจาตี้โบกมือไล่อย่างรำคาญ

เจียงชิงหรี่ตาลงด้วยความไม่พอใจ "แล้วห้องเดิมของฉันล่ะ?"

ชาติที่แล้ว หวังเจาตี้ก็ยกห้องนอนเดิมของเธอให้กับเจียงเย่าจู่ไปตั้งแต่วันรุ่งขึ้นหลังจากที่เธอแต่งงานออกไป

แม้จะผ่านมานานขนาดนี้ แต่ในใจของเจียงชิงก็ยังคงรู้สึกโหวง ๆ และเสียใจอยู่ดี...

ที่แท้ลูกผู้หญิงพอแต่งงานออกไปแล้ว ก็กลายเป็นคนไม่มีบ้านให้กลับจริง ๆ

หวังเจาตี้หลบสายตาไปมาด้วยความลนลาน

"คือ... คือห้องเดิมของแก น้องชายแกเขาชอบ ก็เลยยกให้น้องอยู่ไปแล้ว"

พอพูดจบ กลัวว่าเธอจะถามถึงห้องเดิมของเจียงเย่าจู่ หล่อนเลยรีบเสริมขึ้นมาว่า "ส่วนห้องเดิมของน้องแก ตอนนี้เอาไว้ใช้เก็บของ บ้านไม่มีห้องว่างเหลือแล้ว"

เจียงชิงแค่นหัวเราะเยาะ "ไม่ใช่ว่ายังเหลืออีกห้องนึงหรอกเหรอคะ?"

"ไม่ได้! นั่นมันห้องของอวี๋อวี๋!"

หวังเจาตี้ตวาดเสียงดังลั่น ก่อนจะรู้สึกว่าตัวเองทำเกินไปหน่อย หล่อนจึงหันหลังกลับ

"เจียงชิง แกกลับไปซะเถอะ กลับไปยอมรับผิดกับทางนู้นก็สิ้นเรื่อง ชีวิตคู่มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะ แกมาอาละวาดแบบนี้มันจะกลายเป็นการผูกใจเจ็บกันซะเปล่า ๆ เชื่อแม่เถอะ กลับไปขอโทษผัวกับแม่ผัวแกซะ"

เจียงชิงนั่งลงเปลี่ยนความแค้นให้กลายเป็นแรงกิน เธอลงมือกวาดกับข้าวทุกอย่างบนโต๊ะเข้าปากจนหมดเกลี้ยงคนเดียว

และก่อนที่หวังเจาตี้จะทันได้ระเบิดอารมณ์ใส่ เธอก็ชิงแหกปากร้องไห้โฮออกมาเสียก่อน

"ฉันว่าเจียงอวี๋ต่างหากที่เป็นลูกแท้ ๆ ของแม่! ปกติมีของกินของใช้ดี ๆ ก็ประเคนซื้อให้แต่ยัยนั่น พอตอนนี้ฉันโดนรังแกกลับมา แม่กลับบอกให้ฉันทน ถ้าลองเปลี่ยนเป็นเจียงอวี๋ดูสิ แม่คงไปล้างแค้นให้ยัยนั่นที่บ้านหลิวตั้งนานแล้ว!"

เจียงชิงปาดน้ำตาตัวเองอย่างแรง "ในเมื่อแม่ชอบบ้านหลิวนัก ก็ให้เจียงอวี๋แต่งงานเข้าไปแทนฉันเลยสิ จะได้มีความสุขกันทุกฝ่าย!"

"แก... แกก้าวร้าวใหญ่แล้วนะเจียงชิง มีอย่างที่ไหนมาพูดจาแดกดันคนในครอบครัวแบบนี้? อวี๋อวี๋น่ะต้องได้เข้ามหาวิทยาลัยนะ จะแต่งงานตอนนี้ได้ยังไงกัน!"

เจียงอวี๋ต้องได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยอย่างใสสะอาด ส่วนเจียงชิงต้องแต่งงานไปตรากตรำทั้งชีวิตงั้นสินะ?

ดี... ดีมาก! ในเมื่อฉันอยู่ไม่เป็นสุข ก็อย่าหวังว่าใครหน้าไหนจะมีความสุขเลย!

"อย่างเจียงอวี๋ที่เรียนห่วยแตกสะบัดยังจะเรียนมหาวิทยาลัยได้ งั้นถ้าเป็นฉัน เรื่องเข้ามหาวิทยาลัยมันก็แค่ของกล้วย ๆ ป่ะ? ฉันก็อยากเรียนมหาวิทยาลัยเหมือนกัน!"

"แกน่ะแต่งงานไปแล้ว จะมาเรียนมหาวิทยาลัยอะไรอีก!"

เจียงชิงแค่นยิ้มเย็นชา... ที่แท้พวกมันวางแผนฮุบชีวิตฉันไว้ตั้งแต่แรกแล้วจริง ๆ

"กรี๊ดดดด! ไม่ยุติธรรม! มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด!"

เจียงชิงกรีดร้องลั่นบ้าน ก่อนจะลงมือคว่ำโต๊ะกินข้าวเสียงดังโครมใหญ่ จากนั้นเจออะไรหยิบจับได้ก็ขว้างปาทำลายข้าวของเรียบ

หวังเจาตี้ตกใจกลัวจนต้องก้าวถอยหลังรัว ๆ ส่วนหวังชุ่ยฮวานี่ขวัญหนีดีฝ่อเตรียมจะโกยแน่บออกไปนอกบ้าน

เจียงชิงตาไวเห็นเข้าพอดี เลยคว้าของใกล้ตัวขว้างใส่ท้ายทอยหล่อนเต็มแรง ปึ้ก!

หวังชุ่ยฮวาร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เอามือกุมหัวแล้ววิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกไป

"เจียงชิง แกบ้าไปแล้วเหรอ?!"

"ใช่! ฉันบ้าไปแล้ว!"

นาทีนี้เจียงชิงเห็นอะไรที่มีค่ามีราคาเป็นอันต้องทุบต้องพังทิ้งให้หมด

ประจวบเหมาะกับที่เจียงวั่งซานเพิ่งกลับมาจากไปช่วยงานข้างนอก พอเดินพ้นประตูบ้านเข้ามาก็เจอกับสภาพบ้านที่พังยับเยินราวกับโดนพายุทอร์นาโดถล่ม

"นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นฮะ?!"

นัยน์ตาของเจียงชิงเป็นประกาย... มาได้จังหวะพอดีเลย มาให้ฉันซัดซะดี ๆ!

"กรี๊ด! ฉันไม่อยากอยู่แล้ว!"

ปากของเจียงชิงแผดเสียงร้องตะโกน แต่ร่างกายของเธอกลับพุ่งเข้าไปชนเจียงวั่งซานเต็มเหนี่ยว

เจียงวั่งซานยังไม่ทันได้ตั้งตัวหรือตั้งหลักอะไรทั้งนั้น ก็โดนกระแทกจนหงายหลังล้มตึงลงไปกองกับพื้นทันที

"โอ๊ย! อีเจียงชิง อีเด็กเวร! วันนี้กูจะตีมึงให้ตาย!"

เจียงชิงกัดฟันกรอด แสร้งทำเป็นร้องไห้ฟูมฟายราวกับใจจะขาด

"พ่อคะแม่คะ... ฉันยังเป็นลูกของพ่อแม่อยู่ไหม? ทำไมถึงทำกับฉันแบบนี้!"

ส่วนหวังเจาตี้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จู่ ๆ ก็เหมือนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หล่อนจึงฝืนยิ้มแล้วรีบเดินเข้ามาหวังจะปลอบประโลมเธอ...

จบบทที่ บทที่ 15 เป็นบ้าให้เท่าเทียม

คัดลอกลิงก์แล้ว