เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 ในร้านของฉันไม่ได้ซ่อนผู้หญิงไว้จริงๆ นะ!

บทที่ 32 ในร้านของฉันไม่ได้ซ่อนผู้หญิงไว้จริงๆ นะ!

บทที่ 32 ในร้านของฉันไม่ได้ซ่อนผู้หญิงไว้จริงๆ นะ!


เหลียงซือฉีมองโจวคังด้วยสีหน้าแปลกประหลาด พลางคิดว่าวันนี้เขาป่วยหรือเปล่าเนี่ย?

หลังจากเห็นคราบเหงื่อบนตัวโจวคังและพวงแก้มที่แดงระเรื่อ เธอก็ทำสีหน้าเหมือนเข้าใจแจ่มแจ้งในทันที "อ้อ... เข้าใจแล้วล่ะ ดูเหมือนฉันจะมาผิดเวลาสินะ รบกวนเวลาทำธุระของพวกนายซะแล้วสิ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันค่อยมาใหม่นะ!"

พูดจบเธอก็ยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆ แล้วหันหลังเตรียมจะเดินจากไป

"เธอเข้าใจอะไรกัน ยัยบ้า! ในร้านมีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้นแหละ"

โจวคังรีบเรียกเธอเอาไว้ เธอไปรู้อะไรมา ถึงได้มาบอกว่าเข้าใจอยู่ที่นี่!

เหลียงซือฉีเดาะลิ้น "นายไม่ได้กำลังทำเรื่องอย่างว่ากับสาวน้อยคนไหนอยู่หรอกเหรอ? ฉันอยู่ตรงนี้มันคงไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ แต่ว่าถ้านายขอร้องล่ะก็ ความจริงฉันจะอยู่ต่อก็ได้นะ"

"เธอพูดบ้าอะไรเนี่ย ฉันก็บอกแล้วไงว่าในร้านมีแค่ฉันคนเดียว! ในหัวของเธอเนี่ยวันๆ คิดแต่เรื่องอะไรกัน?"

โจวคังพอจะเข้าใจแล้วว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ นี่คงไม่ได้คิดว่าเขากำลังต่อรองราคาอย่างดุเดือดกับลูกค้าสาวคนไหนจนเหงื่อท่วมตัวหรอกนะ?

ถึงแม้ว่าเขาจะเคยทำเรื่องแบบนั้นจริงๆ ก็เถอะ แถมยังทำกับเหลียงซือฉีซะด้วย แต่วันนี้เขาไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ นะ!

เหลียงซือฉีมองโจวคังด้วยสีหน้าไม่เชื่อ "ไม่มีคนอยู่จริงๆ เหรอ? ทำไมฉันถึงไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลยล่ะ?"

"ถ้าไม่เชื่อเธอก็เข้ามาดูเองสิ ยังไงร้านก็มีอยู่แค่นี้ ซ่อนคนไว้ไม่ได้หรอก"

เมื่อต้องเผชิญกับการใส่ร้ายป้ายสีกันโต้งๆ แบบนี้ โจวคังก็ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองสิ!

เหลียงซือฉีเดินเข้าไปในร้านด้วยความรู้สึกกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย เธอมองสำรวจไปรอบๆ แล้วก็พบว่าไม่มีใครอยู่จริงๆ

"ไม่มีใครอยู่จริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย?"

"ก็แหงอยู่แล้วสิ ถ้ามีคนอยู่ฉันก็ต้องล็อกประตูร้านไปแล้ว"

"ก็ดูเหมือนจะจริงนะ แล้วทำไมนายถึงได้เหงื่อท่วมตัว แถมหน้ายังแดงขนาดนั้นอีกล่ะ"

หลังจากแน่ใจแล้วว่าในร้านไม่มีคนอยู่จริงๆ เธอถึงได้ยอมนั่งลงบนโซฟาแล้วไขว่ห้าง

"เพิ่งออกกำลังกายเสร็จน่ะ เหงื่อก็ต้องท่วมตัวเป็นธรรมดา ไม่พูดเรื่องนี้แล้วดีกว่า วันนี้เธอมาทำไมล่ะ?"

โจวคังหาข้ออ้างให้ตัวเอง ก่อนจะรีบเปลี่ยนบทสนทนา

"เฮ้อ มาขายของนิดหน่อยน่ะ ช่วงนี้ช็อตเงินจริงๆ"

เหลียงซือฉีถอนหายใจ ใบหน้าแฝงไปด้วยความรู้สึกหดหู่เล็กน้อย

"ช็อตเงินขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงกับต้องเอาของมาขายอีกแล้วเนี่ย"

เดิมทีโจวคังตั้งใจจะนั่งลงบนโซฟา แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเหงื่อท่วมตัวก็เลยเลือกที่จะยืนแทน

"ใช่สิ ฉันกะว่าจะไปทำจมูกใหม่อีกสักรอบน่ะ เลยต้องเตรียมเงินไว้ก่อน"

สำหรับเซเลบจอมปลอมที่อยากหาเงินด้วยหน้าตาของตัวเองอย่างเหลียงซือฉี ย่อมต้องลงทุนกับร่างกายของตัวเองเป็นธรรมดา

"เอาเถอะ แต่เธอรอฉันแป๊บนึงนะ เดี๋ยวฉันมา"

"นายจะไปไหน ไม่ทำธุรกิจแล้วเหรอ?"

โจวคังชี้ไปที่หยาดเหงื่อบนใบหน้าของตัวเอง "ฉันเหงื่อท่วมตัวขนาดนี้ เธอคงไม่ได้หวังให้ฉันรับซื้อของจากเธอในสภาพนี้หรอกนะ? วางใจเถอะ ฉันอาบน้ำเร็ว แค่สิบนาทีก็เสร็จแล้ว"

เหลียงซือฉีพยักหน้า "โอเค งั้นฉันจะนั่งพักอยู่ที่นี่แป๊บนึง นายก็รีบไปรีบกลับล่ะ"

"ได้ ฉันชงชาให้เธอแก้วนึงนะ รอหน่อยก็แล้วกัน"

"ไปเถอะๆ"

โจวคังชงชาให้เหลียงซือฉีแก้วนึง ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าที่วางอยู่ในร้านแล้วพุ่งตัวไปอาบน้ำที่ฟิตเนส

อุตส่าห์สมัครบัตรฟิตเนสเอาไว้ ประโยชน์ของมันก็คงมีแค่นี้แหละ

เมื่อโจวคังกลับมาที่ร้าน เหลียงซือฉีกำลังก้มมองนาฬิกาข้อมืออยู่พอดี

"นายมาสายไปสองนาทีนะ"

"สายอะไรล่ะ?"

โจวคังมองเธอด้วยความสงสัย เขาไปทำอะไรถึงได้มาสายกันล่ะ?

"ก็นายบอกเองว่าจะกลับมาในสิบนาที แต่นี่มันปาเข้าไปสิบสองนาทีแล้ว แบบนี้ไม่เรียกว่ามาสายแล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ?"

"ขี้เกียจเถียงด้วยแล้ว ว่ามาเถอะ วันนี้เธอจะเอาอะไรมาขาย?"

หลังจากอาบน้ำเสร็จ โจวคังก็รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เขานั่งลงบนเก้าอี้แล้วมองเหลียงซือฉีอย่างสบายอารมณ์ อยากจะรู้เหมือนกันว่าวันนี้เธอจะมีของดีอะไรมานำเสนอ

เหลียงซือฉีหยิบกล่องใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า "ก็ไม่ได้มีของอะไรเยอะแยะหรอก มีแค่นาฬิกาข้อมือเรือนเดียว ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนให้มา แถมยังไม่เคยใส่เลยด้วย ก็เลยเอามาขายทิ้งซะเลยดีกว่า"

"โอเค ขอฉันดูก่อนก็แล้วกัน"

โจวคังหยิบกล่องขึ้นมาเปิดดู ด้านในมีนาฬิกาข้อมือเรือนเล็กสีแดงสุดประณีตวางอยู่ ทั้งหน้าปัดและสายนาฬิกาล้วนเป็นสีแดง

"คาร์เทียร์ (Cartier) รุ่น Tank Must ดูไม่มีร่องรอยการใช้งานเลยจริงๆ ด้วย"

"ไม่ใช่แค่ไม่มีร่องรอยการใช้งานหรอกนะ แต่มันไม่เคยถูกใช้งานเลยต่างหาก ของใหม่มือหนึ่งเลยนะยะ!"

เหลียงซือฉีแก้คำพูดของโจวคัง นี่มันของใหม่แกะกล่องชัดๆ ราคาก็ต้องให้สูงหน่อยสิ

โจวคังย่อมรู้ทันความคิดของเธอ "ฉันรู้น่า ยังไงก็ต้องให้ราคาถึงเกณฑ์อยู่แล้ว เรือนนี้ฉันให้สี่หมื่นห้าพันหยวนก็แล้วกัน ถือซะว่าให้ฉันได้กำไรบ้างเถอะ"

ราคาตลาดของนาฬิกาเรือนนี้ที่เป็นของใหม่มือหนึ่งก็อยู่ที่ราวๆ ห้าหมื่นหยวน ถ้าให้ราคาสี่หมื่นห้าพันหยวน โจวคังก็ยังพอได้กำไรอยู่นิดหน่อย

"อ้าว แค่สี่หมื่นห้าพันหยวนเองเหรอ? ของฉันเป็นของใหม่มือหนึ่งเลยนะ ยังไงก็ต้องขายได้สักห้าหมื่นหยวนไม่ใช่เหรอ?"

เหลียงซือฉีรู้สึกไม่พอใจกับราคานี้เป็นอย่างมาก เขาให้ราคาต่ำเกินไปแล้ว

"ราคาหน้าเคาน์เตอร์ก็แค่ห้าหมื่นหยวนเอง ถึงของเธอจะเป็นของใหม่มือหนึ่ง แต่มันก็ยังนับว่าเป็นของมือสองอยู่ดี ฉันรับซื้อมาก็ไม่ได้กำไรอะไรมากมายหรอกนะ"

โจวคังพูดพลางส่ายหน้า กำไรมันไม่ได้เยอะจริงๆ

เหลียงซือฉียกสองแขนขึ้นกอดอก "ฮึ่ม เพิ่มให้อีกนิดเถอะนะ ให้ฉันห้าหมื่นหยวนเถอะ! ราคานี้มันต่ำเกินไปแล้วอะ!"

"ห้าหมื่นหยวน? งั้นนอกจากฉันจะไม่ได้กำไรแล้ว ยังต้องควักเนื้อเข้าเนื้ออีกต่างหาก ไม่ได้ๆ!"

โจวคังรีบโบกมือปฏิเสธ ธุรกิจที่ขาดทุนเขาทำไม่ได้หรอกนะ ได้กำไรน้อยหน่อยยังพอทน แต่จะให้ขาดทุนไม่ได้เด็ดขาด

เหลียงซือฉีพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด "มาไม้นี้อีกแล้วใช่มั้ย งั้นเราก็มาทำตามกฎเดิมเหมือนคราวที่แล้วสิ นายให้ฉันห้าหมื่นหยวน อย่างน้อยนายก็ไม่ขาดทุนไม่ใช่เหรอ?"

"มาไม้นี้อะไรกัน ฉันไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย ห้าหมื่นหยวนฉันไม่ได้กำไรเลยสักแดงเดียวจริงๆ"

"เดี๋ยวฉันไปค้างคืนที่บ้านนาย"

"เฮ้อ ก็ได้ ถือซะว่าเห็นแก่ที่เธอช็อตเงินหรอกนะ ฉันถึงยอมหยวนๆ ให้ ไม่งั้นฉันไม่เพิ่มเงินให้เธอหรอก"

ในท้ายที่สุดโจวคังก็ต้องยอมจำนน และทำได้เพียงเพิ่มเงินให้เหลียงซือฉีอีกนิดหน่อย ยังไงซะหน้าที่หลักของของราคาไม่แพงพวกนี้ก็คือการเอาไว้เก็บแต้มสะสมอยู่แล้ว

ราคาจะสูงขึ้นมาหน่อยก็ช่างมันเถอะ

"งั้นเดี๋ยวฉันโอนเงินให้เธอก่อนเลยนะ"

[ขอแสดงความยินดี โฮสต์ทำธุรกรรมสำเร็จหนึ่งรายการ ยอดเงินซื้อขายจริง 50,000 หยวน ได้รับเงินคืน 10,000 หยวน! ได้รับ 1 แต้มสะสม!]

ในที่สุดก็ได้แต้มสะสมมาเพิ่มอีก 1 แต้ม รอให้สะสมครบ 10 แต้มเมื่อไหร่ โจวคังก็กะว่าจะแลกเอาทักษะการประเมินหยกมาด้วย เพื่อขยายขอบเขตธุรกิจให้กว้างขึ้น

ถึงตอนนั้นคงต้องหาผู้ช่วยเพิ่มอีกเยอะเลย ไม่อย่างนั้นคงยุ่งจนทำไม่ทันแน่ๆ

ส่วนเรื่องการประเมินราคารถหรู คงต้องพับเก็บไว้ก่อน รถไม่เหมือนกับพวกนาฬิกาหรือกระเป๋าที่มีแค่ตู้ก็เก็บได้แล้ว

รถยังต้องเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างโรงรถ ลานจอดรถ หรืออู่ซ่อมรถเอาไว้ล่วงหน้าอีก ซึ่งเงินลงทุนก็ไม่ใช่ถูกๆ เลย

ตอนนี้โจวคังยังไม่มีเงินมากขนาดนั้น

"ได้รับเงินเรียบร้อยแล้วจ้ะ ป่านนี้นายก็น่าจะเลิกงานแล้วใช่มั้ย?"

"อืม ถึงเวลาต้องกลับแล้วล่ะ"

โจวคังเหลือบมองเวลา ตอนนี้เลยทุ่มนึงไปแล้ว สมควรแก่เวลาที่จะต้องกลับจริงๆ

"โอเค งั้นพวกเราไปกันเถอะ"

เหลียงซือฉีลุกขึ้นยืนแล้วบิดส่ายเรือนร่างอันเย้ายวนใจเดินออกไปนอกร้าน

โจวคังเก็บกวาดข้าวของเล็กน้อย ก่อนจะรีบวิ่งตามออกไป มือขวาของเขาสอดโอบเอวคอดกิ่วของเธออย่างคุ้นเคย

"เอวเธอเล็กนิดเดียวเองนะเนี่ย แต่สะโพกกลับผายเบ้อเริ่ม ศัลยกรรมมาเหรอ?"

โจวคังโอบเธอไว้พลางกวาดตามองรอบหนึ่ง เขารู้สึกว่าสัดส่วนแบบนี้มันดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่นะ

เหลียงซือฉีตีมือเขาเบาๆ "ศัลยกรรมอะไรกันย๊ะ นี่มันของแท้แม่ให้มาต่างหากล่ะ ที่ฉันออกกำลังกายทุกวันไม่ได้ทำไปเสียเปล่าหรอกนะ แถมฉันยังเล่นโยคะด้วย"

"อ้าวเหรอ? เธอเล่นโยคะด้วยเหรอเนี่ย?"

จบบทที่ บทที่ 32 ในร้านของฉันไม่ได้ซ่อนผู้หญิงไว้จริงๆ นะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว