- หน้าแรก
- ร้านรับซื้อของหรู เริ่มต้นด้วยการกำราบไฮโซตัวปลอม
- บทที่ 16 เธอจะผิดหวังเพื่ออะไร?
บทที่ 16 เธอจะผิดหวังเพื่ออะไร?
บทที่ 16 เธอจะผิดหวังเพื่ออะไร?
โจวคังหันไปมอง สีหน้าของเขาก็สลดลงทันที "ผมก็นึกว่าลูกค้ามาอีกแล้ว ที่แท้ก็เป็นเธอนี่เอง?"
"พูดแบบนี้ได้ยังไง ฉันไม่ใช่ลูกค้าเหรอ? ตกลงฉันใช่ลูกค้าหรือเปล่าเนี่ย?"
เฉินหย่านั่งลงบนโซฟาด้วยความไม่พอใจ พร้อมกับนั่งไขว่ห้าง
"นับสิ แน่นอนว่าต้องนับ ลูกค้าวีไอพีท่านนี้มีอะไรให้รับใช้ไหมครับ ร้านเล็กๆ ของผมใกล้จะปิดแล้วนะ"
โจวคังเผยยิ้มการค้าพลางมองเฉินหย่า ถึงอย่างไรเธอก็เป็นลูกค้าของเขา จะทำตัวเหลิงเกินไปเพียงเพราะว่าพวกเขาทั้งสองคนเคย 'แลกเปลี่ยนความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง' มาก่อนไม่ได้
เฉินหย่าแค่นเสียงฮึดฮัด "ค่อยยังชั่วหน่อย วันนี้ที่ฉันมาก็เพราะอยากจะมาซื้อกระเป๋าใบที่ขายให้คุณไปคราวก่อนคืนน่ะ"
โจวคังทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ แล้วโอบเอวบางของเธอเอาไว้ ซึ่งเฉินหย่าเองก็ไม่ได้ว่าอะไร
"ซื้อกระเป๋ากลับไป? หลอกเงินมาได้แล้วเหรอ?"
โจวคังเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อสองวันก่อนเธอยังต้องเอากระเป๋ามาขายแลกเงินอยู่เลย ผ่านไปแป๊บเดียวก็มีเงินมาซื้อคืนซะแล้ว ทำเอาโจวคังอดคิดไม่ได้จริงๆ ว่าเธอคงไปหลอกเอาเงินใครเขามาแน่ๆ
เฉินหย่าตวัดสายตาค้อนใส่เขา "มันจะไปง่ายขนาดนั้นได้ยังไงกัน ฉันก็แค่หลอกเงินจากในเน็ตมาได้หมื่นกว่าหยวนเท่านั้นแหละ เดี๋ยวนี้คิดจะหลอกเอาเงินใครมันยากจะตายไป"
มือหนาของโจวคังเริ่มซุกซน บีบเฟ้นเอวของเธอเล่นเบาๆ จนเฉินหย่าตีมือเขาด้วยความเขินอายแกมหมั่นไส้
"โอบก็โอบไปสิ แล้วจะมาบีบทำไมล่ะเนี่ย?"
"ไม่บีบแล้วครับๆ ถ้ายังไม่มีเงินก็ไม่ต้องรีบไถ่คืนไปหรอกน่า ผมเก็บไว้ให้ได้ จะทิ้งไว้สักเดือนก็ไม่มีปัญหา"
สำหรับโจวคังในตอนนี้ เรื่องนี้ถือเป็นแค่เรื่องเล็กจิ๋ว เขาไม่ได้เดือดร้อนเงินหลักแสนหยวนก้อนนี้เลย เก็บไว้ก็คือเก็บไว้
อีกอย่างเธอก็เป็นลูกค้าประจำของเขาด้วย ในอนาคตยังต้องพึ่งพาให้เธอเอาสินค้ามาขายให้เขาอีกหลายรายการ
เฉินหย่ารู้สึกอบอุ่นในหัวใจ โจวคังอาจจะพูดเหมือนเป็นเรื่องสบายๆ แต่เธอก็รู้ดีว่าสำหรับคนเป็นเจ้าของร้านแล้ว การมีสินค้าค้างสต็อกถือเป็นเรื่องที่ไม่ดีเอามากๆ
การเอาเงินแสนกว่าหยวนมาจมไว้แบบนี้ ก็เท่ากับสูญเสียเงินทุนหมุนเวียนไปเป็นแสน ความกดดันนั้นไม่ใช่น้อยๆ เลย
เธอเอ่ยค้อนๆ อย่างออดอ้อน "ถือว่าผู้ชายบ้าอย่างคุณยังพอมีมโนธรรมอยู่บ้าง แต่ฉันก็คงปล่อยให้คุณเอาเงินมาจมไว้แบบนี้ตลอดไปไม่ได้หรอก ตอนนี้ฉันพอมีเงินติดตัวอยู่บ้าง ขอไถ่คืนไปก่อนก็แล้วกัน"
โจวคังก็ไม่ได้พูดทัดทานอะไรอีก ในเมื่อเขาเสนอความหวังดีให้อย่างถึงที่สุดแล้ว หากเธอต้องการจะไถ่คืนก็ปล่อยให้ไถ่ไปเถอะ
เขาหยิบกระเป๋าใบนั้นออกมา "ลองเช็กดูหน่อยสิว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า"
เฉินหย่ามองดูผ่านๆ "ไม่มีปัญหาหรอกน่า ฉันจะไม่ไว้ใจคุณหรือไง?"
"โอเค ถึงยังไงผมก็เก็บมันเอาไว้เฉยๆ ไม่ได้แตะต้องอยู่แล้ว กระเป๋าใบนี้ผมรับซื้อมาในราคาหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นสามพันหยวน จะคิดราคาพิเศษให้ ขายให้เธอในราคาหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นห้าพันหยวนก็แล้วกัน เป็นไงล่ะ?"
การที่โจวคังทำการค้าขาย แน่นอนว่าเขาย่อมต้องหวังผลกำไร การบวกเพิ่มแค่สองพันหยวนก็ถือว่าคุ้มค่ามากแล้ว
เฉินหย่าไม่ได้มีท่าทีต่อต้านอะไร เธอฉีกยิ้มกว้าง "คุณเพิ่งบอกเองไม่ใช่เหรอว่าตอนนี้ทางร้านมีโปรโมชั่นฉลองครบรอบ ซื้อกระเป๋ามีส่วนลดพิเศษด้วยนี่นา ใช่ไหมล่ะคะ?"
โจวคังหัวเราะร่วน ที่แท้เธอก็มารอเล่นงานเขาตรงนี้นี่เอง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรหรอก การทำธุรกิจก็ต้องมีความซื่อสัตย์ ตรงไหนที่บอกว่าจะให้ส่วนลดก็ต้องลดให้
"ได้สิ ถ้าอย่างนั้นผมจะขายให้เธอในราคาต้นทุนก็แล้วกัน ให้ส่วนลดตั้งสองพันเลย ดีใช่ไหมล่ะ? พี่คังคนนี้ไม่เอากำไรจากเธอเลยสักแดงเดียวนะเนี่ย"
เฉินหย่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน "โธ่ พี่คังคะ ช่วยลดให้ฉันอีกสักนิดสิ ของราคาตั้งแสนกว่าหยวน ลดให้แค่สองพันมันไม่น้อยไปหน่อยเหรอ"
โจวคังถึงกับหลุดขำ "เธอนี่ร้ายกาจจริงๆ นะ ตอนเอามาขายก็ขอให้ผมบวกเพิ่มให้อีกสามพัน พอตอนนี้จะซื้อคืนก็ยังมาขอให้ผมลดราคาให้อีก กะจะให้ผมขาดทุนย่อยยับไปเลยใช่ไหมเนี่ย"
"พี่คัง กิจการของคุณก็ออกจะใหญ่โต ช่วยฉันหน่อยเถอะนะคะ อีกอย่างคุณก็ไม่ได้ขาดทุนอะไรสักหน่อย คราวก่อนพวกเรายังสนุกกันออกจะตายไป! หรือว่า...คุณไม่อยากจะมารื้อฟื้นความหลังกันอีกสักรอบล่ะคะ?"
เฉินหย่าดึงมือของโจวคังมาจับพลางออดอ้อน ดึงดันจะให้โจวคังลดราคาให้เธอลงอีกนิดให้จงได้
โจวคังถอนหายใจ "เธอเล่นแบบนี้ผมก็ลำบากใจแย่เลยสิ"
"ไม่เป็นไรค่ะ พี่คังไม่ต้องทำอะไรเลย เดี๋ยวฉันจัดการทำให้แบบอัตโนมัติรวดเดียวจบ!"
"ผมหมายความว่าแบบนั้นซะที่ไหนเล่า?"
"อ้าว ไม่ใช่เหรอคะ?"
เฉินหย่าเบิกตากลมโตคู่สวยจ้องมองโจวคังด้วยแววตาไร้เดียงสา ช่างเป็นภาพที่ดูน่าทะนุถนอมเสียเหลือเกิน
การปล่อยให้เธอดึงดันขอลดราคาลงเรื่อยๆ แบบนี้คงไม่ใช่เรื่องดี อีกอย่าง เหตุผลหลักๆ ก็คือตอนนี้โจวคังไม่ได้มีความต้องการในเรื่องพรรค์นั้นมากมายเหมือนกับตอนแรกๆ แล้ว
หนำซ้ำเขายังต้องการเวลาพักผ่อนฟื้นฟูร่างกายดีๆ สักสองสามวัน ขืนโดนสูบพลังแบบนี้บ่อยๆ ต่อให้เป็นเทพเซียนหน้าไหนก็รับมือไม่ไหวหรอกน่า
สมองของเขาแล่นปรู๊ดจนคิดหาวิธีหนึ่งขึ้นมาได้ "จะให้ลดราคาลงอีกหน่อย...ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้นะ"
"จริงเหรอคะพี่คัง พี่น่ารักที่สุดเลย!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินหย่าก็เตรียมจะพุ่งเข้าไปหอมแก้มของโจวคังฟอดใหญ่
โจวคังรีบยกมือขึ้นมาห้ามปรามเธอเอาไว้ "ผมรู้ว่าเธอรีบ แต่ใจเย็นๆ ก่อน ฟังผมพูดให้จบก่อนแล้วค่อยว่ากัน"
"อื้อๆ ว่ามาสิคะ"
"ผมลดราคาให้เธอได้ แต่เธอจะต้องขายกระเป๋าให้ผมอีกหนึ่งใบนะ ไม่อย่างนั้นผมก็จะไม่ให้ส่วนลด"
โจวคังรู้สึกว่าเงื่อนไขนี้ของเขาก็ไม่เลวเลยทีเดียว สาเหตุหลักเป็นเพราะวันนี้เขาเอาแต่ขายของออกไป แต่ยังไม่ได้รับซื้อสินค้าเข้ามาเลยสักชิ้นเดียว
เฉินหย่ามีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย "อ้าว ข้อเสนอเป็นแบบนี้เองเหรอ? ไม่ใช่ว่าจะขอให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนคุณอีกสักรอบหรอกเหรอคะ?"
เดิมทีเธอวางแผนเอาไว้แล้วว่าคืนนี้จะตามโจวคังกลับไปด้วยกันเสียหน่อย ในเมื่อเธออ่อยเบอร์แรงชัดเจนซะขนาดนี้แล้ว ถ้าเป็นผู้ชายหน้าไหนก็คงจะดูออกกันทั้งนั้นไม่ใช่หรือไง?
ทว่าโจวคังกลับขอแค่ให้เธอขายกระเป๋าให้เขาหนึ่งใบ มันช่างเหนือความคาดหมายเสียจริงๆ
โจวคังเขกหัวเธอไปหนึ่งที "คิดอะไรอยู่เนี่ยฮะ ผมเป็นพ่อค้านะ ต้องทำมาหากิน จะให้มาหมกมุ่นคิดแต่เรื่องพรรค์นั้นได้ทุกวี่ทุกวันหรือไง"
เฉินหย่าจ้องมองโจวคังด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย สำหรับคำอธิบายนี้ของเขาแล้ว เธอไม่เชื่อน้ำหน้าเลยจริงๆ
"จริงเหรอ? ไม่ใช่เพราะว่าคุณไม่ไหวแล้วหรอกเหรอคะ?"
เธอตั้งใจจะใช้กลยุทธ์ยั่วยุ เพื่อกระตุ้นต่อมความเป็นชายของโจวคังเสียหน่อย
แต่โจวคังกลับไม่บ้าจี้ตามเธอ "หึ ถ้าพูดจาเหลวไหลอีก ผมจะบวกราคาเพิ่มอีกสองพัน"
"อย่านะคะพี่คัง ฉันผิดไปแล้ว! ฮือๆๆ!"
"เลิกไร้สาระได้แล้ว เอากระเป๋ามาขายให้ผมสักใบ แล้วผมจะให้ส่วนลดเธอห้าพันหยวนเลย ใจป้ำพอไหมล่ะ?"
โจวคังยกมือขึ้นมากอดอก ก่อนจะยื่นคำขาดอันเป็นเงื่อนไขสุดท้ายของตน
เฉินหย่ารีบพยักหน้ารับรัวๆ อัตราส่วนลดที่ว่านี้ก็มากพอที่จะทำให้เธอรู้สึกพึงพอใจอย่างที่สุด หนำซ้ำยังเกินความคาดหมายของเธอไปมากเลยทีเดียว
"แต่ว่าตอนนี้ฉันมีติดตัวมาแค่กระเป๋าใบนี้ใบเดียวเองนะ มันไม่ได้แพงอะไรมากมาย แต่สภาพยังค่อนข้างใหม่อยู่เลยล่ะ"
เฉินหย่ายื่นกระเป๋าที่ตัวเองถืออยู่ในมือส่งให้กับโจวคัง นี่คือกระเป๋าที่เธอสะพายติดตัวออกมาในวันนี้
โจวคังรับมาพิจารณาดู ก่อนจะประเมินราคาอย่างคล่องแคล่วราวกับรู้จักสินค้าทุกชิ้นบนโลกเป็นอย่างดี "ชาแนลรุ่นมินิ สภาพเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ราคาจะอยู่ที่ประมาณสี่หมื่นหกพันหยวน ใบนี้ของเธอสภาพดร็อปลงมานิดหน่อย แต่ก็ถือว่ายังดูดีอยู่ ผมให้ราคาสี่หมื่นสี่พันหยวนก็แล้วกัน แบบนี้เธอไม่ขาดทุนหรอกมั้ง?"
"อื้อๆ ไม่ขาดทุนหรอกค่ะ พี่คังนี่ใจดีที่สุดเลย!"
เฉินหย่ารู้สึกพึงพอใจกับราคาที่ได้ยินเป็นอย่างมาก เธอจึงหอมแก้มของโจวคังไปฟอดใหญ่ด้วยความดีอกดีใจ
"ยี้ เปื้อนน้ำลายหมดแล้วเนี่ย!"
โจวคังทำสีหน้ารังเกียจเดียดฉันท์
"หึ...ผู้ชายก็งี้แหละ"
โจวคังไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเธอ เขาเอาแต่ก้มหน้าก้มตาคำนวณตัวเลขต่อไป "รับซื้อกระเป๋าใบนี้ในราคาสี่หมื่นสี่พัน ขายกระเป๋าใบนั้นแสนแปดพันหยวน...ส่วนต่างก็คือหกหมื่นสี่พันหยวน เธอโอนส่วนต่างมาให้ผมก็แล้วกัน"
"ได้เลยค่ะ เดี๋ยวฉันโอนให้เดี๋ยวนี้แหละ"
เฉินหย่าจัดการโอนเงินเข้าบัญชีของโจวคังให้อย่างรวดเร็ว วันนี้เธอมาไม่เสียเที่ยวจริงๆ ช่วยประหยัดเงินไปได้ตั้งห้าพันหยวน นับว่ากำไรบานเบอะ
ทางด้านของโจวคังเองก็รู้สึกว่าตัวเองได้กำไรเช่นกัน ทั้งขายกระเป๋าออกไปได้หนึ่งใบ หนำซ้ำยังได้รับซื้อกลับเข้ามาอีกหนึ่งใบ
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำธุรกรรมการค้าสำเร็จหนึ่งรายการ ยอดเงินที่ใช้ทำธุรกรรมจริง 44,000 หยวน ได้รับเงินคืนกลับมา 8,800 หยวน! ได้รับ 1 คะแนน!]
"เอาล่ะ ยินดีที่ได้ร่วมธุรกิจด้วยนะ!"
"ยินดีที่ได้ร่วมธุรกิจเช่นกันค่ะ!"
มือของทั้งสองคนจับกุมเข้าหากัน โจวคังเตรียมจะผละมือออก แต่กลับถูกเฉินหย่าจับเอาไว้แน่น
เฉินหย่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า "พี่คัง คืนนี้ไม่ต้องให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนจริงๆ เหรอคะ?"
"ไม่ต้องหรอกจริงๆ ผมจะปิดร้านแล้วกลับไปนอนล่ะ"
โจวคังรู้สึกเหนื่อยล้าจนอยากจะล้มตัวลงนอนอย่างเดียว
เฉินหย่ามีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย "ก็ได้ค่ะ งั้นคงต้องเอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกัน"
โจวคังถึงกับหมดคำจะพูด ตกลงว่าเธอจะผิดหวังเพื่ออะไรกันเนี่ย?