เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 อยากจะรู้จักเฉินจิ่วซือให้มากขึ้น?

บทที่ 37 อยากจะรู้จักเฉินจิ่วซือให้มากขึ้น?

บทที่ 37 อยากจะรู้จักเฉินจิ่วซือให้มากขึ้น?


บทที่ 37 อยากจะรู้จักเฉินจิ่วซือให้มากขึ้น?

เมื่อการประชุมก็จบลง

เซี่ยงหมิงหลางนั้นรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยอยู่

การเพาะปลูก การเพาะเลี้ยง การแปรรูป อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว.. มีครบทุกอย่างเลย

มันเหมือนกับมีกองเงินที่ไร้ขีดจำกัดซึ่งกำลังรอให้พวกเขามาขนกลับบ้านอยู่ตรงหน้านี้แล้ว

มันสุดยอดไปเลย!

"อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนแล้วค่อยกลับก็ได้นะ..."

ยังไม่ทันที่เฉินจิ่วซือจะพูดจบ เซี่ยงหมิงหลางก็รีบโบกมือ "ไม่ๆๆ ผมต้องรีบกลับไปเตรียมเอกสารที่เหลือ แล้วพวกเราจะรีบไปยื่นคำร้องที่อำเภอให้เร็วที่สุด!"

"ผู้ใหญ่บ้าน นี่มันจะไม่เป็นการให้ความหวังพวกเขาเกินไปหน่อยหรอครับ ถ้าพวกเรารวมกันแล้วแต่ทำตามที่รับปากไว้ไม่ได้ พวกเขาจะไม่ระเบิดใส่พวกเราหรอ"

เมื่อมองไปที่เซี่ยงหมิงหลางและคนอื่นๆ ที่จากไปแล้ว จ้าวหงเย่ก็รู้สึกกังวลใจ

นอกจากพื้นที่ 7,000 เอเคอร์ที่พูดถึงตอนแรกแล้ว ที่เหลือเขารู้สึกว่าเป็นการวาดฝันลมๆ แล้งๆ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันเรื่องพื้นที่ 30,000 เอเคอร์ การสร้างมูลค่า 1,000 ล้าน การดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนต่อปี การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในทะเล.. ยิ่งฟังดูมันก็ยิ่งน่าเหลือเชื่อเกินไป

ถึงแม้ในตอนนี้เขาจะรู้แล้วว่าเฉินจิ่วซือเป็นคนที่เก่งจริงๆ เก่งกว่าเขาไม่รู้กี่เท่า แต่เขาก็ไม่คิดว่า ในระยะเวลาอันสั้น เฉินจิ่วซือจะสามารถสร้างหมู่บ้านหยุนซีให้เป็นแบบนั้นได้

ทุกอย่างมันดูเหมือนจะเป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้เลย

มันยากราวกับปีนขึ้นสวรรค์ก็ไม่ปาน!

เมื่อได้ยินดังนั้น ฝูเก๋อก็มองเขาแล้วพูดเบาๆ "จะกลัวอะไรล่ะ ในเมื่อรวมกันแล้ว กลัวว่าพวกเขาจะกลับคำเหรอ พวกคนเก่งๆ ในต่างประเทศตอนเลือกตั้งก็วาดฝันลมๆ แล้งๆ แบบนี้แหละ ไม่เห็นจะมีใครทำได้จริงเลย พอถึงตอนนั้น พวกเขาได้เงินตามพวกเรา แถมชีวิตก็ดีขึ้นด้วย ถ้าไม่ได้ตามที่พูดไว้แล้วจะเป็นอะไรไปล่ะ"

คนอื่นๆ ก็เห็นด้วยเช่นกัน

"ถ้าชีวิตดีขึ้นแล้ว ใครจะไปสนใจเรื่องพวกนั้นกัน"

"การที่พวกเราจะขยายการปลูกกล้วยไม้สกุลหวายเป็นเรื่องแน่นอน พวกเขามาทำงานที่โรงงาน มาทำงานที่แหล่งท่องเที่ยว ไปแกะสลักหินภูเขาไฟที่บริษัท พวกนั้นล้วนเป็นรายได้ที่จับต้องได้ทั้งนั้น"

"แต่เรื่องนี้ก็ควรจะยืดเวลาออกไปหน่อย ยิ่งนาน พวกเขาก็จะได้รู้สึกว่ามันไม่สำคัญแล้ว"

"หืม.." สีหน้าของเฉินจิ่วซือดูแปลกไปเมื่อได้ยินทุกคนพูดคุยกัน "ที่พวกคุณไม่เชื่อใจผมขนาดนั้นเลยเหรอ"

และทันใดนั้นก็เกิดความเงียบสงัด

ทำไมถึงพูดสิ่งที่คิดอยู่ในใจออกมาล่ะแบบนี้ล่ะ

ฝูเก๋อรีบพูดอย่างรวดเร็ว "ไม่ใช่แบบนั้นนะ พวกเราแค่คิดถึงสถานการณ์ที่แย่ที่สุดต่างหาก"

"เอาล่ะๆ ผมไม่ได้วาดฝันลมๆ แล้งๆ สิ่งที่พูดเมื่อกี้คือสิ่งที่ผมอยากจะทำจริงๆ แล้วผมก็จะทำมันให้ได้ พวกคุณคอยดูก็แล้วกัน"

เฉินจิ่วซือเข้าใจว่าคนพวกนี้ไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูดแน่ๆ

แต่เขาก็เข้าใจความคิดของคนพวกนี้

สิ่งที่เขาพูดไปเมื่อกี้มันยิ่งใหญ่เกินไป

ถ้าทำได้จริง มันก็เหมือนก้าวขึ้นสวรรค์เลยก็ว่าได้

ขอแค่พวกเขาไม่ขัดขวาง และไม่ทำให้ตัวเขาต้องลำบากใจก็พอ

จากนั้น เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกอย่าง

และเพียงเวลาไม่นาน มันก็จะได้รับการพิสูจน์แล้ว

ถ้ำที่ยาว 150 กิโลเมตรนั้นใกล้จะถูกทำความสะอาดและพัฒนาเสร็จแล้ว ซึ่งอีกไม่นานเขาวงกตถ้ำก็จะเสร็จ

และด้วยเครื่องจักรขนาดใหญ่ การสร้างน้ำตกลาวาก็กำลังดำเนินการอย่างร้อนแรง

เมื่อสวนภูเขาไฟสร้างสำเร็จ ชื่อเสียงของหมู่บ้านหยุนซีก็จะดังไปทั่วโลก

ธุรกิจทั้งหมดก็จะได้รับการสนับสนุนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

การพัฒนาของหมู่บ้านหยุนซีก็จะเริ่มเร่งความเร็วขึ้นไปอีกขั้น

แหล่งท่องเที่ยวที่สามารถชมลาวาภูเขาไฟได้อย่างปลอดภัยและไม่มีอันตรายใด แถมบริเวณโดยรอบก็ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย

ถ้าไม่ดังก็ให้มันรู้ไป!

เมื่อร่วมมือกับธุรกิจอื่นๆ ที่พูดไปเมื่อครู่ มันก็เป็นภาพที่สมบูรณ์แบบมากจริงๆ

น่าเสียดาย สิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถที่จะบอกให้พวกเขาฟังได้

ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะถูกมองว่าเป็นคนบ้าได้

แค่ให้พวกเขายอมรับว่าพื้นที่ที่ตัวเองอยู่นั้นเป็นภูเขาไฟที่สามารถปะทุได้ทุกเมื่อ มันก็เป็นเรื่องที่ยากแล้ว

เมื่อมองไปที่ด้านหลังของเฉินจิ่วซือ ทุกคนก็มองหน้ากัน

ในใจของพวกเขาอดไม่ได้ที่จะคิดว่า ถ้าสิ่งที่เฉินจิ่วซือพูดเป็นจริงขึ้นมา...

ซี้ด--

ไม่อยากจะคิดเลย!

มันคงเป็นภาพที่เหมือนกับสวรรค์แน่ๆ

พวกเขาเชื่อใจเฉินจิ่วซือมาก พวกเขาเชื่อจริงๆ ว่าเฉินจิ่วซือจะพาพวกเขาไปสู่ความสำเร็จได้

แต่ฉากเมื่อกี้สำหรับพวกเขาแล้ว มันเหมือนกับสวรรค์ที่มีแต่หมอกปกคลุม มันมองไม่เห็นทาง จับต้องไม่ได้ และไม่กล้าที่จะจินตนาการ..

.. เช้าวันต่อมา

เฉินจิ่วซือและเซี่ยงหมิงหลางก็ไปพบกัน แล้วก็เดินทางไปยังอำเภอ

หลังจากที่ยื่นเอกสารที่สำนักงานหมู่บ้านแล้ว พวกเขาก็พักอยู่ในอำเภอก่อน

เฉิินจิ่วซือถือโอกาสนี้ไปสำรวจวัสดุก่อสร้างด้วย เนื่องจากวัสดุก่อสร้างสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในสวนภูเขาไฟนั้นมีจำนวนมาก มันจำเป็นที่เขาจะต้องให้ความสำคัญกับมัน..

.. บ่ายสามโมง

ห้องทำงานของนายอำเภอถูกเปิดออกอย่างกะทันหัน

"นายอำเภอฝู่ เขตของพวกเรามีคนเก่งแล้ว!"

"หืม.. มีคนเก่งหรอ ถึงกับทำให้รองนายอำเภอเจิ้งต้องตื่นเต้นขนาดนี้เลยหรอ" นายอำเภอฝู่เลิกคิ้ว มองไปที่ชายวัยกลางคนที่เดินเข้ามาด้วยความตื่นเต้น

"วันนี้เมื่อตอนเที่ยงมีคนยื่นเอกสารเข้ามาครับ มีสองหมู่บ้านเสนอตัวที่จะรวมกัน คุณลองทายสิว่าเกิดอะไรขึ้น"

"เสนอตัวที่จะรวมกันเองหรอ เรื่องนี้ไม่ค่อยได้เห็นนะ แต่เรื่องแค่นี้คุณก็น่าจะจัดการได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว ไม่น่าจะมีอะไรพิเศษนี่นา"

รองนายอำเภอเจิ้งมองไปที่สีหน้าของนายอำเภอฝู่แล้วก็ยกมุมปากขึ้น "พิเศษสิครับ! มันพิเศษมาก หมู่บ้านที่แข็งแกร่งกว่าอยากที่จะรวมเข้ากับหมู่บ้านที่อ่อนแอกว่า แถมหมู่บ้านที่อ่อนแอกว่านั้นก็เป็นหมู่บ้านในเกณฑ์ยากจนอีกด้วย"

"หืม.." นายอำเภอฝู่ขมวดคิ้ว

โดยสัญชาตญาณในตอนแรก เขาคิดว่าทั้งสองหมู่บ้านนี้ร่วมมือกันเพื่อที่จะเอาเงินอุดหนุนสำหรับหมู่บ้านยากจนให้ได้มากขึ้น แล้วก็อยากจะได้เงินอุดหนุนสำหรับหมู่บ้านเล็กที่รวมกับหมู่บ้านใหญ่ด้วย

แต่เขาก็ร่วมงานกับรองนายอำเภอเจิ้งมานาน จากที่เขารู้จักอีกฝ่ายมา หากมันเป็นแบบที่เขาคิดจริงๆ  อีกฝ่ายคงจะไม่ทำหน้าตาแบบนี้แน่ๆ

ไม่!

เขาคงจะไม่มาที่นี่ด้วยซ้ำ

หรือว่าหมู่บ้านยากจนนี้จะมีอะไรพิเศษจริงๆ งั้นหรอ

คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก

ถ้าหมู่บ้านยากจนนี้มีอะไรพิเศษ พวกเขาก็คงจะไม่ใช่หมู่บ้านยากจนไปแล้วสิ

อ้อ--เมื่อกี้เหมือนกับรองเจิ้งพูดว่ามีคนเก่ง หรือว่าหมู่บ้านยากจนแห่งนี้...

"ใช่แล้วครับ!"

ยังไม่ทันที่นายอำเภอฝู่จะพูด รองนายอำเภอเจิ้งก็หยิบเอกสารขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น "เมื่อสามปีก่อน มีนักศึกษาที่จบมหาวิทยาลัยคนหนึ่งกลับมาเป็นผู้ใหญ่บ้าน ในการนำของเขา หมู่บ้านก็เริ่มที่จะปลูกสมุนไพรที่ชื่อว่ากล้วยไม้สกุลหวาย และเมื่อไม่นานมานี้มันก็ได้ผลผลิตที่มากมายจนทำให้ได้กำไรไปหลายสิบล้านเลยครับ"

"แล้วหลังจากนั้น เขาก็ตั้งบริษัทที่ดำเนินการโดยหมู่บ้าน เริ่มที่จะสร้างโรงงานเพื่อเตรียมแปรรูป"

"แถมยังเริ่มที่จะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นอีกด้วย"

"ผมได้อ่านข้อมูลทั้งหมดของหมู่บ้านนี้แล้ว สรุปได้ว่า หมู่บ้านนี้ตั้งใจที่จะพัฒนาทรัพยากรโดยการผสมผสานการปลูกพืชที่มีลักษณะเฉพาะ จากนั้นก็ทำการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงชนบท"

"แล้วก็ไม่รู้ว่าหมู่บ้านอีกแห่งเห็นศักยภาพของพวกเขา หรือถูกผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านยากจนแห่งนี้โน้มน้าวเข้า แต่ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นเพราะการโน้มน้าวพวกเขาถึงยอมที่จะรวมหมู่บ้านกัน"

"สรุปก็คือ ผมคิดว่า ถ้าพวกเราให้การสนับสนุนพวกเขา พวกเขาจะต้องสามารถสร้างหมู่บ้านที่มีรายได้เป็นหลักร้อยล้านแห่งแรกของเขตนี้ได้แน่ๆ ครับ!"

"แถมยังมีศักยภาพที่จะเติบโตไปในอนาคตที่สดใสกว่านี้อีกด้วยนะครับ"

นายอำเภอฝู่ถึงกับงงไปเลย

ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผล

เขาถึงกับสงสัยว่าหมู่บ้านนี้เป็นบ้านเกิดของรองนายอำเภอเจิ้งหรือเปล่า

มันดูจะขายฝันเกินจริงไปแล้วมั้ง

แต่รองนายอำเภอเจิ้งก็ไม่ใช่คนจากเกาะไหหลำนี่นา เขาเป็นคนจากภายนอก แล้วจะเป็นไปได้ยังไงที่เขาชมหมู่บ้านนี้ได้ขนาดนี้

หรือว่าหมู่บ้านนี้จะเก่งขนาดนั้นจริงๆ

หมู่บ้านยากจนแห่งหนึ่งทำเงินได้หลายสิบล้าน แล้วยังเริ่มที่จะวางแผนเรื่องโรงงานและการท่องเที่ยวอีก

แล้วคนที่นำพาทุกอย่างนี้มาได้ก็เป็นแค่นักศึกษาที่เพิ่งจะเรียนจบมาสามปีน่ะนะ

เขาจะเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ?!

นายอำเภอฝู่ที่รู้สึกว่ามันแปลกๆ ก็ได้หยิบเอกสารขึ้นมาแล้วเริ่มอ่านอย่างละเอียด

ซี้ด--

หมู่บ้านยากจนแห่งนี้อยู่ที่เกาะจงซานจริงๆ ด้วย

เกาะจงซาน เรียกได้ว่าเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของเขตนี้

มันอยู่ห่างไกลเกินไป

ถ้าออกจากท่าเรือที่อยู่ใกล้ที่สุด ก็ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงถึงจะไปถึงที่นั่น

แถมสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตก็ค่อนข้างจะลำบาก

แต่บนเกาะก็มีคนอยู่ถึง 40,000 กว่าคน

สำหรับเขตของพวกเขาแล้ว ก็ถือว่าเป็นจำนวนที่มากทีเดียว

มากจนไม่สามารถที่จะย้ายพวกเขาไปได้

นายอำเภอที่ผ่านมาทุกคนต่างก็พยายามที่จะหาทางให้คนพวกนี้หลุดพ้นจากความยากจน

แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่ได้ผลอะไรเลย

เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็ยิ่งอ่านอย่างตั้งใจมากขึ้น

และเมื่ออ่านข้อมูลทั้งหมดจบแล้ว.. นายอำเภอฝู่ก็ทำสีหน้าเหลือเชื่อ

มันเป็นเรื่องจริง!

หมู่บ้านที่ยากจนที่สุดบนเกาะที่เกือบจะไร้ทางออก กลับหาทางที่จะทำให้ตัวเองร่ำรวยได้แล้ว!

เรื่องแบบนี้มันหายากมากจริงๆ

และในตอนนี้ เขาก็ยิ่งอยากจะรู้จักคนที่นำพาทุกอย่างนี้มาได้.. เขาอยากจะรู้จักเฉินจิ่วซือให้มากขึ้นเสียหน่อยแล้ว..

**

**

ฝากผลงาน

เกมสิ้นโลก ซื้อทั้งโลกจากสถานีรถไฟใต้ดิน

[ระบบเกมเศรษฐี + เอาชีวิตรอด + สร้างฐาน + วันสิ้นโลก]

ถ้าใครชอบแนววันสิ้นโลก สร้างฐาน เอาชีวิตรอดจากคน และภัยพิบัติที่มาเป็นระลอก มีการต่อสู้โดยใช้อาวุธปืนระเบิดหรืออาวุธสงคราม และติดกลิ่นอายลึกลับเรื่องที่มาที่ไปของโลกแห่งภัยพิบัตินี้ รวมถึงยังมีเรื่องราวของอำนาจลึกลับเหนือธรรมชาติบางอย่างที่รอให้ตัวเอกรับมือและไขข้อสงสัย ก็ขอฝากเรื่องนี้ไว้อีกเรื่องด้วยนะค้าบบ

จบบทที่ บทที่ 37 อยากจะรู้จักเฉินจิ่วซือให้มากขึ้น?

คัดลอกลิงก์แล้ว