เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 ตรงนั้นมีกล้วยไม้สกุลหวายด้วยเหรอ?

บทที่ 7 ตรงนั้นมีกล้วยไม้สกุลหวายด้วยเหรอ?

บทที่ 7 ตรงนั้นมีกล้วยไม้สกุลหวายด้วยเหรอ?


บทที่ 7 ตรงนั้นมีกล้วยไม้สกุลหวายด้วยเหรอ?

"อีกไม่นาน เมื่อคนนึกถึงกล้วยไม้สกุลหวาย พวกเขาก็จะนึกถึง 'กล้วยไม้สกุลหวายภูเขาไฟ' ที่ดีที่สุด แล้วก็จะเลือกซื้อของพวกเรา"

"และก็จะมีคนอีกมากมายที่จะนึกถึงแหล่งผลิต 'กล้วยไม้สกุลหวายภูเขาไฟ' หมู่บ้านหยุนซี! เมื่อถึงตอนนั้น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมอื่นๆ ของเราก็มีโอกาสที่จะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง"

"อุตสาหกรรมกล้วยไม้สกุลหวาย ภูเขาไฟ ทิวทัศน์ของเกาะ ที่พัก ร้านอาหาร... ทุกคนจะได้รับประโยชน์กันถ้วนหน้า!"

ภาพเค้กก้อนโตที่เฉินจิ่วซือวาดไว้ทำให้สมาชิกสภาหมู่บ้านต่างก็มึนงงกันไปหมด

พวกเขารู้สึกว่าหมู่บ้านหยุนซีของพวกเขากำลังจะกลายเป็นหมู่บ้านที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านในเร็วๆ นี้

เมื่อมองไปที่ความเจริญที่กำลังจะมาถึง เงินอุดหนุนสำหรับหมู่บ้านยากจนจะไปสำคัญอะไร

เฉินจิ่วซือเองก็แอบสังเกตทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น โดยที่ในใจก็คิดใคร่ครวญ

มันไม่ได้มีแค่นั้นหรอกนะ!

เมื่อสร้างอุทยานภูเขาไฟเสร็จแล้ว แรงดึงดูดนักท่องเที่ยวของมันจะน่ากลัวกว่านี้มาก

การชมลาวาภูเขาไฟที่ปลอดภัยเพียงหนึ่งเดียวในโลกจะทำให้ผู้คนมากมายอยากจะมาที่นี่มากแค่ไหนกันล่ะ

แม้แต่เฉินจิ่วซือเองก็ไม่สามารถจินตนาการได้เลย

แต่เขาคิดว่าคงต้องไม่น้อยแน่

แถมยังมีสิ่งมหัศจรรย์อื่นๆ ที่จะตามมาอีก

น่าเสียดายที่สิ่งเหล่านี้ยังไม่สะดวกที่จะพูดออกไป

ถ้าตอนนี้เขาเอาแบบแปลนอุทยานภูเขาไฟออกมา คนจำนวนมากคงจะยอมแพ้ในแผนของเขาทันที

ต้องมีคนจำนวนมากอย่างแน่นอนที่เลือกจะพอใจกับสถานะที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมากกว่าการเสี่ยงดวงในแผนที่ฟังดูเกินจริงนี้

และนี่ก็เป็นเหตุผลที่เขาอยากจะก่อตั้งบริษัทขึ้นมา

ก็มีแต่วิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้การสร้างอุทยานภูเขาไฟสะดวกยิ่งขึ้น

รวมทรัพยากรเพื่อทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่!

เมื่อเห็นว่าทุกคนเริ่มถูกชักจูงมากขึ้นเรื่อยๆ เฉินจิ่วซือก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงและรีบอธิบายแผนการของตัวเองทันที

สหกรณ์ชุมชน

ใช้ทรัพยากรของหมู่บ้านหยุนซีในการพัฒนา

คนที่ทำงานในบริษัทจะได้ค่าจ้าง

ผลกำไรจะแบ่งออกเป็นสามส่วน โบนัสสำหรับชาวบ้านทุกคน การลงทุนสาธารณะของหมู่บ้าน และใช้สำหรับการพัฒนาบริษัทต่อไป

ในช่วงแรก จะเน้นไปที่อุตสาหกรรมกล้วยไม้สกุลหวาย และการวางแผนการท่องเที่ยว

ส่วนด้านอื่นๆ จะยังไม่พิจารณาในตอนนี้

เมื่อได้ฟังดังนั้น จ้าวหงเย่ก็ตั้งใจจะโน้มน้าวให้จัดตั้งสหกรณ์กล้วยไม้สกุลหวายก็พอ แต่เมื่อจะพูดเขาก็พูดไม่ออก

เขาสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของคนที่สนิทกับเขา

รูปแบบการแบ่งเค้กของเฉินจิ่วซือทำให้หลายคนเปลี่ยนข้าง

อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่ตัวเขาก็ยังรู้สึกหวั่นไหว!

"ฉันก็เห็นด้วยกับการจัดตั้งบริษัทนี้"

หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดจ้าวหงเย่ก็ยกมือขึ้นพร้อมกับยิ้มและเห็นด้วย

เมื่อเห็นดังนั้น คนอื่นๆ ก็เห็นด้วยตาม

มนุษย์ก็เป็นแบบนี้

พวกเขาก็แค่กังวลเกี่ยวกับผลประโยชน์ของตัวเอง แต่เมื่อมีผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่กว่ารออยู่ตรงหน้าพวกเขาก็เปลี่ยนไป

"ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็เตรียมเอกสารกันเถอะ แล้วอีกสองวัน ฉันจะเอาผลผลิตกล้วยไม้สกุลหวายของพวกเราไปตรวจที่อำเภอ แล้วก็จดทะเบียนบริษัทให้เรียบร้อยไปด้วยเลย"

เมื่อกล้วยไม้สกุลหวายของพวกเขาถูกเก็บเกี่ยว พวกมันที่ถูกปลูกในสภาพแวดล้อมพิเศษแบบนี้ก็จะมีสารอาหารมากกว่า และมีปริมาณด่างสูงกว่า ถ้าพวกเขามีรายงานการตรวจสอบอย่างมืออาชีพ มันก็จะทำให้การเจรจาต่อรองในครั้งต่อๆ ไปง่ายยิ่งขึ้น

"ก่อนหน้านั้น ฉันมีเรื่องหนึ่งอยากจะพูด" จู่ๆ จ้าวหงเย่ก็พูดขึ้นจนทำให้ทุกคนหันไปสนใจเขา

"ตอนนี้กล้วยไม้สกุลหวายต่างก็เป็นของชาวบ้านแต่ละคน การจัดตั้งบริษัทก็ไม่สะดวกในการเจรจาต่อรอง ถ้าจะให้ฉันพูด ก็เซ็นสัญญากับชาวบ้านที่ปลูกกล้วยไม้สกุลหวายเลย ให้พวกเขาขายกล้วยไม้สกุลหวายในราคา 150 หยวนต่อกิโลกรัมให้กับสหกรณ์ชุมชน"

"แล้วพวกเราก็ค่อยไปเจรจาต่อรองกับพวกผู้รับซื้อ"

"ถ้าได้ราคาที่สูงกว่านั้น ก็ให้เป็นกำไรของสหกรณ์ชุมชน แต่ถ้าได้ราคาที่ต่ำกว่านั้น ก็แสดงว่าบริษัทนี้ไม่ต้องตั้งแล้วก็ได้ ทุกคนว่าจริงไหม!"

ให้ตายสิ!

ที่แท้ไอ้เจ้าคนนี้ก็คิดแผนนี้อยู่นี่เอง

เฉินจิ่วซือนึกว่าเจ้าบ้านี่จะเห็นดีเห็นงามกับเขาแล้ว ที่ไหนได้เจ้านี่กลับซ่อนแผนนี้เอาไว้อยู่

"ตอนนี้เรายังไม่เคยขายหรือติดต่อใครเลย หมายความว่าช่องทางการจำหน่ายยังไม่แน่นอน และแผนเดิมที่ทุกคนคิดไว้คือการรอให้ผู้รับซื้อแจ้งความต้องการมาก่อน แล้วจึงค่อยเก็บเกี่ยวตามจำนวนนั้น ขายกันสดๆ ถ้าขายไม่ได้ ก็ให้มันอยู่ในดินไปก่อน มันก็ไม่ได้เสียหายอะไร"

ลุงฝูขมวดคิ้วเล็กน้อย "ถ้าเป็นรูปแบบนี้ แล้วเราจะดำเนินการยังไง"

"ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ แค่สหกรณ์ชุมชนให้คำมั่นสัญญากับทุกคน" จ้าวหงเย่กล่าวอย่างหนักแน่น "เมื่อทุกคนมั่นใจแล้วก็จะมีกำลังใจมากขึ้นไม่ใช่เหรอ"

"แล้วถ้าพวกเรารวมตัวกันขายแล้วได้ราคาที่สูงกว่า 150 หยวนล่ะ" ลุงฝูรู้สึกไม่พอใจ "ถึงตอนนั้นพวกเขาก็จะคิดว่าพวกเราสมรู้ร่วมคิดกับผู้รับซื้อจากข้างนอกเพื่อที่จะกินส่วนต่างน่ะสิ"

"ก็บอกให้ชัดเจนไปตั้งแต่แรกก็จบแล้ว ใครอยากจะเจรจาเองก็ไปเจรจา ใครอยากจะเอาเงินเข้ากระเป๋าก่อนก็เอาไป คนส่วนใหญ่เห็นด้วยก็พอแล้ว เข้าใจเรื่องการกระจายความเสี่ยงไหมล่ะ ให้ส่วนรวมช่วยแบกรับความเสี่ยง แล้วจะกำไรหรือขาดทุน มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ"

จ้าวหงเย่ไม่ลังเลที่จะแสดงความคิดของตัวเองออกมาทั้งหมด

เมื่อเห็นทั้งสองฝ่ายกำลังขัดแย้งกัน เฉินจิ่วซือก็นวดขมับเล็กน้อย "เอาล่ะๆ ข้อเสนอของรองผู้ใหญ่บ้านจ้าวก็ไม่เลวนี่ ก็ลองไปคุยกับทุกคนดูก็แล้วกัน"

"แต่ในช่วงแรก พวกเราจะไม่สามารถชำระเงินได้ทันที ต้องรอให้ขายออกไปได้ส่วนหนึ่งก่อนถึงจะมีเงินทุน"

ราคา 150 หยวนต่อกิโลกรัม ถือว่าไม่ได้แพงอะไร

กล้วยไม้สกุลหวายสดๆ ขายปลีกก็ 200 กว่าหยวนต่อกิโลกรัมแล้ว

เมื่อขายในปริมาณมาก ราคาก็จะถูกกดต่ำลง พ่อค้าคนกลางก็อยากได้กำไรส่วนต่างด้วย

จ้าวหงเย่ก็แค่ต้องการที่จะเดิมพันอีกครั้ง

เพื่อดูว่าสหกรณ์ชุมชนจะสามารถดันราคาให้สูงขึ้นได้หรือไม่

มันก็จริงที่ว่า ถ้าไม่เห็นโลงศพก็จะไม่หลั่งน้ำตา ถ้าไม่เห็นกระต่ายก็จะไม่ปล่อยเหยี่ยว

หลังจากคิดดูแล้ว เฉินจิ่วซือก็คิดว่ามันก็ไม่เลว

เพราะกล้วยไม้สกุลหวายของหมู่บ้านหยุนซีนั้นมีความพิเศษเนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนและยังมีปริมาณมากอีกด้วย

เมื่อเป็นเช่นนั้น มันก็จะมีช่องว่างสำหรับการเจรจาต่อรองที่ตามมา

ถ้าดำเนินการอย่างถูกต้อง เขาก็จะสามารถทำเงินได้จำนวนมาก และอุทยานภูเขาไฟก็จะสามารถเริ่มดำเนินการได้เร็วขึ้น

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็เห็นด้วย..

"จิ่วซือ นายใจร้อนเกินไปแล้ว"

หลังจากการประชุมจบลง ลุงฝูก็ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ "การเกษตรมันไม่มีอะไรแน่นอน การที่นายไปเห็นด้วยกับข้อเสนอของเจ้าบ้านั่นไป มันหมายความว่าความเสี่ยงทั้งหมดจะตกอยู่ที่นาย ถ้าขายกล้วยไม้สกุลหวาย 150,000 กิโลกรัมนี้ไม่ได้ นายก็ต้องรับผิดชอบทั้งหมดนะ"

"ผมรู้ ผมมีแผนอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงนะครับ" เฉินจิ่วซือยิ้ม ..

.. วันรุ่งขึ้น เฉินจิ่วซือก็เอากล้วยไม้สกุลหวายและเอกสารต่างๆ ไปที่อำเภอ

ไม่นานนัก บริษัทจำกัดภูเขาไฟหยุนซีแห่งเฉียงโจวก็ได้กำเนิดขึ้น

เนื่องจากผลการตรวจต้องรออีกวัน เฉินจิ่วซือก็เลยพักอยู่ที่อำเภอ

พริบตาเดียว ค่ำคืนก็ใกล้เข้ามาแล้ว

……………………………

"หัวหน้า กล้วยไม้สกุลหวายที่พึ่งส่งถูกมาตรวจมันมีปริมาณสารประกอบที่มีฤทธิ์ทางยาเช่นพวก อัลคาลอยด์ ฟีนอล และไบเฟนิล โพลีแซ็กคาไรด์ ฯลฯ สูงกว่ามาตรฐานของตำรายาแห่งชาติมากเลย คุณช่วยดูหน่อยสิว่ามันมีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า!"

เสียงร้องอย่างตกใจดังมาจากศูนย์ตรวจวิเคราะห์ "แร่ธาตุต่างๆ เช่น ซีลีเนียม สตรอนเทียม แมกนีเซียม และกรดอะมิโน ก็มีปริมาณสูงมากด้วยครับ!"

"หือ.. กล้วยไม้สกุลหวาย ที่นี่มีกล้วยไม้สกุลหวายด้วยเหรอ"

ผู้อำนวยการศูนย์ตรวจวิเคราะห์มองรายงานที่อยู่ในมืออย่างงุนงง

ในความทรงจำของเขา กล้วยไม้สกุลหวายก็มีแค่ไม่กี่แห่งที่ผลิตไม่ใช่เหรอ

ที่เฉียงโจวไม่ใช่แหล่งผลิต

แล้วจะมีใครเอามาให้ตรวจได้ยังไง

"ข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้บอกว่า มันมาจากหยุนซี... ที่เกาะจงซาน" เจ้าหน้าที่ตรวจวิเคราะห์พลิกดูข้อมูล "ดูท่าจะมีจริงๆ ด้วยนะครับ"

"อืม.. กล้วยไม้สกุลหวายส่วนใหญ่จะเจริญเติบโตในเขตกึ่งร้อน แต่ที่อำเภอของเราเป็นเขตร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จงซานนั้นอยู่ทางใต้มากกว่าเราอีก แถมยังใกล้กับเกาะลูซอนอีก ที่แบบนั้นเป็นเขตร้อนในเขตร้อนเลยนี่นา! แต่ที่แบบนั้นปลูกทุเรียนยังดูมีเหตุผลกว่าปลูกกล้วยไม้สกุลหวายอีกไม่ใช่หรอ"

เขาจบจากมหาวิทยาลัยที่เจียงหนาน

โดยที่รอบๆ บริเวณนั้นก็มีแหล่งผลิตกล้วยไม้สกุลหวายอยู่

เป็นแหล่งผลิตกล้วยไม้สกุลหวายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

และตอนที่เขาฝึกงานอยู่ที่ศูนย์ตรวจวิเคราะห์ เขาก็มักจะต้องตรวจกล้วยไม้สกุลหวายอยู่บ่อยๆ

มันทำให้เขามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกล้วยไม้สกุลหวายเป็นอย่างดี!

นั่นคือช่วงเวลาที่น่าประทับใจและมีอิทธิพลต่อชีวิตการทำงานของเขามากที่สุด!

"เขามาหลอกพวกเราหรือเปล่า"

เจ้าหน้าที่ตรวจวิเคราะห์มองรายงานในมืออย่างไม่เข้าใจ "ไม่น่าจะใช่หรอกมั้ง พวกเขาก็จ่ายเงินแล้ว พวกเราก็ไม่ได้เสียอะไรนี่"

"ก็ไม่น่าจะใช่... บางทีเทคโนโลยีมันอาจจะพัฒนาไปแล้ว หรือไม่พวกเขาก็อาจจะพบสายพันธุ์ที่เหมาะกับที่นั่น ถ้าเป็นอย่างนั้น มันก็จะเป็นเรื่องดีสำหรับพวกเขาและสำหรับอำเภอของพวกเราด้วย"

ผู้อำนวยการส่ายหัว เขาไม่รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น "ช่างเถอะ ยังไงพวกเราก็มีหน้าที่แค่ตรวจสอบ มา! ฉันจะตรวจสอบเอง จะได้แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาดจริงๆ!"

จบบทที่ บทที่ 7 ตรงนั้นมีกล้วยไม้สกุลหวายด้วยเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว