เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ยังหนุ่ม

บทที่ 9 อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ยังหนุ่ม

บทที่ 9 อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ยังหนุ่ม


บทที่ 9 อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ยังหนุ่ม

[โฮสต์ คุณพ่อของเธอคนนี้แปลกจริงๆ ย้อนแย้งพิลึก อยากยกบริษัทให้นางเอก แต่ก็คิดว่าเธอทำไม่ได้]

แต่ก็นะ นางเอกนิยายรักหวานแว่ว ก็แค่ต้องได้รับการตามใจ ประคบประหงม และมีความสุขหวานชื่นจากพระเอกก็พอแล้ว จะต้องไปคิดอะไรมากมายขนาดนั้นที่ไหนกัน

การสืบทอดบริษัทเป็นเรื่องของคนกลุ่มน้อยจริงๆ นั่นแหละ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนางร้ายที่ต้องคอยแย่งคอยชิงมาแบกรับไว้เถอะ

เจียงไหวหนิง "ปกติมาก เจียงเฉิงเหอให้ความสำคัญกับบริษัทของตัวเองมาก แม้ว่าเขาจะอยากให้เจียงไหวลู่สืบทอดบริษัทมากกว่า แต่เจียงไหวลู่ในตอนนี้ยังห่างไกลจากความต้องการของเขามากนัก"

"เขาอยากยกให้เจียงไหวลู่ แต่ก็กลัวเจียงไหวลู่จะทำลายหยาดเหงื่อแรงกายของเขาจนย่อยยับ เรื่องนี้ทำให้เขาทรมานยิ่งกว่าถูกฆ่าเสียอีก"

เจียงจู๋เยว่แม้จะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรดีเลย แต่อย่างน้อยเธอก็เป็นแม่ที่ดี และสายตาในการเลือกผู้ชายก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว

เงื่อนไขของเจียงเฉิงเหออาจจะไม่ได้ดีเป็นพิเศษ และตัวเขาก็ไม่ใช่สามีที่รักเดียวใจเดียวลึกซึ้งอะไรขนาดนั้น แต่ในบรรดาตระกูลร่ำรวยก็นับว่าหาได้ยากยิ่งแล้ว

เจียงจู๋เยว่แต่งงานกับเขา เบื้องบนไม่มีพ่อตาแม่ยายให้ต้องปรนนิบัติรับใช้ เบื้องล่างไม่จำเป็นต้องกังวลว่าสามีจะไปมีลูกนอกสมรส อีกทั้งเจียงเฉิงเหอก็จ่ายเงินให้อย่างใจกว้าง ตอนแต่งงานยังยกหุ้นปันผลของบริษัทให้เจียงจู๋เยว่ 8% และโอนเงินเข้าบัตรธนาคารของเจียงจู๋เยว่ตรงเวลาทุกปี ทำให้เธอไม่ต้องใช้ชีวิตแบบคนที่ต้องคอยแบมือขอเงินใคร

"พระเอกนิยาย" เจียงไหวหนิงนึกถึงสี่คำนี้แล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา "พระเอกคนนี้เทียบไม่ได้กับเจียงเฉิงเหอที่อายุเลยวัยสี่สิบไปแล้วด้วยซ้ำ"

ดังนั้นเจียงไหวลู่ไปถูกใจหลิ่วซั่งซูเข้าได้อย่างไรกันแน่

เสน่ห์ของเนื้อเรื่องงั้นหรือ หรือว่าเจียงไหวลู่ไม่มีสายตาในการมองคนกันแน่ หรือไม่ก็เป็นทั้งสองอย่าง

เดิมทีระบบคิดว่าพระเอกมีรูปร่างหน้าตาดี ฐานะทางบ้านดี และความสามารถก็ไม่เลว คู่ควรกับตำแหน่งพระเอกอยู่ แต่ตอนนี้พอถูกโฮสต์ของตัวเองวิเคราะห์ให้ฟัง ก็รู้สึกว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ

หลิ่วซั่งซูยังเทียบไม่ได้กับตัวประกอบอย่างเจียงเฉิงเหอที่ปฏิบัติต่อภรรยาของตัวเองดีขนาดนี้เลย

นอกจากเขาจะดูดีกว่านิดหน่อยและอายุน้อยกว่านิดหน่อยแล้ว ก็ไม่มีตรงไหนที่เทียบเจียงเฉิงเหอได้เลยจริงๆ ลงเอยด้วยการเป็นพระเอกได้อย่างไรกันนะ

ระบบเอ่ย [ฉันเองก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ แล้วเหมือนกัน]

เจียงไหวหนิงยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ

เจียงไหวลู่เดินลงมาจากชั้นบนเช่นกัน เธอสวมชุดเดรสกระโปรงยาวสีขาว อาจเป็นเพราะเพิ่งสระผมมา เส้นผมจึงทิ้งตัวสลวยอยู่บนหัวไหล่

เจียงเฉิงเหอเห็นเธอ "ไหวลู่ เธอมานี่หน่อย"

"คุณพ่อคะ"

เจียงเฉิงเหอเอ่ย "ต่อไปนี้ทุกวันเสาร์ เธอและเจียงไหวหนิงไปช่วยงานที่บริษัทด้วยกัน"

ไปช่วยงานที่บริษัทงั้นหรือ เธอจะทำอะไรได้ล่ะ

เจียงไหวลู่พยักหน้ารับคำอย่างอึกอัก พลางเหลือบมองเจียงไหวหนิงตามสัญชาตญาณ ทว่าเจียงไหวหนิงกลับเอาแต่ถือปากกาเขียนๆ วาดๆ อยู่บนแท็บเล็ต ราวกับไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย

ส่วนใหญ่แล้ว ในสายตาของเจียงไหวหนิง เธอเป็นเพียงอากาศธาตุเท่านั้น

เจียงไหวหนิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รู้สึกแปลกใจกับการตัดสินใจของเจียงเฉิงเหออยู่บ้าง เพราะในชาติก่อนไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น

เจียงจู๋เยว่เอ่ยปาก "ไหวลู่เพิ่งกลับมาก็ให้เธอไปบริษัทเลยงั้นหรือ จะรีบร้อนเกินไปหน่อยไหม บางทีให้เธอคอยตามคนอื่นเพื่อทำความคุ้นเคยก่อนจะดีกว่าไหมคะ"

เจียงไหวลู่รู้สึกทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง

เธอเองก็รู้สึกว่ารีบร้อนเกินไปหน่อย และกลัวว่าตัวเองจะทำได้ไม่ดี

เจียงเฉิงเหอตัดสินใจไปแล้ว "ก็แค่ทำเรื่องง่ายๆ บางอย่าง ไม่จำเป็นต้องคอยตามใครหรอก เธอเองก็อายุสิบหกปีแล้ว เรื่องง่ายๆ ยังคงทำได้ ไหวลู่ ได้ยินไหม มีอะไรไม่เข้าใจก็ถามเจียงไหวหนิงได้"

เจียงไหวลู่ "หนูทราบแล้วค่ะคุณพ่อ"

สมาชิกในครอบครัวต่างรับประทานอาหารเย็นจนเสร็จสิ้นโดยที่แต่ละคนต่างก็มีความคิดในใจแตกต่างกันไป

เจียงจู๋เยว่รู้สึกกังวลเกี่ยวกับเจียงไหวหนิงอยู่บ้าง กลัวว่าเจียงไหวหนิงจะคิดว่าเพราะเธอไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของตระกูลเจียง ผู้สืบทอดของบริษัทจึงถูกเปลี่ยนตัว

ทว่ายิ่งเจียงไหวหนิงโตขึ้น เธอก็ยิ่งซ่อนความรู้สึกเก่งขึ้น ส่วนใหญ่แล้วเจียงจู๋เยว่จึงยากที่จะวิเคราะห์อารมณ์ของลูกสาวจากสีหน้าได้

เจียงเฉิงเหอเองก็รู้ดีว่าการกระทำของตัวเองครั้งนี้จะทำให้เจียงไหวหนิงรู้สึกไม่ดี แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น จะปล่อยให้เจียงไหวลู่ไม่แตะต้องเรื่องของบริษัทไปตลอดกาลจริงๆ ได้อย่างไรกัน

เขาเหลือบมองลูกสาวบุญธรรมที่สุขุมและไม่แสดงอารมณ์ทางสีหน้า แววตาฉายความพึงพอใจพาดผ่านวาบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเสียดายในเวลาต่อมา

หากเจียงไหวหนิงเป็นลูกสาวแท้ๆ ของเขาจริงๆ จะดีสักแค่ไหน เขาพึงพอใจในตัวลูกสาวอย่างเจียงไหวหนิงคนนี้มาโดยตลอด และเชื่อมั่นว่าเจียงไหวหนิงจะนำพาเจียงซื่อก้าวไปสู่ความแข็งแกร่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ยิ่งใหญ่กว่าหลิ่วซื่อเสียอีก

น่าเสียดายเหลือเกิน... ทำไมเจียงไหวหนิงถึงไม่ใช่ลูกในไส้กันนะ

ผลการตรวจดีเอ็นเอระบุความเป็นพ่อแม่ลูกย่อมไม่สามารถทำปลอมได้ เจียงเฉิงเหอรู้สึกอัดอั้นตันใจอย่างมาก บริษัทนี้เขาได้รับการสืบทอดมาจากมือของมารดาตัวเอง ในตอนนั้นเจียงซื่อยังเป็นเพียงบริษัทผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเล็กๆ แห่งหนึ่ง เป็นบริษัทเล็กๆ ประเภทที่ว่าถ้าวางสินค้าไว้บนชั้นวางของก็จะถูกผู้คนตราหน้าว่าเป็นแบรนด์โนเนม

เขาฝันอยากจะให้ผลิตภัณฑ์ของเจียงซื่อกลายเป็นแบรนด์เนมชื่อดังมาโดยตลอด ตอนนี้เขาทำสำเร็จแล้ว ทว่าเมื่ออายุมากขึ้น ต่อให้พยายามบำรุงรักษาเนื้อตัวร่างกายอย่างไรก็ร่วงโรยลงไปทุกวัน เรื่องนี้ทำให้เขาตระหนักได้ว่า ตนเองสามารถทำได้ถึงระดับนี้ และตนเองก็ทำได้มากที่สุดเพียงเท่านี้แล้ว

หากต้องการให้เจียงซื่อก้าวไปได้ไกลกว่าเดิม มีเพียงผู้สืบทอดคนถัดไปที่ยอดเยี่ยมเท่านั้นจึงจะสามารถทำได้

เขาหวังว่าเจียงซื่อจะสามารถก้าวไปสู่ระดับโลก และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของเจียงซื่อจะกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

ความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่นี้ มีเพียงเจียงไหวหนิงเท่านั้นที่ทำได้ ไม่ใช่เจียงไหวลู่ ต่อให้เจียงไหวลู่จะพยายามมากแค่ไหน เธอก็ไม่มีวันทำได้

ระหว่างคนเรานั้น มีช่องว่างระยะห่างประเภทที่ว่าต่อให้ควบม้าไล่ตามก็ไม่มีวันทันอยู่จริงๆ

……

หลิ่วซั่งซูไม่ได้มาโรงเรียนหลายวันแล้ว

เจียงไหวหนิงตบหนักหน่วงเกินไป อาการบวมเป่งบนใบหน้าของเขาจึงไม่ลดลงเลยตลอดหลายวันที่ผ่านมา

หลิ่วซั่งซูจะยอมปล่อยให้ตัวเองปรากฏตัวที่โรงเรียนในสภาพแบบนี้ได้อย่างไรกัน

เขาเป็นถึงเทพบุตรประจำโรงเรียน เป็นทายาทเศรษฐี เขาย่อมมีภาระทางภาพลักษณ์ของไอดอล จะทำตัวเหมือนคนธรรมดาทั่วไปที่ไม่เห็นแก่หน้าตาของตัวเองได้อย่างไร

และแล้วก็ถึงวันจันทร์อีกครั้ง ในที่สุดหลิ่วซั่งซูก็มาโรงเรียนเสียที เขาเพิ่งมาถึงก็เห็นเจียงไหวหนิงก้าวลงมาจากรถ คิ้วของเขาขมวดม้วนเข้าหากัน ก่อนจะเห็นเจียงไหวลู่ก้าวลงมาตามกันอีกคน

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าเจียงไหวหนิงพูดอะไรกับเจียงไหวลู่ เธอจึงเดินมุ่งหน้าไปยังตึกเทคโนโลยีเพียงลำพัง

นี่คือโอกาส

"ไหวลู่"

หลิ่วซั่งซูร้องเรียกเจียงไหวลู่ให้หยุด พลางเอียงหน้าโชว์มุมที่ดูดีที่สุดของตัวเองออกไป

เจียงไหวลู่ชะงักไปเล็กน้อย เธอมองไปทางหลิ่วซั่งซูและพบว่าอาการบวมบนใบหน้าของเขาหายไปหมดแล้ว จนเกือบจะจำไม่ได้ จึงเอ่ยทักทายอย่างลังเล "เพื่อนนักเรียนหลิ่วซั่งซู"

คุณแม่บอกให้เธออย่าเข้าใกล้หลิ่วซั่งซูมากเกินไป

คำพูดของเจียงจู๋เยว่แล่นผ่านเข้ามาในหัว เจียงไหวลู่คิดในใจ คุณแม่กังวลว่าเธอจะไปแย่งคู่หมั้นกับพี่สาวงั้นหรือ?

เธอเคยมีความรู้สึกดีๆ ที่เลือนลางให้แก่หลิ่วซั่งซูอยู่จริงๆ หลิ่วซั่งซูเป็นคนแรกที่แสดงความหวังดีต่อเธออย่างไม่มีเงื่อนไข ทว่าสภาพใบหน้าที่บวมเป่งราวกับหัวหมูในตอนนั้นของหลิ่วซั่งซูได้สร้างความประทับใจที่ตราตรึงให้แก่เธอมากเกินไปจริงๆ

เธอจะชอบเพียงคนที่สามารถปกป้องเธอได้ ทั้งยังซื่อสัตย์สุจริตและมีจิตใจดีงามเท่านั้น ไม่ใช่คนประเภทนี้

เจียงไหวลู่เอ่ยเสียงเบา "เพื่อนนักเรียนหลิ่วซั่งซู ใกล้จะได้เวลาเข้าเรียนแล้วค่ะ ถ้าหากไม่มีธุระอะไรด่วน ฉันขอตัวไปก่อนนะคะ"

ท่าทางเก๊กหล่อของหลิ่วซั่งซูเสียเปล่าไปแล้ว

เขาคิดไม่ถึงว่าเจียงไหวลู่จะเมินเฉยใส่ตนเองเช่นนี้

แววตาของเขาหม่นแสงลงเล็กน้อย รู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง

เป็นเพราะตระกูลเจียงพูดอะไรหรือเปล่า หรือว่าฐานะของเขาทำให้เจียงไหวลู่เกิดความกังวลใจขึ้นมากันแน่

ตามหลักเหตุผลแล้ว เจียงไหวหนิงเป็นคุณหนูตัวปลอม คนที่มีสัญญาหมั้นหมายกับเขาสมควรจะเป็นคุณหนูตัวจริงอย่างเจียงไหวลู่ถึงจะถูก เธอไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องมาคอยระแวดระวังเพราะเรื่องนี้เลยสักนิด

"ไหวลู่... ฉันเป็นหัวหน้าห้องนะ แค่อยากจะถามว่าเธอมาอยู่ที่เซนต์เอียช่วงสองสามวันมานี้เริ่มชินหรือยัง?"

"ถ้าหากต้องการอะไร ก็บอกฉันได้เลยนะ"

เขาหยีตาส่งยิ้มให้รอยยิ้มดูอ่อนโยนอย่างยิ่ง ทั้งน้ำเสียงก็ไพเราะน่าฟัง

ในฐานะพระเอกของนิยายรักหวานแหววเรื่องหนึ่ง บางทีจุดอื่นของเขาอาจจะไม่ได้เรื่องได้ราวอะไร ทว่ารูปร่างหน้าตาที่ดีงามเขายังคงมีอยู่

ถึงแม้จะมีวันหนึ่งที่เขาต้องแก่ตัวลง แต่อย่างน้อยในตอนนี้เขาก็ยังหนุ่มยังแน่นอยู่

จบบทที่ บทที่ 9 อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ยังหนุ่ม

คัดลอกลิงก์แล้ว