เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 413 ชีวิตอันเงียบสงบ

บทที่ 413 ชีวิตอันเงียบสงบ

บทที่ 413 ชีวิตอันเงียบสงบ


พอเห็นเหออวี่จู้เดินเข้าบ้านมา รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหร่านชิวเยี่ย หล่อนลุกขึ้นไปช่วยรับของจากมือเขา

"ชิวเย่... นี่ขนมของฝากจากทางใต้ที่ท่านผู้นำให้มานะ คุณลองชิมดูสิ อร่อยมากเลยนะ"

ตอนแรกหร่านชิวเยี่ยกะจะเอาของไปวางไว้ที่พื้น แต่พอได้ยินว่าเป็นขนม ก็รีบเอาไปวางบนโต๊ะ แล้วแกะห่อออกมาดู

"คุณเอามาเยอะจังเลย"

เหออวี่จู้หยิบขนมขึ้นมาชิ้นหนึ่ง ป้อนถึงปากหร่านชิวเยี่ย หล่อนกัดไปคำเล็ก ๆ พลันดวงตาก็เบิกกว้างเป็นประกาย

"อร่อยใช่ไหมล่ะ! ผมกะไว้แล้วว่าคุณต้องชอบ ก็เลยเอามาเยอะหน่อย ท่านผู้นำเพิ่งกลับมาจากทางใต้ ก็เลยมีของฝากติดไม้ติดมือมาเพียบเลย ท่านคะยั้นคะยอให้ ผมก็เลยขัดไม่ได้ ต้องรับมาน่ะ"

หร่านชิวเยี่ยหยิบขนมขึ้นมาชิ้นหนึ่ง แล้วป้อนกลับให้เหออวี่จู้บ้าง "ท่านผู้นำนี่เอ็นดูคุณจริง ๆ เลยนะคะ"

"ผมกับท่านผู้นำคุยกันถูกคอน่ะ! อ้อ... ท่านบอกด้วยนะว่า วันสุกดิบปีใหม่ ให้ผมพาคุณไปกินข้าวที่บ้านท่าน ภรรยาท่านผู้นำก็อยากจะเจอคุณด้วยเหมือนกัน"

หร่านชิวเยี่ยทำหน้าประหม่า "ฉันไปด้วย... จะเหมาะเหรอคะ"

เหออวี่จู้ดึงหล่อนเข้ามากอดหลวม ๆ กระซิบข้างหู "ไม่เป็นไรหรอกน่า! ท่านผู้นำใจดีจะตาย! ผมบอกท่านไปแล้วด้วยว่า หลังปีใหม่เราสองคนจะไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ที่ภาคอีสาน ท่านก็เลยรับปากว่าจะเขียนจดหมายฝากฝังเพื่อนท่านที่อยู่ที่นั่นให้ ถ้าเรามีปัญหาอะไร ก็เอาไปยื่นให้เขาช่วยได้เลย"

หร่านชิวเยี่ยซบหน้าลงกับอกเหออวี่จู้ พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ในใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและความอบอุ่น ถ้าไม่ได้แต่งงานกับเหออวี่จู้ ป่านนี้หล่อนคงต้องนั่งเหงาหงอยคิดถึงพ่อแม่อยู่คนเดียวแน่ ๆ

"พี่จู้จื่อคะ... วันนี้มีคนมาส่งข่าวจากครูหลิว บอกให้พรุ่งนี้ฉันไปหาแกที่บ้านหน่อยน่ะค่ะ ประจวบเหมาะกับใกล้จะปีใหม่พอดี ฉันก็เลยว่าจะถือโอกาสนี้ไปเยี่ยมครูหลิวกับภรรยาแกซะเลย"

เหออวี่จู้พยักหน้าเห็นด้วย "ดีเลยจ้ะ! งั้นเลื่อนไปเป็นมะรืนนี้ดีไหม มะรืนนี้ผมหยุดงานพอดี จะได้ไปเยี่ยมครูหลิวเป็นเพื่อนคุณด้วย"

หร่านชิวเยี่ยนึกถึงคำพูดของคนที่มาส่งข่าว ที่กำชับหนักหนาว่าให้หล่อนไปคนเดียว หล่อนก็เลยรู้สึกผิดนิด ๆ ที่ต้องปิดบังเหออวี่จู้ แต่หล่อนก็ไม่อยากขัดคำสั่งของครูหลิว บางทีครูหลิวอาจจะมีธุระส่วนตัวอะไรที่ไม่อยากให้เหออวี่จู้รู้ก็ได้

"ฉันว่า... ฉันไปพรุ่งนี้ดีกว่าค่ะ ช่วงนี้คุณก็ทำงานเหนื่อย ไม่ค่อยได้พักผ่อน วันหยุดทั้งที ก็พักผ่อนอยู่บ้านให้สบายเถอะค่ะ ครูหลิวคงไม่ว่าอะไรหรอก"

เห็นท่าทีแปลก ๆ ของหร่านชิวเยี่ย เหออวี่จู้ก็นึกว่ามีเรื่องอะไรวุ่นวายเกิดขึ้นในลานสี่ประสานอีก ช่วงนี้พวกอี้จงไห่มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการเขียนจดหมายสนเท่ห์ จนไม่มีเวลามาสร้างความเดือดร้อนให้เขา เหออวี่จู้ก็เลยแอบรู้สึกไม่ชินนิดหน่อย

ไม่ได้ซาดิสม์ชอบให้คนมาหาเรื่องหรอกนะ แต่เขาแค่ไม่เชื่อว่าคนพวกนั้นจะยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ แบบนี้! หรือว่าพวกมันจะฝากความหวังทั้งหมดไว้กับจดหมายสนเท่ห์จริง ๆ

ตั้งแต่ตัดขาดความสัมพันธ์กับพวกแก๊งคนพาล เหออวี่จู้ก็เริ่มตามความคิดพวกมันไม่ค่อยทันซะแล้ว!

"ในลานบ้านมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า"

หร่านชิวเยี่ยส่ายหน้า "ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก็แค่ป้าสามคอยแอบกดดันอวี๋ลี่เรื่องมีลูกน่ะค่ะ แล้วก็... เรื่องแม่ผัวฉินหวยหรูไปอาละวาดที่บ้านลุงใหญ่ เห็นว่าวันนี้ก็ทะเลาะกับคุณย่าทวดเรื่องของกินอีกแล้วด้วย"

เรื่องพวกนี้ก็แค่กิจวัตรประจำวันของชาวลานสี่ประสาน ไม่มีอะไรน่าแปลกใจเลย หลังจากที่เหยียนเจี่ยเฉิงแยกบ้านออกไปอยู่เอง ด้วยนิสัยขี้เหนียวระดับปรมาจารย์ของครอบครัวเหยียน ตอนแยกบ้านก็คงตกลงเงื่อนไขกันไว้ละเอียดยิบ เหยียนปู้กุ้ยคงกะจะดัดนิสัยเหยียนเจี่ยเฉิงกับเมีย หวังให้ซมซานกลับมาขอร้องให้แกช่วยล่ะสิ

แต่ผิดคาด! พอแยกบ้านปุ๊บ ชีวิตของคู่ผัวเมียเหยียนเจี่ยเฉิงกลับเจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ! เงินเดือนของเหยียนเจี่ยเฉิงก็หักให้ที่บ้านแค่ส่วนหนึ่ง ที่เหลือก็เอาไปบริหารจัดการกันเอง ถึงจะไม่ได้มีเงินเก็บมากมาย แต่ก็ใช้ชีวิตได้สบาย ๆ ไม่ขัดสน

อวี๋ลี่เองก็ไม่ได้งอมืองอเท้า หล่อนไปรับงานพิเศษจากสำนักงานเขตมาทำที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นพับกล่องไม้ขีด เย็บผ้า หรืออะไรก็ตามที่ได้เงิน หล่อนรับทำหมด! ถึงจะไม่ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ แต่เดือนนึงก็หาได้ตั้งสิบกว่าหยวนเชียวนะ!

ชีวิตแบบนี้มันดีกว่าตอนอยู่รวมกับเหยียนปู้กุ้ยตั้งเยอะ!

สองผัวเมียไม่รู้สึกเสียใจเลยสักนิดที่แยกบ้านออกมา แต่คนที่เสียใจน่ะ คือสองเฒ่าเหยียนปู้กุ้ยกับป้าสามต่างหากล่ะ! ตอนนี้อาวุธเดียวที่ป้าสามเอาไว้ใช้กดดันอวี๋ลี่ได้ ก็เหลือแค่เรื่อง 'มีลูก' เท่านั้นแหละ!

ส่วนเรื่องความขัดแย้งระหว่างยายเฒ่าหูหนวกกับตระกูลเจี่ย ยิ่งเป็นเรื่องปกติเข้าไปใหญ่! ตอนนี้หัวหน้าหลี่ไม่ค่อยจะสนใจไยดีฉินหวยหรูแล้ว ถ้าฉินหวยหรูไม่บากหน้าไปหา หัวหน้าหลี่ก็ไม่มีทางนึกถึงหล่อนหรอก!

ฉินหวยหรูหมดหวังที่จะใช้เต้าไต่รีดไถเงินจากหัวหน้าหลี่แล้ว!

ประโยชน์เดียวที่หล่อนยังพึ่งพาหัวหน้าหลี่ได้ ก็คือการอู้งานโดยไม่โดนหักเงินเดือนนั่นแหละ! แต่ก็เพราะความสัมพันธ์ลับ ๆ กับหัวหน้าหลี่นี่แหละ ที่ทำให้ผู้ชายในโรงงานต่างพากันถอยห่างจากฉินหวยหรู โกดังเก็บของที่เคยเป็นสวรรค์ชั้นเจ็ด ก็เลยเงียบเหงาไร้ผู้มาเยือน!

รายได้พิเศษของฉินหวยหรูก็เลยหดหายไปบานตะไท! แหล่งรายได้เดียวที่ยังมั่นคงอยู่ ก็คือตาเฒ่าอี้จงไห่นี่แหละ!

แต่อี้จงไห่เองก็ต้องรัดเข็มขัด รักษาสภาพคล่องทางการเงินเหมือนกัน ก็แหม... เจ้าสัวยังต้องมีวันจนเลย!

ในเมื่อไม่กล้าใช้เงินตัวเอง ก็ต้องแห่กันไปกินข้าวบ้านอี้จงไห่ แล้วแบบนี้จะไม่ให้ทะเลาะตบตีกันแย่งของกินได้ยังไงล่ะ!

"จะทะเลาะก็ปล่อยให้พวกนั้นทะเลาะกันไปเถอะ! คุณอย่าไปยุ่งเชียวนะ! สนามรบของพวกนั้นมันระดับไฮคลาส ขืนคุณโผล่เข้าไป ก็ได้กลายเป็นแค่กระสุนปืนใหญ่ตายฟรีเปล่า ๆ!"

หร่านชิวเยี่ยหยิกแขนเหออวี่จู้ด้วยความหมั่นไส้ "สบายใจได้เลยค่ะ! ฉันยุ่งอยู่กับการเย็บผ้า ไม่มีเวลาไปสนใจพวกนั้นหรอก! แต่ว่านะ... ช่วงนี้พอคุณย่าทวดเห็นฉันเดินออกจากบ้านทีไร แกก็ชอบเข้ามาชวนคุยตลอดเลย"

พอได้ยินแบบนั้น เหออวี่จู้ก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที! เลเวลความร้ายกาจของยายเฒ่าหูหนวกน่ะ เหนือกว่าอี้จงไห่หลายขุมนัก! แผนการของอี้จงไห่มันตื้นเขิน มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าอยากจะให้เขาคอยช่วยเหลือฉินหวยหรู ซึ่งเหตุผลแบบนั้น พูดไปก็ไม่มีใครเห็นด้วยหรอก! การรับมือกับอี้จงไห่จึงไม่ใช่เรื่องยาก

แต่ยายเฒ่าหูหนวกนี่สิ ของจริง! ด้วยอายุอานามที่ปาเข้าไปขนาดนั้น แค่พูดขัดหูแกนิดเดียว แกก็สามารถแกล้งล้มแล้วเอาเรื่องเอาราวเราได้สบาย ๆ แถมยังหาพยานหลักฐานมาแก้ต่างให้ตัวเองยากอีกด้วย!

ถ้าเหออวี่จู้ไม่ได้ประกาศตัดขาดกับแกอย่างเป็นทางการ ก็คงไม่สามารถเมินเฉยใส่แกแบบนี้ได้หรอก!

"แล้วแกเข้ามาคุยอะไรกับคุณบ้างล่ะ"

หร่านชิวเยี่ยทำหน้านึก ก่อนจะถอนหายใจอย่างเอือมระอา "ส่วนใหญ่ก็มีแต่เรื่องไร้สาระนั่นแหละค่ะ! อย่างเช่น... แกบอกว่ารักคุณเหมือนหลานแท้ ๆ คอยปกป้องคุณเวลาคุณทำผิด แล้วก็ชมว่าลุงใหญ่ดีกับคุณอย่างนู้นอย่างนี้... แล้วก็บอกว่า ในฐานะที่ฉันเป็นภรรยาของคุณ ฉันก็ต้องช่วยคุณดูแลแก ต้องเชื่อฟังแก... ปิดท้ายด้วยการบอกว่า ที่คุณไม่ยอมเชื่อฟังแก ดึงดันจะแต่งงานกับฉัน แกก็จะไม่ถือสาหาความแล้ว ให้ฉันไปเกลี้ยกล่อมให้คุณกลับไปกตัญญูกับผู้หลักผู้ใหญ่ในลานบ้านเหมือนเดิมน่ะค่ะ"

เหออวี่จู้แทบอยากจะวิ่งไปที่บ้านยายเฒ่าหูหนวก แล้วหัวเราะใส่หน้าแกดัง ๆ! ย่าบ้าอะไรจะมาคอยจ้องทำลายชีวิตหลานตัวเองฮะ! ถ้าไม่ใช่เพราะยายเฒ่าหูหนวกคอยชี้โพรงให้กระรอก อี้จงไห่จะหาทางเอาเปรียบซาจู้ได้เหรอ! ตั้งแต่เจี่ยตงซวี่กราบอี้จงไห่เป็นอาจารย์ ยันวันที่เจี่ยตงซวี่กลายเป็นรูปติดฝาบ้าน อี้จงไห่ก็ทุ่มเทความสนใจทั้งหมดไปที่บ้านตระกูลเจี่ยเพียงอย่างเดียว!

ส่วนซาจู้น่ะเหรอ... แกแทบไม่เคยแยแสเลยด้วยซ้ำ! จนกระทั่งตอนที่ซาจู้กับเหออวี่สุ่ยเริ่มจะอดอยาก ไม่มีข้าวกินนั่นแหละ อี้จงไห่ถึงค่อยโผล่หน้ามาทำเป็นคนดี มอบแป้งข้าวโพดให้กระสอบนึง แล้วสุดท้าย ไอ้ของพวกนั้นก็ต้องเอาไปคืนอี้จงไห่จนหมด!

ความสัมพันธ์ระหว่างซาจู้กับอี้จงไห่ ก็มีอยู่แค่นี้แหละ!

ถ้าไม่ใช่เพราะยายเฒ่าหูหนวกทำตัวเป็นนกสองหัว คอยปั่นหัวให้ทั้งสองคนรู้สึกผูกพันกันเกินจริง สองครอบครัวนี้ก็เป็นได้แค่เพื่อนบ้านธรรมดา ๆ เท่านั้นแหละ! อี้จงไห่ไม่มีสิทธิ์อะไรมาบงการชีวิตซาจู้เลยสักนิด!

แต่พอเจี่ยตงซวี่ตาย อี้จงไห่ก็มักจะเอาเรื่องบุญคุณที่เคยช่วยเหลือซาจู้ในอดีตมาอ้างตลอดเวลา ทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อไปว่า ถ้าขาดอี้จงไห่ไปสักคน พี่น้องตระกูลเหอก็คงเอาชีวิตไม่รอด!

ซึ่งความจริงมันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง!

หลังจากเหอต้าชิงหนีไป ซาจู้ก็เข้าไปทำงานเป็นลูกมือในโรงงานรีดเหล็ก เงินเดือนที่ได้ ถึงจะไม่เยอะ แต่ก็เพียงพอที่จะประทังชีวิตสองพี่น้องให้อยู่รอดไปได้สบาย ๆ!

แล้วทำไมชีวิตของซาจู้ถึงได้ขัดสนหนักหนาล่ะ!

ก็เพราะเงินมันละลายหายไปกับยายเฒ่าหูหนวกหมดไงล่ะ! อี้จงไห่อยากจะเอาหน้าไปดูแลครอบครัวเจี่ยตงซวี่ ก็เลยมายุยงให้ซาจู้ซื้อของอร่อย ๆ ไปบำรุงยายเฒ่าหูหนวก! เงินเดือนอันน้อยนิด ก็เลยตกไปอยู่ในท้องยายเฒ่าหูหนวกซะส่วนใหญ่ แล้วชีวิตสองพี่น้องมันจะไปรอดได้ยังไงล่ะฮะ!

"ไม่ว่ายายแก่นั่นจะพูดอะไร คุณก็อย่าไปหลงเชื่อเด็ดขาดนะ! แล้วก็... พยายามอยู่ห่าง ๆ แกไว้ด้วย! ถ้าแกทำท่าเหมือนจะยืนไม่อยู่ คุณก็รีบถอยห่างออกมาสักสองสามก้าวเลยนะ! ปล่อยให้แกล้มไปเองเลย!"

อำนาจทำลายล้างของท่า 'แกล้งล้มแล้วเรียกร้องค่าเสียหาย' น่ะ มันน่ากลัวเกินกว่าจะประมาทได้!

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 413 ชีวิตอันเงียบสงบ

คัดลอกลิงก์แล้ว